เข้าใจก่อนซื้อ CPU: สมองของคอมที่สายตัดต่อห้ามมองข้าม
อยากประกอบคอมหรือซื้อโน้ตบุ๊กใหม่มาช่วยตัดต่อวิดีโอให้ลื่นๆ แต่พอเจอชื่อรุ่น CPU แล้วเริ่มมึน เลขยาวเป็นหางว่าว แถมยังมีรหัสท้าย U, H, HX เต็มไปหมด ไม่รู้ว่าตัวไหนเหมาะกับงานตัดต่อหรืองานกราฟิกของเราเลย
บทความนี้จะพาไล่ดูสเปก CPU แบบง่ายๆ อ่านจบแยกรุ่นเป็น รู้เลยว่าแบบไหนเหมาะกับสายตัดต่อวิดีโอ เล่นเกม สตรีม หรือทำงานสายครีเอเตอร์แบบจริงจัง เอาไปอธิบายต่อให้เพื่อนฟังได้สบายๆ
CPU มีกี่ค่าย? เลือกฝั่งไหนดี
CPU คือหน่วยประมวลผลหลักของคอมพิวเตอร์ เปรียบง่ายๆ ก็เหมือนสมองของเครื่อง ถ้า CPU แรง งานตัดต่อ เรนเดอร์ หรืองานกราฟิกก็จะไหลลื่นตาม
ตอนนี้ค่ายหลักในตลาดมี 2 เจ้า
Intel
AMD
หลายคนเลยเรียกติดปากว่า ค่ายฟ้า (Intel) และ ค่ายแดง (AMD) ตามสีโลโก้ ถ้าเป็นโน้ตบุ๊กให้ลองมองที่ สติ๊กเกอร์บนตัวเครื่อง ก็จะเห็นชัดว่าใช้ CPU ค่ายไหน
สาย Intel: อ่านชื่อรุ่นยังไงให้รู้ว่าเหมาะกับงานแบบไหน
ชื่อ Intel คงคุ้นกันดี ไม่ว่าจะจากคอมที่บ้าน โรงเรียน หรือที่ทำงาน จุดเด่นคือประสิทธิภาพสูงและเสถียร ใช้กับโปรแกรมสายงานตัดต่อและทำงานจริงจังได้มั่นใจ
โครงสร้างชื่อรุ่น Intel แบบคร่าวๆ
สมมติรุ่นตัวอย่าง Intel Core i5-13500H เราแยกส่วนได้แบบนี้
(สีฟ้า) Intel Core:
เป็นชื่อแบรนด์ตระกูลหลักของ CPU(สีส้ม) i5:
เป็นซีรีส์ของ CPU ซึ่งจะเรียงตั้งแต่ Celeron, Pentium, i3, i5, i7, i9ลำดับความแรงและราคาโดยประมาณ
Celeron / Pentium: ระดับเริ่มต้น ราคาถูก เน้นใช้งานเบาๆ
Core i3: ใช้งานทั่วไป เช่น เล่นโซเชียล ดูหนัง เล่นเกมไม่กินสเปก ทำงานเอกสาร หรือทำพรีเซนต์
Core i5: กลางๆ แต่ครอบคลุมมาก เล่นเกมได้มากขึ้น ใช้ตัดต่อและเรนเดอร์วิดีโอได้ดี ราคาไม่แรงเกินไป
ถ้าเน้นใช้งานยาวและคุ้ม แนะนำเริ่มที่ i5 ขึ้นไปCore i7: เน้นงานจริงจัง เช่น ตัดต่อและเรนเดอร์วิดีโอความละเอียดสูง ทำ Animation เล่นเกมพร้อมสตรีมได้สบาย
Core i9: สุดทางประสิทธิภาพ เน้นระดับมืออาชีพ เช่น งาน 3D หนักๆ และราคาก็สูงตาม
(สีชมพู) เลข 13 ข้างหน้า:
คือ Generation ของ CPU
ปี 2023 = Gen 13 ถ้าเป็นเลข 12, 11, 10 ก็จะเป็นรุ่นเก่าลงไป
เช่น i5-13500H ใหม่กว่า i5-12500H(สีแดง) เลข 500 ด้านหลัง:
คือเลข รุ่นย่อย (Model) ใน Gen เดียวกัน
เลขมากกว่าก็มักจะแรงกว่า เช่น 600 แรงกว่า 500(สีขาว) ตัวอักษรท้าย H / U ฯลฯ:
คือรหัสบอกแนวการใช้งานของ CPU ตัวนั้น
รหัสท้าย CPU Intel: ตัวหนังสือเล็กๆ แต่ความหมายใหญ่มาก
กลุ่ม PC Desktop (คอมตั้งโต๊ะ)
ไม่มีรหัสท้าย: รุ่นปกติทั่วไป มาพร้อมการ์ดจอออนชิป
F: ไม่มีการ์ดจอออนชิป ต้องใส่การ์ดจอแยกเท่านั้น
K: รุ่นแรง ปลดล็อคให้ Overclock เพิ่มประสิทธิภาพได้
KF: แรง + ปลดล็อค Overclock แต่ไม่มีการ์ดจอออนชิป
KS: ตัวท็อปสุดของซีรีส์ ประสิทธิภาพจัดเต็ม
กลุ่ม Notebook / 2 in 1 / All‑in‑one PC
รหัสเหล่านี้สำคัญมากสำหรับคนจะซื้อโน้ตบุ๊กมาตัดต่อวิดีโอ
T: เน้นประหยัดพลังงาน ความร้อนต่ำ เหมาะกับ All‑in‑one ใช้เปิดทั้งวัน
U: ประหยัดพลังงาน ใช้งานทั่วไปได้ยาวนาน เหมาะกับโน้ตบุ๊กบางเบา ไม่เน้นแรงสุด
P: แรงกว่ารหัส U แต่ยังคงประหยัดพลังงาน ใช้ในโน้ตบุ๊กบางเบาเช่นกัน
H: เน้น ประสิทธิภาพสูง ใช้งานหนัก เช่น เล่นเกม ตัดต่อ/เรนเดอร์วิดีโอ สตรีมมิ่ง
จะเจอในโน้ตบุ๊กเกมมิ่งHX: ระดับสุดทางของโน้ตบุ๊ก เล่นเกมโหดๆ หรืองานมืออาชีพแบบจัดเต็ม มักอยู่ในโน้ตบุ๊กราคาแรง
ช่วงราคา CPU Intel 13th Gen Desktop (ประมาณ ก.ย. 2023)
i3-13100F ประมาณ 4,250 บาท
i3-13100 ประมาณ 5,250 บาท
i5-13400F ประมาณ 7,490 บาท
i5-13400 ประมาณ 8,340 บาท
i5-13500 ประมาณ 8,790 บาท
i5-13600KF ประมาณ 11,800 บาท
i5-13600K ประมาณ 12,800 บาท
i7-13700 ประมาณ 14,500 บาท
i7-13700F ประมาณ 13,790 บาท
i7-13700KF ประมาณ 15,400 บาท
i7-13700K ประมาณ 15,700 บาท
i9-13900F ประมาณ 20,525 บาท
i9-13900 ประมาณ 21,900 บาท
i9-13900KF ประมาณ 22,200 บาท
i9-13900K ประมาณ 22,500 บาท
i9-13900KS ประมาณ 27,290 บาท
หมายเหตุ: ราคามีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและร้านที่จัดจำหน่าย
สาย AMD: คู่ปรับค่ายแดงที่เด่นเรื่องคุ้มค่าและ Multi‑Tasking
ฝั่ง AMD เป็นอีกค่ายใหญ่ที่หลายคนหันมาใช้มากขึ้น จุดเด่นคือ
ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multi‑Tasking) ได้ดี
ประหยัดพลังงาน
ราคาโดยรวมคุ้มค่าเมื่อเทียบประสิทธิภาพ
วิธีดูชื่อรุ่นของ AMD จะขอแยกเป็น Desktop และ Notebook (Mobile)
อ่านชื่อรุ่น AMD สำหรับ Desktop
การดูชื่อรุ่น AMD Desktop คล้ายฝั่ง Intel แต่ชื่อซีรีส์จะเป็นอีกแบบหนึ่ง
หลักๆ แบ่งเป็นตระกูล
AMD Athlon: รุ่นเริ่มต้น ราคาถูก เหมาะกับงานเบาๆ
Ryzen 3: รุ่นเริ่มต้นของตระกูล Ryzen เน้นประหยัดพลังงาน ใช้งานทั่วไป งานเอกสาร พรีเซนต์ เล่นเกมไม่กินสเปกมาก
Ryzen 5: ระดับกลาง เหมาะกับการเล่นเกม สตรีมมิ่ง และตัดต่อวิดีโอ
สายตัดต่อแนะนำเริ่มที่ Ryzen 5 เพราะครอบคลุมและคุ้มระยะยาวRyzen 7: กลุ่มประสิทธิภาพสูง ใช้เล่นเกมจริงจังและสตรีมได้ดี
Ryzen 9: สายแรงสุด เหมาะกับ Content Creator ระดับโปร
Threadripper: สุดทางสำหรับ Workstation งานโปรดักชันหนักๆ โดยเฉพาะ
เลขในชื่อรุ่นก็มีความหมายเช่นกัน
(สีชมพู) เลขหลักหน้า เช่น 7 ใน Ryzen 5 7600:
คือปีหรือ Generation ของ CPU
ช่วงปี 2023 คือ Gen 7 ถ้าลดลงก็จะเป็น 6, 5, 4
เช่น Ryzen 5 7600 ใหม่กว่า Ryzen 5 5600(สีแดง) เลขท้าย 600:
คือเลขรุ่นย่อย บอกระดับความแรงใน Gen เดียวกัน
เลข 600 จะแรงกว่า 500 เป็นต้น(สีขาว) รหัสท้าย:
เป็นตัวอักษรที่เติมท้ายชื่อรุ่นเพื่อบอกคุณสมบัติเพิ่มเติม
รหัสท้าย CPU AMD (Desktop)
ไม่มีเลขท้าย: รุ่นปกติ ไม่มีการ์ดจอออนชิป
G: มีการ์ดจอออนชิปในตัว ไม่ต้องใส่การ์ดจอแยกก็พอใช้งานได้
X: รุ่นปลดล็อค สามารถ Overclock เพิ่มพลังได้
X3D: รุ่นที่มีเทคโนโลยี 3D V‑Cache ช่วยให้เล่นเกมได้ดีขึ้น
ช่วงราคา CPU AMD 7000 Series Desktop (ประมาณ ก.ย. 2023)
Ryzen 5 7600 ประมาณ 7,340 บาท
Ryzen 5 7600X ประมาณ 8,190 บาท
Ryzen 7 7700 ประมาณ 11,300 บาท
Ryzen 7 7700X ประมาณ 12,000 บาท
Ryzen 7 7800X3D ประมาณ 15,900 บาท
Ryzen 9 7900 ประมาณ 13,500 บาท
Ryzen 9 7900X ประมาณ 14,400 บาท
Ryzen 9 7950X ประมาณ 20,150 บาท
Ryzen 9 7900X3D ประมาณ 20,900 บาท
Ryzen 9 7950X3D ประมาณ 26,700 บาท
หมายเหตุ: ราคามีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและร้านที่จัดจำหน่าย
AMD Mobile / Notebook: อ่านเลข 4 หลักยังไงให้เข้าใจ
เวลาเจอชื่อรุ่น AMD บนโน้ตบุ๊ก เช่น Ryzen 7 7840U จะมีเลขเรียงกันหลายหลัก แต่ละหลักมีความหมายดังนี้
หลักที่ 1: เลขปีของ Generation
เช่น ปี 2023 ใช้เลข 7 ปี 2024 จะเป็นเลข 8 เป็นต้นหลักที่ 2: ระบุ Segment หรือระดับของ CPU
Athlon Silver = เลข 1
Athlon Gold = เลข 2
Ryzen 3 = เลข 3, 4
Ryzen 5 = เลข 5, 6
Ryzen 7 = เลข 7, 8
Ryzen 9 = เลข 8, 9
หลักที่ 3: บอกสถาปัตยกรรมของ CPU รุ่นนั้น
หลักที่ 4: บอกระดับฟีเจอร์และความไฮเอนด์
ถ้าเป็น เลข 0 จะเป็นรุ่นล่าง แต่ถ้าเป็น เลข 5 จะเป็นรุ่นโมเดลระดับท็อปของกลุ่มนั้น
รหัสท้าย CPU AMD (Notebook)
e: เน้นประหยัดพลังงานสุดๆ
C: ใช้ใน Chromebook
U: เน้นประหยัดพลังงาน มักพบในโน้ตบุ๊กบางเบา
HS: เน้นประสิทธิภาพสูง ใช้งานหนัก เช่น เล่นเกมหรือตัดต่อวิดีโอ มักเจอในโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง
HX: ระดับสูงสุดสำหรับมือโปร สายเกมมิ่งจัดเต็มหรือทำงานโปรดักชันแบบจริงจัง
แล้วสายตัดต่อวิดีโอควรเลือก CPU รุ่นไหน?
มาถึงคำถามสำคัญสำหรับคนทำคอนเทนต์วิดีโอ ตัดต่อ เรนเดอร์ หรือสตรีมมิ่ง
1) ใช้งานทั่วไป + ตัดต่อเบาๆ บ้าง
งานแนวนี้เช่น
เอกสาร เรียนออนไลน์ ทำ Presentation
ดูหนัง ฟังเพลง ดู YouTube / Netflix
เล่นเกมออนไลน์หรือเกมที่ไม่กินสเปกมาก
ตัดต่อวิดีโอสั้นๆ แบบไม่ได้ใส่เอฟเฟกต์โหดๆ
แนะนำขั้นต่ำ
Intel Core i3
AMD Ryzen 3
ถ้ามีงบเพิ่มอีกหน่อย ขยับไป
Intel Core i5
AMD Ryzen 5
โดยเฉพาะถ้าเป็นโน้ตบุ๊ก แนะนำเลือกรหัส U ขึ้นไป เพื่อให้ใช้งานได้คล่องและไม่อืดเร็ว
2) เล่นเกมกินสเปก + ตัดต่อ / เรนเดอร์จริงจัง
เหมาะกับคนที่
เล่นเกมภาพสวย กราฟิกจัดเต็ม
ตัดต่อวิดีโอและเรนเดอร์เป็นประจำ
เปิดแท็บเบราว์เซอร์หลายๆ แท็บพร้อมกัน
มีงานดีไซน์กราฟิกไปด้วย
แนะนำ
Intel Core i5
AMD Ryzen 5
ถ้าเป็นโน้ตบุ๊กให้เน้นรุ่นที่มีรหัส H ขึ้นไป จะดีกว่า เพราะเน้นประสิทธิภาพมากกว่าประหยัดแบต
3) ทำงาน + เล่นเกม + สตรีมมิ่งแบบจริงจัง
สไตล์ Creator ที่ต้อง
ตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูง
สตรีมเกมไปด้วย ตัดต่อไปด้วย
ทำงานกราฟิกหรือ Animation ร่วมด้วย
แนะนำ
Intel Core i7
AMD Ryzen 7
ถ้าเป็นโน้ตบุ๊กอีกเช่นกัน ควรดูรหัส H ขึ้นไป เพื่อให้ได้พลังประมวลผลเต็มๆ
4) ระดับมืออาชีพ / สตูดิโอ / Workstation
กลุ่มนี้คือทำงานแบบโปรดักชันหนัก ใช้เวลาเรนเดอร์นานๆ หรือรับงานลูกค้าจริงจัง เช่น
ทำ 3D, VFX, Motion Graphic หนักๆ
ตัดต่อหลายเลเยอร์ความละเอียดสูง 4K/8K
ใช้ซอฟต์แวร์สาย Professional แบบเต็มระบบ
แนะนำ
Intel Core i9
AMD Ryzen 9
Threadripper (กรณีงาน Workstation จัดเต็ม)
บนโน้ตบุ๊ก ถ้าจะเอาไปทำงานหนักจริงจัง ให้เน้นรหัส H ขึ้นไป เช่น H / HS / HX
สรุป: ไม่มีค่ายไหนผิด เลือกให้ตรงงานและงบของเรา
มองภาพรวมแบบคนใช้งานจริง ทั้ง Intel และ AMD ทำได้ดีทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับว่า
เราเน้นงานแบบไหน (ตัดต่อหนักไหม เล่นเกมไหม สตรีมหรือเปล่า)
ใช้ Desktop หรือ Notebook
งบประมาณไปได้ไกลแค่ไหน
ถ้าเน้นตัดต่อวิดีโอเป็นหลัก และอยากให้เครื่องอยู่กับเราได้นานแบบไม่ต้องรีบอัปเกรด
ฝั่ง Intel เริ่มที่ i5 ขึ้นไป
ฝั่ง AMD เริ่มที่ Ryzen 5 ขึ้นไป
จากนั้นค่อยดูต่อว่าเป็น
Desktop หรือ Notebook
ถ้า Notebook ให้มองรหัสท้าย U / H / HS / HX ให้ตรงสไตล์ใช้งาน
เลือกให้ถูกตั้งแต่ CPU งานตัดต่อและเรนเดอร์ของคุณจะลื่นขึ้นแบบรู้สึกได้ทันที ไม่ต้องมานั่งรอ Progress Bar ให้เสียอารมณ์อีกต่อไป

