ตามธรรมเนียมของ Samsung มือถือเรือธงตระกูล Ultra มักจะได้ใช้ Snapdragon รุ่นพิเศษที่โอเวอร์คล็อก แรงกว่าชาวบ้านเล็กน้อย และ Galaxy S26 Ultra ก็ไม่ต่างกัน โดยใช้ Snapdragon 8 Elite Gen 5 รุ่นโอเวอร์คล็อก ที่ดันความเร็วคอร์ประสิทธิภาพจาก 4.61GHz เป็น 4.74GHz
บนกระดาษดูเหมือนจะเป็นข้อได้เปรียบ แต่เมื่อเราเอาไปเทียบกับ Snapdragon 8 Elite Gen 5 เวอร์ชันปกติ ที่อยู่ในเครื่องทดสอบของเรา ผลลัพธ์กลับออกมาน่าสนใจ เพราะบางกรณี เวอร์ชันปกติกลับแรงกว่าได้ถึง 9%
ผล Geekbench 6: ตัวเลขบอกอะไรเรา
Galaxy S26 Ultra ได้รัน Geekbench 6 ทั้งแบบ single-core และ multi-core ซึ่งคะแนนออกมาสูงกว่ารุ่นมาตรฐานตามที่คาดไว้ในภาพรวม แต่เมื่อเทียบกับเครื่องทดสอบของเราอย่าง REDMAGIC 11 Pro ที่ใช้ Snapdragon 8 Elite Gen 5 รุ่นปกติ ผลกลับไม่เป็นไปตามนั้น
สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ
เครื่องของเรา ชนะ Galaxy S26 Ultra ใน single-core
และยังทำคะแนนรวมได้ดีกว่าในบางสถานการณ์
ทั้งที่ Galaxy S26 Ultra ใช้ชิปที่โอเวอร์คล็อกมาโดยตรงจาก Qualcomm
ระบบระบายความร้อน อาจเป็นตัวแปรสำคัญ
จุดได้เปรียบหลักของ REDMAGIC 11 Pro คือ
ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (liquid cooling)
และ พัดลมในตัว
สองอย่างนี้ช่วยให้ Snapdragon 8 Elite Gen 5
รักษาความเร็วได้ต่อเนื่อง
ไม่ลดความเร็วลงเพราะความร้อน
ในทางกลับกัน Galaxy S26 Ultra
ต้องคุมความร้อนในบอดี้บางแบบสมาร์ตโฟนทั่วไป
ทำให้ไม่สามารถรีดประสิทธิภาพจากการโอเวอร์คล็อกได้เต็มที่
เมื่อรวมกับกฎเหล็กของโลกชิปอย่าง diminishing returns
ยิ่งดันความเร็วสูงขึ้น ผลที่ได้กลับเพิ่มไม่มาก แต่ความร้อนเพิ่มชัดเจน
Samsung โอเวอร์คล็อกเพื่ออะไร
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มือถือ Samsung
ใช้ Snapdragon รุ่นโอเวอร์คล็อก
แต่กลับแพ้คู่แข่งที่ใช้ชิปความเร็วปกติ
ทำให้เกิดคำถามว่า
Samsung ทำแบบนี้เพื่อ
การตลาด
หรือต้องการมอบฮาร์ดแวร์ที่ดีที่สุดจริง ๆ
จากผลที่ออกมา ดูเหมือนว่า Samsung ตั้งใจทำอย่างหลัง
แต่ข้อจำกัดคือ
Samsung ไม่ได้เป็นผู้ออกแบบ SoC เอง
ปรับแต่งได้แค่ในกรอบที่ Qualcomm เปิดให้

Exynos ยังเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ถ้าเป็นชิป Exynos 2600
Samsung จะควบคุมการออกแบบได้มากกว่า
แต่ในความเป็นจริง
Exynos 2600 ยังใช้ดีไซน์ CPU และ GPU จาก ARM
ขณะที่ Qualcomm ใช้ Oryon architecture ของตัวเอง
อย่างน้อยในตอนนี้
Snapdragon 8 Elite Gen 5 ยังได้เปรียบด้านโครงสร้าง
โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับระบบระบายความร้อนที่เหมาะสม
อย่าเพิ่งสรุปจาก Geekbench อย่างเดียว
ต้องไม่ลืมว่า
Geekbench 6 เป็นแค่หนึ่งในหลายเบนช์มาร์ก
ยังมีการทดสอบด้านเกม ความเสถียร และการใช้งานจริง
อีกทั้ง
Galaxy S26 Ultra ที่ทดสอบยังไม่ใช่เครื่องขายจริง
ประสิทธิภาพอาจดีขึ้นหลังอัปเดตซอฟต์แวร์และวางจำหน่ายเต็มรูปแบบ
ดังนั้นทุกอย่างยังมีโอกาสเปลี่ยนได้
บทสรุป: โอเวอร์คล็อกไม่ใช่คำตอบเสมอไป
ผลการทดสอบครั้งนี้สะท้อนชัดว่า
ความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่สูงกว่า
ไม่ได้แปลว่าจะได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าเสมอ
ปัจจัยอย่าง
ระบบระบายความร้อน
การคุมพลังงาน
และการออกแบบตัวเครื่อง
มีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพจริง
สำหรับ Galaxy S26 Ultra
ชิปโอเวอร์คล็อกอาจช่วยในบางสถานการณ์
แต่ยังไม่ใช่ตัวชี้ขาดว่าแรงที่สุดในตลาด
ต้องรอดูการทดสอบเพิ่มเติมหลังเครื่องขายจริง
ถึงตอนนั้น คำตอบอาจชัดเจนกว่านี้มาก

