ฝันอยากรวยจากสาย Tech? จุดเริ่มต้นอาจง่ายกว่าที่คิด
อเล็กซานเดอร์ หวัง (Alexandr Wang) ผู้ร่วมก่อตั้ง Scale AI มหาเศรษฐีพันล้านวัยแค่ 28 ปี ออกมาแชร์มุมมองแบบไม่มีกั๊กกับวัยรุ่นที่อยากมีรายได้ดีและโตในวงการเทคโนโลยีว่า ทางลัดสำคัญในยุคนี้ คือเอาเวลาไปโฟกัสที่การเขียนโค้ดด้วย AI ให้เยอะที่สุด
เขายอมรับแบบตรง ๆ ว่า การใช้ AI เขียนโค้ด เปลี่ยนมุมมองและวิธีคิดของเขาไปแบบสุดขั้ว จนยากจะอธิบายครบในไม่กี่คำ
Vibe Coding คืออะไร ทำไมถึงเปลี่ยนเกมได้ขนาดนั้น
สิ่งที่เขาพูดถึงคือการเขียนโค้ดด้วย AI ที่เรียกว่า Vibe Coding
แนวคิดคือ ใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยสร้างซอฟต์แวร์ตั้งแต่ต้น เพียงแค่เราอธิบายหรือพิมพ์คำสั่งง่าย ๆ แทนการลงมือเขียนโค้ดยาว ๆ ด้วยตัวเองทุกบรรทัด
ปัจจุบันมีเครื่องมืออย่าง
Replit
Cursor
ที่ช่วยให้คนทั่วไปสามารถ
เขียนโค้ดได้โดยไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์มืออาชีพ
สร้างแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ขึ้นมาได้จริง
ไม่จำเป็นต้องเรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เหมือนยุคก่อน
พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่ต้องเก่งโค้ดก่อนถึงจะสร้างของได้ ตอนนี้แค่เก่งใช้ AI ก็เริ่มสร้างของจริงได้แล้ว
“หากวัยรุ่นใช้เวลา 10,000 ชั่วโมงไปกับการทำความคุ้นเคยและเล่นกับเครื่องมือเขียนโค้ด AI นั่นจะเป็นข้อได้เปรียบมหาศาล”
รุ่นก่อนออกจากบ้านไปเขียนโค้ด รุ่นนี้แค่เปิดหน้า AI ให้เป็น
อเล็กซานเดอร์ หวัง ย้อนเล่าถึงยุคของ ‘บิล เกตส์’ (Bill Gates) ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft ที่ใช้ช่วงวัยรุ่นแอบออกจากบ้านตอนกลางคืน เพื่อไปนั่งหน้าคอมหลายชั่วโมง ฝึกเขียนซอฟต์แวร์อย่างจริงจังต่อเนื่อง
เขาเชื่อว่า วัยรุ่นยุคนี้ก็ควรเดินตามสปิริตแบบเดียวกัน แตกต่างกันตรงที่วันนี้เราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ด้วยตัวเอง เพราะมี AI เป็นตัวคูณพลังให้แล้ว
“ถ้าคุณอายุ 13 ปี ควรใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเขียนโค้ด และนี่แหละคือสิ่งที่คุณควรทำในชีวิต”
สารที่ซ่อนอยู่คือ ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งลองเร็ว ยิ่งเล่นกับ AI บ่อยเท่าไร โอกาสก็นำหน้าคนอื่นมากเท่านั้น
จากสตาร์ตอัปสู่มหาเศรษฐี: พลังของการโฟกัสเรื่องเดียว
อเล็กซานเดอร์ หวัง ร่วมก่อตั้ง Scale AI ตั้งแต่ปี 2016 และพาบริษัทเติบโตจนมีมูลค่าประเมินสูงถึง 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตามรายงานของ Forbes เขามีทรัพย์สินสุทธิประมาณ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นมหาเศรษฐีที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย และล่าสุดยังถูก Meta ดึงตัวไปรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI อีกด้วย
แต่แม้จะประสบความสำเร็จขนาดนี้ เขายังคงมองว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ คือการที่ AI สามารถเขียนโค้ดแทนมนุษย์ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาเชื่อว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า โค้ดทั้งหมดที่เขาเคยเขียนมาตลอดชีวิต AI จะสามารถเขียนแทนได้หมด ซึ่งทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า อาชีพโปรแกรมเมอร์ยังมั่นคงอยู่ไหมในอนาคต
โดยเฉพาะเมื่อบริษัทต่าง ๆ เริ่มใช้ AI เขียนโค้ดแทนมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ งานหลายประเภทที่เคยต้องใช้คน อาจถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ
เมื่อ AI เขียนโค้ดได้ มนุษย์ยังจำเป็นไหม?
มองผิวเผินอาจรู้สึกน่ากังวล แต่ในมุมของอเล็กซานเดอร์ หวัง เขากลับเชื่อว่า ทักษะการเขียนโปรแกรมยังมีคุณค่าอย่างมาก เพียงแต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่
ไม่ใช่แค่เขียนโค้ดเองให้เก่งที่สุด แต่ต้อง
รู้จักใช้ AI เป็นตัวช่วย
ใช้ AI เพื่อขยายไอเดียของตัวเอง
ใช้ AI เร่งสปีดการทดลองและสร้างโปรเจกต์
คนที่ได้เปรียบ จึงไม่ใช่คนที่เขียนโค้ดคนเดียวได้ทั้งหมด แต่คือคนที่เขียนโค้ดเป็น และใช้ AI เก่งไปพร้อมกัน
ถ้าอยากนำหน้า: ใช้เวลาให้หมดไปกับ AI + โค้ด
สำหรับวัยรุ่นยุคนี้ คำแนะนำของเขาชัดมากว่า ถ้าอยากสร้างความได้เปรียบแบบ “ทิ้งห่าง” ให้คนรุ่นเดียวกัน
ให้ลองโฟกัสสิ่งเหล่านี้
ใช้เวลาเล่นกับเครื่องมือเขียนโค้ด AI ให้เยอะที่สุด
ทดลองสร้างของจริง ไม่ใช่แค่นั่งดูทฤษฎี
ผูกทักษะการเขียนโค้ดเข้ากับการใช้ AI ในทุกขั้นตอน
คิดแบบเจ้าของโปรเจกต์ ไม่ใช่แค่คนพิมพ์คำสั่ง
สรุปแล้ว สำหรับอเล็กซานเดอร์ หวัง การเขียนโค้ดผสานกับ AI คือ “ภาษาหลัก” ของโลกยุคใหม่ และยิ่งวัยรุ่นคนไหนเริ่มเรียนรู้ ลงมือเล่น และฝึกใช้ตั้งแต่วันนี้ได้มากเท่าไร โอกาสในอนาคตยิ่งขยายตัวแบบทวีคูณ
เพราะในวันที่ AI เขียนโค้ดให้เราได้ทุกอย่าง คนที่เข้าใจมัน ใช้มันเก่ง และสร้างของจริงจากมันได้ คือคนที่จะกำหนดเกม ไม่ใช่แค่คนที่ถูกเทคโนโลยีไหลผ่านชีวิตไปเฉย ๆ

