CES 2026: MSI ยกทัพไลน์อัปใหม่ บาง หรู แรง และอัดแน่นด้วย AI
MSI ผู้นำด้านแล็ปท็อปสำหรับเกมเมอร์ ครีเอเตอร์ และสายทำงานมืออาชีพ ยกทัพเปิดตัวไลน์อัปโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ในงาน CES 2026 แบบจัดเต็ม ทั้งกลุ่มทำงาน ธุรกิจ และเกมมิ่ง โดยมีจุดร่วมคือโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 และ 200 ซีรีส์ รุ่นล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อยุค AI โดยเฉพาะ
ตัวเอกของงานคือ Prestige Series โฉมใหม่ ที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งภายนอกและภายใน เพื่อตอบโจทย์มืออาชีพยุคใหม่ที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพ ความคล่องตัว และสไตล์ระดับพรีเมียมในเครื่องเดียว




Prestige Series โฉมใหม่: บางขึ้น หรูขึ้น และฉลาดขึ้นด้วย AI
Prestige รุ่นล่าสุดถูกยกเครื่องดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ใช้เส้นสายโค้งมน ลื่นไหล และงานประกอบที่เน้นความเนี๊ยบทุกมุม มาพร้อมตัวเครื่องบางและหรูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งภายนอกและภายใน
หัวใจหลักคือ โปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 ที่ผสานขุมพลังประสิทธิภาพเข้ากับฟีเจอร์ AI รุ่นใหม่ในบอดี้ที่บางเบา เหมาะสุดสำหรับสายทำงานยุคใหม่ที่ต้องการโน้ตบุ๊คทำทุกอย่างได้ในเครื่องเดียว
MSI ยังใส่ฟีเจอร์เฉพาะอย่าง Action Touchpad และ MSI Nano Pen ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มคอนโทรลและประสิทธิภาพการทำงานให้ผู้ใช้มืออาชีพ ไม่ว่าจะทำงานที่ออฟฟิศ คาเฟ่ หรือระหว่างเดินทางก็ยังคุมทุกอย่างได้อยู่หมัด
ฝั่ง Intel เองก็หนุนหลังเต็มตัว ด้วยชิป Intel® Core™ Ultra Series 3 ที่เน้นทั้งประสิทธิภาพและอายุการใช้งานแบตเตอรี่แบบจัดเต็ม ทำให้ Prestige รุ่นใหม่กลายเป็นโน้ตบุ๊คสายธุรกิจที่เน้นทั้งความแรงและความอึดในเครื่องเดียว
นอกจากสายทำงานแล้ว MSI ยังเปิดตัวโน้ตบุ๊คเกมมิ่งเจเนอเรชันใหม่ในตระกูล Raider, Stealth และ Crosshair ที่ถูกดีไซน์ใหม่ทั้งโครงเครื่อง ระบบระบายความร้อน และการจัดวางพอร์ต I/O ที่ใช้งานจริงสะดวกขึ้น ทุกเครื่องมาพร้อมกราฟิก NVIDIA® GeForce RTX™ รุ่นล่าสุด เน้นประสบการณ์ผู้ใช้เป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
Stealth 16 AI+: บาง หรู แรง จนคว้ารางวัล CES Innovation
ในบรรดาทั้งไลน์อัป Stealth 16 AI+ คือดาวเด่นที่บาลานซ์ระหว่างความบางเบาและพลังประสิทธิภาพได้ลงตัวที่สุด จนคว้ารางวัล CES Innovation Award ในหมวด Computer Hardware & Components
ตัวเครื่องบางเพียง 16.6 มม. น้ำหนักไม่ถึง 2 กก.
โครงเครื่องอะลูมิเนียมเต็มรูปแบบ ลุคเทาเข้มสายพรีเมียม
แบตเตอรี่ 90Wh รองรับทั้งงานและเอ็นเตอร์เทนได้ยาว ๆ
แม้จะบางลงจากเดิม แต่แรงขึ้นแบบชัดเจน ด้วยระบบระบายความร้อน Cooler Boost พร้อม Intra Flow รุ่นใหม่ ที่ช่วยดันพลังให้กราฟิก RTX 50 ซีรีส์ เพิ่มได้อีกสูงสุด 20W จัดเต็มทั้งงานครีเอทีฟ การสตรีม และการเล่นเกมหนัก ๆ โดยยังคงควบคุมอุณหภูมิและความเสถียรได้ดี
ด้านการเชื่อมต่อก็ให้มาครบสำหรับสายเกมและทำงาน
USB-A จำนวน 2 พอร์ต
Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต
HDMI 2.1
RJ-45 LAN
ที่สำคัญ Stealth 16 AI+ ยังรองรับการอัปเกรดในระยะยาว ด้วยสล็อต RAM และ SSD แบบคู่ ทำให้เครื่องพร้อมโตไปกับงานของผู้ใช้ทั้งในแง่สเปกและความจุเก็บข้อมูล
Claw 8 AI+ Glacier Blue Edition: แฮนด์เฮลด์เกมมิ่งลุคน้ำแข็งสายอีสปอร์ต
ฝั่งเกมมิ่งพกพา MSI ปิดท้ายด้วย Claw 8 AI+ Glacier Blue Edition รุ่นพิเศษที่มาในโทนสี Glacier Blue แบบไล่เฉดสไตล์น้ำแข็งบนบอดี้โค้งมน ดูเย็นเฉียบแต่แฝงความดุดันแบบอีสปอร์ตเต็มขั้น
ตัวเครื่องยังคงสเปกระดับแฟลกชิปของ Claw 8 AI+ เอาไว้ครบ
โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra 200V
กราฟิก Arc™ Xe2
ทั้งหมดนี้ทำให้ Claw 8 AI+ Glacier Blue Edition กลายเป็นแฮนด์เฮลด์เกมมิ่งที่ทั้งแรงและโดดเด่นสะกดสายตา พร้อมลุยทุกเกมได้โดยไม่ต้องยอมลดทอนประสิทธิภาพ
Prestige 14 / 16 & Flip: มาตรฐานใหม่ของโน้ตบุ๊คสายธุรกิจ
ในงาน CES 2026 MSI เปิดตัวอย่างเป็นทางการทั้ง Prestige 14 และ Prestige 16 รุ่นใหม่ ที่โฟกัสชัดเจนไปที่ผู้ใช้สายธุรกิจและมืออาชีพที่ต้องการทั้งความแรง ความคล่องตัว และลุคพรีเมียม
จุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อเทียบกับเจเนอเรชันก่อนคือ
ตัวเครื่องบางลงและโค้งมนทันสมัยกว่าเดิม
วัสดุอะลูมิเนียมทั้งเครื่อง ให้สัมผัสและภาพลักษณ์ระดับไฮเอนด์
Prestige 14 น้ำหนักเพียง 1.32 กก. เบาลงถึง 22% จากรุ่นก่อน
Prestige 16 หนักแค่ 1.59 กก. ยังคงจัดว่าเบามากเมื่อเทียบในคลาสเดียวกัน
ภายในขับเคลื่อนด้วย Intel Core Ultra Series 3 พร้อมกราฟิกและ AI เจเนอเรชันใหม่ จับคู่กับแบตเตอรี่ 81Wh ที่รองรับการเล่นวิดีโอ 1080p ได้ยาวสูงสุดกว่า 30 ชั่วโมง ใช้งานข้ามวันได้สบาย
กราฟิก Intel Arc B390 ที่ผสานเข้ามาช่วยเปิดประตูให้โน้ตบุ๊คสายทำงานรองรับทั้ง
งานคอนเทนต์ครีเอชันจริงจัง
การเล่นเกม AAA ระหว่างเดินทาง
ทั้งหมดนี้ถูกคุมอุณหภูมิด้วยระบบระบายความร้อนขั้นสูงแบบ Vapor Chamber + พัดลมคู่ + ดีไซน์ Intra Flow ที่คงประสิทธิภาพสูงสุดไว้ได้ โดยยังรักษาเสียงรบกวนให้ต่ำกว่า 30 dBA
ฝั่ง Prestige 14 / 16 Flip ก็ยังคงเอกลักษณ์ความบางเบาและแรงเทียบเท่ารุ่นฝาพับทั่วไป แต่เพิ่มความยืดหยุ่นด้วยดีไซน์ 2-in-1 ที่หมุนพับได้ พร้อมหน้าจอทัชสกรีนรองรับปากกา เหมาะกับคนที่อยากได้โน้ตบุ๊คเครื่องเดียว ใช้ได้ทั้งพิมพ์ วาด เขียน และพรีเซนต์งาน
MSI Nano Pen และ Action Touchpad: สองอาวุธลับสาย Productivity
Prestige Flip Series มาพร้อม MSI Nano Pen แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานจริงจังบนพื้นฐานการพกพาง่าย
ช่องเก็บปากกาอยู่ใต้ตัวเครื่อง หยิบง่าย เก็บสะดวก ไม่หล่นหายง่าย
รองรับการชาร์จอัตโนมัติในตัว
ชาร์จเพียง 15 วินาที ใช้งานได้สูงถึง 45 นาที
ชาร์จเต็มแค่ 30 วินาที พร้อมลุยยาว
ที่พิเศษคือความร่วมมือระหว่าง MSI และ Microsoft ทำให้ MSI Nano Pen รองรับฟีเจอร์ Copilot press-to-talk เพียงกดปุ่มทั้งสองด้านพร้อมกัน ก็สามารถเรียกใช้งาน Copilot ด้วยเสียงได้ทันที สายทำงานสายประชุมจะยิ่งใช้ AI ได้ลื่นและเป็นธรรมชาติมากขึ้นในสถานการณ์จริง
ด้านทัชแพดก็ถูกยกเครื่องเป็น Action Touchpad รุ่นใหม่
พื้นที่ใหญ่ขึ้น 53%
มีโซนท่าทางแบบปรับแต่งได้เอง
ทำให้การควบคุมลื่นไหลและแม่นยำมากกว่าทัชแพดทั่วไปอย่างชัดเจน
เรื่องความปลอดภัย MSI จัดชุดใหญ่ระดับองค์กร
TPM 2.0
Windows Hello ทั้งสแกนนิ้วและสแกนใบหน้า
Smart Guard ระบบล็อกเครื่องอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้เดินออกไป
ทั้งหมดนี้มาในแพ็กเกจเดียวกับหน้าจอ OLED 2.8K 120Hz รองรับ VRR และผ่านการรับรอง DisplayHDR True Black 1000 ให้ภาพคม ชัด ลื่น และคอนทราสต์ดำสนิท
Prestige 13 AI+: เบาสุดในโลกสำหรับไซซ์ 13 นิ้ว แต่แรงไม่ยอมใคร
Prestige 13 AI+ ถูกรีดีไซน์ให้กลายเป็นหนึ่งในโน้ตบุ๊คขนาด 13 นิ้วที่เบาที่สุดในโลก ด้วยวัสดุ แมกนีเซียม–อะลูมิเนียม และน้ำหนักเพียง 899 กรัม อย่างเป็นทางการ แต่ถึงจะเบาแบบสุดทาง ภายในก็ยังอัดแน่นด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 รุ่นล่าสุด
เป้าหมายชัดเจนคือผู้ใช้สายธุรกิจที่ไม่อยากยอมลดประสิทธิภาพเพื่อแลกกับความบางเบา
ใช้เป็นเครื่องหลักในออฟฟิศได้สบาย
พกขึ้นเครื่องบิน ประชุม หรือทำงานนอกสถานที่ได้แบบไม่ถ่วง
มีระบบความปลอดภัยและประสิทธิภาพระดับมืออาชีพครบ
Modern 14S / 16S: ดีไซน์พรีเมียมที่จับต้องได้ง่ายขึ้น
สายไลฟ์สไตล์ที่อยากได้ดีไซน์พรีเมียมแต่ราคาเข้าถึงได้ MSI ก็จัดให้กับ Modern 14S และ 16S รุ่นใหม่ ที่ถูกปรับโฉมให้ดูแพงขึ้นอย่างชัดเจน
ใช้วัสดุโลหะมากขึ้น
เส้นสายตัวเครื่องโค้งมนและลื่นไหลกว่าเดิม
ลุคและสัมผัสโดยรวมดูพรีเมียมขึ้นอย่างรู้สึกได้
ทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วย Intel Core Ultra Series 3 และให้สล็อตหน่วยความจำแบบคู่ในทุกรุ่น รองรับการอัปเกรด RAM ได้เต็มที่ ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้ทั่วไปและคนที่อยากให้เครื่องอยู่กับเรานาน ๆ
ด้านการเชื่อมต่อก็ไม่มีกั๊ก
พอร์ต USB-A
USB-C (รองรับทั้งแสดงผลและชาร์จ)
HDMI
RJ-45 LAN
ช่องอ่านการ์ด Micro SD
แม้จะอัปเกรดทั้งด้านดีไซน์และสเปก แต่ Modern S ยังเน้นความบางเบาเป็นหลัก
ตัวเครื่องอะลูมิเนียมบางเพียง 11.1 มม.
น้ำหนักเริ่มต้นราว 1.3 กก. (Modern 14S รุ่นจอ OLED)
ตอบโจทย์ผู้ใช้สายเรียน สายทำงาน หรือสายครีเอเตอร์ที่อยากได้เครื่องเดียวจบทั้งทำงานและใช้ในชีวิตประจำวัน
Raider 16 Max HX / Raider 16 HX: ดันขีดสุดโน้ตบุ๊คเกมมิ่งในบอดี้ที่กะทัดรัดขึ้น
ฝั่งโน้ตบุ๊คเกมมิ่งสายดุ MSI ยก Raider Series ขึ้นอีกขั้น โดยเฉพาะ Raider 16 Max HX ที่โฟกัสชัดเจนไปที่คำว่า "ไม่ต้องประนีประนอม"
อย่าให้ขนาดตัวเครื่องหลอกตา เพราะนี่คือ โน้ตบุ๊คเกมมิ่งเครื่องแรกของโลก ที่
จ่ายพลังงานรวมได้สูงสุดถึง 300W ภายใต้โหลดเต็ม
ส่งพลังได้ 175W ให้กับกราฟิก RTX 5090 หรือ RTX 5080
และอีก 125W ให้กับโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra 200HX
ทั้งหมดนี้ทำให้ Raider 16 Max HX ขึ้นแท่นหนึ่งในโน้ตบุ๊คเกมมิ่งที่ทรงพลังที่สุดในโลกตอนนี้
เพื่อควบคุมความโหดระดับนี้ MSI ใช้ระบบ Cooler Boost Trinity พร้อม Intra Flow รุ่นล่าสุด
พัดลม 3 ตัว
ฮีตไปป์ 6 เส้น
ช่องระบายอากาศ 5 จุด
ใช้สารนำความร้อนแบบเปลี่ยนสถานะ (Phase-change thermal compound)
ผลลัพธ์คือไม่ว่าจะเล่นเกม AAA ทำงานเรนเดอร์ หรือสตรีมไป เล่นไป เครื่องก็ยังเย็นและเสียงพัดลมอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
สายอัปเกรดเองก็ถูกใจแน่นอน เพราะ MSI ออกแบบฝาหลังแบบ Quick-access ให้ผู้ใช้เปิดเพิ่ม RAM หรือ SSD ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องถอดฝาหลังทั้งแผ่น รองรับทั้ง DDR5 และ PCIe Gen5 SSD เตรียมพร้อมสำหรับเทคโนโลยีเจเนอเรชันถัดไปเรียบร้อย
ด้านหน้าจอ Raider 16 Max HX จัดเต็มด้วย
OLED ความละเอียด 2.5K
รีเฟรชเรต 240Hz
รับรอง VESA DisplayHDR True Black 1000
มาตรฐาน SGS Low Blue Light ช่วยถนอมสายตา
เหมาะทั้งเล่นเกมแข่งขันและงานครีเอทีฟในเครื่องเดียว
Crosshair 16 Max HX / Crosshair 16 HX: ดีไซน์เกมเมอร์สายจริงจัง พร้อมลุยทุกแรงค์
สายอีสปอร์ตตัวจริงต้องหันมามองตระกูล Crosshair รุ่นใหม่ ที่ถูกออกแบบมาให้โหดทั้งสเปกและลุค
ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra 200HX รุ่นใหม่ล่าสุด
จับคู่กับกราฟิก NVIDIA® GeForce RTX™ 50 Series
ระบบระบายความร้อน Cooler Boost พร้อม Quad-vent
ระบบระบายความร้อนแบบใหม่ช่วยดันพลังรวมของเครื่องได้สูงสุด 200W เพิ่มขึ้นจากเจนก่อนถึง 30W ทำให้ Crosshair กลายเป็นตัวเลือกที่ทรงพลังที่สุดรุ่นหนึ่งในคลาสเดียวกัน
หน้าจอรองรับออปชัน OLED QHD+ รีเฟรชเรต 165Hz
ภาพคม สีสด คอนทราสต์ลึก
การแสดงผลลื่นไหลระดับแข่งเกมได้จริง
ด้านพอร์ตเชื่อมต่อถูกจัดระเบียบใหม่ให้ใช้งานง่ายขึ้น
USB-A 3 พอร์ต
USB-C 2 พอร์ต (รวม Thunderbolt 4)
พอร์ต HDMI และ RJ-45 LAN ย้ายไปด้านหลัง ช่วยจัดสายให้โต๊ะโล่งขึ้น
เอกลักษณ์สายเกมเมอร์อย่าง ไฟ RGB Crosshair ยังอยู่ครบ แต่คราวนี้อัปเกรดเป็นคีย์บอร์ดไฟ RGB แบบ 24 โซน ปรับแต่งได้อิสระ ให้คุณปรับทั้งบรรยากาศและสไตล์ให้ตรงกับเกมหรือบุคลิกตัวเองได้เต็ม ๆ
MSI และจิตวิญญาณ True Gaming
MSI ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์เกมมิ่งระดับโลก ที่ไม่เพียงพัฒนาฮาร์ดแวร์ แต่ยังสนับสนุนและผลักดันวงการอีสปอร์ตมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิดที่มุ่งสู่ความก้าวหน้าและการแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา
ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นไม่ว่าจะสายเกมมิ่ง สตรีมมิ่ง ทำงาน หรือครีเอชัน ล้วนถูกออกแบบมาให้
ดึงศักยภาพที่แท้จริงของผู้ใช้ให้ออกมาได้มากที่สุด
ใช้เทคโนโลยีที่คัดสรรมาแล้วว่าตอบโจทย์การใช้งานจริง
ใส่ฟังก์ชันที่ช่วยทั้งประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเคารพและตอบโจทย์จิตวิญญาณของเกมเมอร์อย่างแท้จริง สิ่งที่ MSI ผลักดันจึงไม่ใช่แค่คำว่า Gaming แต่คือ ‘True Gaming’ – ประสบการณ์ที่ทำให้คอเกมและสายอีสปอร์ตได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเดินหน้าบนเส้นทางของตัวเองอย่างเต็มกำลัง

