สิ้นสุดทางรัก! Chelsea ปลด Liam Rosenior หลังคุมทีมได้เพียง 3 เดือนครึ่ง เซ่นผลงานแพ้ยับคารังนกนวล
สถานการณ์ที่ "สแตมฟอร์ด บริดจ์" เข้าสู่ขั้นวิกฤตอีกครั้งครับ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 สโมสรฟุตบอล Chelsea ภายใต้การบริหารของกลุ่มทุน BlueCo (นำโดย Todd Boehly และ Behdad Eghbali) ได้ออกแถลงการณ์แยกทางกับ Liam Rosenior เฮดโค้ชวัย 41 ปี อย่างเป็นทางการ หลังเจ้าตัวพาทีมทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
การปลดครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะ Rosenior เพิ่งถูกดึงตัวมาจาก Strasbourg (สโมสรเครือข่าย) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาเพื่อแทนที่ Enzo Maresca โดยเขาได้รับสัญญายาวถึงปี 2032 แต่กลับอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 106 วัน เท่านั้น

1. สถิติสุดเลวร้าย: แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1912
ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้บอร์ดบริหารต้องขยับคือความพ่ายแพ้ต่อ Brighton 0-3 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ทีมมีสถิติที่แฟนบอลรับไม่ได้:
แพ้รวด 5 นัดในลีก: และที่สำคัญคือทีม ยิงประตูไม่ได้เลย ตลอด 5 นัดหลังสุด
สถิติประวัติศาสตร์: นี่คือช่วงเวลาที่ Chelsea ปืนฝืดและฟอร์มตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1912 (ปีเดียวกับที่เรือไททานิกล่ม)
หลุดโซนยุโรป: ปัจจุบันทีมรั้งอันดับ 7 ของตาราง และตามหลังพื้นที่ Champions League ถึง 7 แต้ม โดยเหลือการแข่งขันอีกเพียง 4 นัด
2. รอยร้าวในห้องแต่งตัวและการวิจารณ์ออกสื่อ
นอกจากผลงานในสนามแล้ว ปัญหานอกสนามก็เป็นปัจจัยสำคัญ:
Public Criticism: หลังเกมแพ้ Brighton ทาง Rosenior ได้ออกมาวิจารณ์ทัศนคติของลูกทีมอย่างรุนแรงผ่านสื่อ โดยใช้คำว่า "รับไม่ได้ในทุกแง่มุม"
Player Disconnect: มีรายงานจาก The Guardian ว่านักเตะตัวหลักบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มนักเตะที่พูดภาษาสเปน เริ่มไม่เชื่อมั่นในบารมีและประสบการณ์ของ Rosenior
Case of Enzo Fernández: ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับนักเตะระดับสตาร์อย่าง Enzo Fernández (ที่ถูกดรอปไปก่อนหน้านี้) ยิ่งทำให้บรรยากาศในทีมแย่ลง
3. ก้าวต่อไป: การทบทวนตัวเอง (Self-reflection)
ในแถลงการณ์ของสโมสรระบุว่า ทีมจะใช้เวลาหลังจากนี้ในการ "ทบทวนตัวเอง" เพื่อมองหาผู้จัดการทีมระยะยาวที่ใช่จริงๆ โดยมีข่าวลือว่า BlueCo อาจปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การเสริมทัพในซัมเมอร์ปี 2026 จากการเน้นดาวรุ่ง (Young Model) มาเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์ใน Premier League มากขึ้น

บทสรุป: บทเรียนราคาแพงของโปรเจกต์ BlueCo
การลาจากของ Liam Rosenior คือภาพสะท้อนของความกดดันมหาศาลในสโมสรระดับท็อปครับ แม้จะมีสัญญาที่ยาวนานและแนวคิดแบบ multi-club model แต่ในโลกของฟุตบอล "ผลการแข่งขัน" คือตัวตัดสินทุกอย่าง
สำหรับแฟนบอลสิงห์บลูส์ การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่น่าติดตามว่า สโมสรจะเลือกเดินหน้าต่อด้วยแนวทางเดิม หรือจะยอมถอยกลับมาใช้ "ความรู้ด้านฟุตบอลแบบดั้งเดิม" มากขึ้นเพื่อกอบกู้ศรัทธากลับมาครับ
ที่มา theguardian


ความคิดเห็น