รับแอปรับแอป

โอเวอร์คล็อกหนักเกินไป MSI RTX 5090 Lightning Z พังกลางทาง หลังดันไฟทะลุขีดจำกัด

Phanuphong.T02-18

การโอเวอร์คล็อก (Overclock) การ์ดจอเพื่อทำลายสถิติโลกไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการฮาร์ดแวร์ แต่ครั้งล่าสุดนี้เรียกได้ว่า “ไปสุดจริง ๆ” เมื่อ MSI RTX 5090 Lightning Z ถูกดันพลังเกินขีดจำกัดจน GPU Core แตกร้าวและพังถาวร

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการทดสอบของนักโอเวอร์คล็อกชื่อ Alva Jonathan ที่พยายามรีดประสิทธิภาพการ์ดจอระดับเรือธงตัวนี้ให้ทะลุทุกสถิติ และแม้จะทำคะแนนสูงสุดบน Geekbench 5 Compute ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายการ์ดจอราคาประมาณ 5,000 ดอลลาร์ก็ต้องจบชีวิตลง

เกิดอะไรขึ้นบ้าง และมันสอนอะไรกับสายฮาร์ดแวร์บ้าง ไปไล่ดูทีละประเด็น


MSI RTX 5090 Lightning Z คือการ์ดจอระดับทำลายสถิติ

MSI RTX 5090 32G Lightning Z ไม่ใช่การ์ดจอธรรมดา แต่ถูกออกแบบมาเพื่อสายเอ็กซ์ตรีมโดยเฉพาะ

จุดเด่นคือ

  • เป็น RTX 5090 รุ่นแรงที่สุดของ MSI

  • ออกแบบมาสำหรับนักโอเวอร์คล็อก

  • รองรับโปรไฟล์พลังงานสูงถึง 800W และ 1000W จากโรงงาน

และยังมี 2500W XOC BIOS สำหรับสายฮาร์ดคอร์ ที่ยอมรับความเสี่ยงเองทั้งหมด

คำว่า XOC ย่อมาจาก Extreme Overclocking ซึ่งเป็น BIOS พิเศษที่ปลดล็อกข้อจำกัดพลังงาน เพื่อให้ดันสัญญาณนาฬิกา (Clock Speed) ได้สูงสุดเท่าที่ฮาร์ดแวร์จะรับไหว


ดันไฟ 1.12V ที่เกือบ 1,000W พร้อมไนโตรเจนเหลว

Alva ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยไนโตรเจนเหลว (Liquid Nitrogen หรือ LN2) เพื่อกดอุณหภูมิให้ต่ำมาก ๆ

ที่ระดับพลังงานเกือบ 1 กิโลวัตต์ (1KW) และแรงดันไฟ 1.12V
การ์ดสามารถทำความเร็วได้ถึง 3.42 GHz

ตัวเลขนี้สูงกว่าค่า Boost Clock ปกติของรุ่นอ้างอิงเกือบ 1 GHz ซึ่งถือว่าสูงมากในโลกของ GPU

แม้ใช้พลังงานมหาศาล แต่ด้วย LN2 อุณหภูมิยังคุมไว้ต่ำกว่า 10°C ได้

อย่างไรก็ตาม

  • ถ้าอุณหภูมิสูงเกิน 20°C จะรักษาความเร็วเกิน 3.5 GHz ไม่ได้

  • ถ้าต่ำกว่า 0°C มากเกินไป ก็รักษาคล็อกสูง ๆ ได้ยากเช่นกัน

แสดงให้เห็นว่าการโอเวอร์คล็อกระดับนี้ต้องบาลานซ์ทั้งไฟและอุณหภูมิอย่างละเอียด


ทำลายสถิติ Geekbench 5 Compute ก่อนพัง

ก่อนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด การ์ดใบนี้ทำผลงานระดับโลกได้จริง

  • ทำความเร็ว 3.5 GHz

  • ทำคะแนน Geekbench 5 Compute ได้ถึง 683,433 คะแนน

  • กลายเป็นสถิติสูงสุดบน HWBot ในขณะนั้น

เรียกได้ว่า ภารกิจทำลายสถิติสำเร็จไปแล้วบางส่วน


จุดแตกหัก: 2500W XOC BIOS ดันไฟเกือบ 1.2V

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อมีการทดลองใช้ 2500W XOC BIOS เวอร์ชันแรก

BIOS ตัวนี้ปลดล็อกข้อจำกัดพลังงานเกือบทั้งหมด และดันแรงดันไฟไปแตะเกือบ 1.2V

ผลลัพธ์คือ
GPU Core แตกร้าวทางกายภาพ

ความเสียหายระดับนี้ไม่ใช่แค่บูตไม่ติด แต่คือความเสียหายจริงกับตัวชิปซิลิคอน

การ์ดจอราคาหลักแสนบาทจบชีวิตลงทันที


ประกันไม่คุ้มครอง เพราะปลดล็อก XOC

ต้องเข้าใจว่า การใช้ 2500W XOC BIOS เท่ากับยอมรับความเสี่ยงเอง

  • การปลดล็อก BIOS นี้ทำให้ประกันสิ้นสุดทันที

  • ความเสียหายแบบนี้ไม่มีการเคลม

นั่นหมายความว่า GPU มูลค่า 5,000 ดอลลาร์ กลายเป็นของเสียโดยสมบูรณ์


เตือนผู้ใช้ทั่วไป อย่าแฟลช BIOS โหดกับการ์ดธรรมดา

ที่น่ากังวลคือ มีรายงานว่า BIOS 2500W XOC หลุดออกมาสู่สาธารณะแล้ว

หากมีใครนำ BIOS นี้ไปแฟลชใส่ RTX 5090 รุ่นปกติ ที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับพลังงานระดับ 800–1000W ขึ้นไป

ผลลัพธ์อาจร้ายแรงกว่านี้

RTX 5090 รุ่นมาตรฐานถูกออกแบบให้ใช้พลังงานราว 600W
การบังคับให้กินไฟระดับ 1000W–2500W อาจทำให้ชิปเสียหายทันที


ทำไมไฟสูงถึงทำให้ GPU แตกได้?

GPU Core ทำจากซิลิคอน เมื่อจ่ายแรงดันไฟสูงเกินขีดจำกัด

จะเกิด

  • ความร้อนเฉพาะจุด

  • ความเครียดทางไฟฟ้า (Electrical Stress)

  • การเสื่อมสภาพของทรานซิสเตอร์

เมื่อถึงจุดหนึ่ง โครงสร้างภายในชิปอาจเสียหายถาวร หรือแตกร้าวจริง

แม้จะใช้ไนโตรเจนเหลวช่วยเรื่องอุณหภูมิ แต่แรงดันไฟที่สูงเกินไปก็ยังเป็นความเสี่ยงโดยตรง


บทเรียนจาก RTX 5090 Lightning Z ที่พัง

เหตุการณ์นี้สะท้อนหลายเรื่อง

  1. การ์ดจอระดับเอ็กซ์ตรีมไม่ได้แปลว่า “พังไม่ได้”

  2. BIOS สำหรับสายทำลายสถิติไม่เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป

  3. การโอเวอร์คล็อกระดับโลกคือการเล่นกับขีดจำกัดจริง ๆ

แม้ MSI RTX 5090 Lightning Z จะถูกออกแบบมาสำหรับโอเวอร์คล็อก แต่เมื่อดันไปสุดขอบจริง ๆ ก็ยังมีจุดที่ฮาร์ดแวร์รับไม่ไหว


สรุปเหตุการณ์ RTX 5090 Lightning Z แตกจากโอเวอร์คล็อก

  • ใช้ไนโตรเจนเหลวและดันไฟเกือบ 1.2V

  • ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 3.6 GHz ในบางเบนช์มาร์ก

  • ทำลายสถิติ Geekbench 5 Compute ที่ 683,433 คะแนน

  • พังถาวรหลังใช้ 2500W XOC BIOS

  • ไม่อยู่ในเงื่อนไขการรับประกัน

นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของโลก Extreme Overclocking ที่คำว่า “ทำลายสถิติ” บางครั้งหมายถึง “ทำลายฮาร์ดแวร์” ไปพร้อมกันด้วย

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป การโอเวอร์คล็อกเล็กน้อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพยังพอทำได้อย่างปลอดภัย แต่การไล่ล่าตัวเลขระดับโลกนั้น ต้องยอมรับความเสี่ยงแบบเต็มร้อย