เปิดเพลย์ลิสต์หนังวันนี้
ใครกำลังหา หนังดูเพลินแต่มีอะไรให้คิดต่อ ทั้งสายแฟนตาซี ดราม่าหนักอารมณ์ ไปจนถึงหนังเอาชีวิตรอดหลังวันสิ้นโลก มัดรวมมาให้แล้ว 3 เรื่อง เน้นครบทั้งอารมณ์ ภาพสวย และประเด็นให้ถกกันต่อหลังดูจบ
The Wicked for Good : แม่มดชั่วร้าย หรือแค่คนที่ถูกเล่าเรื่องผิด?
The Wicked for Good เป็นหนังแฟนตาซีที่ไม่ได้ขายแต่เวทมนตร์หรือฉากอลังการ แต่เลือกโฟกัสไปที่ หัวใจของตัวละครและมิตรภาพ แบบเต็ม ๆ
เรื่องนี้ผสมทั้งแฟนตาซี ดราม่า และความสัมพันธ์ของตัวละครได้กลมกล่อม จุดที่น่าจดจำที่สุดคือการพาเราไปตั้งคำถามว่า
“ความดี” กับ “ความชั่ว” จริง ๆ แล้วถูกตัดสินจากอะไร
เรารู้จักตัวละครจาก สิ่งที่เขาทำจริง ๆ หรือจาก เรื่องเล่าที่คนอื่นเล่าให้ฟัง
หนังเหมือนจะบอกเรากลาย ๆ ว่า ภาพจำที่สังคมสร้างขึ้น อาจโหดร้ายกว่าความเป็นจริงเสมอ
เรื่องย่อ (โดยไม่สปอยล์ตอนจบ)
หลังเหตุการณ์ที่เอลฟาบาถูกตราหน้าว่าเป็น “แม่มดชั่วร้ายแห่งทิศตะวันตก” โลกออซก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายและความหวาดกลัว
ด้านกลินดา ในฐานะผู้นำคนใหม่ ต้องรับหน้าที่กอบกู้ความสงบ แต่ในใจลึก ๆ เธอไม่เคยเลิกคิดถึงเพื่อนเก่าคนสำคัญ และยังรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต
ในขณะเดียวกัน เอลฟาบาไม่ได้ตายจากไปอย่างที่ใครเข้าใจ เธอยังมีชีวิตอยู่ และคอยช่วยเหลือคนที่ถูกกดขี่อย่างลับ ๆ จนค่อย ๆ มองเห็นความจริงว่า มีผู้มีอำนาจบางกลุ่มกำลังใช้คำว่า “แม่มด” เป็นเครื่องมือปกครองและปิดปากคนเห็นต่าง
หนังเลยพาเราเข้าไปอยู่ในการต่อสู้ของเอลฟาบา ที่ต้อง พิสูจน์ความจริงให้หลุดพ้นจากภาพลักษณ์ปีศาจ ที่คนทั้งโลกถูกปลูกฝังให้เชื่อ
ประเด็นน่าสนใจ
การเล่ามุมกลับของตัวละครที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นฝ่ายชั่วร้าย
การวิพากษ์อำนาจ การสร้างเรื่องเล่า และการปั้น “วายร้าย” เพื่อควบคุมมวลชน
มิตรภาพที่ยังคงอยู่ แม้โลกจะตีตราให้คนสองคนอยู่กันคนละฝั่ง
Avatar: อัคนีและธุลีดิน – กลับสู่แพนดอรากับงานภาพที่ยังชนะทุกยุค
ภาคใหม่ของ Avatar ยังคงยืนหนึ่งในฐานะหนังที่หลายคนยอมกลับเข้าโรงเพียงเพื่อ เสพงานภาพและโลกสมมติระดับท็อปของวงการ
ทำไม Avatar ถึงยังครองใจคนดูได้ยาว ๆ
งานภาพล้ำยุคเหนือมาตรฐานทั่วไป
ภาพแบบจัดเต็มทั้ง CGI, Motion Capture และเทคโนโลยี 3D ทำให้โลกแพนดอราดูมีมิติและมีชีวิต สมจริงจนรู้สึกเหมือนเราเดินอยู่ตรงนั้นโลกของเรื่อง (World-building) แข็งแรงมาก
แพนดอราไม่ได้เป็นแค่ฉากหลังสวย ๆ แต่ถูกออกแบบให้มีระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติ
วัฒนธรรมและวิถีชีวิตเฉพาะของชาวนาวี
ภาษา ความเชื่อ และสายสัมพันธ์ระหว่างเผ่าต่าง ๆ
ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ชม ผูกพันกับโลกใบนี้เหมือนเป็นสถานที่จริง และอยากกลับไปสำรวจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ภาค “อัคนีและธุลีดิน” ยังสานต่อธีมความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ความเป็นครอบครัว และการปกป้องบ้านของตัวเอง เพิ่มเลเยอร์อารมณ์ให้มากกว่าคำว่าหนังแฟนตาซีฟอร์มยักษ์ธรรมดา
Greenland 2 : เมื่อโลกไม่ปลอดภัย แม้หลบอยู่ใต้ดิน
เข้าสู่สายเอาชีวิตรอดกันบ้างกับ Greenland 2 ที่พาเราไปไกลกว่าคำว่า “วันสิ้นโลก” เพราะเรื่องจริงมันเริ่มต้น หลังจากโลกพังไปแล้วต่างหาก
พล็อตคร่าว ๆ
เหตุการณ์ในภาคนี้เกิดขึ้นหลังหายนะล้างโลก ผู้รอดชีวิตกลุ่มสุดท้ายถูกบังคับให้ต้องออกจากบังเกอร์ เพื่อเผชิญหน้ากับโลกใบใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
บนผิวโลก ทุกอย่างเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สังคมใหม่ กติกาใหม่ และภัยคุกคามที่ไม่มีใครคาดเดาได้
ตัวละครต้องเผชิญกับคำถามใหญ่ระดับมนุษยชาติว่า
จะ เอาตัวรอดคนเดียว แล้วปิดใจจากทุกคน
หรือจะ ร่วมมือกันสร้างโลกใหม่ แม้ต้องแลกด้วยความเสี่ยงและการเสียสละ
หนังชูประเด็นว่า การอยู่รอดไม่ได้วัดกันที่ใครแข็งแรงที่สุด แต่คือใครยัง “เป็นมนุษย์” ได้มากที่สุดท่ามกลางโลกที่โหดร้าย
สรุป: สายดูหนังมีให้เลือกครบทั้งโลกเวทมนตร์, แฟนตาซีไซไฟ และเอาชีวิตรอด
ถ้าคุณชอบ…
หนังที่เล่าเรื่องจากมุมของตัวละครที่ถูกเข้าใจผิด ลองเริ่มที่ The Wicked for Good
งานภาพระดับเทพ สร้างโลกได้เนียนจนลืมไปเลยว่านี่คือ CGI ต้องจัด Avatar: อัคนีและธุลีดิน
ความกดดันเอาชีวิตรอดพร้อมคำถามเรื่องศีลธรรมมนุษย์ แนะนำ Greenland 2
เลือกเรื่องที่ใช่ แล้วเตรียมหาเวลาให้ตัวเองได้หลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง เพราะบางครั้งหนังดี ๆ ไม่ได้ให้แค่ความบันเทิง แต่ยังสะกิดให้เรามองโลกใบเดิมต่างออกไปด้วย

