วิดีโอคือภาษาหลักของยุคดิจิทัล
ในยุคที่ฟีดโซเชียลเต็มไปด้วยวิดีโอ ตั้งแต่คอนเทนต์การสอน ไปจนถึงพรีเซนต์งานองค์กร ใครที่เล่าเรื่องผ่านวิดีโอได้เก่งกว่า ก็สื่อสารได้ไกลกว่าและน่าเชื่อถือกว่า
การตัดต่อวิดีโอจึงไม่ใช่สกิลของสายโปรดักชันอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กลายเป็นทักษะพื้นฐานของคนทำงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ บุคลากรสายวิชาการ หรือเจ้าหน้าที่ด้านประชาสัมพันธ์องค์กร
ภายใต้โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “CapCut สร้างและตัดต่อวิดีโอ สำหรับการเรียนการสอนและการนำเสนอข้อมูลองค์กร” จึงเกิดขึ้นเพื่ออัปเลเวลทักษะนี้ให้กับบุคลากรอย่างจริงจัง
รายละเอียดการอบรมแบบเข้มข้น 2 วัน
การอบรมจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลา 2 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 26 – 27 มิถุนายน 2568
สถานที่อบรมอยู่ที่อาคารฝึกอบรม ชั้น 2 ห้อง 2 ณ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี บรรยากาศถูกออกแบบให้เป็นทั้งห้องเรียนและสตูดิโอในตัวเดียว
ภายในคลาส ผู้เข้าอบรมจะไม่ได้แค่นั่งฟัง แต่ได้ ลงมือทำทุกขั้นตอน ของการสร้างวิดีโอ ตั้งแต่คิดเรื่อง ไปจนถึงเรนเดอร์ไฟล์จบพร้อมนำไปใช้จริง
ทำไมคนทำงานควรเรียน CapCut + AI
การเข้าร่วมเวิร์กช็อปนี้ ไม่ได้แค่สอนกดปุ่ม แต่พาผู้เข้าอบรมเข้าใจ “กระบวนการเล่าเรื่องด้วยวิดีโอ” แบบครบวงจร และต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้จริงในงาน
ประโยชน์สำหรับผู้เข้าอบรม
อัปสกิลการผลิตสื่อดิจิทัลตั้งแต่ 0 ถึงจบงาน
เรียนครบทุกขั้นตอนของการสร้างและตัดต่อวิดีโอ ตั้งแต่การวาง Storyboard วางโครงเรื่อง ไปจนถึงการใช้ฟีเจอร์หลากหลายใน CapCut เพื่อให้ได้วิดีโอคุณภาพสูงที่ทำเองได้จริงเล่าเรื่องเก่งขึ้น สื่อสารชัดเจนขึ้น
วิดีโอที่ดีช่วยให้ข้อมูลกระชับ เข้าใจง่าย และน่าติดตาม ทักษะการตัดต่อทำให้ผู้เข้าอบรมสามารถออกแบบจังหวะภาพ เสียง และข้อความ ให้การนำเสนอมีพลังมากขึ้นไม่ตกเทรนด์เครื่องมือดิจิทัลและ AI
ได้ลองใช้ CapCut ควบคู่กับฟีเจอร์ AI ยอดนิยม เช่นเครื่องมือช่วยตัดต่ออัตโนมัติ
การสร้างเสียงด้วย AI
การสร้างภาพ 3D จาก ChatGPT
ทั้งหมดนี้เชื่อมกับเวิร์กโฟลว์จริงที่สามารถนำไปใช้ต่อในงานประจำวันได้
เพิ่มความมั่นใจในการสร้างสรรค์คอนเทนต์
ด้วยรูปแบบ Workshop ที่เน้นการลงมือทำ พร้อมมีคู่มือฉบับเต็มประกอบการเรียน ทำให้ผู้เข้าอบรมกล้าคิด กล้าลอง และกล้าปล่อยผลงานของตัวเองออกสู่สายตาผู้ชมมากขึ้นลดต้นทุนทั้งเวลาและงบประมาณ
เพราะ CapCut เป็นโปรแกรมฟรีที่ฟีเจอร์แน่น สามารถใช้สร้างวิดีโอระดับมืออาชีพได้โดยไม่ต้องลงทุนกับซอฟต์แวร์ราคาแพง แถมยังใช้ AI มาช่วยลดเวลาทำงานในหลายขั้นตอน
ประโยชน์ในมุมของหน่วยงานและองค์กร
การที่บุคลากรในมหาวิทยาลัยมีทักษะตัดต่อวิดีโอ ไม่ได้ดีแค่ในระดับบุคคล แต่ส่งผลต่อภาพรวมขององค์กรอย่างชัดเจน
ยกระดับคุณภาพการสื่อสารขององค์กร
สื่อประชาสัมพันธ์ กิจกรรม ข่าวสาร หรือ VDO Highlight ต่าง ๆ ถูกผลิตออกมาอย่างมืออาชีพ น่าเชื่อถือ และตรงกับไลฟ์สไตล์การเสพสื่อของคนยุคดิจิทัลประชาสัมพันธ์ได้ไกลขึ้น เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น
วิดีโอที่ตัดต่ออย่างดีช่วยเพิ่มทั้งการมองเห็น (Visibility) และการมีส่วนร่วม (Engagement) บนแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ซึ่งสำคัญมากต่อการดึงดูดนักศึกษาและผู้สนใจใหม่ ๆสนับสนุนนวัตกรรมการเรียนการสอน
คณาจารย์และบุคลากรสายวิชาการสามารถสร้างสื่อการสอนที่น่าสนใจ วิดีโอประกอบการบรรยาย หรืองานนำเสนอผลงานวิจัยให้น่าติดตาม และเข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายขึ้นลดการพึ่งพาทีมโปรดักชันภายนอก
เมื่อคนในองค์กรทำวิดีโอพื้นฐานถึงระดับกลางได้เอง ก็ช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดขั้นตอนการประสานงาน และทำให้งานสื่อสารเดินได้รวดเร็วขึ้นสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ทันสมัยและขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล
องค์กรที่ผลิตสื่อวิดีโอได้อย่างลื่นไหล แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการก้าวทันโลกดิจิทัล และความใส่ใจในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
คู่มือ CapCut ฉบับเต็ม: จาก Storyboard ถึง AI ในเล่มเดียว
ในเวิร์กช็อปนี้มีการใช้ คู่มืออบรมการตัดต่อวิดีโอด้วย CapCut ความยาวกว่า 132 หน้า ซึ่งออกแบบมาให้เป็นคู่มือประจำโต๊ะทำงานสำหรับทั้งมือใหม่และคนที่อยากใช้ CapCut แบบจริงจัง
เนื้อหาในเล่มครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคขั้นสูง เช่น
วาง Storyboard และโครงเรื่องก่อนลงมือถ่าย
การตัดต่อทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ
การใช้ AI ช่วยตัดต่อและจัดการเสียง
เทคนิคสร้างเสียงด้วย AI เช่น Google AI Studio, Botnoi Voice
การใส่เอฟเฟกต์ สติ๊กเกอร์ ปรับ Speed เพิ่ม Transitions
การสร้างภาพ 3D ด้วย ChatGPT เพื่อใช้ประกอบวิดีโอ
ทั้งหมดถูกจัดลำดับแบบ เรียนตามไป-ทำตามได้ทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเรียนจากตัวอย่างจริง แล้วค่อยนำไปดัดแปลงใช้กับงานของตัวเอง
ทำไมการตัดต่อวิดีโอถึงสำคัญกว่าที่คิด
วิดีโอไม่ได้มีดีแค่ “ภาพเคลื่อนไหว” แต่เบื้องหลังคือการออกแบบประสบการณ์การรับชม ถ้าตัดต่อดี ผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปทันที
การตัดต่อวิดีโอที่มีคุณภาพช่วยในหลายมิติ เช่น
สร้างความน่าเชื่อถือให้เนื้อหา
วิดีโอที่ลื่นไหล ภาพ เสียง และข้อความทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าคอนเทนต์มีมาตรฐานและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นดึงดูดความสนใจตั้งแต่วินาทีแรก
การเลือกจังหวะตัดต่อ การใช้เอฟเฟกต์ เสียงประกอบ และตัวหนังสืออย่างเหมาะสม ทำให้วิดีโอดูไม่น่าเบื่อ และรักษาผู้ชมให้อยู่กับเราจนจบเล่าเรื่องได้ทรงพลัง
การตัดต่อคือศิลปะของการจัดเรียงภาพและเสียงให้สื่อสาร “อารมณ์” และ “สาร” ได้คมชัด การตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป ทำให้เรื่องราวตรงประเด็นและกระแทกใจมากขึ้นสื่อสารได้กระชับ ประหยัดเวลา
วิดีโอที่ดีสามารถแทนคำอธิบายยาว ๆ ได้หลายหน้า ถ้าตัดต่ออย่างมีโครงสร้าง ผู้ชมจะเข้าใจสารสำคัญได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีเพิ่มพลังการสื่อสารบนแพลตฟอร์มออนไลน์
ไม่ว่าจะลงบน Facebook, TikTok, Instagram หรือแพลตฟอร์มวิดีโออื่น ๆ คอนเทนต์ที่ผ่านการตัดต่ออย่างมืออาชีพจะมีโอกาสถูกมองเห็นและถูกมีส่วนร่วมมากกว่าชัดเจน
จุดเด่นของ CapCut ที่ทำให้เหมาะกับทั้งมือใหม่และมือโปร
CapCut ไม่ได้เป็นแค่แอปตัดต่อฟรี ๆ แต่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งคนทั่วไปและสายคอนเทนต์อย่างจริงจัง
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้โปรแกรมนี้โดดเด่น ได้แก่
ใช้งานฟรี แต่ฟีเจอร์หลักให้มาแบบจัดเต็ม
ใช้งานคำสั่งตัดต่อหลักได้ครบทั้ง Cut, Split, เพิ่มเสียง เพลง ตัวหนังสือ ฟิลเตอร์ และ Transitions โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับงานทั่วไปมี AI ช่วยงานหลังบ้านแบบอัตโนมัติ
เช่นAI ช่วยจัดการการตัดต่ออัตโนมัติบางส่วน
ฟีเจอร์ลบพื้นหลัง
เปลี่ยนเสียง
สร้างซับอัตโนมัติ
ทำ Voiceover จากตัวหนังสือ ด้วย AI อย่าง Google AI Studio เป็นต้น
หน้าตาโปรแกรมเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน
อินเทอร์เฟซถูกออกแบบให้เป็นมิตรกับผู้เริ่มต้น เมนูอ่านง่าย ทำให้เรียนรู้ได้เร็ว แม้ไม่เคยจับโปรแกรมตัดต่อมาก่อนรองรับทั้งคอมพิวเตอร์และมือถือ
จะตัดต่อระหว่างเดินทางบนมือถือ หรือกลับมาเก็บรายละเอียดบนคอมก็ทำได้สบาย เหมาะกับไลฟ์สไตล์การทำงานแบบยืดหยุ่นในยุคปัจจุบันรองรับฟอนต์ไทยและเสียงพากย์ภาษาไทย
คนทำคอนเทนต์ไทยสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ต้องหาทางแก้ปัญหาฟอนต์หรือเสียงพากย์ให้ยุ่งยากใช้ได้กับงานหลากหลายประเภท
ตั้งแต่วิดีโอเพื่อการศึกษา คลิปโฆษณาสินค้า คลิป YouTube คลิปสั้นแนว TikTok, Vlog ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงวิดีโอพรีเซนต์งานหรือองค์กร
เก็บบรรยากาศเวิร์กช็อปแบบจัดเต็มผ่านภาพถ่าย
บรรยากาศในห้องอบรมเต็มไปด้วยทั้งความจริงจังและความสนุกสนาน ผู้เข้าอบรมแต่ละคนได้ลองใช้ CapCut ผ่านเคสตัวอย่างจริง ฝึกตัดต่อแบบลงมือทำทันที พร้อมคำแนะนำแบบใกล้ชิด











































สรุป: จากคลาสอบรมสู่สกิลติดตัวระยะยาว
เมื่อเทคโนโลยีตัดต่อวิดีโอและ AI เข้ามาอยู่ในมือทุกคน การเลือก “เรียนให้เป็นและใช้ให้เป็น” คือสิ่งที่สร้างความต่างระหว่างคอนเทนต์ธรรมดากับคอนเทนต์ที่โดดเด่น
เวิร์กช็อป CapCut รูปแบบเข้มข้น 2 วันนี้จึงไม่ใช่แค่กิจกรรมอบรมชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นการต่อยอดให้ผู้เข้าอบรมได้ถือ สกิลตัดต่อวิดีโอ + เข้าใจการใช้ AI กลับไปใช้ในการเรียน การสอน และการทำงานจริงในทุกวัน
ใครที่กำลังมองหาวิธีอัปเกรดการเล่าเรื่องของตัวเอง ไม่ว่าจะเพื่อห้องเรียนหรือองค์กร การเริ่มจาก CapCut คือหนึ่งในทางลัดที่ทั้งง่าย ฟรี และทรงพลังอย่างคุ้มค่า

