รับแอปรับแอป

คนไทยยอมจ่ายหลักพันทุกเดือน เพื่อแลกผิวเด็ก สุขภาพดี อยู่ยืนอย่างมีคุณภาพ

ธิดารัตน์ คำดี01-29

สุขภาพ = การลงทุนระยะยาวของคนไทยยุคใหม่

ผลสำรวจ Customer Trend Survey ช่วงโค้งสุดท้ายปี 2568 จากสมาชิกกว่า 4,000 คน เผยภาพชัดมากว่า เทรนด์ Health Longevity หรือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงยั่งยืน กำลังกลายเป็นไลฟ์สไตล์หลักของคนไทยยุคใหม่

คนไทยไม่ได้มองสุขภาพว่าเป็นแค่เรื่องรักษาเวลาเจ็บป่วยอีกต่อไป แต่เริ่มมองว่าเป็น การลงทุน (Investment) ที่ต้องจัดงบ ดูแลต่อเนื่อง และให้ความสำคัญไม่แพ้ค่าใช้จ่ายด้านอื่นในชีวิตประจำวัน

The Holistic Wellness Era: ดูดีจากภายในก่อนภายนอก

ยุคของ The Holistic Wellness Era มาถึงเต็มตัว เมื่อกว่าร้อยละ 72 ของคนไทยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ เทียบเท่าหรือมากกว่าความงาม สะท้อนแนวคิดชัดเจนว่า ถ้าอยากดูดีภายนอก ร่างกายและใจข้างในต้องสมดุลก่อน

เมื่อเจาะลึกลงไปว่าคนไทยโฟกัสเรื่องไหนมากที่สุด ตัวเลขที่น่าสนใจมีดังนี้

  • การควบคุมน้ำหนัก 25.5%

  • การเสริมภูมิคุ้มกัน 21.3%

  • การนอนหลับ 19.7%

  • สุขภาพจิต 18.3%

  • การขับถ่าย 17.4%

ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกชัดว่า คนไทยกำลังขยับจากการดูแลแบบเฉพาะกิจ มาเป็นการดูแลแบบ ลึก ครอบคลุม และทำเป็นกิจวัตร ทั้งร่างกายและจิตใจ

Health Investment: ตั้งงบดูแลตัวเองเหมือนจ่ายค่าความบันเทิง

ในมุมการใช้จ่ายด้านสุขภาพ หรือที่เรียกว่า Health Investment มุมมองต่อสินค้าและบริการสุขภาพกำลังเปลี่ยนไป จากของใช้สิ้นเปลือง กลายเป็นเหมือน สินทรัพย์ระยะยาว (Long-term Asset) ที่คุ้มค่าต่อการลงเงิน

พฤติกรรมเด่นที่พบคือ ผู้บริโภคเริ่ม ตั้งงบดูแลสุขภาพรายเดือนแบบชัดเจน ไม่ต่างจากการกันเงินไปเที่ยวหรือดูหนัง

แนวโน้มตัวเลขที่น่าสนใจคือ

  • คนไทยเกินครึ่ง ยอมจัดงบ 1,000 – 3,000 บาทต่อเดือน เพื่อเรื่องสุขภาพ

  • ประมาณ 1 ใน 4 ใช้จ่ายมากกว่า 3,000 บาทต่อเดือน

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า Healthy Lifestyle กลายเป็น New Spending Priority หรือเป็นหมวดใช้จ่ายสำคัญใหม่ในชีวิตคนไทยไปเรียบร้อยแล้ว

The Rise of Anti-aging: โฟกัสริ้วรอยและความแข็งแรงผิวมากกว่าความขาว

ในหมวดความงาม เทรนด์ใหญ่ที่เด่นชัดคือ The Rise of Anti-aging หรือเทรนด์การชะลอวัย ที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจ ริ้วรอยและความแข็งแรงของผิว มากกว่าการต้องผิวขาวทันใจ

โฟกัสเปลี่ยนจากผลลัพธ์ไว มาเป็นผลลัพธ์ที่ ดีและยั่งยืนในระยะยาว โดยคนไทยให้ความสำคัญกับการเลือกสกินแคร์จากส่วนผสมที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวจริง ไม่ใช่แค่คำเคลมสวยหรูบนฉลาก

สารบำรุงที่ถูกพูดถึงและนิยมสูงสุด ได้แก่

  • Hyaluronic Acid (25.18%) เติมความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มฟู ไม่แห้งกร้าน

  • Vitamin C (23.65%) ช่วยให้ผิวดูสดใส มีชีวิตชีวา

  • Retinol (20.82%) ตัวเด็ดเรื่องลดเลือนริ้วรอย และช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูเนียนขึ้น

  • Niacinamide (16.53%) เสริมเกราะป้องกันผิว ช่วยให้ผิวสมดุลและแข็งแรงขึ้น

  • BHA/AHA (13.82%) ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน เผยผิวใหม่ที่ดูเรียบเนียนกว่าเดิม

จะเห็นว่าคนไทยไม่ได้เลือกสกินแคร์เพราะกระแสอย่างเดียว แต่เริ่มสนใจ ส่วนผสมเชิงลึก ที่สัมพันธ์กับปัญหาผิวของตัวเองจริง ๆ

ชะลอวัยแบบทำได้ทุกวัน ไม่ต้องพึ่งหัตถการอย่างเดียว

เมื่อถามถึงพฤติกรรมเพื่อการชะลอวัยที่คนไทยทำบ่อยที่สุด ผลสำรวจพบว่าคนส่วนใหญ่เลือกวิธีที่ ทำเองได้ในชีวิตประจำวัน มากกว่าการไปพึ่งหัตถการทางการแพทย์ ซึ่งมีสัดส่วนเพียง 8.18%

กิจกรรม Anti-aging ที่คนไทยนิยมทำมากที่สุด ได้แก่

  • การใช้สกินแคร์ลดริ้วรอย (25.33%)

  • การเลือกทานอาหารต้านอนุมูลอิสระ (23.35%)

  • การออกกำลังกาย (22.21%)

  • การรับประทานวิตามินและอาหารเสริม (20.93%)

พฤติกรรมเหล่านี้สอดคล้องกับทัศนคติหลักของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เชื่อว่า

การชะลอวัยที่ดีที่สุด คือเริ่มจาก “สุขภาพดีจากภายใน” และป้องกันความเสื่อมของร่างกายตั้งแต่เนิ่น ๆ

สรุป: จากผิวสวยระยะสั้น สู่สุขภาพดีระยะยาว

ภาพรวมของผลสำรวจสะท้อนชัดว่า คนไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่มองสุขภาพและความงามแบบใหม่

  • สุขภาพ = การลงทุนระยะยาว ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

  • การดูแลตัวเอง = เรื่องทุกวัน ไม่ใช่แค่ตอนป่วยหรือมีปัญหาผิว

  • ความงาม = เริ่มจากภายในที่แข็งแรง แล้วค่อยส่งผลสู่ภายนอก

สำหรับใครที่อยากผิวดี หน้าเด็ก และแข็งแรงจากข้างใน เทรนด์เหล่านี้กำลังบอกเราตรง ๆ ว่า การลงมือดูแลตัวเองวันนี้ คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในอนาคตที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว