รับแอปรับแอป

จาก X Japan สู่ออเคสตราโลก : ถอดรหัสเสน่ห์อัลบั้ม Eternal Melody ของ Yoshiki

นพดล แก้วคำ01-31

ซีดีที่คนรักร็อก–คลาสสิกห้ามพลาด

Toshiba-EMI / TOCT-6994-5

“Eternal Melody” คือสตูดิโออัลบั้มคลาสสิกเต็มรูปแบบชุดแรกของ Yoshiki มือกลอง–เปียโน–มันสมองเบื้องหลัง X Japan ที่ออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 เมษายน 1993

ความพิเศษไม่ใช่แค่การดึงเพลงร็อกจาก X Japan มาถอดรหัสใหม่ในแบบออเคสตรา แต่ยังได้ Sir George Martin โปรดิวเซอร์ระดับตำนานชาวอังกฤษ มานั่งแท่นควบคุมงานอีกด้วย

นี่ไม่ใช่แค่อัลบั้มคลาสสิกธรรมดา แต่มันคือจุดตัดสำคัญของโลก J-Rock, Visual Kei และดนตรีออเคสตรา ในแผ่นเดียว

Yoshiki : หัวใจของ X Japan ที่ก้าวข้ามกรอบวงร็อก

Yoshiki Hayashi (เกิด 20 พฤศจิกายน 1965) คือหนึ่งในนักดนตรีญี่ปุ่นที่ถูกยกย่องว่า ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีญี่ปุ่น

เขาเป็นทั้งหัวหน้าวง มือกลอง และนักเปียโนของ X Japan วงร็อก–เมทัลระดับตำนานที่ผสมผสานความหนักหน่วงกับการเรียบเรียงแบบคลาสสิกได้อย่างมีเอกลักษณ์ จนกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญของแนว Visual Kei

  • ยอดขายอัลบั้มและซิงเกิลรวมมากกว่า 30 ล้านชุด

  • เปิดการแสดงที่ Tokyo Dome ความจุ 55,000 ที่นั่ง ได้ถึง 18 ครั้ง – ตัวเลขที่ไม่ธรรมดาในยุคนั้น

X Japan จึงไม่ได้เป็นแค่ “วงร็อก” แต่คือปรากฏการณ์วัฒนธรรม ที่ทำให้ชื่อ Yoshiki ถูกพูดถึงไปไกลเกินกว่าขอบเขตของ J-Rock

จากร็อกสู่คลาสสิก : หลายบทบาทของ Yoshiki

นอกเหนือจากงานกับ X Japan แล้ว Yoshiki ยังเดินหน้าโปรเจกต์หลากหลายแบบไม่มีคำว่าหยุด

  • นักแต่งเพลงคลาสสิก
    ได้เรียนเปียโนคลาสสิกมาตั้งแต่เด็ก ออกอัลบั้มคลาสสิกเดี่ยว แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ เพลงธีมฉลองครบรอบ 10 ปี การครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น รวมถึงเพลงธีมรางวัล Golden Globe Awards

  • โปรเจกต์ระดับโลก
    ร่วมก่อตั้งซูเปอร์กรุ๊ป The Last Rockstars และสร้างรายการเรียลิตี้เฟ้นหาศิลปิน “YOSHIKI SUPERSTAR PROJECT X” ที่ให้กำเนิดวงบอยแบนด์ XY และเกิร์ลกรุ๊ป Bi-ray

  • ผู้กำกับภาพยนตร์
    ก้าวไปจับงานกำกับสารคดีเรื่อง Yoshiki : Under the Sky (2023)

  • แฟชั่นและธุรกิจ
    สร้างแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ Maison Yoshiki Paris, ไวน์แบรนด์ Y by Yoshiki และร่วมงานกับแบรนด์แชมเปญชื่อดังอย่าง Pommery

  • กิจกรรมเพื่อสังคม
    ร่วมงานการกุศลและช่วยเหลือภัยพิบัติอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับ Japan House โครงการเผยแพร่วัฒนธรรมญี่ปุ่นในต่างประเทศ

ด้วยเส้นทางทั้งหมดนี้ Yoshiki จึงไม่ได้เป็นแค่ไอคอนของ ร็อกญี่ปุ่น แต่ยังเป็นตัวแทนของ การเชื่อมโลกดนตรีตะวันออก–ตะวันตก อย่างชัดเจน

จาก J-Rock สู่งานออริจินัลคลาสสิก

ก่อนจะมาถึง Eternal Melody เส้นทางคลาสสิกของ Yoshiki ก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

  • ปี 1991 : ออกอัลบั้มคลาสสิกรวมผลงานชื่อ “Yoshiki Selection” ที่หยิบทั้งเพลงคลาสสิกและงานเรียบเรียงจากเพลงของ X Japan มารวมไว้ด้วยกัน

  • ปี 1992 : หันไปศึกษาการด้นสดแบบแจ๊ส (Jazz Improvisation) และการเรียบเรียงดนตรีออเคสตรา (Orchestration)

แรงบันดาลใจสำคัญในช่วงนั้นคืออัลบั้ม The Köln Concert ของ Keith Jarrett ซึ่งส่งผลต่อวิธีคิดและการเล่นของ Yoshiki อย่างเห็นได้ชัด

เบื้องหลังการบันทึกเสียง Eternal Melody

“Eternal Melody” ถูกบันทึกเสียงในเดือนกุมภาพันธ์ 1993 ที่ Air Lyndhurst Hall สตูดิโอในลอนดอนของ Sir George Martin และมาสเตอร์ริงที่ Abbey Road Studios

องค์ประกอบหลักของอัลบั้มนี้คือ

  • ดนตรีประพันธ์โดย Yoshiki

  • โปรดิวเซอร์ : Sir George Martin

  • เรียบเรียงร่วมกับ Gavin Greenaway และ Graham Preskett

  • วงที่ทำการบรรเลง : London Philharmonic Orchestra

อัลบั้มนี้คือการนำเพลงฮิตยุค X Japan มาตีความใหม่ในแบบคลาสสิกเต็มตัว พร้อมเพิ่มเพลงใหม่อีกสองเพลง คือ “Overture” และ “Amethyst” รวมทั้งหมด 12 เพลง แบ่งออกเป็น 2 แผ่นซีดี

ความสำเร็จบนชาร์ต และการวางจำหน่ายซ้ำ

อัลบั้มวางจำหน่ายวันที่ 21 เมษายน 1993 โดย Toshiba-EMI และสร้างผลงานบนชาร์ต Oricon ได้อย่างน่าสนใจ

  • สัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม : ขึ้นสูงสุดที่ อันดับ 6 ยอดขาย 83,740 ชุด

  • สัปดาห์ที่ 2 : หล่นมาอยู่อันดับ 9 ยอดขาย 31,940 ชุด

  • สัปดาห์ที่ 3 : อันดับ 14 ยอดขาย 15,050 ชุด

  • สัปดาห์ที่ 4 : อันดับ 25 ยอดขาย 9,030 ชุด

อัลบั้มติดอันดับชาร์ตรวม 6 สัปดาห์ ก่อนจะมีการนำกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งในวันที่ 27 ธันวาคม 2001 โดยค่าย Polydor และต่อมาได้มี “Eternal Melody II” ตามออกมาในปี 2005

Tracklist และทีมงานเบื้องหลัง

Tracklist

  • ทุกเพลงในอัลบั้ม ประพันธ์โดย Yoshiki

  • เครดิตผู้เรียบเรียงเสียงประสานจะถูกระบุไว้หลังชื่อเพลงแต่ละแทร็ก

Recording Personnel

  • Arrangers : George Martin, Gavin Greenaway, Graham Preskett

  • Recording / Mixing Engineer : Bendoru Hayden

  • Assistant Engineers : Steve Orchard, Jeff Foster

  • Mastering Engineer : Chris Blair (Abbey Road Studios)

  • Performed by : London Philharmonic Orchestra

Hayashi Yoshiki : ผู้นำวง ผู้สร้างซาวด์ และโปรดิวเซอร์

Hayashi Yoshiki คือหัวใจสำคัญของ X Japan ในฐานะมือกลอง มือคีย์บอร์ด และหัวหน้าวง

หลังการยุบวง X Japan เขาเดินทางไปที่ฮอลลีวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อทำงานเบื้องหลังในฐานะโปรดิวเซอร์ให้กับวง Dir en Grey และเริ่มต้นปูทางสู่งานโซโลของตัวเองในโปรเจกต์ชื่อ Violet UK

ช็อกวงการ : การจากไปของ Hide และผลสะเทือนต่อ Yoshiki

วันที่ 2 พฤษภาคม 1998 คือวันที่แฟนเพลงทั่วโลกต้องช็อกกับข่าวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ Hideto Matsumoto (Hide) อดีตสมาชิก X Japan

ข่าวนี้กระทบ Yoshiki อย่างหนัก เขาไปร่วมพิธีศพในวันที่ 7 พฤษภาคม 1998 ก่อนจะย้ายไปอยู่ลอสแอนเจลิสและเงียบหายไปจากสปอตไลต์ราว 2 ปี ระหว่างนั้นเขายังรับหน้าที่โปรดิวซ์ให้ Dir en Grey ต่อไป

ปี 2000 Yoshiki ก่อตั้งค่ายเพลง Extasy Records International และสตูดิโอ Extasy Records North ที่ฮอลลีวูด แล้วค่อย ๆ กลับมาลุยโปรเจกต์โซโลที่ตัวเองคิดไว้เกือบสิบปีในชื่อ “Violet UK”

วันที่ 22 กันยายน 2005 Violet UK ปล่อยซิงเกิล “Sex and Religion” ให้ดาวน์โหลดผ่าน iTunes Music Store ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 8 ปีของการยุบวง X Japan พอดี

ช่วงแตกหักของ X Japan และ The Last Live

ช่วงหนึ่ง Yoshiki เคยท้อจนพูดออกมาว่า “เลิกซะดีมั้ย” เพราะวง X เปลี่ยนสมาชิกบ่อยมาก จนสุดท้ายเหลือเพียงเขากับ Toshi

ในยุคแรก X มีชื่อเสียงเรื่องความดิบทะลุเวที ทั้งการอาละวาดกับทีมงาน ร้านเหล้าที่เริ่มห้าม Yoshiki เข้า เพราะนิสัยทำแก้วแตกเป็นแถบ และขว้างขวดเบียร์ทีละหลายสิบขวดจนเป็นข่าวลือไม่จบไม่สิ้น

แต่เมื่อ Yoshiki ค่อย ๆ รวบรวมสมาชิกได้ลงตัว วงก็เริ่มเดินหน้าอย่างจริงจังจนได้เดบิวต์ และกลายเป็น X Japan พร้อมกอบโกยความสำเร็จมหาศาล

ปี 1997 Toshi ตัดสินใจออกจากวง ทำให้ Yoshiki, Hide, Pata และ Heath จัดงานแถลงข่าวยุบวง X Japan ในวันที่ 22 กันยายน 1997 ก่อนจะขึ้นเวทีคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย “The Last Live” ที่ Tokyo Dome ในวันที่ 31 ธันวาคม 1997

(หมายเหตุ: แคปชั่นเดิมของภาพคือชื่อ Hideto Matsumoto)

การจากไปของ Hide : ปริศนาและบาดแผลของแฟนเพลง

Hide เสียชีวิตอย่างกะทันหันในวันที่ 2 พฤษภาคม 1998 โดยตำรวจสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย หลังจากมีปากเสียงกับเพื่อนร่วมวง Spread Beaver เรื่องความเห็นที่ไม่ลงรอยกัน

อย่างไรก็ตาม แฟนเพลงจำนวนมากไม่ยอมรับข้อสรุปนี้ และมีการตั้งข้อสันนิษฐานอื่น ๆ ตามมา เช่น

  • อาจเกิดจากอุบัติเหตุในขณะมึนเมา

  • อาจเป็นความผิดพลาดจากการทำกายภาพบำบัดบริเวณคอด้วยผ้าขนหนู ซึ่งเขามักทำประจำเพราะมีอาการปวดหลัง บ่า และคอจากการสะพายกีตาร์นาน ๆ

คืนก่อนเกิดเหตุ Hide พร้อมเพื่อนร่วมวงไปออกรายการโทรทัศน์ จากนั้นจึงไปเลี้ยงฉลองและดื่มจนเช้า ฮิโรชิ น้องชายของเขาเป็นคนมาส่งกลับแมนชั่นในช่วงเช้าและมีปากเสียงกัน ก่อนที่ Hide จะเข้าไปในห้องน้ำ

การทำกายภาพในสภาพเมาและไม่มีสติ ถูกมองว่าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน แม้จะถูกพบในเวลาราวเจ็ดโมงเช้าและมีการเรียกรถพยาบาล แต่ก็สายเกินไป

หลังการจากไป ได้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์ของ Hide ที่เมืองโยโกซูกะ เปิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2000 ภายในจัดแสดงเสื้อผ้า เครื่องประดับ กีตาร์ และของใช้ส่วนตัว ทว่าพิพิธภัณฑ์ต้องปิดตัวลงในวันที่ 25 กันยายน 2003 ด้วยเหตุผลบางประการ

สรุป : ทำไมหูสายร็อกต้องลองฟัง Eternal Melody สักครั้ง

“Eternal Melody” คือมากกว่าการเอาเพลงร็อกมาทำออเคสตรา มันคือภาพสะท้อนตัวตนของ Yoshiki ที่เดินอยู่ตรงกลางระหว่าง พลังดิบของ J-Rock และ ความงามประณีตของดนตรีคลาสสิก

สำหรับคนที่รัก X Japan นี่คือโอกาสจะได้ฟังเมโลดี้คุ้นหูในมิติใหม่ ส่วนคนที่มาจากสายคลาสสิก นี่คือประตูให้คุณรู้จักอีกด้านของวงร็อกระดับตำนานที่ชื่อว่า X Japan ผ่านการเล่าเรื่องด้วยออเคสตราทั้งวง

ถ้าคุณชอบเพลงร็อกที่มีความใหญ่โตอลังการ แบบพร้อมจะกลายเป็นดนตรีภาพยนตร์ได้ทุกเมื่อ Eternal Melody คือแผ่นซีดีที่ควรมีติดชั้นอย่างยิ่ง