เปิดม่านงาน FlowAccount Partner Connect 2025
ค่ำคืนของ FlowAccount Partner Connect 2025 ปีนี้ไม่ได้มีแค่สาระด้านบัญชีและเทคโนโลยี แต่ยังเต็มไปด้วยบรรยากาศปาร์ตี้เล็ก ๆ สุดอบอุ่น ที่เปิดพื้นที่ให้ นักบัญชีพาร์ตเนอร์ได้มา Networking แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดคอนเนคชันใหม่ ๆ กันแบบเป็นกันเอง
ตลอดทั้งงานมีทั้งคอนเทนต์ด้าน AI, Automation, กลยุทธ์เติบโตของสำนักงานบัญชี ไปจนถึงทอล์กสร้างแรงบันดาลใจ ที่ช่วยให้ทุกคนได้ทั้งอัปสกิล มองภาพอนาคต และกลับไปพร้อมมุมมองใหม่ต่อการทำงานในยุค AI
งานครั้งนี้จัดขึ้นในธีม Empower, Engage, Enjoy ชวนพาร์ตเนอร์คนสำคัญมาร่วมส่งต่อพลังดี ๆ เติมความรู้ และแบ่งปันความสุขร่วมกันอีกหนึ่งปี
Vision เปิดงาน: นักบัญชีคือ Hero ของผู้ประกอบการไทย
“นักบัญชีคือ Hero ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ประกอบการไทย” คือใจความสำคัญของการกล่าวเปิดงาน ที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ FlowAccount ในการ ช่วยให้ธุรกิจ SME เติบโตด้วยเทคโนโลยีและความรู้ (technology & education)
ภายในปีนี้ FlowAccount ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรมบัญชี เพื่อให้
ผู้ประกอบการทำงานได้เร็วและแม่นยำขึ้น
นักบัญชีใช้ศักยภาพได้เต็มที่ ไม่ต้องจมอยู่กับงานซ้ำ ๆ
พร้อมกันนี้ยังสื่อสารองค์ความรู้ผ่านบทความและคอนเทนต์ความรู้ต่าง ๆ เพื่อเป็นเหมือนการ ติดอาวุธทางความรู้ให้กับนักบัญชีพาร์ตเนอร์ทั่วประเทศ และช่วยยกระดับภาคธุรกิจ SME ไทยให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
Session 1: พลิกงานซ้ำ ๆ ให้กลายเป็นระบบด้วย AI และ Automation
Session แรกพาเข้าสู่โลกของ AI, Automation และ No Code/Low Code ผ่านเคสจริงจากธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่ร้านชาบูจนถึงโรงเรียนสอนดนตรี โดยมีใจความสำคัญคือ
คุณไม่จำเป็นต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ ก็สามารถใช้ AI และ Automation มาช่วยลดงานหลังบ้านได้
เริ่มจาก Pain Point จริง แล้วค่อยออกแบบเครื่องมือที่ตอบโจทย์
เคสธุรกิจที่ถูกเปลี่ยนด้วย AI
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ถูกเล่าภายในงาน เช่น
ร้านชาบูที่เคยนับสต็อกเนื้อเป็นก้อน ๆ ยากและใช้เวลามาก
โรงเรียนสอนดนตรีที่ต้องนับชั่วโมงเรียนของนักเรียนด้วยมือบน Google Sheets
จาก Pain Point เหล่านี้ จึงถูกแก้ด้วยการสร้าง Web Application แบบ No/Low Code เช่น
ระบบสแกน QR Code เพื่อชั่งน้ำหนักและตัดสต็อกเนื้ออัตโนมัติ ใช้เวลาพัฒนาประมาณ 1 สัปดาห์
ระบบเช็คชื่อและนับชั่วโมงเรียนอัตโนมัติ เชื่อมกับ Google Sheets ลดงาน Manual ใช้เวลาเพียงราว 1 เดือนในการพัฒนา
Workshop: ลองจับ AI Workflow แบบลงมือจริง
ภายในห้องยังมี Workshop สาธิตวิธีสร้าง AI Workflow Automation โดยใช้เครื่องมืออย่าง MAKE และ Google Apps Script ให้เห็นภาพการใช้งานจริงผ่านตัวอย่างระบบต่าง ๆ เช่น
ระบบ HR Chatbot ตอบคำถามกฎระเบียบพนักงานผ่าน LINE ลดงานตอบซ้ำของ HR
ระบบเช็คอินลูกค้าผ่าน LINE ดึงข้อมูลเข้า Google Sheets แล้วให้ AI ช่วยสรุปและส่งต่อเข้า Dashboard
ระบบดึงไฟล์แนบจากอีเมล เก็บเข้า Google Drive และบันทึกยอดเงินลง Google Sheets พร้อมแจ้งเตือนผ่าน LINE แบบอัตโนมัติ
ระบบ Smart Feedback รับฟังความคิดเห็นลูกค้าและวิเคราะห์ Sentiment โดยอัตโนมัติ
หนึ่งในไฮไลต์คือการสาธิตการสร้างระบบ Automation ที่ช่วย ดึงข้อมูลสรุปยอดเงินจากอีเมลเข้า Google Sheets แบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ใกล้งานบัญชีมาก ๆ และต่อยอดใช้กับงานของนักบัญชีได้ทันที
Key Takeaway:
แนะนำให้รู้จักเครื่องมือ “Lovable” สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานด้าน AI/Automation ก็ยังสามารถสร้าง Dashboard จาก Google Sheets หรือ Landing Page ได้ในเวลาไม่นาน
Google Apps Script คืออีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญสำหรับสร้างระบบ Automation และ Web Application
ถึงแม้จะต้องมีโค้ดบ้าง แต่ในยุคนี้เราสามารถ ใช้ Prompt ให้ Gemini ช่วยเขียนโค้ด แล้วนำมาปรับใช้ต่อได้ ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์
Session 2: Reflect & Reset – ทบทวนปีเก่า วางเป้าปีใหม่
Session นี้ชวนสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์มาทำ Workshop แบบสั้นแต่เข้มข้น ภายใต้คำถามหลักว่า “ทำไมเราต้อง Reflect & Reset?”
ก่อนจะเริ่มปีใหม่ การหยุดมองย้อนกลับช่วยให้เราเห็นทั้ง
จุดแข็งที่ควรรักษา
จุดที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้ธุรกิจเดินไปข้างหน้าได้ชัดเจนขึ้น
เป้าหมายของ Workshop นี้ คืออยากให้ทุกคนเดินออกจากห้องไปพร้อมคำตอบในใจตัวเองว่า “ปี 2026 เราอยากพาธุรกิจของเราไปทางไหน”
Workshop 40 นาทีที่แบ่งเป็น 3 ช่วงสำคัญ
Reflect 2025: ทบทวนว่าปีที่ผ่านมา เราทำอะไรได้ดี อะไรยังเป็น Pain Point
Intention 2026: เปลี่ยนบทเรียนปีเก่าให้กลายเป็นเป้าหมายหลักของปีหน้า ว่าจะโฟกัสเรื่องไหนเป็นพิเศษ
Wrap-up: แชร์มุมมอง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และต่อยอดการคุยเรื่องการทำธุรกิจร่วมกัน
Key Takeaway:
การสะท้อนวันนี้ ไม่ใช่แค่การสรุปจบปีเก่า แต่คือจุดเริ่มต้นของปีใหม่ สิ่งเล็ก ๆ ที่เราเห็นในวันนี้ อาจกลายเป็นก้าวใหญ่ของธุรกิจในปีหน้า และไม่ว่าเป้าหมายปี 2026 จะเป็นแบบไหน FlowAccount พร้อมเดินไปกับพาร์ตเนอร์ทุกคน
Session 3: Partner Journey Recap & 2026 Vision
ปี 2025 FlowAccount ไม่ได้โฟกัสแค่พัฒนาโปรแกรมบัญชี แต่ตั้งเป้าใหญ่ในการ สร้าง Community นักบัญชีที่แข็งแกร่ง
ปัจจุบันมีสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์มากกว่า 5,500 แห่ง ครอบคลุมครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ
ทีมงานลงพื้นที่จริงแล้วมากกว่า 30 จังหวัด และพูดคุยกับสำนักงานบัญชีทั่วไทยกว่า 100 แห่ง เพื่อเก็บ Insight จริงไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ
กลยุทธ์ปี 2026: 4 แกนหลักเพื่อพาร์ตเนอร์
FlowAccount วางแผนยกระดับสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์ผ่าน 4 เสาหลัก คือ
Access
Support
Connect
Community
1. Access
เปิดให้พาร์ตเนอร์ใช้งานโปรแกรมและระบบเรียนรู้ออนไลน์ได้ฟรีในหลายส่วน
ทดลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร เพื่อเตรียมทีมและปรับกระบวนการทำงานได้ทัน
2. Support
เตรียมทีมงานคอยช่วยเหลือ ดูแล และตอบคำถามให้พาร์ตเนอร์ตลอด
ขยายการจัดอบรม ทั้งระดับ Fundamental และ Master ทั่วประเทศ พร้อมใบ Certificate
ลูกค้าใหม่ของพาร์ตเนอร์สามารถทดลองใช้งานได้ฟรี สูงสุด 90 วัน
3. Connect
เปิดตัว Partner Center สำหรับบริหารสิทธิ์และเครดิตลูกค้าได้เอง ไม่ต้องรอแจ้งทีมงาน
ฟีเจอร์ User Connect ที่ช่วยส่งต่อลูกค้าให้สำนักงานบัญชี และช่วยสอนการใช้งานในช่วงเริ่มต้น
4. Community
เดินสาย Roadshow พบปะพาร์ตเนอร์ในทุกภูมิภาค
รับฟังปัญหาการใช้งานจริง เก็บฟีดแบ็กกลับไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Advantage Partner: โมเดลพาร์ตเนอร์แบบใหม่
ในปี 2026 มีการเปิดตัวรูปแบบพาร์ตเนอร์ใหม่ชื่อ Advantage Partner ที่ออกแบบมาให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น
ลูกค้าชำระเงินตรงกับ FlowAccount
FlowAccount เป็นผู้ออกใบกำกับภาษีให้
พาร์ตเนอร์ได้รับผลตอบแทนในรูปแบบ Cashback แบบไต่ระดับตาม Tier จากจำนวนลูกค้าที่ใช้งานจริง
ระดับ Cashback แบ่งเป็น 4 Tier:
Silver: ลูกค้าที่ใช้งานจริง 5 บริษัท รับ Cashback 10%
Gold: 10 บริษัท รับ 20%
Platinum: 20 บริษัท รับ 30%
Diamond: 40 บริษัท รับ Cashback สูงสุดถึง 35%
Session 4: Feature Showcase – อัปเดตเครื่องมือใหม่เพื่อสำนักงานบัญชียุคใหม่
หัวใจหลักของการพัฒนาโปรแกรมบัญชี FlowAccount คือ
“ลดเวลาทำงาน”
และช่วยให้สำนักงานบัญชี “รับลูกค้าได้หลากหลายขึ้น”
จึงเกิดเป็นฟีเจอร์ใหม่และฟีเจอร์ที่อัปเกรดเพิ่มเติมหลายส่วน โดยมีไฮไลต์สำคัญดังนี้
1. Bank Reconciliation และจัดการการเงินแบบง่ายขึ้น
ฟีเจอร์ด้านการเงินที่หลายคนรอคอย ถูกออกแบบมาเพื่อให้การตรวจสอบบัญชีเร็วและแม่นขึ้น เช่น
Bank Reconciliation: ดึง Statement จากธนาคาร (เช่น SCB, KBANK) มากระทบยอดกับเอกสารในระบบได้สะดวก
Multi Vendor Pay: เตรียมจ่ายหลาย Vendor พร้อมกัน และส่งข้อมูลจ่ายตรงไปยังธนาคารกสิกรไทย หรือไทยพาณิชย์ได้โดยตรง
2. ใช้ AI บน AutoKey เพื่อลดงานคีย์ข้อมูล
FlowAccount ยกระดับการใช้ AI เพื่อให้การอัปโหลดและบันทึกเอกสารเร็วขึ้น เช่น
เพิ่มความแม่นยำในการอ่านบิล ชื่อธุรกิจ ที่อยู่ และแยกรายการค่าใช้จ่าย
ให้ AI ช่วยแนะนำหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายให้อัตโนมัติ
แนบใบกำกับภาษีและบันทึกข้อมูลพร้อมทำภาษีรายเดือนได้ทันที
ภายในงานมีการโชว์เคสให้เห็น การใช้งาน AutoKey จริง พร้อมระบบบันทึกข้อมูลเอกสารเวอร์ชันใหม่ ที่พร้อมให้สำนักงานบัญชีใช้งานแล้ว
3. รองรับธุรกิจที่ซับซ้อนมากขึ้น
เพื่อให้สำนักงานบัญชี รับงานจากธุรกิจที่หลากหลาย ได้มั่นใจขึ้น FlowAccount เพิ่มความสามารถในด้าน
Stock Management: รองรับสินค้าจัดชุด (BOM), ใบเบิกวัตถุดิบ, ใบบันทึกการผลิต และการปิดต้นทุนแบบ Periodic
เชื่อมต่อข้อมูลยอดขายหน้าร้านจาก FoodStory และ Wongnai POS พร้อมรองรับ E-Tax Invoice/E-Receipt ตอบโจทย์ร้านอาหาร คาเฟ่ และเครื่องดื่ม
รองรับการออกบิลแบบ Customizable Layout ปรับรูปแบบบิล ใส่รูปหน้างาน ปรับขนาดฟอนต์ เลือกแสดง/ซ่อนรหัสสินค้า และ Template เฉพาะสำหรับธุรกิจรับเหมา
4. ฟีเจอร์ใหม่ที่กำลังจะตามมา (Upcoming Feature)
มีการเล่าถึงฟีเจอร์ที่กำลังจะปล่อยให้ใช้งานในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งโฟกัสทั้งเรื่องประสบการณ์ใช้งานและการอัปเดตกฎหมาย เช่น
ระบบ Payroll แบบใหม่:
รองรับรายงาน กท.20 (กองทุนเงินทดแทน)
คำนวณประกันสังคมอัตราใหม่ให้สอดคล้องตามกฎหมาย
ปรับโฉมสลิปเงินเดือนใหม่
ระบบคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือน (V.2) ที่ละเอียดขึ้น
เพิ่มฟีเจอร์จัดการ “วันลา” ของพนักงานในที่เดียว
ระบบนำเข้ายอดขาย V2:
นำเข้า Cash Invoice หลายรายการในครั้งเดียว
อัปเดตสถานะเป็นเก็บเงินแล้ว และลงบัญชีในเอกสารรับเงิน (1 RV) แบบอัตโนมัติ
ระบบคีย์ลัด (Shortcut):
รองรับ Shortcuts ทั้งบน Mac และ Windows ช่วยเพิ่มความเร็วการทำงานให้กับนักบัญชี
บัญชีธนาคารและช่องทางการเงิน:
เห็นยอดคงเหลือทุกบัญชีธนาคารในหน้าเดียว
กระทบยอดได้โดยไม่ต้องดึง Statement มาเทียบเอง
ระบบช่วยจับคู่อย่างอัตโนมัติ ระหว่างยอดใน Bank Statement กับเอกสารใน FlowAccount
รูปแบบบิลสำหรับธุรกิจเฉพาะทาง:
แสดงรูปบนหน้าเอกสารและปรับขนาดได้
ปรับขนาดและเลือกฟอนต์ได้เอง
เลือกแสดงหรือไม่แสดงรหัส SKU
เพิ่มรูปแบบบิลเฉพาะธุรกิจ เช่น ร้านอาหาร ก่อสร้าง ฯลฯ
Partner Center:
เป็นเครื่องมือบริหารจัดการภายในสำนักงานบัญชีโดยตรง
กำหนดสิทธิ์พนักงานแต่ละคนในการเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้ละเอียดขึ้น
จัดการการตัดเครดิต เช็กแพ็กเกจ และต่ออายุบริการลูกค้าได้ในที่เดียว
FlowAccount Partner Awards 2025: ขอบคุณพาร์ตเนอร์ที่เติบโตไปด้วยกัน
ปีนี้ยังคงเป็นอีกปีที่ FlowAccount ตั้งใจ ส่งมอบคำขอบคุณผ่านรางวัลหลากหลายสาขา ให้กับสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์ที่ร่วมเดินทางและสร้างคอมมูนิตี้ไปด้วยกันมากถึง 13 รางวัล
Influencer of the Year Award
Influencer of the Year: Social Media – บริษัท อัลเทอร์เนแท็กส์ จำกัด
Influencer of the Year: Referral – MAC Thailand by Jomsarankorn
Influencer of the Year: Education – บริษัท แองเจลล์ เวลท์ แอดไวเซอร์ จำกัด
Best Firm Award – ตัวแทนสำนักงานบัญชีจากทุกภูมิภาค
Best Firm: Central Thailand – บริษัท เวย์ แอคเคาน์ติ้ง จำกัด
Best Firm: Northern Thailand – บริษัท นักบัญชีและที่ปรึกษา (เชียงใหม่) จำกัด
Best Firm: Southern Thailand – บริษัท ซอย 3 แอคเค้าท์ติ้ง จำกัด
Best Firm: Eastern Thailand – บริษัท ยู แคน คอนซัลท์ จำกัด
Best Firm: Northeastern Thailand – บริษัท แอคพีเดีย จำกัด
FlowAccount Award – รางวัลพิเศษเพื่อสายดิจิทัลและการเติบโต
Best Matching Award – บริษัท ทีเจเอ็น แอคเคาน์ติง จำกัด
Best Newcomer Award – บริษัท ทู พี เอ็น แอคเคาน์ติ้ง จำกัด
Growth Partner of the Year – บริษัท บนกองเงินกองทอง แอ็คเคาท์ติ้ง จำกัด
Top Digital Transformation Award – บริษัท สยาม อินเตอร์ แอ็คเค้าติ้ง จำกัด
Best Digital Accounting Firm – บริษัท อริช สอบบัญชี จำกัด
Session 5: Special Talk – ค้นหา Ikigai และความหมายของงานที่เราทำ
ช่วงปิดท้ายของงานเป็น Special Talk ว่าด้วยเรื่อง Ikigai และความหมายของการทำงาน จาก “นิ้วกลม” – นักเล่าเรื่องและนักเขียนมากผลงาน ที่หลายคนคุ้นเคยจากหนังสือกว่า 60 เล่มและคอนเทนต์ที่ชวนตั้งคำถามกับชีวิตอย่างอ่อนโยน
ในวันนี้ นิ้วกลมชวนมอง Ikigai แบบไม่ต้องสวยหรู ไม่ต้องฝืนสร้าง Passion แต่ให้เริ่มจากชีวิตจริงตรงหน้า ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความกดดันจากงานและบทบาทต่าง ๆ
พลังในการทำงานไม่ได้มาจากเงินหรือหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่มาจากสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันที่ทำให้เรา “อยากลุกขึ้นมาในทุกเช้า” และทำให้งานธรรมดา ๆ มีความหมายขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
1. เห็นคุณค่า
การเห็นคุณค่าในงานเริ่มจากคำถามว่า
สิ่งที่เราทำ “ช่วยใคร” ได้บ้าง?
งานของเราส่งผลดีอะไรต่อโลกหรือคนรอบข้าง?
เมื่อเปลี่ยนจากโหมด “ฉันต้องทำเพราะจำเป็น” มาเป็นมุมมองแบบ Outward Mindset ว่า “สิ่งที่ฉันทำช่วยใครได้บ้าง” เราจะเริ่มรู้สึกภูมิใจในงาน แม้มันจะเป็นงานเล็ก ๆ หรืองานที่ไม่มีใครมองเห็น เพราะความสุขจากการทำงาน ไม่ได้มาจากสิ่งตอบแทนเสมอไป แต่มาจาก คุณค่าที่เราตั้งใจลงมือสร้างเอง
2. ยอมรับ
การยอมรับไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการยอมรับความจริงที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น
ข้อจำกัดของตัวเอง
ความเหนื่อย ความไม่เก่ง
เส้นทางชีวิตที่ไม่เหมือนใคร
เมื่อรับได้ว่าเราเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องดีทุกด้าน เราจะเบาใจขึ้น และมองเส้นทางตัวเองได้ชัดในกรอบความเป็นจริง
หัวใจคือ การตั้งเป้าหมายที่มีความหมายกับตัวเอง ไม่ใช่เพื่อแข่งขันกับใคร เพราะความเหนื่อยกายเป็นเรื่องปกติ แต่ความเหนื่อยใจมักมาจากการไม่รู้ว่า “ทำไปทำไม” หากเป้าหมายชัด แม้เส้นทางจะยาวเหมือนวิ่งมาราธอน เราก็ยังเดินต่อไปได้
3. งอกงาม
การงอกงามคือการออกแบบเส้นทางชีวิตด้วยตัวเอง แทนการวิ่งตามเทรนด์หรือความคาดหวังของคนอื่น
เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ เช่น
มองหาสิ่งที่สนใจจริง ๆ
ลองลงมือทำดู
ขอ Feedback จากคนรอบตัว
สิ่งที่ทำแล้วมีความสุข แม้ไม่มีผลตอบแทน ก็อาจเป็นสัญญาณของ “ตัวตนจริง” ที่เราตามหาอยู่ การเติบโตไม่จำเป็นต้องเริ่มจากก้าวใหญ่ แต่อาจเป็นแค่
เขียนบันทึกสัปดาห์ละไม่กี่นาที
เรียนเรื่องใหม่เดือนละหนึ่งหัวข้อ
ทำโปรเจกต์เล็ก ๆ ภายใน 60 วัน
ท่ามกลางเสียงรบกวนมากมาย การกลับมาฟังเสียงในใจ และลงมือทำอะไรเล็ก ๆ ที่เติมพลังให้ตัวเอง คือกุญแจสำคัญของการเติบโตในแบบของเรา
Tips: ค่อย ๆ โตในแบบของตัวเอง
ไอเดียการเริ่มต้นแบบง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ เช่น
มองหาสิ่งที่สนใจเป็นพิเศษ
เขียนบันทึกอะไรก็ได้ สัปดาห์ละ 10 นาที
ตั้งเป้าเรียนรู้เรื่องใหม่ 1 เรื่องใน 30 วัน
สร้าง Micro Project 60 วัน เช่น งดชาเย็นหวานจัด 100% แล้วเปลี่ยนมากินหวานน้อยลง
Key Takeaway:
ลองถามตัวเองว่า “อะไรที่อยากทำจนอยากตื่นขึ้นมาในตอนเช้า” ไม่ว่าคำตอบจะเล็กหรือง่ายแค่ไหน แต่อยากให้เห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำอยู่เสมอ ถ้าเรายอมรับตัวเอง เห็นคุณค่าในงานที่ทำ ความสุขในการทำงานจะไม่ได้มาจากรางวัลหรือผลตอบแทนภายนอกอย่างเดียว แต่จะมาจาก ความภูมิใจในคุณค่าที่เราสร้างขึ้นเองกับมือ
ปิดท้ายค่ำคืน: ดนตรี ความสนุก และ Networking แบบเป็นกันเอง
ช่วงค่ำของงานถูกเติมเต็มด้วยการแสดงสุดพิเศษจากทีม Accounting Firm Partnerships ที่เตรียมเซอร์ไพรส์ให้พาร์ตเนอร์โดยเฉพาะ พร้อมกิจกรรมสนุก ๆ อย่างสอยดาวลุ้นของรางวัลกว่า 200 ชิ้น
นอกจากเวทีเนื้อหาหนักแน่นแล้ว ยังมี มุม Networking สำหรับพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน และต่อสายสัมพันธ์ใหม่ ๆ ในบรรยากาศที่เป็นกันเองสุด ๆ
สรุป: งานเดียวครบทั้งความรู้ เทคโนโลยี และแรงบันดาลใจ
งาน FlowAccount Partner Connect 2025 คือการรวมทุกมิติที่สำนักงานบัญชียุคใหม่ต้องการไว้ในที่เดียว
อัปสกิลด้าน AI และ Automation เพื่อลดงานซ้ำและเพิ่มประสิทธิภาพ
Workshop ทบทวนปีที่ผ่านมาและตั้งเป้าธุรกิจปีใหม่อย่างมีทิศทาง
อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ของ FlowAccount ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกิจที่ซับซ้อนมากขึ้น
ทอล์กด้านชีวิตและความหมายของการทำงาน ที่ช่วยเติม “พลังใจ” ควบคู่ไปกับ “พลังเครื่องมือ”
สำหรับสำนักงานบัญชีที่อยากต่อยอดโอกาสและเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ การเป็น Partner กับ FlowAccount ไม่ได้หมายถึงแค่การใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์เท่านั้น แต่คือการเข้ามาอยู่ใน คอมมูนิตี้ของสำนักงานบัญชีที่อยากเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
เข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุดที่ช่วยลดงานหลังบ้าน
มีเวลามากขึ้นในการโฟกัสงานที่สร้างคุณค่าให้ลูกค้า
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ไอเดีย และแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริงกับพาร์ตเนอร์คนอื่น ๆ
ท้ายที่สุด ไม่ว่าธุรกิจจะโตด้วย AI, Automation หรือฟีเจอร์ใหม่แค่ไหน หัวใจของงานบัญชียังคงเป็นคนทำงานที่มองเห็นคุณค่าทั้งในตัวเอง ลูกค้า และชุมชนธุรกิจรอบตัว — และนี่คือสิ่งที่ FlowAccount ตั้งใจ Empower ให้เกิดขึ้นกับพาร์ตเนอร์ทุกคนในทุกปีข้างหน้า

