รับแอปรับแอป

จากห้องเรียนสู่ลีกอาชีพ: เส้นทางก้าวกระโดดของ "SRU กระบี่ เอฟซี" ที่ไม่มีใครคาดคิด

ธีรเดช จิตต์ดี01-29

จากความผิดหวัง 3 ปีซ้อน สู่จุดสตาร์ททีมอาชีพ

เรื่องของทีมฟุตบอล “SRU กระบี่ เอฟซี” เริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า ทำไมทีมฟุตบอลของมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีถึงตกรอบคัดเลือกกีฬามหาวิทยาลัยภาคใต้มาถึง 3 ปีติดต่อกัน

จากความผิดหวังซ้ำๆ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยต้องการเห็นทีมฟุตบอลที่แข็งแกร่ง มีมาตรฐาน และก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม จึงเกิดภารกิจ “สร้างทีมใหม่ทั้งระบบ” ขึ้นมา

แกนกลางของแผนนี้เริ่มจากการ วางโครงสร้างทีมงานและที่ปรึกษา พร้อมมองภาพระยะยาวตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัยไปจนถึงการก้าวสู่ลีกอาชีพ

จุดเริ่มต้น: คัดตัว 30 ชีวิตจากภาคใต้

ฝ่ายบริหารได้ดึงเอาประสบการณ์จากผู้ที่เคยสร้างความสำเร็จให้กับฟุตบอลจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่าง อาจารย์เจิม อินทรกุล เข้ามาเป็นที่ปรึกษาทีมโดยตรง

จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการคัดเลือกนักฟุตบอลในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 30 คน เพื่อเข้ามาเป็นแกนหลักของทีม ซึ่งไม่ใช่แค่ดูฝีเท้า แต่ยังมองถึงทัศนคติ วินัย และความพร้อมจะเติบโตไปพร้อมสโมสร

เดิมทีเป้าหมายแรกของทีม คือ

  • ผ่านรอบคัดเลือกกีฬามหาวิทยาลัยให้ได้

  • ปูทางเตรียมตัวสำหรับการก้าวสู่ฟุตบอลอาชีพในปีถัดไป

แต่ทุกอย่างกลับ เดินเร็วเกินแผน แบบที่ไม่มีใครคาดคิด

โอกาสที่มาไว: จากมหาวิทยาลัยสู่ T3 ในชื่อ SRU กระบี่ เอฟซี

จุดหักเหสำคัญเกิดขึ้นเมื่อทีม กระบี่ เอฟซี ซึ่งถือสิทธิ์การแข่งขันในระดับ T3 หยุดทำทีมต่อ ทำให้สิทธิ์การเข้าร่วมแข่งขันบนเวทีฟุตบอลอาชีพเปิดขึ้นอย่างกะทันหัน

ทีมจากมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีจึงถูกดึงขึ้นไปผูกกับสิทธิ์ของกระบี่ เอฟซี และกลายเป็นที่มาของการก้าวเข้าสู่ลีกอาชีพภายใต้ชื่อใหม่ว่า “SRU กระบี่ เอฟซี”

ทีมจะลงเล่นในระดับ T3 อย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดเริ่มแข่งขันในวันที่ 14 กันยายน 2568 ซึ่งนับเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่จากทีมมหาวิทยาลัยสู่สโมสรฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว

สองสมรภูมิใหญ่: มหาวิทยาลัย + ราชภัฎคิงคัพ

แม้จะก้าวสู่ฟุตบอลอาชีพ แต่ทีมยังไม่ทิ้งเวทีสำคัญในระดับสถาบันการศึกษา เป้าหมายหลักที่วางไว้มี 2 รายการใหญ่ ได้แก่

  • การแข่งขันฟุตบอลกีฬามหาวิทยาลัยระดับประเทศ

  • การแข่งขันฟุตบอล ราชภัฎคิงคัพ

โดยศึกฟุตบอลราชภัฎคิงคัพนี้กำลังเข้าสู่ปีที่ 2 และในอีก 2 ปีข้างหน้า มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งฝ่ายบริหารให้ความสำคัญอย่างมาก ทั้งในแง่ภาพลักษณ์และการยกระดับมาตรฐานการแข่งขัน

ทีมงานของมหาวิทยาลัยจึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งในสนามและนอกสนามไปพร้อมกัน

นักบอลสายเรียนฟรีอยู่ฟรี แต่เกรดต้องไม่ตก

สิ่งที่แตกต่างจากสโมสรฟุตบอลอาชีพทั่วไป คือ โมเดลการสร้างทีมของมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี นักฟุตบอลทุกคนไม่ใช่แค่ “นักเตะ” แต่ยังเป็น “นักศึกษาเต็มตัว” ด้วย

สิทธิพิเศษของนักฟุตบอลในทีมนี้คือ

  • กินฟรี

  • อยู่ฟรี

  • เรียนฟรี

ทุกคนเรียนอยู่ในห้องเรียนเดียวกัน ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยร่วมกัน และลงสนามให้กับสถาบันในฐานะนักฟุตบอลตัวแทนของมหาวิทยาลัย

แต่สิทธิพิเศษไม่ได้มาแบบไร้เงื่อนไข เพราะนักเตะทุกคนต้องรักษา เกรดเฉลี่ยขั้นต่ำที่ 2.8 หากใครไม่เข้าเรียน ไม่ทำตามวินัยด้านการศึกษา ก็อาจส่งผลโดยตรงต่อโอกาสลงสนาม

แนวคิดที่วางไว้อย่างชัดเจนคือ

“นอกจากจะเป็นนักฟุตบอลที่ดี ต้องเป็นนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีด้วย”

นี่ไม่ใช่ทีมที่สร้างขึ้นมาเพื่อฟุตบอลอย่างเดียว แต่เป็นทีมที่สร้างคนควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพนักกีฬา

จุดแข็ง จุดอ่อน และความหวังของ SRU กระบี่ เอฟซี

ด้านทีมที่ปรึกษาอย่าง อาจารย์เจิม อินทรกุล มองว่าเสน่ห์ของทีม SRU กระบี่ เอฟซี อยู่ที่คำว่า “ทีมเวิร์ค” อย่างแท้จริง

จุดเด่นที่ชัดเจนคือ

  • นักเตะอยู่ร่วมกันภายในมหาวิทยาลัย

  • ซ้อมด้วยกันทุกวันในสภาพแวดล้อมเดียวกัน

  • มีวินัยในการใช้ชีวิตและการฝึกซ้อม

  • กำหนดโควตาการฝึกซ้อมที่ชัดเจนสำหรับ 30 คนในทีม

ใครที่ทนความเข้มข้นของการซ้อมไม่ไหว ก็ต้องถอยออกไปเอง ทำให้ทีมเหลือเฉพาะคนที่พร้อมจะทุ่มเทจริงๆ

ส่วนจุดอ่อนที่ต้องเร่งพัฒนาคือ ประสบการณ์ในระดับฟุตบอลอาชีพ ซึ่งยังถือว่าใหม่สำหรับผู้เล่นหลายคน แต่เมื่อมองในระดับมหาวิทยาลัย ทีมมีศักยภาพมากพอที่จะเดินไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

บทสรุป: ทีมมหา’ลัยที่ไม่ได้เล่นแค่สนุกอีกต่อไป

จากทีมที่เคยตกรอบคัดเลือก 3 ปีซ้อน วันนี้ SRU กระบี่ เอฟซี กำลังก้าวขึ้นไปยืนในลีกอาชีพ T3 พร้อมภารกิจสองทาง ทั้งการล่าแชมป์ในระดับมหาวิทยาลัย และการพิสูจน์ตัวเองบนเวทีฟุตบอลอาชีพ

นี่ไม่ใช่แค่การสร้างทีมฟุตบอล แต่คือการสร้างโมเดลใหม่ของการพัฒนานักเตะที่ บาลานซ์ทั้งการเรียนและกีฬา อย่างจริงจัง

เส้นทางต่อจากนี้อาจไม่ง่าย แต่เรื่องราวของ SRU กระบี่ เอฟซี ก็พิสูจน์ไปแล้วว่า

เมื่อมีวิสัยทัศน์ ทีมมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้เป็นแค่ทีมสมัครเล่นอีกต่อไป