รับแอปรับแอป

มือใหม่ตัดต่อวิดีโอต้องรู้! เลือก CPU ยังไงให้ตัดลื่น เรนเดอร์ไม่สะดุด

ชุติมา วงศ์ดี01-29

เข้าใจก่อนซื้อ CPU: สมองของคอมที่สายตัดต่อห้ามมองข้าม

อยากประกอบคอมหรือซื้อโน้ตบุ๊กใหม่มาช่วยตัดต่อวิดีโอให้ลื่นๆ แต่พอเจอชื่อรุ่น CPU แล้วเริ่มมึน เลขยาวเป็นหางว่าว แถมยังมีรหัสท้าย U, H, HX เต็มไปหมด ไม่รู้ว่าตัวไหนเหมาะกับงานตัดต่อหรืองานกราฟิกของเราเลย

บทความนี้จะพาไล่ดูสเปก CPU แบบง่ายๆ อ่านจบแยกรุ่นเป็น รู้เลยว่าแบบไหนเหมาะกับสายตัดต่อวิดีโอ เล่นเกม สตรีม หรือทำงานสายครีเอเตอร์แบบจริงจัง เอาไปอธิบายต่อให้เพื่อนฟังได้สบายๆ

CPU มีกี่ค่าย? เลือกฝั่งไหนดี

CPU คือหน่วยประมวลผลหลักของคอมพิวเตอร์ เปรียบง่ายๆ ก็เหมือนสมองของเครื่อง ถ้า CPU แรง งานตัดต่อ เรนเดอร์ หรืองานกราฟิกก็จะไหลลื่นตาม

ตอนนี้ค่ายหลักในตลาดมี 2 เจ้า

  • Intel

  • AMD

หลายคนเลยเรียกติดปากว่า ค่ายฟ้า (Intel) และ ค่ายแดง (AMD) ตามสีโลโก้ ถ้าเป็นโน้ตบุ๊กให้ลองมองที่ สติ๊กเกอร์บนตัวเครื่อง ก็จะเห็นชัดว่าใช้ CPU ค่ายไหน

สาย Intel: อ่านชื่อรุ่นยังไงให้รู้ว่าเหมาะกับงานแบบไหน

ชื่อ Intel คงคุ้นกันดี ไม่ว่าจะจากคอมที่บ้าน โรงเรียน หรือที่ทำงาน จุดเด่นคือประสิทธิภาพสูงและเสถียร ใช้กับโปรแกรมสายงานตัดต่อและทำงานจริงจังได้มั่นใจ

โครงสร้างชื่อรุ่น Intel แบบคร่าวๆ

สมมติรุ่นตัวอย่าง Intel Core i5-13500H เราแยกส่วนได้แบบนี้

  • (สีฟ้า) Intel Core:
    เป็นชื่อแบรนด์ตระกูลหลักของ CPU

  • (สีส้ม) i5:
    เป็นซีรีส์ของ CPU ซึ่งจะเรียงตั้งแต่ Celeron, Pentium, i3, i5, i7, i9

    ลำดับความแรงและราคาโดยประมาณ

    • Celeron / Pentium: ระดับเริ่มต้น ราคาถูก เน้นใช้งานเบาๆ

    • Core i3: ใช้งานทั่วไป เช่น เล่นโซเชียล ดูหนัง เล่นเกมไม่กินสเปก ทำงานเอกสาร หรือทำพรีเซนต์

    • Core i5: กลางๆ แต่ครอบคลุมมาก เล่นเกมได้มากขึ้น ใช้ตัดต่อและเรนเดอร์วิดีโอได้ดี ราคาไม่แรงเกินไป
      ถ้าเน้นใช้งานยาวและคุ้ม แนะนำเริ่มที่ i5 ขึ้นไป

    • Core i7: เน้นงานจริงจัง เช่น ตัดต่อและเรนเดอร์วิดีโอความละเอียดสูง ทำ Animation เล่นเกมพร้อมสตรีมได้สบาย

    • Core i9: สุดทางประสิทธิภาพ เน้นระดับมืออาชีพ เช่น งาน 3D หนักๆ และราคาก็สูงตาม

  • (สีชมพู) เลข 13 ข้างหน้า:
    คือ Generation ของ CPU
    ปี 2023 = Gen 13 ถ้าเป็นเลข 12, 11, 10 ก็จะเป็นรุ่นเก่าลงไป
    เช่น i5-13500H ใหม่กว่า i5-12500H

  • (สีแดง) เลข 500 ด้านหลัง:
    คือเลข รุ่นย่อย (Model) ใน Gen เดียวกัน
    เลขมากกว่าก็มักจะแรงกว่า เช่น 600 แรงกว่า 500

  • (สีขาว) ตัวอักษรท้าย H / U ฯลฯ:
    คือรหัสบอกแนวการใช้งานของ CPU ตัวนั้น

รหัสท้าย CPU Intel: ตัวหนังสือเล็กๆ แต่ความหมายใหญ่มาก

กลุ่ม PC Desktop (คอมตั้งโต๊ะ)

  • ไม่มีรหัสท้าย: รุ่นปกติทั่วไป มาพร้อมการ์ดจอออนชิป

  • F: ไม่มีการ์ดจอออนชิป ต้องใส่การ์ดจอแยกเท่านั้น

  • K: รุ่นแรง ปลดล็อคให้ Overclock เพิ่มประสิทธิภาพได้

  • KF: แรง + ปลดล็อค Overclock แต่ไม่มีการ์ดจอออนชิป

  • KS: ตัวท็อปสุดของซีรีส์ ประสิทธิภาพจัดเต็ม

กลุ่ม Notebook / 2 in 1 / All‑in‑one PC

รหัสเหล่านี้สำคัญมากสำหรับคนจะซื้อโน้ตบุ๊กมาตัดต่อวิดีโอ

  • T: เน้นประหยัดพลังงาน ความร้อนต่ำ เหมาะกับ All‑in‑one ใช้เปิดทั้งวัน

  • U: ประหยัดพลังงาน ใช้งานทั่วไปได้ยาวนาน เหมาะกับโน้ตบุ๊กบางเบา ไม่เน้นแรงสุด

  • P: แรงกว่ารหัส U แต่ยังคงประหยัดพลังงาน ใช้ในโน้ตบุ๊กบางเบาเช่นกัน

  • H: เน้น ประสิทธิภาพสูง ใช้งานหนัก เช่น เล่นเกม ตัดต่อ/เรนเดอร์วิดีโอ สตรีมมิ่ง
    จะเจอในโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง

  • HX: ระดับสุดทางของโน้ตบุ๊ก เล่นเกมโหดๆ หรืองานมืออาชีพแบบจัดเต็ม มักอยู่ในโน้ตบุ๊กราคาแรง

ช่วงราคา CPU Intel 13th Gen Desktop (ประมาณ ก.ย. 2023)

  • i3-13100F ประมาณ 4,250 บาท

  • i3-13100 ประมาณ 5,250 บาท

  • i5-13400F ประมาณ 7,490 บาท

  • i5-13400 ประมาณ 8,340 บาท

  • i5-13500 ประมาณ 8,790 บาท

  • i5-13600KF ประมาณ 11,800 บาท

  • i5-13600K ประมาณ 12,800 บาท

  • i7-13700 ประมาณ 14,500 บาท

  • i7-13700F ประมาณ 13,790 บาท

  • i7-13700KF ประมาณ 15,400 บาท

  • i7-13700K ประมาณ 15,700 บาท

  • i9-13900F ประมาณ 20,525 บาท

  • i9-13900 ประมาณ 21,900 บาท

  • i9-13900KF ประมาณ 22,200 บาท

  • i9-13900K ประมาณ 22,500 บาท

  • i9-13900KS ประมาณ 27,290 บาท

หมายเหตุ: ราคามีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและร้านที่จัดจำหน่าย

สาย AMD: คู่ปรับค่ายแดงที่เด่นเรื่องคุ้มค่าและ Multi‑Tasking

ฝั่ง AMD เป็นอีกค่ายใหญ่ที่หลายคนหันมาใช้มากขึ้น จุดเด่นคือ

  • ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multi‑Tasking) ได้ดี

  • ประหยัดพลังงาน

  • ราคาโดยรวมคุ้มค่าเมื่อเทียบประสิทธิภาพ

วิธีดูชื่อรุ่นของ AMD จะขอแยกเป็น Desktop และ Notebook (Mobile)

อ่านชื่อรุ่น AMD สำหรับ Desktop

การดูชื่อรุ่น AMD Desktop คล้ายฝั่ง Intel แต่ชื่อซีรีส์จะเป็นอีกแบบหนึ่ง

หลักๆ แบ่งเป็นตระกูล

  • AMD Athlon: รุ่นเริ่มต้น ราคาถูก เหมาะกับงานเบาๆ

  • Ryzen 3: รุ่นเริ่มต้นของตระกูล Ryzen เน้นประหยัดพลังงาน ใช้งานทั่วไป งานเอกสาร พรีเซนต์ เล่นเกมไม่กินสเปกมาก

  • Ryzen 5: ระดับกลาง เหมาะกับการเล่นเกม สตรีมมิ่ง และตัดต่อวิดีโอ
    สายตัดต่อแนะนำเริ่มที่ Ryzen 5 เพราะครอบคลุมและคุ้มระยะยาว

  • Ryzen 7: กลุ่มประสิทธิภาพสูง ใช้เล่นเกมจริงจังและสตรีมได้ดี

  • Ryzen 9: สายแรงสุด เหมาะกับ Content Creator ระดับโปร

  • Threadripper: สุดทางสำหรับ Workstation งานโปรดักชันหนักๆ โดยเฉพาะ

เลขในชื่อรุ่นก็มีความหมายเช่นกัน

  • (สีชมพู) เลขหลักหน้า เช่น 7 ใน Ryzen 5 7600:
    คือปีหรือ Generation ของ CPU
    ช่วงปี 2023 คือ Gen 7 ถ้าลดลงก็จะเป็น 6, 5, 4
    เช่น Ryzen 5 7600 ใหม่กว่า Ryzen 5 5600

  • (สีแดง) เลขท้าย 600:
    คือเลขรุ่นย่อย บอกระดับความแรงใน Gen เดียวกัน
    เลข 600 จะแรงกว่า 500 เป็นต้น

  • (สีขาว) รหัสท้าย:
    เป็นตัวอักษรที่เติมท้ายชื่อรุ่นเพื่อบอกคุณสมบัติเพิ่มเติม

รหัสท้าย CPU AMD (Desktop)

  • ไม่มีเลขท้าย: รุ่นปกติ ไม่มีการ์ดจอออนชิป

  • G: มีการ์ดจอออนชิปในตัว ไม่ต้องใส่การ์ดจอแยกก็พอใช้งานได้

  • X: รุ่นปลดล็อค สามารถ Overclock เพิ่มพลังได้

  • X3D: รุ่นที่มีเทคโนโลยี 3D V‑Cache ช่วยให้เล่นเกมได้ดีขึ้น

ช่วงราคา CPU AMD 7000 Series Desktop (ประมาณ ก.ย. 2023)

  • Ryzen 5 7600 ประมาณ 7,340 บาท

  • Ryzen 5 7600X ประมาณ 8,190 บาท

  • Ryzen 7 7700 ประมาณ 11,300 บาท

  • Ryzen 7 7700X ประมาณ 12,000 บาท

  • Ryzen 7 7800X3D ประมาณ 15,900 บาท

  • Ryzen 9 7900 ประมาณ 13,500 บาท

  • Ryzen 9 7900X ประมาณ 14,400 บาท

  • Ryzen 9 7950X ประมาณ 20,150 บาท

  • Ryzen 9 7900X3D ประมาณ 20,900 บาท

  • Ryzen 9 7950X3D ประมาณ 26,700 บาท

หมายเหตุ: ราคามีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและร้านที่จัดจำหน่าย

AMD Mobile / Notebook: อ่านเลข 4 หลักยังไงให้เข้าใจ

เวลาเจอชื่อรุ่น AMD บนโน้ตบุ๊ก เช่น Ryzen 7 7840U จะมีเลขเรียงกันหลายหลัก แต่ละหลักมีความหมายดังนี้

  • หลักที่ 1: เลขปีของ Generation
    เช่น ปี 2023 ใช้เลข 7 ปี 2024 จะเป็นเลข 8 เป็นต้น

  • หลักที่ 2: ระบุ Segment หรือระดับของ CPU

    • Athlon Silver = เลข 1

    • Athlon Gold = เลข 2

    • Ryzen 3 = เลข 3, 4

    • Ryzen 5 = เลข 5, 6

    • Ryzen 7 = เลข 7, 8

    • Ryzen 9 = เลข 8, 9

  • หลักที่ 3: บอกสถาปัตยกรรมของ CPU รุ่นนั้น

  • หลักที่ 4: บอกระดับฟีเจอร์และความไฮเอนด์
    ถ้าเป็น เลข 0 จะเป็นรุ่นล่าง แต่ถ้าเป็น เลข 5 จะเป็นรุ่นโมเดลระดับท็อปของกลุ่มนั้น

รหัสท้าย CPU AMD (Notebook)

  • e: เน้นประหยัดพลังงานสุดๆ

  • C: ใช้ใน Chromebook

  • U: เน้นประหยัดพลังงาน มักพบในโน้ตบุ๊กบางเบา

  • HS: เน้นประสิทธิภาพสูง ใช้งานหนัก เช่น เล่นเกมหรือตัดต่อวิดีโอ มักเจอในโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง

  • HX: ระดับสูงสุดสำหรับมือโปร สายเกมมิ่งจัดเต็มหรือทำงานโปรดักชันแบบจริงจัง

แล้วสายตัดต่อวิดีโอควรเลือก CPU รุ่นไหน?

มาถึงคำถามสำคัญสำหรับคนทำคอนเทนต์วิดีโอ ตัดต่อ เรนเดอร์ หรือสตรีมมิ่ง

1) ใช้งานทั่วไป + ตัดต่อเบาๆ บ้าง

งานแนวนี้เช่น

  • เอกสาร เรียนออนไลน์ ทำ Presentation

  • ดูหนัง ฟังเพลง ดู YouTube / Netflix

  • เล่นเกมออนไลน์หรือเกมที่ไม่กินสเปกมาก

  • ตัดต่อวิดีโอสั้นๆ แบบไม่ได้ใส่เอฟเฟกต์โหดๆ

แนะนำขั้นต่ำ

  • Intel Core i3

  • AMD Ryzen 3

ถ้ามีงบเพิ่มอีกหน่อย ขยับไป

  • Intel Core i5

  • AMD Ryzen 5

โดยเฉพาะถ้าเป็นโน้ตบุ๊ก แนะนำเลือกรหัส U ขึ้นไป เพื่อให้ใช้งานได้คล่องและไม่อืดเร็ว

2) เล่นเกมกินสเปก + ตัดต่อ / เรนเดอร์จริงจัง

เหมาะกับคนที่

  • เล่นเกมภาพสวย กราฟิกจัดเต็ม

  • ตัดต่อวิดีโอและเรนเดอร์เป็นประจำ

  • เปิดแท็บเบราว์เซอร์หลายๆ แท็บพร้อมกัน

  • มีงานดีไซน์กราฟิกไปด้วย

แนะนำ

  • Intel Core i5

  • AMD Ryzen 5

ถ้าเป็นโน้ตบุ๊กให้เน้นรุ่นที่มีรหัส H ขึ้นไป จะดีกว่า เพราะเน้นประสิทธิภาพมากกว่าประหยัดแบต

3) ทำงาน + เล่นเกม + สตรีมมิ่งแบบจริงจัง

สไตล์ Creator ที่ต้อง

  • ตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูง

  • สตรีมเกมไปด้วย ตัดต่อไปด้วย

  • ทำงานกราฟิกหรือ Animation ร่วมด้วย

แนะนำ

  • Intel Core i7

  • AMD Ryzen 7

ถ้าเป็นโน้ตบุ๊กอีกเช่นกัน ควรดูรหัส H ขึ้นไป เพื่อให้ได้พลังประมวลผลเต็มๆ

4) ระดับมืออาชีพ / สตูดิโอ / Workstation

กลุ่มนี้คือทำงานแบบโปรดักชันหนัก ใช้เวลาเรนเดอร์นานๆ หรือรับงานลูกค้าจริงจัง เช่น

  • ทำ 3D, VFX, Motion Graphic หนักๆ

  • ตัดต่อหลายเลเยอร์ความละเอียดสูง 4K/8K

  • ใช้ซอฟต์แวร์สาย Professional แบบเต็มระบบ

แนะนำ

  • Intel Core i9

  • AMD Ryzen 9

  • Threadripper (กรณีงาน Workstation จัดเต็ม)

บนโน้ตบุ๊ก ถ้าจะเอาไปทำงานหนักจริงจัง ให้เน้นรหัส H ขึ้นไป เช่น H / HS / HX

สรุป: ไม่มีค่ายไหนผิด เลือกให้ตรงงานและงบของเรา

มองภาพรวมแบบคนใช้งานจริง ทั้ง Intel และ AMD ทำได้ดีทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับว่า

  • เราเน้นงานแบบไหน (ตัดต่อหนักไหม เล่นเกมไหม สตรีมหรือเปล่า)

  • ใช้ Desktop หรือ Notebook

  • งบประมาณไปได้ไกลแค่ไหน

ถ้าเน้นตัดต่อวิดีโอเป็นหลัก และอยากให้เครื่องอยู่กับเราได้นานแบบไม่ต้องรีบอัปเกรด

  • ฝั่ง Intel เริ่มที่ i5 ขึ้นไป

  • ฝั่ง AMD เริ่มที่ Ryzen 5 ขึ้นไป

จากนั้นค่อยดูต่อว่าเป็น

  • Desktop หรือ Notebook

  • ถ้า Notebook ให้มองรหัสท้าย U / H / HS / HX ให้ตรงสไตล์ใช้งาน

เลือกให้ถูกตั้งแต่ CPU งานตัดต่อและเรนเดอร์ของคุณจะลื่นขึ้นแบบรู้สึกได้ทันที ไม่ต้องมานั่งรอ Progress Bar ให้เสียอารมณ์อีกต่อไป