เลือกเลี้ยง Tamagotchi รุ่นไหนดี?
ถ้าช่วงนี้กำลังเห่อทามาก็อตจิ แต่ยังลังเลว่าจะเริ่มจากรุ่นไหน ก่อนโดนดูดเงินแบบไม่รู้ตัว มาลองไล่ดูทีละรุ่นกันแบบเน้นๆ ทั้งจอขาวดำและจอสี ว่ารุ่นไหนเหมาะกับสไตล์การเล่นของคุณที่สุด
โพสต์นี้จะโฟกัสเฉพาะรุ่นที่ยัง หามือ 1 ได้จริง และเป็นรุ่นที่มีการ re-release ปรับเนื้อหาให้ทันยุคมากขึ้น แต่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมเอาไว้ครบ
กลุ่มจอขาวดำ: คลาสสิกแต่ยังโหดอยู่
จอขาวดำคือยุคคลาสสิกของทามาก็อตจิ ความละเอียดภาพอาจจะไม่หวือหวา แต่ให้ฟีลเลี้ยง “สัตว์ดิจิทัล” แบบดั้งเดิมสุดๆ แถมจอ ติดคาไว้ตลอดเวลา มองทีไรก็เห็นมันดุ๊กดิ๊กๆ อยู่เสมอ
Tamagotchi Connection 2024 (ต้นแบบจาก V3)
รุ่นนี้เป็นจอขาวดำที่ เนื้อหาแน่นสุด ในบรรดารุ่นขาวดำที่ยังหาซื้อได้ง่ายๆ
จำนวนตัวละครให้เลี้ยงมากกว่า 50 ชนิด
มีมินิเกมทั้งหมด 14 เกม
เล่นคนเดียวในเครื่อง 7 เกม (บางเกมต้องเลี้ยงให้โตถึงจะปลดล็อก)
เล่นต่อกับเครื่องอื่นอีก 7 เกม
ระบบเลี้ยงไม่ยาก สามารถ ยัดขนมแทนการเล่นเกม เพื่อเพิ่มความสุขได้ เหมาะกับสายขี้เกียจแต่ก็ยังอยากได้ตัวดีๆ
ทามาก็อตจิในเครื่องจะคอยทำกิจกรรมเล็กๆ น่ารักๆ ให้ดู ไม่ได้มีแค่กระโดดไปมาอย่างเดียว
บรรยากาศในการเล่นจะแตกต่างจาก Paradise คนละอารมณ์ เหมือนเราไม่ได้ดูหนังแค่ภาคเดียว แต่เก็บหลายภาคหลายรสชาติไว้ในคอลเลกชัน ถ้าปล่อยให้กระแสผ่านไปก่อนแล้วค่อยหาซื้อทีหลัง มีโอกาสสูงมากที่ จะหาในราคาเดิมแทบไม่ได้
มีโอกาสว่าอนาคตอาจมี V4 และ V5 re-release ตามมา ซึ่งเนื้อหาในรุ่นต้นฉบับนั้นต่างจาก V3 พอสมควร คนชอบลองหลายระบบอาจต้องเตรียมเงินรอได้เลย
Gen 1, Gen 2 – สายโหดต้องลอง
Gen 1 และ Gen 2 คือเวอร์ชันที่หลายคนลงความเห็นตรงกันว่า เลี้ยงยากที่สุด ในบรรดาทุกภาคจอขาวดำที่ยังเล่นกันอยู่
ค่าความหิว และความสุข ลดเร็วมาก
การยัดขนมเพื่อเพิ่มความสุข มีผลให้ อายุสั้นลง
ถ้าดูแลไม่ดี ทามาก็อตจิตายได้ง่ายจริง ไม่ได้ขู่
ถึงขนาดมีคนต้องตั้งนาฬิกาปลุกดูแลทุกๆ 20 นาที เพื่อไม่ให้หลุดเคส “ลืมดูแป๊บเดียว กลับมา…ไปดีแล้ว” ใครอยากรู้ฟีลเลี้ยงแบบเครียดๆ เหมือนดูแลเด็กทารก ต้องลองรุ่นนี้
ในงานบางที่ยังมีจำหน่ายแบบกล่องลิมิเต็ดสวยๆ แต่ เนื้อหาในเครื่องไม่ต่างจากรุ่นปกติ ใครเก็บแพ็กเกจสวยๆ ก็ถือว่าเป็นอีกมุมสะสมได้เหมือนกัน
Gen 3 / Tamagotchi Angel – สายชิลเลี้ยงง่ายขึ้นเยอะ
รุ่นนี้มักถูกชมว่า เลี้ยงง่ายกว่า Gen 1–2 แบบคนละโลก แต่ยังคงความน่ารักคลาสสิกเอาไว้ครบ
จุดเด่นคือมี เซนเซอร์จับการสั่นสะเทือน เอาไว้ใช้สำหรับ:
ไล่ค้างคาวที่บินมาแย่งขนมทามาก็อตจิ
เรียกตัวกลับบ้านเวลามันออกไปไหน
วิธีใช้ก็ง่ายมาก แค่เอานิ้วแตะๆ ที่จอ หรือด้านหลังเครื่อง ไม่จำเป็นต้องเขย่าแรงๆ เหมือนของเล่นสมัยใหม่ ให้ฟีลแบบ “คุยกับวิญญาณน้อยๆ ผ่านหน้าจอ” อยู่เหมือนกัน
จุดอ่อนใหญ่ของจอขาวดำ (แต่บางคนกลับหลงรัก)
แม้จอขาวดำจะคลาสสิกมาก แต่ก็มีข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนซื้อ:
เล่นในที่มืดไม่ได้ เพราะไม่มีไฟในตัว
ไม่มีระบบ พี่เลี้ยงเด็ก (Sitter) มาช่วยตอนเราไปเรียนหรือทำงาน ต้องหาวิธีเอาตัวรอดเอง
ปรับความดังเสียงไม่ได้ เลือกได้แค่ เปิด หรือ ปิด เท่านั้น (กด A+C พร้อมกันในหน้าจอปกติ)
อย่างไรก็ตาม ข้อดีสำคัญคือ หน้าจอไม่ดับเอง เวลาเหลือบมองจะเห็นทามาก็อตจิกำลังขยับตัวอยู่ตลอดเวลา ให้ฟีลเหมือนเลี้ยงสัตว์จริงๆ มากกว่ารุ่นจอสีที่ชอบดับหน้าจอเหมือนสมาร์ตโฟน
ทริคลับสำหรับหยุดเวลาในจอขาวดำ
ปัญหาหลักของคนมีงานทำหรือไปเรียนคือ “จะปล่อยลูกดิจิทัลไว้ยังไง” ถ้าไม่มี Sitter ในตัวเครื่อง วิธีเอาตัวรอดมีอยู่สองแบบ
วิธีที่ 1: หยุดเครื่องผ่านโหมดตั้งเวลา
กดปุ่ม B เพื่อเปิดหน้าจอนาฬิกา
กด A+C พร้อมกัน เพื่อเข้าโหมดตั้งเวลา
ปล่อยหน้าจอไว้แบบนั้นเลย ถือว่าเครื่องหยุดเดินเวลาไปชั่วคราว
พอเรากลับถึงบ้าน ค่อยตั้งเวลาให้ตรงแล้วเล่นต่อได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วิธีที่ 2: ใช้แผ่นพลาสติกที่เสียบมาจากโรงงาน
แผ่นพลาสติกยาวๆ ที่เสียบอยู่กลางเครื่องตอนแกะกล่องครั้งแรก อย่าเพิ่งทิ้ง
ถ้าวันไหนอยากหยุดใช้งานเครื่องชั่วคราว ก็เอาแผ่นนั้น เสียบกลับเข้าไป เครื่องจะหยุดทำงานเหมือนตอนยังไม่ดึงแผ่นออก สะดวกมากสำหรับคนที่หายไปยาวเป็นวัน
เรื่องถ่านและความทนของจอขาวดำ
ทุกรุ่นจอขาวดำใช้ถ่าน CR2032 หาซื้อจากร้านสะดวกซื้อทั่วไปได้ แต่ควรดูเบอร์ให้ตรงก่อนจ่ายเงิน
จอทามาก็อตจิ เป็นรอยง่ายทุกรุ่น ถ้าอยากให้สวยนานๆ ควรติดฟิล์มกันรอย หรือเล่นแต่ในบ้าน ไม่พกออกไปตะลุยโลกภายนอกบ่อยนัก
ส่วนตัวบางคนอาจไม่ซีเรียสเรื่องรอยมาก คิดแบบยุคทีวีเก่า ภาพชัดบ้างไม่ชัดบ้าง แต่ก็ยังดูได้อย่างมีความสุข แต่ถ้าอยากเซฟของไว้ยาวๆ ก็กันไว้ดีกว่าแก้
กลุ่มจอสี: ภาพสวย ฟีเจอร์จัดเต็ม
มาถึงยุคจอสี ที่ความน่ารักขึ้นอีกขั้น ทั้งแสดงอารมณ์ ตัวละคร และฉากแอ็กชันยิบย่อยเต็มไปหมด เหมาะกับคนที่อยากได้มากกว่าลูกดิจิทัลนั่งกระดิกอยู่สองท่า
Tamagotchi Uni – น่ารัก ภาพสวย เลี้ยงง่าย
รุ่นนี้คือหนึ่งในตัวท็อปของสายจอสีแบบจริงจัง
จุดขายหลัก:
ภาพสีสวย ทามาก็อตจิ แสดงอารมณ์ได้หลากหลายมาก
ปล่อยเล่นของในห้องก็มีฉากฮาๆ ให้ดู เพลินไม่รู้จบ
สามารถ แต่งห้องได้ 2 ห้อง เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ตามใจชอบ
ทามาก็อตจิใส่ของประดับ เปลี่ยนสไตล์ได้หลายแบบ
รองรับ Tamaverse เมืองเสมือนจริงที่ให้ทามาก็อตจิออกไปทำกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์
มีระบบ พี่เลี้ยงเด็กฟรี ช่วยดูเวลาคนจริงต้องไปทำงานหรือเรียน
ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในรุ่นที่ เลี้ยงง่ายที่สุด ต่อให้ละเลยอยู่บ้าง ก็ยังมีโอกาสได้ตัวดีๆ ไม่ยาก
สามารถปรับ ความดังเสียง และ ความสว่างหน้าจอ ได้เหมือนมือถือ
เล่นในที่มืดได้สบาย ไม่ต้องกลัวจอดำ
ข้อเสียที่ต้องรู้:
มีเกมให้กดเล่นในเมนูปกติแบบสะดวกๆ แค่ 2 เกม (จริงๆ มี 3 แต่เกมเต้นที่ต้องใส่เครื่องเป็นนาฬิกาแล้วแกว่งแขน หลายคนไม่นับ)
เกมหนึ่งจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ทำให้การฟาร์มเงินอาจรู้สึก ซ้ำๆ ไปหน่อย
เกมอื่นๆ ต้องกดส่งทามาก็อตจิเข้า Tamaverse ก่อนถึงจะเล่นได้ ซึ่งยุ่งยากกว่ารุ่นที่กดปุ่มเดียวแล้วเข้าเกมได้ทันที
ใช้ แบตในตัว ไม่ได้ใช้ถ่าน ถ้าแบตเสื่อมจะต้องชาร์จบ่อยขึ้น และถ้าเสื่อมหนักจริงๆ อาจถึงขั้นใช้งานไม่ได้เลย แถมยังไม่มีร้านรับเปลี่ยนแบตชัดเจนในตอนนี้
ปีหน้าระบบออนไลน์ของ Uni จะ ปิดเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ลูกเล่นบางส่วนที่ต้องพึ่งออนไลน์ใช้ไม่ได้ แต่แกนหลักของเกมยังเล่นได้ตามปกติ ใครเน้นเล่นออฟไลน์แทบไม่ได้กระทบอะไร
Tamagotchi Pix Party – ฟีลออฟไลน์จัดเต็ม
รุ่นนี้ให้บรรยากาศคล้าย Uni แต่เน้นออฟไลน์เต็มตัว
จุดเด่นสำคัญ:
ใช้ถ่าน AAA 2 ก้อนเหมือนรุ่น Paradise
การดูแล ง่ายพอๆ กับ Uni แต่เวลาเดินในเครื่องจะช้ากว่านิดหน่อย
หลายคนชมว่าเนื้อหาในเครื่อง ครบและเต็มกว่า Uni เพราะไม่ต้องพึ่งออนไลน์มาช่วยเติมคอนเทนต์
มีระบบ กล้องในตัว (ความละเอียดต่ำ) เอาไว้ใช้กับลูกเล่นต่างๆ โดยเฉพาะระบบทำอาหาร
ระบบทำอาหารจากกล้อง
ถ่ายรูปอะไรก็ได้ 2 รูป
เครื่องจะจับ สีหลักของแต่ละรูป เช่น เขียว ฟ้า แดง ดำ
แล้วนำมาผสมกันเพื่อสร้างอาหาร เช่น รูปที่ 1 = น้ำเงิน, รูปที่ 2 = แดง ก็จะได้อาหารธีม “น้ำเงินผสมแดง”
หลังทำอาหารเสร็จ เลือกได้ว่าจะกินเลย หรือเก็บเข้าตู้เย็นไว้ก่อน
รุ่นนี้ ไม่มีระบบสั่งอาหารเดลิเวอรี่ มากักตุนในตู้เย็นเหมือน Uni ถ้าอยากมีของกินต้องถ่ายรูปทำเอง หรือพาทามาก็อตจิออกไปกินที่ร้านในเกม
ยังสามารถใช้กล้องสแกน QR code เพื่อสร้างอาหาร เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า และห้องได้โดยตรง แต่สายจริงจังอาจรู้สึกว่ามันแอบโกงไปหน่อย
การใช้ถ่านและความอึด
การใช้กล้องจะกินถ่านเพิ่มเล็กน้อย ถ้าไม่อยากเปลี่ยนถ่านบ่อย ให้ใช้เท่าที่จำเป็น
ถ้าใช้ถ่านปกติ ชุดหนึ่งอยู่ได้ประมาณ 10 วัน
ถ้าใช้ถ่านชาร์จ ชีวิตจะสบายขึ้นเยอะมาก
ตัวละครและกิจกรรมใน Pix Party
ตัวละคร NPC มีมากถึง 112 ตัว ให้เจอในเกม
ทามาก็อตจิที่โตเต็มที่จะมีให้เลี้ยง 24 ชนิด
มีระบบ จ้างพี่เลี้ยงเด็ก แต่ต้องใช้เงินในเกมจ่าย ไม่ฟรีเหมือน Uni
ไม่มี Tamaverse แบบเมืองออนไลน์ แต่มีสถานที่ในเกมให้ไปเที่ยวแทน
สามารถชวน NPC มาปาร์ตี้ที่บ้านได้ทีละ 4 ตัวละคร โดย ไม่ต้องต่อกับเครื่องอื่น
มีกิจกรรมในปาร์ตี้ เช่น เกมบิงโก มีของใช้เป็นรางวัล และกิจกรรมทำอาหารร่วมกัน
เกมในเครื่อง Pix Party
เกมรวมทั้งหมด 13 เกม
เข้าเมนู [play] จะมีให้เล่น 2 เกม
จัดปาร์ตี้ในบ้าน จะเล่นได้เพิ่มอีก 3 เกม
ไปที่ Arcade มีเกมให้เล่นอีก 6 เกม ( rotation เปลี่ยนไปตามวัน)
เกมฝึกงานตอนโตอีก 3 เกม
ข้อเสียสำคัญของ Pix Party
ปุ่มกด เรียบไปกับตัวเครื่อง คล้ายพัดลมบางรุ่น ทำให้เวลากดอาจไม่ค่อยโดน โดยเฉพาะตอนเล่นเกมที่ต้องกดแม่นๆ
ตัวเครื่องตอบสนอง ช้ากว่า Uni เล็กน้อย เวลาเปลี่ยนฉากหรือพาไปเที่ยวอาจรู้สึกหนืดๆ อยู่บ้าง
Tamagotchi Paradise – กระแสแรงแต่ต้องรอดูความทน
รุ่นนี้อยู่ๆ ก็เกิดกระแสแรงมาก จนมีช่วงที่แย่งกันซื้อ ทั้งที่ตอน Uni ออกยังไม่เคยมีความวุ่นวายระดับนี้
ความประทับใจแรกๆ ที่มักได้ยินคือ
“อลังการมาก นี่ของราคาแค่นี้จริงเหรอ”
แต่ก็มีรายงานจากหลายคนว่า หน้าจอเสียภายในไม่กี่วัน หลังซื้อมา เลยทำให้คนที่ยังไม่รีบ แนะนำให้รอรอบที่ปรับปรุงคุณภาพเหมือนกรณี Pix ที่ออกรุ่น Pix Party ตามมาแล้วกินถ่านน้อยลง
เรื่องฟิล์มกันรอย Paradise (สำคัญมาก)
ถ้าซื้อฟิล์มกันรอยมาแปะ paradise ให้ระวัง ผ้าแห้งที่แถมมากับฟิล์ม
มีหลายคนเจอปัญหาว่าใช้ผ้าแห้งเช็ดแล้วหน้าจอ เป็นรอย
ทางออกคือใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์นุ่มๆ เช็ดแทน ปลอดภัยกว่าเยอะ
จากเรื่องนี้ย้ำได้อีกครั้งว่า จอทามาก็อตจิทุกรุ่นเป็นรอยง่าย ถ้าไม่อยากเจ็บใจทีหลัง ให้ติดฟิล์มกันรอย หรือเล่นแต่ในบ้านเป็นหลัก
อุปกรณ์เสริมที่มีแล้วชีวิตสบายขึ้นเยอะ
คนที่คิดจะเล่นทามาก็อตจิยาวๆ ไม่ใช่แค่ซื้อรุ่นเดียวแล้วจบ ควรลงทุนกับอุปกรณ์บางอย่างตั้งแต่ต้น เพราะพอมีรุ่นใหม่ออก จะรู้เลยว่า ที่ซื้อไว้ตั้งแต่แรกมันคุ้มมาก
1. ถ่านชาร์จ (สำหรับรุ่นที่ใช้ AAA)
เหมาะกับรุ่นอย่าง Paradise และ Pix Party
ตัวอย่างที่ใช้งานได้ดี:
PANASONIC ENELOOP AAA 800 mAh
ใช้ซ้ำได้ยาวๆ ช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะคนที่มีหลายเครื่อง
2. เครื่องชาร์จคุณภาพดี
ถ้าจะเล่นสายถ่านชาร์จแนะนำให้ใช้เครื่องชาร์จดีๆ ไปเลย
ตัวอย่างเช่น PANASONIC SMART & QUICK CHARGER รุ่น BQ-CC55T
ตอนแรกอาจดูเหมือนสิ้นเปลือง แต่ถ้าเล่นทามาก็อตจิหลายรุ่น พอผ่านไปสักพักจะรู้สึกเลยว่าดีที่ซื้อไว้แต่เนิ่นๆ ไม่ต้องวิ่งหาถ่านบ่อย
3. ชุดไขควงหัวเล็กหลายขนาด
ใช้สำหรับไขฝาหลังเวลาเปลี่ยนถ่าน อย่าไปซื้อชุดที่ราคาถูกเกินจนคุณภาพแย่ เพราะมีโอกาสทำหัวน็อตหวานได้ง่าย
ตัวอย่างที่ใช้งานได้จริง:
Total ชุดไขควงช่างอิเล็กทรอนิกส์ 6 ตัวชุด (ปากแบน - ปากแฉก) รุ่น THT250PS0601
น็อตของทามาก็อตจิส่วนมากจะใช้ไขควงปากแฉกขนาดประมาณ PH000x50, PH00x50, PH0x50 ราคาชุดระดับร้อยต้นๆ แต่ช่วยยืดอายุเครื่องที่เราลงทุนซื้อมาได้มาก
ซื้อ Tamagotchi ได้จากที่ไหนบ้าง?
ถ้าอยากเริ่มสะสมหรือหามาเลี้ยงแบบจริงจัง สถานที่ที่มักจะเจอทามาก็อตจิหลายรุ่นคือ:
ร้านหนังสือ คิโนะคุนิยะ สาขาต่างๆ
ร้าน DONKI
ร้านของเล่น Toy R Us (ราคามักจะสูงกว่าร้านอื่นเล็กน้อย)
เว็บไซต์ของ Dreamtoy
กลุ่มใน เฟซบุ๊กเกี่ยวกับทามาก็อตจิ ซึ่งมักมีทั้งคนปล่อยของ และแบ่งปันข้อมูลรุ่นต่างๆ
สรุป: เลือกยังไงให้ตรงสไตล์เรา
ถ้าอยากได้ เนื้อหาเยอะ เล่นคุ้ม ยืดหยุ่น เลี้ยงไม่เครียด → มองไปที่ Tamagotchi Connection 2024 หรือ Uni
ถ้าอยากลองความโหดแบบสายฮาร์ดคอร์ “เผลอนิดเดียวไปสวรรค์” → ลอง Gen 1 / Gen 2
ถ้าอยากได้จอสีเน้นออฟไลน์ เนื้อหาแน่น ไม่พึ่งเซิร์ฟเวอร์ → Pix Party ตอบโจทย์
ถ้าอยากตามกระแส แต่รอดูคุณภาพก่อน → Paradise อาจต้องใจเย็นรอรุ่นปรับปรุง
สุดท้าย ทามาก็อตจิไม่ได้เป็นแค่ของเล่น แต่เป็น สัตว์เลี้ยงดิจิทัลที่เปลืองใจและเปลืองเวลาอย่างน่ารัก ถ้าเลือกรุ่นที่ใช่ได้ตั้งแต่แรก คุณจะรู้เลยว่าการได้เหลือบมองหน้าจอแล้วเห็นมันดุ๊กดิ๊กอยู่ข้างๆ นั้น… มันโคตรจะคุ้มทุกบาทที่จ่ายไปเลย
สองสาวน้อย Milktchi กับ Neliatchi เป็นตัวอย่างชัดๆ ว่าทำไมคนถึงยังหลงรักทามาก็อตจิจนทุกวันนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่เกม แต่มันคือความผูกพันเล็กๆ ที่พกติดตัวไปได้ทุกที่

