ZestBuy

เจ้าของ RTX 5090 ตรวจสายไฟทุกเดือน สุดท้ายยังเจอปัญหาสายละลาย

โปรไฟล์ Phanuphong.TPhanuphong.T06-10

ปัญหาสายไฟและคอนเนกเตอร์ละลายของการ์ดจอ NVIDIA ดูเหมือนจะยังไม่หายไปง่าย ๆ หลังมีรายงานกรณีใหม่จากผู้ใช้ GeForce RTX 5090 ที่ระบุว่าเขาตรวจสอบคอนเนกเตอร์ไฟของการ์ดจอเป็นประจำทุกเดือน แต่สุดท้ายก็ยังพบปัญหาสายไฟละลายอยู่ดี

กรณีดังกล่าวได้รับความสนใจในชุมชนฮาร์ดแวร์พีซีอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ใช้รายนี้ถือว่าเป็นกลุ่มที่ระมัดระวังเป็นพิเศษ เขาระบุว่าหมั่นตรวจสอบหัวต่อไฟ 12VHPWR หรือ 12V-2x6 อย่างสม่ำเสมอเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับ RTX 4090 และ RTX 5090 มาก่อนหน้านี้ แต่ท้ายที่สุดก็ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ดังกล่าวได้

เหตุการณ์นี้ทำให้ประเด็นเรื่องความน่าเชื่อถือของคอนเนกเตอร์ไฟมาตรฐานใหม่กลับมาเป็นที่ถกเถียงอีกครั้งในหมู่ผู้ใช้การ์ดจอระดับไฮเอนด์

ผู้ใช้ยืนยันว่าดูแลและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ

ตามรายงาน ผู้ใช้รายดังกล่าวใช้งาน RTX 5090 มาเป็นเวลาหลายเดือน พร้อมตรวจสอบสภาพของหัวต่อไฟเป็นประจำทุกเดือนเพื่อดูว่ามีร่องรอยความร้อนผิดปกติหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หลังจากใช้งานไปได้ราวครึ่งปี เขาพบว่าคอนเนกเตอร์เริ่มมีร่องรอยความเสียหายและเกิดการละลาย แม้จะไม่มีการโอเวอร์คล็อกหนักหรือใช้งานผิดวิธีตามที่หลายคนกังวลกันในอดีตก็ตาม

กรณีนี้สร้างความสนใจเป็นพิเศษเพราะแตกต่างจากเหตุการณ์ในช่วงแรกของ RTX 4090 ที่หลายฝ่ายมองว่าสาเหตุหลักอาจมาจากการเสียบสายไม่สุดหรือการงอสายไฟใกล้หัวต่อมากเกินไป แต่ในเคสล่าสุด ผู้ใช้ยืนยันว่าพยายามปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยมาโดยตลอด

ปัญหาที่ยังตามมาจากยุค RTX 4090

ปัญหาสายไฟละลายไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ NVIDIA เพราะเคยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุค GeForce RTX 4090 ซึ่งเป็นการ์ดจอรุ่นแรกที่ใช้คอนเนกเตอร์ 12VHPWR

ต่อมา PCI-SIG ได้ปรับปรุงมาตรฐานดังกล่าวและเปลี่ยนมาใช้หัวต่อ 12V-2x6 ซึ่งออกแบบให้มีระยะสัมผัสของขั้วไฟดีขึ้น รวมถึงช่วยลดโอกาสเกิดการเชื่อมต่อไม่สมบูรณ์

แม้จะมีการปรับปรุงแล้ว แต่รายงานหลายกรณีในช่วงปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าปัญหาการละลายของคอนเนกเตอร์ยังคงเกิดขึ้นกับ RTX 5090 อยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะกับการ์ดที่มีการใช้พลังงานสูงใกล้ระดับ 575 วัตต์ ซึ่งเป็นระดับการใช้พลังงานของการ์ดจอเรือธงรุ่นนี้

นักวิเคราะห์ชี้ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่การเสียบสายอย่างเดียว

ผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์หลายรายเคยตรวจสอบปัญหานี้และพบว่า สาเหตุอาจไม่ได้มาจากการเสียบสายไม่แน่นเพียงอย่างเดียว

การทดสอบบางกรณีพบว่าภายในคอนเนกเตอร์อาจเกิดการกระจายกระแสไฟไม่เท่ากัน ทำให้บางพินต้องรับกระแสไฟมากกว่าที่ออกแบบไว้ ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งสูงจนเกิน 150 องศาเซลเซียสในบางจุด

เมื่อเกิดความร้อนสะสมเป็นเวลานาน พลาสติกบริเวณหัวต่อจึงเริ่มอ่อนตัวและละลายในที่สุด แม้ว่าคอนเนกเตอร์ภายนอกจะดูเหมือนเชื่อมต่ออย่างถูกต้องก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าการ์ดจอระดับเรือธงในปัจจุบันใช้พลังงานใกล้ขีดจำกัดสูงสุดของมาตรฐานคอนเนกเตอร์ดังกล่าว ทำให้มีพื้นที่เผื่อด้านความปลอดภัยน้อยกว่าการ์ดจอในอดีต

ผู้ผลิตเริ่มหาวิธีลดความเสี่ยง

ตลอดช่วงที่ผ่านมา ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์หลายรายเริ่มพัฒนาแนวทางป้องกันเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับปัญหานี้

MSI ได้พัฒนาเพาเวอร์ซัพพลายบางรุ่นที่สามารถตรวจสอบความผิดปกติของสายไฟแบบเรียลไทม์ และลดกำลังไฟของการ์ดจอทันทีหากตรวจพบความเสี่ยง ขณะที่ ASUS เปิดตัวเทคโนโลยีตรวจสอบโหลดไฟและสายเชื่อมต่อเพื่อช่วยลดโอกาสเกิดความร้อนสะสมบริเวณคอนเนกเตอร์

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมจากผู้ผลิตรายอื่นที่สามารถตรวจสอบอุณหภูมิและการกระจายกระแสไฟในสาย 12V-2x6 ได้แบบต่อเนื่อง เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้ก่อนเกิดความเสียหายจริง

ปัญหาที่ยังไม่จบสำหรับการ์ดจอระดับเรือธง

แม้จำนวนผู้ได้รับผลกระทบจะยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับจำนวน RTX 5090 ที่ถูกจำหน่ายทั่วโลก แต่การเกิดเหตุซ้ำหลายครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้ประเด็นนี้ยังคงถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง

กรณีล่าสุดยิ่งทำให้เกิดคำถามว่า การตรวจสอบสายไฟอย่างสม่ำเสมอเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการป้องกันปัญหา หากต้นเหตุส่วนหนึ่งมาจากการออกแบบและการกระจายโหลดภายในคอนเนกเตอร์เอง

จนถึงตอนนี้ NVIDIA ยังไม่ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกี่ยวกับมาตรฐานคอนเนกเตอร์ที่ใช้กับ RTX 5090 ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากยังคงเลือกใช้งานตามปกติ แต่ก็เฝ้าติดตามรายงานเหตุการณ์ใหม่ ๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ใช้การ์ดจอระดับเรือธงซึ่งมีการใช้พลังงานสูงตลอดเวลา

ที่มา wccftech

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น