ภาพรวมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ 2569 คืออะไร ใครมีสิทธิได้บ้าง
โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569 ที่รัฐบาลออกแบบมาเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ และช่วยพยุงร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ โดยใช้กลไก “ร่วมจ่าย” คือ รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40% ผ่านแอปฯ เป๋าตัง (G-Wallet) คล้ายโครงการคนละครึ่งเดิม แต่เพิ่มสัดส่วนและวงเงินให้มากขึ้น
รัฐช่วยค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการที่กำหนด 60%
ประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% ผ่าน G-Wallet ในแอปฯ เป๋าตังเท่านั้น
รัฐสนับสนุนสูงสุด 1,000 บาท/คน/เดือน นาน 4 เดือน (1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569) รวม 4,000 บาท/คน
ใช้สิทธิได้ทุกวัน เวลา 06.00 – 23.00 น. (หน้าร้าน)
ใช้ผ่านฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมได้ 15 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00 – 21.00 น.
โครงการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก
กลุ่มประชาชนทั่วไป (60/40) – จำกัดสิทธิ 30 ล้านคน
ได้สิทธิร่วมจ่าย 60/40 ผ่านแอปฯ เป๋าตัง วงเงิน 1,000 บาท/เดือน นาน 4 เดือน
ต้องลงทะเบียนเอง และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ
กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (กลุ่มเปราะบาง 13.18 ล้านคน)
ไม่ได้ รับสิทธิ 60/40
รัฐเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จาก 300 เป็น 1,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 4 เดือน (มิ.ย. – ก.ย. 2569)
ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ระบบโอนเงินเพิ่มให้อัตโนมัติ
คุณสมบัติผู้มีสิทธิกลุ่มประชาชนทั่วไป
ผู้ที่จะได้รับสิทธิ 60/40 ต้องมีคุณสมบัติครบทุกข้อ ดังนี้
มี สัญชาติไทย
อายุ ตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
มีบัตรประจำตัวประชาชน
ไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (อ้างอิงฐานข้อมูล ณ 18 พ.ค. 2569)
ไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืน ในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1–5 และโครงการคนละครึ่ง พลัส
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจึง ไม่สามารถลงทะเบียนร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ได้ เพราะได้รับการช่วยเหลือผ่านช่องทางบัตรโดยตรงแล้ว
เช็กคุณสมบัติและเตรียมเอกสารก่อนสมัคร ไม่ให้ตกหล่นสิทธิ
ก่อนถึงวันลงทะเบียน (25–29 พ.ค. 2569) ควรตรวจสอบคุณสมบัติและเตรียมข้อมูลให้พร้อม เพื่อลดโอกาสลงทะเบียนไม่ผ่านหรือถูกตัดสิทธิ
เช็กลิสต์คุณสมบัติ
ตรวจสอบอายุในบัตรประชาชนว่า ครบ 18 ปีบริบูรณ์ หรือยัง
ตรวจสอบสถานะว่า ไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ 18 พ.ค. 2569
ไม่เคยถูกระงับสิทธิ / ถูกเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่ง ระยะ 1–5 หรือคนละครึ่ง พลัส
ข้อมูลและ “เอกสาร” ที่ต้องเตรียม
แม้ระบบจะใช้ข้อมูลดิจิทัลเป็นหลัก แต่ผู้สมัครควรเตรียมข้อมูลจากบัตรประชาชนและโทรศัพท์ให้พร้อม ดังนี้
บัตรประจำตัวประชาชน (เลขบัตร 13 หลัก / วันเดือนปีเกิด / วันออกบัตร – วันหมดอายุ)
เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานได้จริง เพื่อรับ SMS แจ้งผล
สมาร์ตโฟนที่ติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง เวอร์ชันล่าสุด และสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
หากเป็นผู้ไม่เคยใช้โครงการรัฐมาก่อน ควรเตรียมตัวเรื่องการ พิสูจน์ตัวตน (e-KYC) ไว้ด้วย เช่น วางแผนไปตู้ ATM กรุงไทยที่มีสัญลักษณ์ “Confirm ID” หรือสาขาธนาคารกรุงไทยใกล้บ้าน
คู่มือสมัคร ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ผ่านแอป/เว็บไซต์ แบบทีละขั้นสำหรับมือใหม่
การลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไปเปิดช่วง 25–29 พ.ค. 2569 เวลา 06.00–22.00 น. ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เท่านั้น (จำกัด 30 ล้านสิทธิ มาก่อนได้ก่อน)
1) กรณี “เคยใช้สิทธิคนละครึ่ง พลัส” มาแล้ว
กลุ่มนี้ ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ เพราะเคยพิสูจน์ตัวตนแล้ว ขั้นตอนสั้นและเร็วมาก
อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง เป็นเวอร์ชันล่าสุด และตรวจสอบว่าเปิดใช้งาน G-Wallet แล้ว
เปิดแอปฯ เป๋าตัง
กดที่แบนเนอร์ “โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40” บนหน้าแรก
อ่านรายละเอียด ข้อตกลง และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการจนจบ
กดปุ่ม “ยอมรับเงื่อนไขและยืนยันลงทะเบียน” หรือ “กดยอมรับเงื่อนไขและรับสิทธิ” (แล้วแต่ข้อความบนหน้าจอ)
ระบบจะแสดงข้อความยืนยันการได้รับสิทธิทันทีบนแอปฯ เป๋าตัง
เมื่อขึ้นข้อความว่าลงทะเบียนสำเร็จ สามารถเตรียม เติมเงินเข้า G-Wallet และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00–23.00 น.
2) กรณี “ไม่เคยใช้คนละครึ่ง พลัส” หรือเป็นผู้ใหม่
กลุ่มนี้ต้องทั้ง สมัครใช้แอปฯ เป๋าตัง + เปิด G-Wallet + ยืนยันตัวตน + ลงทะเบียนโครงการ เรียงตามลำดับ ดังนี้
ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง
ติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง และอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด
สมัครใช้งาน และเปิดใช้งาน บัญชี G-Wallet ให้เรียบร้อย
เมื่อถึงวันลงทะเบียน (25–29 พ.ค. 2569)
เข้าแอปฯ เป๋าตัง
กดที่รูปโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”
อ่านเงื่อนไขโครงการอย่างละเอียด
กดปุ่ม “ลงทะเบียน” เพื่อยืนยันเข้าร่วมโครงการ
กรอกข้อมูลส่วนตัว
กรอกข้อมูลตามหน้าบัตรประชาชนให้ถูกต้องและครบถ้วน
ตรวจสอบอีกครั้งก่อนกดยืนยันการลงทะเบียน
ระบบจะให้ทำ ยืนยันตัวตน (KYC)
ดูหัวข้อถัดไปเรื่อง KYC อย่างละเอียดด้านล่าง
เมื่อทำ KYC เรียบร้อยแล้ว รอผลการลงทะเบียน
ระบบจะตรวจสอบคุณสมบัติ
แจ้งผลผ่าน SMS และการแจ้งเตือนในแอปฯ เป๋าตัง ภายใน 3 วัน
หากได้รับสิทธิแล้ว
เติมเงินเข้า G-Wallet
เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00–23.00 น.
ขั้นตอนยืนยันตัวตน (KYC) ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมคำอธิบาย
การยืนยันตัวตนมีความสำคัญเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ โดยเฉพาะผู้ที่ ไม่เคยใช้โครงการรัฐผ่านกรุงไทยมาก่อน หรือเพิ่งติดตั้งแอปฯ เป๋าตังใหม่
ใครต้องทำ KYC เพิ่ม?
ผู้ที่ ไม่เคยเข้าร่วมคนละครึ่ง พลัส หรือโครงการรัฐอื่น ๆ ผ่านช่องทางกรุงไทย
ผู้ที่เปิดใช้แอปฯ เป๋าตังเป็นครั้งแรก
ผู้ที่เคยลบแอปฯ แล้วโหลดใหม่ และต้องยืนยันตัวตนอีกครั้ง
ผู้ที่เคยพิสูจน์ตัวตนกับโครงการรัฐอื่นผ่านกรุงไทยแล้ว อาจไม่ต้องทำ KYC ใหม่ (ขึ้นกับระบบตรวจสอบ)
ช่องทางยืนยันตัวตนหลัก
ตู้ ATM สีเทา/ตู้ที่มีสัญลักษณ์ “Confirm ID” ของธนาคารกรุงไทย
นำบัตรประชาชนตัวจริงไปเสียบที่ตู้
ทำตามขั้นตอนยืนยันตัวตนตามที่ตู้แนะนำ
สาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ
นำบัตรประชาชนไปติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อยืนยันตัวตนเปิดใช้แอปฯ เป๋าตัง
เมื่อ KYC สำเร็จ ระบบจะเชื่อมข้อมูลกับแอปฯ เป๋าตัง ทำให้สามารถรับสิทธิและใช้โครงการได้ตามปกติ หากยังขึ้นข้อความ “กำลังรอผลการลงทะเบียน” แปลว่าระบบยังตรวจสอบคุณสมบัติไม่เสร็จ (ใช้เวลาสูงสุด 3 วัน)
วิธีตรวจสอบผลการสมัคร การรับสิทธิ และการใช้งานสิทธิ 60/40 อย่างถูกต้อง
1. ตรวจสอบผลการลงทะเบียน
หลังจากกดยืนยันลงทะเบียนแล้ว หน้าจอแอปฯ เป๋าตังจะขึ้นข้อความอัตโนมัติ ซึ่งตีความได้ดังนี้
กรณีได้รับสิทธิ
หน้าจอขึ้นข้อความว่า
“คุณได้รับสิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) แล้ว เริ่มใช้สิทธิได้วันที่ 1 มิ.ย. 69”
แปลว่าได้รับสิทธิสำเร็จแล้ว เตรียม เติมเงินเข้า G-Wallet และรอใช้สิทธิได้เลยตั้งแต่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป
กรณีอยู่ระหว่างรอผล (เฉพาะผู้สมัครใหม่)
ระบบอาจขึ้นข้อความลักษณะว่า “กำลังรอผลการลงทะเบียน”
กลุ่มนี้คือผู้ไม่เคยเข้าร่วมคนละครึ่ง พลัสมาก่อน ต้องรอระบบตรวจสอบคุณสมบัติ ภายใน 3 วัน
กรณีไม่ได้รับสิทธิ จะมีข้อความหลัก 3 แบบ
- “ไม่สามารถลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสได้ คุณสมบัติของคุณไม่ตรงตามเงื่อนไขโครงการ”
หมายถึงคุณสมบัติบางข้อไม่เข้าเกณฑ์ (เช่น เคยถูกตัดสิทธิโครงการรัฐอื่น ฯลฯ)
- “คุณได้รับสิทธิเพิ่มวงเงินจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว จึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้”
หมายถึงเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งได้รับการช่วยเหลือผ่านช่องทางนั้นแล้ว
- “ไม่สามารถลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสได้ คุณสมบัติของคุณไม่ตรงตามเงื่อนไขโครงการ เนื่องจากคุณอายุไม่ถึง 18 ปี”
หมายถึงอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์
- “ไม่สามารถลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสได้ คุณสมบัติของคุณไม่ตรงตามเงื่อนไขโครงการ”
2. วิธีเติมเงินเข้า G-Wallet ก่อนใช้สิทธิ
การใช้สิทธิ 60/40 ต้องมีเงินส่วนของประชาชน (40%) อยู่ใน G-Wallet ก่อน จึงจะสแกนจ่ายได้ โดยเติมเงินได้ 4 ช่องทางหลักบนแอปฯ เป๋าตัง
เข้าหน้าแรกแอปฯ เป๋าตัง แล้วเลือก G-Wallet
เลือกเมนู “เติมเงินเข้า G-Wallet”
- เลือกช่องทางเติมเงิน
เติมผ่าน Banner Paotang Pay
เติมผ่าน Banner Krungthai NEXT
เติมผ่านโลโก้ บัญชีกรุงไทย
เติมผ่านโลโก้ กรุงไทย หรือธนาคารอื่น ๆ
ทุกช่องทางไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (ตามข้อมูลที่อ้างอิง)
3. การใช้งานสิทธิ 60/40 อย่างถูกต้อง
เมื่อถึงช่วงใช้สิทธิ (1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569)
เลือกซื้อสินค้า/บริการจาก ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ และใช้แอปฯ “ถุงเงิน” ของร้านค้า
ผู้ซื้อกับผู้ขายต้องทำธุรกรรมแบบ พบหน้า (face-to-face) และสแกน QR เพื่อชำระเงิน
การสแกนจ่ายทำผ่านแอปฯ เป๋าตัง เลือกโครงการไทยช่วยไทย พลัส แล้วสแกน QR ร้านค้า
ระบบจะคำนวณส่วน รัฐช่วย 60% และ เราจ่าย 40% ให้เอง (ภายใต้เพดาน 200 บาท/วัน และ 1,000 บาท/เดือน)
ตรวจสอบประวัติการใช้สิทธิและวงเงินคงเหลือได้ในแอปฯ เป๋าตัง
สำคัญ: ไม่สามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ หรือผ่านคนกลาง ไม่ว่าด้วยวิธีใด ต้องสแกนกันต่อหน้าเท่านั้น
รวมปัญหาที่พบบ่อยระหว่างสมัคร–ยืนยันตัวตน พร้อมแนวทางแก้ทีละข้อ
จากข้อมูลที่เผยแพร่ มีปัญหาหลักที่มักพบในวันลงทะเบียนและช่วงเปิดใช้สิทธิ โดยสามารถสรุปและแนวทางแก้ได้ดังนี้
1. ระบบหน่วง / เข้าแอปฯ ยากช่วงเวลาเร่งด่วน
วันแรกของการเปิดลงทะเบียน 25 พ.ค. 2569 มีผู้เข้าใช้งานจำนวนมาก ทำให้ช่วงเวลา 06.00 น. มีความล่าช้าบางช่วง
ธนาคารกรุงไทยแก้ปัญหาด้วยการขยายระบบรองรับการเข้าใช้งานจาก 300,000 รายการ/วินาที เป็นกว่า 700,000 รายการ/วินาที ทำให้ระบบกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
แนวทางปฏิบัติ
หากพบว่าเข้าแอปฯ ยาก ให้เว้นช่วงเวลาแล้วลองใหม่ในช่วงที่คนใช้งานน้อยลง
2. ปัญหา “สแกนใบหน้าไม่ผ่าน” (e-KYC ไม่สำเร็จ)
มักเกิดกับ
ผู้ที่เปิดใช้แอปฯ เป๋าตังครั้งแรก
ผู้ที่เคยลบแอปฯ แล้วติดตั้งใหม่
แนวทางแก้
- ไปยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนที่
ตู้ ATM สีเทา / ตู้ที่มีสัญลักษณ์ Confirm ID ของธนาคารกรุงไทย
สาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ
3. ขึ้นข้อความ “กำลังรอผลการลงทะเบียน” นานเกินไป
เป็นกลุ่มผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมคนละครึ่ง พลัสมาก่อน
ระบบต้องใช้เวลาในการตรวจสอบคุณสมบัติภายใน 3 วัน
แนวทางปฏิบัติ
รอตามกำหนดเวลา หากเกิน 3 วันแล้วยังไม่ทราบผล ควรติดต่อศูนย์ช่วยเหลือ (ข้อมูลช่องทางติดต่อมีในเอกสารอ้างอิงของโครงการ)
4. ข้อความแจ้ง “คุณสมบัติไม่ตรงตามเงื่อนไขโครงการ”
แปลว่าระบบตรวจพบว่าผู้ลงทะเบียน ไม่เข้าเงื่อนไข เช่น อายุไม่ถึง 18 ปี เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือเคยถูกตัดสิทธิ/เรียกเงินคืนจากโครงการรัฐที่ผ่านมา
แนวทางปฏิบัติ
ตรวจสอบคุณสมบัติตัวเองตามเกณฑ์โครงการ หากเข้าเกณฑ์แต่ระบบผิดพลาด อาจต้องติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม
เคล็ดลับไม่พลาดสิทธิ: เส้นตายสำคัญ ข้อห้าม และข้อควรระวังที่ต้องรู้
เส้นตายสำคัญ
25 – 29 พ.ค. 2569 เวลา 06.00 – 22.00 น.
ช่วงเปิดรับลงทะเบียนประชาชนทั่วไป (30 ล้านสิทธิ มาก่อนได้ก่อน)
1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น.
ช่วงใช้สิทธิซื้อสินค้าและบริการแบบพบหน้า
15 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00 – 21.00 น.
ใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการ
ร้านค้าเดิม กดยืนยันสิทธิผ่านแอปฯ ถุงเงินได้ถึง 30 ก.ย. 2569
ร้านค้าใหม่ สมัครเข้าร่วมโครงการได้ถึง 31 ก.ค. 2569
ข้อห้ามและข้อควรระวังในการใช้สิทธิ
การซื้อขายต้องทำแบบ พบหน้า (face-to-face) เท่านั้น
ห้ามทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์หรือผ่านคนกลาง
ใช้สิทธิได้เฉพาะในช่วงเวลา 06.00–23.00 น.
ต้องชำระเงินผ่าน G-Wallet ในแอปฯ เป๋าตังเท่านั้น
- ห้ามกระทำการใด ๆ ที่
สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโครงการ
ก่อให้เกิดอุปสรรคในการดำเนินการของมาตรการรัฐ
วงเงินรัฐช่วย ไม่เกิน 200 บาท/วัน และ ไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน ส่วนที่เหลือทิ้งทุกสิ้นเดือน ไม่มีการทบยอด
สรุปภาพรวมสิทธิประโยชน์จากโครงการ พร้อมคำแนะนำวางแผนใช้สิทธิให้คุ้มที่สุด
สิทธิประโยชน์หลักที่ประชาชนได้รับ
รัฐช่วยออกค่าใช้จ่าย 60% ของการซื้อสินค้าและบริการที่ร่วมโครงการ
ได้วงเงินรัฐช่วยสูงสุด 1,000 บาท/เดือน นาน 4 เดือน รวม 4,000 บาท ตลอดโครงการ
สามารถใช้ลดภาระค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน
ใช้จ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง ทำให้มีประวัติการใช้สิทธิ ตรวจสอบได้ชัดเจน
ข้อจำกัดสำคัญที่ต้องจำ
เพดานรัฐช่วย 200 บาท/วัน
วงเงินรัฐช่วย 1,000 บาท/เดือน
หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้นจะ ถูกตัดทิ้งทันที ไม่มีการสะสมไปเดือนถัดไป
แนวทางวางแผนใช้สิทธิแบบย่อให้คุ้ม
ข้อมูลจากบทวิเคราะห์การใช้สิทธิสามารถสรุปแนวทางวางแผนคร่าว ๆ ได้ว่า
หากต้องการใช้สิทธิรัฐให้หมด 1,000 บาท/เดือน อย่างคุ้มค่า
สามารถเลือกใช้แบบ “ซื้อของก้อนใหญ่ไม่กี่วัน” หรือ “กระจายใช้เป็นหลายวัน” ตามพฤติกรรมการใช้จ่าย
ตัวอย่างการกระจายสิทธิ (คิดจากการใช้สิทธิของรัฐเต็ม 1,000 บาท/เดือน)
ถ้าเลือกซื้อของให้ใกล้ เพดานรัฐช่วย 200 บาท/วัน
ใช้สิทธิได้ประมาณ 5 วัน/เดือน (วันละ ~200 บาทจากรัฐ)
ถ้าใช้สิทธิวันละ 120 บาทจากรัฐ (เช่น ซื้อของ 200 บาท/วัน รัฐช่วย 120 บาท)
จะใช้สิทธิได้ประมาณ 8–9 วัน/เดือน ก่อนครบ 1,000 บาท
ถ้าต้องการให้สิทธิอยู่ได้นานทั้งเดือน
เฉลี่ยให้รัฐช่วยวันละไม่มาก เช่น 50–100 บาทต่อวัน เพื่อกระจายใช้หลายวันมากขึ้น
เนื่องจากโครงการกำหนดให้สิทธิรายเดือน “ใช้ไม่หมดแล้วหายไป” การวางแผนเช็กยอดสิทธิคงเหลือช่วงท้ายเดือนจึงสำคัญมาก หากเห็นว่ายังมีวงเงินรัฐเหลือ ควรวางแผนซื้อของจำเป็นเพื่อนำสิทธิไปใช้ให้หมด ก่อนระบบรีเซ็ตวงเงินใหม่ในวันที่ 1 ของเดือนถัดไป
โดยสรุป โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เป็นมาตรการที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนทั่วไป และช่วยเพิ่มรายได้ให้ร้านค้ารายย่อยในระยะเวลา 4 เดือน ผู้ที่มีคุณสมบัติครบและลงทะเบียนสำเร็จ หากเข้าใจเงื่อนไขเรื่อง เพดานวันละ 200 บาท / เดือนละ 1,000 บาท / สิทธิไม่ทบเดือนถัดไป และวางแผนใช้จ่ายให้เหมาะกับพฤติกรรมของตัวเอง ก็จะสามารถใช้สิทธิจากรัฐได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยตลอดโครงการ


ความคิดเห็น