ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ปี 2569 คู่มือสมัคร–ใช้สิทธิแบบเข้าใจง่าย
1. ภาพรวมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 คืออะไร
โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เป็นมาตรการของรัฐบาลปี 2569 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและรักษากำลังซื้อของประชาชน ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานและผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
รัฐช่วยจ่ายค่า อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการที่กำหนด ในอัตรา 60%
ประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% ผ่าน G-Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง
วงเงินสนับสนุนสูงสุด 1,000 บาท/คน/เดือน รวม 4 เดือน = 4,000 บาท/คน
ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00–23.00 น.
จำกัดสิทธิประชาชนทั่วไป ไม่เกิน 30 ล้านคน (ไม่นับกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ช่วยผ่านอีกมาตรการหนึ่ง)
เป้าหมายของโครงการคือช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน และช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้มีรายได้ต่อเนื่อง ผ่านการใช้จ่ายจริงในระบบเศรษฐกิจ
2. คุณสมบัติและเงื่อนไขผู้มีสิทธิไทยช่วยไทยพลัส 60/40
2.1 คุณสมบัติพื้นฐานของผู้ลงทะเบียน
ผู้ที่จะลงทะเบียนรับสิทธิในส่วน 60/40 ต้องมีคุณสมบัติครบทุกข้อดังนี้
เป็น ผู้มีสัญชาติไทย
มี บัตรประจำตัวประชาชน
มีอายุ ตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
2.2 คุณสมบัติต้องห้าม (ใครลงทะเบียนไม่ได้)
เงื่อนไขที่ทำให้ ไม่มีสิทธิลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้แก่
เป็น ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูลกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พ.ค. 2569
เป็นผู้ที่ถูก ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืน ในโครงการของรัฐต่อไปนี้
โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1–5
โครงการคนละครึ่งพลัส
กลุ่มนี้จะไม่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ 60/40 ได้ แต่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับการช่วยเหลือผ่านการ เพิ่มวงเงินบนบัตร ตามมาตรการอีกชุดหนึ่งแทน
2.3 สรุปกลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มประชาชนทั่วไป (ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) – ลงทะเบียนรับสิทธิ 60/40 ผ่านแอปฯ เป๋าตัง จำนวนไม่เกิน 30 ล้านคน
กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประมาณ 13.18 ล้านคน – ได้รับวงเงินบนบัตรเพิ่มเป็น 1,000 บาท/เดือน (300 เดิม + 700 เพิ่ม) นาน 4 เดือน (มิ.ย.–ก.ย. 2569) โดยไม่ต้องลงทะเบียนในโครงการ 60/40
3. เตรียมตัวก่อนลงทะเบียนในแอปฯ เป๋าตัง
ก่อนถึงวันเปิดระบบลงทะเบียน ควรเตรียมดังนี้
ติดตั้ง/อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
สมัครและเปิดใช้ G-Wallet ให้เรียบร้อย (สำหรับคนใหม่)
เตรียม บัตรประชาชนตัวจริง ให้พร้อมสำหรับกรอกข้อมูลและยืนยันตัวตน
ตรวจสอบเบอร์มือถือที่ผูกกับแอปฯ ว่าใช้งานได้ปกติ เพื่อรับ SMS และแจ้งเตือนผลลงทะเบียน
กรณีที่ไม่เคยยืนยันตัวตนกับโครงการรัฐผ่านธนาคารกรุงไทยมาก่อน หลังได้รับสิทธิจะต้องไป ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน ที่สาขาธนาคารกรุงไทยหรือ ตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์ Confirm ID
4. ไทม์ไลน์สำคัญ: วันลงทะเบียน–วันใช้สิทธิ
จากข้อมูลที่ประกาศ มีกรอบเวลาชัดเจนดังนี้
19 พ.ค. 2569 – ครม. เห็นชอบและกระทรวงการคลังแถลงรายละเอียดโครงการ
25–29 พ.ค. 2569 – เปิดลงทะเบียนประชาชนทั่วไปผ่านแอปฯ เป๋าตัง
เวลาเปิดระบบ 06.00–22.00 น. ทุกวัน
ปิดลงทะเบียนทันทีเมื่อครบ 30 ล้านสิทธิ หรือถึงเวลา 22.00 น. ของวันที่ 29 พ.ค. แล้วแต่ว่ากรณีใดถึงก่อน
1 มิ.ย. 2569 – เริ่มใช้สิทธิซื้อสินค้ากับร้านค้าที่ร่วมโครงการ เวลา 06.00–23.00 น.
15 มิ.ย. 2569 – เริ่มใช้สิทธิผ่าน ฟู้ดเดลิเวอรี ที่เข้าร่วมโครงการ เวลา 06.00–21.00 น.
30 ก.ย. 2569 – สิ้นสุดการใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40)
5. ขั้นตอนลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสผ่านแอปฯ เป๋าตัง
การลงทะเบียนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ตามประวัติการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส
5.1 คนที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” มาก่อน
กลุ่มนี้เคยยืนยันตัวตนในระบบแล้ว จึงลงทะเบียนง่ายและรวดเร็ว
ขั้นตอน
เปิดแอปฯ เป๋าตัง
กดเลือกแบนเนอร์ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ที่หน้าแรก
อ่านรายละเอียดและเงื่อนไขโครงการให้ครบถ้วน
กดปุ่ม “ลงทะเบียน” หรือปุ่มยอมรับเงื่อนไขเพื่อรับสิทธิ
ระบบจะแสดงข้อความการได้รับสิทธิและ วันที่เริ่มใช้สิทธิ ให้กด “ตกลง”
เมื่อถึงวันเริ่มใช้สิทธิ กลับเข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์โครงการ หน้าโครงการจะแสดงวงเงินและสถานะสิทธิที่พร้อมใช้งาน
5.2 คนที่ไม่เคยเข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” / ผู้ใช้ใหม่
กลุ่มนี้ต้องลงทะเบียนใหม่และอาจต้องยืนยันตัวตนเพิ่มเติม
ขั้นตอนลงทะเบียน
ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง (ถ้ายังไม่มี)
สมัครใช้งานและ เปิด G-Wallet ให้เรียบร้อย
ในช่วงเปิดลงทะเบียน เข้าแอปฯ เป๋าตัง แล้วกดแบนเนอร์ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40”
อ่านเงื่อนไขโครงการอย่างละเอียด จากนั้นกดปุ่ม “ลงทะเบียน”
กรอกข้อมูลตามบัตรประชาชนให้ถูกต้อง ครบถ้วน แล้วกดยืนยัน
- รอผลตรวจสอบคุณสมบัติ
ระบบจะแจ้งผลผ่าน SMS และการแจ้งเตือนในแอปฯ เป๋าตัง
ระยะเวลารอผล ภายใน 3 วัน
หากได้รับสิทธิ จะเห็นข้อความยืนยันและวันที่เริ่มใช้สิทธิ ให้กด “ตกลง”
เข้าเมนูโครงการอีกครั้ง หน้าโครงการจะแสดงวงเงินและสิทธิที่ใช้ได้
6. การยืนยันตัวตนหลังผ่านการอนุมัติสิทธิ
เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ ผู้ได้รับสิทธิต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการ พิสูจน์และยืนยันตัวตน ที่โครงการกำหนด
6.1 ใครต้องยืนยันตัวตน
ผู้ได้รับสิทธิที่ ไม่เคย พิสูจน์ตัวตนด้วยบัตรประชาชนกับโครงการ/มาตรการอื่นของรัฐผ่านธนาคารกรุงไทยมาก่อน
6.2 ช่องทางยืนยันตัวตน
สาขาธนาคารกรุงไทย
ตู้ ATM กรุงไทย ที่มีสัญลักษณ์ Confirm ID
ผู้ที่เคยยืนยันตัวตนกับโครงการรัฐอื่นผ่านกรุงไทยมาแล้ว ไม่ต้องทำซ้ำ สามารถข้ามขั้นตอนนี้และเริ่มใช้สิทธิได้เลยเมื่อถึงกำหนด
7. วิธีใช้สิทธิและการวางแผนใช้วงเงิน 1,000 บาทต่อเดือน
7.1 เงื่อนไขการใช้จ่ายหลัก
ใช้สิทธิได้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เท่านั้น
ใช้ได้เฉพาะเวลา 06.00–23.00 น. ของทุกวัน
ชำระเงินผ่าน G-Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง เท่านั้น
รัฐช่วยจ่าย 60% แต่ไม่เกิน 200 บาท/วัน และไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน
วงเงินแต่ละเดือน ไม่สะสมไปเดือนถัดไป
7.2 ใช้กับฟู้ดเดลิเวอรี
ใช้ได้ระหว่าง 15 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00–21.00 น.
ใช้ได้เฉพาะค่า อาหาร/เครื่องดื่ม ไม่รวมค่าจัดส่งหรือค่าอื่น ๆ
สั่งผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วม และต้องจ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง
7.3 วางแผนใช้สิทธิให้ครบ 1,000 บาทต่อเดือน
จากตัวอย่างการคำนวณในข้อมูลโครงการ
หากต้องการให้รัฐช่วยเต็ม 1,000 บาท/เดือน ผู้ใช้ต้องจ่ายเองในสัดส่วน 40%
เงินที่ต้องเติมเข้า G-Wallet ขั้นต่ำประมาณ 666.67 บาท/เดือน (ปัดเป็น 667 บาท)
เพื่อใช้สิทธิ 200 บาทต่อวันอย่างคุ้มค่า
ถ้าวันหนึ่งมียอดซื้อรวม ประมาณ 333.33 บาท
รัฐช่วย 200 บาท (60%)
ผู้ใช้จ่ายเอง ประมาณ 133.33 บาท (40%)
หากจ่ายมากกว่านี้ เช่น 500 บาท รัฐยังช่วยได้สูงสุดแค่ 200 บาท/วัน ส่วนต่างทั้งหมดผู้ใช้รับภาระเอง
ดังนั้น การวางแผนยอดใช้จ่ายต่อวันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จะช่วยใช้สิทธิได้ครบโดยไม่ต้องใช้เงินเกินจำเป็น
7.4 ประเภทสินค้า/บริการที่ใช้สิทธิได้
ตัวอย่างตามกรอบโครงการ
อาหารและเครื่องดื่ม
สินค้าทั่วไปและสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น
ร้านธงฟ้าประชารัฐ ร้านค้าทั่วไป และร้าน OTOP ที่เข้าร่วม
บริการขนส่งสาธารณะ (ตามที่กำหนดในโครงการ)
7.5 สินค้าและการใช้จ่ายที่ไม่ร่วมรายการ
จากข้อมูลสรุปโครงการ สินค้าที่ไม่สามารถใช้สิทธิได้ เช่น
สลากกินแบ่งรัฐบาล
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ยาสูบ/บุหรี่
บัตรกำนัล บัตรเงินสด
การชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า
8. สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ลงทะเบียนไม่ผ่าน (จากเงื่อนไข) และวิธีเลี่ยง
จากเงื่อนไขที่กำหนด สาเหตุที่อาจทำให้ลงทะเบียนไม่ผ่าน ได้แก่
อายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ลงทะเบียน
ไม่มีสัญชาติไทย หรือไม่มีบัตรประชาชน
เป็นผู้มี บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ วันที่ 18 พ.ค. 2569
เคยถูก ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืน ในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1–5 หรือคนละครึ่งพลัส
กรอกข้อมูล ไม่ตรงบัตรประชาชน เช่น ชื่อ–นามสกุล เลขบัตร ประวัติไม่ตรงฐานข้อมูล
วิธีเลี่ยงปัญหา
ตรวจสอบคุณสมบัติตัวเองตามรายการข้างต้นก่อนลงทะเบียน
ตรวจทานข้อมูลที่กรอกทุกช่องให้ตรงตามบัตรประชาชน
หากเคยมีปัญหากับโครงการคนละครึ่งมาก่อน ต้องยอมรับว่าอาจไม่มีสิทธิในโครงการนี้ตามเงื่อนไขที่ประกาศ
ข้อมูลในเอกสารไม่ได้ระบุขั้นตอนอุทธรณ์ผลหรือแก้ไขความผิดพลาดเชิงระบบ จึงควรกรอกข้อมูลให้ ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก เพื่อลดความเสี่ยงลงทะเบียนไม่ผ่าน
9. วิธีตรวจผลอนุมัติและสถานะสิทธิในเป๋าตัง
เมื่อทำรายการลงทะเบียนแล้ว สามารถติดตามผลและดูสถานะสิทธิได้ผ่านช่องทางต่อไปนี้
แอปฯ เป๋าตัง
การแจ้งเตือน (Notification) จะแจ้งผลว่าได้รับสิทธิหรือไม่
เมื่อได้รับสิทธิแล้ว หน้าแบนเนอร์โครงการจะเปลี่ยนสถานะและแสดงวงเงินที่ใช้ได้
ข้อความ SMS
ใช้แจ้งผลสำหรับผู้ลงทะเบียนกลุ่มใหม่ที่ไม่เคยร่วมคนละครึ่งพลัส
นอกจากนี้ ยังมี ศูนย์ช่วยเหลือโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่หมายเลข 0-2111-1122 (ตลอด 24 ชม.) สำหรับสอบถามข้อมูล และกดหมายเลขตามเมนูเพื่อเช็กผลลงทะเบียนหรือวงเงินคงเหลือได้ตามที่ระบุในข้อมูลโครงการ
10. ใช้สิทธิให้คุ้ม และข้อควรระวังสำคัญ
10.1 แนวทางใช้สิทธิให้คุ้มค่า
วางแผนใช้สิทธิเดือนละ 1,000 บาท ไม่ปล่อยให้หมดอายุไปเปล่า ๆ
แบ่งใช้สิทธิในแต่ละวันให้ใกล้เคียงวงเงิน 200 บาท/วัน โดยดูยอดใช้จ่ายรวม (รัฐช่วย 60% เราจ่าย 40%)
ใช้สิทธิกับ สินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น อาหาร ของใช้จำเป็น เพื่อลดภาระค่าครองชีพจริง ๆ
เติมเงินใน G-Wallet ให้พอ กับการใช้จ่ายตามแผน (อย่างน้อยประมาณ 667 บาท/เดือน หากต้องการดึงเงินรัฐครบ 1,000 บาท)
10.2 ข้อห้ามและข้อควรระวัง
ห้ามนำสิทธิไปใช้ซื้อสินค้าต้องห้าม เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด หรือชำระล่วงหน้า
ใช้สิทธิได้เฉพาะ ภายในช่วงเวลาที่กำหนดต่อวัน หากใช้เลยเวลา ระบบจะไม่ตัดสิทธิให้
วงเงินที่เหลือในแต่ละเดือน ไม่ทบ ไปเดือนถัดไป หากไม่ใช้ถือว่าหมดสิทธิในเดือนนั้น
ใช้สิทธิผ่านร้านค้าและแพลตฟอร์มที่ เข้าร่วมโครงการเท่านั้น
11. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไทยช่วยไทยพลัส 60/40
ถาม: ลงทะเบียนวันไหนและใช้สิทธิได้เมื่อไหร่?
ลงทะเบียนได้วันที่ 25–29 พ.ค. 2569 เวลา 06.00–22.00 น. ผ่านแอปฯ เป๋าตัง
เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00–23.00 น.
ถาม: วงเงินที่ใช้ไม่หมดในแต่ละเดือน ทบไปเดือนถัดไปได้ไหม?
ไม่ได้ วงเงิน 1,000 บาทต่อเดือนจะถูกตัดยอดทุกสิ้นเดือน และเริ่มนับใหม่ในเดือนถัดไป ส่วนที่เหลือจะหายไปทันที
ถาม: ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียน 60/40 ได้หรือไม่?
ไม่ได้ เพราะกลุ่มนี้ได้รับการช่วยเหลือผ่านการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 1,000 บาทต่อเดือนช่วง มิ.ย.–ก.ย. 2569 โดยระบบโอนให้อัตโนมัติ
ถาม: โครงการนี้ต่างจากคนละครึ่งพลัสยังไง (ตามข้อมูลที่มี)?
รัฐช่วยจ่ายเพิ่มเป็น 60% (จากเดิม 50%) ประชาชนจ่าย 40%
วงเงินรวมสูงสุด 4,000 บาท นาน 4 เดือน (เดิม 2,000–2,400 บาท 2 เดือน)
ยังจำกัดช่วยสูงสุด 200 บาท/วัน แต่หากวันไหนใช้ไม่เต็ม 200 บาท ยอดวงเงินของวันนั้นสามารถสะสมใช้ต่อในวันถัดไป ภายในเดือนเดียวกัน (ไม่ข้ามเดือน)
ถาม: ต้องเติมเงินขั้นต่ำเท่าไหร่ถึงจะใช้สิทธิ 1,000 บาทครบ?
จากตัวอย่างการคำนวณในข้อมูลอ้างอิง
หากต้องการให้รัฐช่วย 1,000 บาท/เดือนเต็มจำนวน ต้องจ่ายเองในสัดส่วน 40% ประมาณ 666.67 บาท/เดือน หรือราว 667 บาท
ถาม: ตรวจสอบสถานะหรือข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ไหน?
เว็บไซต์ทางการโครงการ: www.ไทยช่วยไทยพลัส.th
ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน: โทร 0-2111-1122 (24 ชม.)
บทความนี้สรุปจากข้อมูลเงื่อนไข ไทม์ไลน์ วิธีลงทะเบียน และวิธีใช้สิทธิที่ปรากฏในเอกสารอ้างอิงของโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวและใช้สิทธิได้อย่างถูกต้องภายในช่วงเวลาที่กำหนด


ความคิดเห็น