เมื่อความสุขของผู้ชม คือฝันหวานของชาวเน็ตทั่วโลก
ถ้าให้จัดอันดับ “สิ่งที่คนอินเทอร์เน็ตเกลียดที่สุด” เชื่อว่า โฆษณาข้ามไม่ได้ 15–30 วินาที ต้องติด Top 3 แบบไม่ต้องลุ้น ยิ่งตอนกำลังดูคลิปสนุก ๆ ฟังเพลงเพลิน ๆ หรือดูรีวิวหนังถึงจุดพีค แล้วจู่ ๆ โฆษณายาวเป็นไฟต์บังคับให้ดูจนจบ ความหงุดหงิดก็พุ่งทันที
แต่ล่าสุด ข่าวจากประเทศเพื่อนบ้านทำเอาชาวเน็ตหลายประเทศถึงกับถอนหายใจแรง ๆ พร้อมกัน เพราะ รัฐบาลเวียดนาม ตัดสินใจงัดมาตรการเด็ด ออกกฎหมายใหม่ จำกัดโฆษณาข้ามไม่ได้ให้ยาวไม่เกิน 5 วินาที บนแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง YouTube, Facebook, TikTok และ Instagram
งานนี้ไม่ใช่แค่ชาวเวียดที่เฮ แต่ชาวเน็ตทั่วโลกก็เริ่มตั้งคำถามทันทีว่า… แบบนี้ประเทศอื่นจะเอาบ้างไหม

กฎใหม่ของเวียดนามคืออะไร และแรงแค่ไหน
มาตรการนี้ถูกระบุไว้ใน กฤษฎีกาฉบับที่ 342/2025 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญที่ชัดเจนและตรงใจผู้ใช้งานออนไลน์แบบสุด ๆ
หัวใจหลักของกฎหมายคือ
โฆษณาวิดีโอที่ กดข้ามไม่ได้ (Unskippable Ads) ต้องมีความยาวไม่เกิน 5 วินาที
หากโฆษณายาวเกิน 5 วินาที ระบบต้องแสดงปุ่ม Skip ให้ผู้ใช้กดข้ามได้ทันที
ห้ามบังคับให้ผู้ชมต้องดูโฆษณา 15–30 วินาทีแบบเต็ม ๆ อีกต่อไป
เรียกได้ว่าเป็นการตัดปัญหา “ดูจนจบหรือไม่ได้ดูอะไรเลย” แบบตรงจุดมาก
ไม่ได้หยุดแค่วิดีโอ แต่จัดเต็มถึงแบนเนอร์และปุ่มปิด
ความโหดของกฎหมายนี้ไม่ได้จบแค่โฆษณาวิดีโอ เพราะรัฐบาลเวียดนามขยายขอบเขตไปถึงโฆษณารูปแบบอื่นด้วย
สิ่งที่ถูกสั่งห้ามอย่างชัดเจน ได้แก่
โฆษณาภาพนิ่งหรือแบนเนอร์ที่ตั้งเวลาหน่วงก่อนกดปิด
ปุ่มปิดที่ออกแบบให้ดูยาก ซ่อนมุม หรือใช้ไอคอนหลอก
ปุ่มที่กดแล้วไม่ปิด แต่พาไปหน้าโหลดแอปหรือเว็บอื่น
ทุกโฆษณาจะต้อง
มีปุ่มปิดที่เห็นชัด
คลิกครั้งเดียวแล้วปิดจริง
ไม่มีลูกเล่นหลอกสายตา
พูดง่าย ๆ คือหมดยุค “หาปุ่มปิดเหมือนเล่นเกมหาไข่อีสเตอร์”
ความโปร่งใสต้องมาก่อน ผู้ใช้ต้องมีสิทธิ์เลือก
อีกจุดที่น่าสนใจมากคือเรื่อง ความโปร่งใสของแพลตฟอร์ม กฎหมายระบุชัดว่า
ทุกแพลตฟอร์มต้องมีเครื่องมือให้ผู้ใช้ รายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมาย
ผู้ใช้ต้องสามารถ ปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสม ได้ง่าย
หากโฆษณาละเมิดกฎหมายหรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ แพลตฟอร์มต้องนำออกภายใน 24 ชั่วโมง หลังได้รับคำสั่ง
หากไม่ปฏิบัติตาม อาจโดนมาตรการทางเทคนิค เช่น การจำกัดหรือบล็อกการเข้าถึงในประเทศทันที
นี่คือการส่งสัญญาณชัดเจนว่า “แพลตฟอร์มใหญ่ก็ไม่อยู่เหนือกฎหมาย”
ทำไมเวียดนามถึงเลือกจัดการเรื่องโฆษณาจริงจังขนาดนี้
ถ้ามองในภาพใหญ่ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความรำคาญ แต่เกี่ยวข้องกับ ประสบการณ์ผู้ใช้งานออนไลน์ (User Experience) โดยตรง
เวียดนามมองว่า
โฆษณาที่รบกวนเกินไป กระทบคุณภาพชีวิตดิจิทัล
ผู้บริโภคควรมีสิทธิ์ควบคุมเวลาของตัวเอง
แพลตฟอร์มควรแข่งขันกันที่คุณภาพ ไม่ใช่การบังคับดู
แนวคิดนี้สอดคล้องกับกระแสโลกที่เริ่มตั้งคำถามกับโฆษณาออนไลน์แบบล้ำเส้น และการออกแบบเชิงหลอกลวง (Dark Patterns)

เสียงเฮจากผู้ชม แต่ฝั่งแพลตฟอร์มกับนักโฆษณาคิดยังไง
แน่นอนว่าฝั่งผู้ชมส่วนใหญ่ดีใจแบบไม่ต้องคิดเยอะ เพราะใครจะไม่ชอบดูคลิปได้ต่อเนื่อง
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็มีความกังวลตามมา เช่น
แพลตฟอร์มอาจเพิ่ม “จำนวนโฆษณา” ให้ถี่ขึ้น
อาจเจอโฆษณา 5 วินาทีต่อกันหลายตัวแทน
ครีเอเตอร์อาจได้รับรายได้น้อยลง
คำถามคือ กฎหมายนี้จะทำให้โฆษณาน้อยลงจริง หรือแค่เปลี่ยนรูปแบบการรบกวนเท่านั้น
วิเคราะห์ผลกระทบ: ผู้ใช้ได้กำไร แพลตฟอร์มต้องปรับเกม
ในเชิงวิเคราะห์ กฎหมายนี้น่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง
โฆษณาต้อง กระชับ ชัด และดึงดูดภายในไม่กี่วินาที
แบรนด์ต้องคิดครีเอทีฟมากขึ้น แทนการยัดเวลา
แพลตฟอร์มอาจผลักดันโมเดล Subscription หรือ Premium มากขึ้น
สุดท้ายแล้ว คนดูอาจได้ประสบการณ์ที่ดีขึ้น ขณะที่นักการตลาดต้องยกระดับคุณภาพแทนปริมาณ
เวียดนามจะกลายเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นไหม
นี่คือคำถามที่หลายคนจับตา เพราะถ้ากฎหมายนี้ได้ผลจริง
ประเทศอื่นในอาเซียนอาจเริ่มขยับตาม
ประเด็นโฆษณารบกวนอาจถูกหยิบมาพูดในเวทีสากล
แพลตฟอร์มระดับโลกอาจต้องปรับนโยบายแบบ Global
แม้ตอนนี้จะยังเป็นแค่เวียดนาม แต่แรงกระเพื่อมเริ่มชัดเจนแล้ว
สรุป: 5 วินาทีที่เปลี่ยนประสบการณ์ออนไลน์ทั้งประเทศ
กฎจำกัดโฆษณาข้ามไม่ได้ไม่เกิน 5 วินาทีของเวียดนาม อาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่จริง ๆ แล้วคือก้าวสำคัญในการทวงคืนเวลาให้ผู้ใช้งาน
นี่คือการประกาศชัดว่า โลกดิจิทัลไม่ควรถูกขับเคลื่อนด้วยความรำคาญเพียงอย่างเดียว และผู้ชมไม่ควรถูกบังคับให้เสียเวลาชีวิตไปกับโฆษณาที่ไม่ได้เลือก
จากนี้ต้องจับตาว่า
แพลตฟอร์มจะปรับตัวยังไง
โฆษณาจะฉลาดขึ้นหรือถี่ขึ้น
และประเทศไหนจะเป็นรายต่อไปที่กล้าพูดว่า “พอได้แล้วกับโฆษณาข้ามไม่ได้ยาว ๆ”
ชาวเวียดอาจเป็นผู้ชนะรอบนี้ แต่ชาวเน็ตทั้งโลกกำลังลุ้นให้ชัยชนะนี้ลามไปไกลกว่านั้น

