รับแอปรับแอป

MSI เปิดศักราชใหม่ โน้ตบุ๊คเกมมิ่ง–ทำงานยุค AI ดันขีดสุดทั้งแรงทั้งบางในงาน CES 2026

ก้องภพ แสนดี01-30

CES 2026: MSI ยกทัพไลน์อัปใหม่ บาง หรู แรง และอัดแน่นด้วย AI

MSI ผู้นำด้านแล็ปท็อปสำหรับเกมเมอร์ ครีเอเตอร์ และสายทำงานมืออาชีพ ยกทัพเปิดตัวไลน์อัปโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ในงาน CES 2026 แบบจัดเต็ม ทั้งกลุ่มทำงาน ธุรกิจ และเกมมิ่ง โดยมีจุดร่วมคือโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 และ 200 ซีรีส์ รุ่นล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อยุค AI โดยเฉพาะ

ตัวเอกของงานคือ Prestige Series โฉมใหม่ ที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งภายนอกและภายใน เพื่อตอบโจทย์มืออาชีพยุคใหม่ที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพ ความคล่องตัว และสไตล์ระดับพรีเมียมในเครื่องเดียว

Prestige Series โฉมใหม่: บางขึ้น หรูขึ้น และฉลาดขึ้นด้วย AI

Prestige รุ่นล่าสุดถูกยกเครื่องดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ใช้เส้นสายโค้งมน ลื่นไหล และงานประกอบที่เน้นความเนี๊ยบทุกมุม มาพร้อมตัวเครื่องบางและหรูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งภายนอกและภายใน

หัวใจหลักคือ โปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 ที่ผสานขุมพลังประสิทธิภาพเข้ากับฟีเจอร์ AI รุ่นใหม่ในบอดี้ที่บางเบา เหมาะสุดสำหรับสายทำงานยุคใหม่ที่ต้องการโน้ตบุ๊คทำทุกอย่างได้ในเครื่องเดียว

MSI ยังใส่ฟีเจอร์เฉพาะอย่าง Action Touchpad และ MSI Nano Pen ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มคอนโทรลและประสิทธิภาพการทำงานให้ผู้ใช้มืออาชีพ ไม่ว่าจะทำงานที่ออฟฟิศ คาเฟ่ หรือระหว่างเดินทางก็ยังคุมทุกอย่างได้อยู่หมัด

ฝั่ง Intel เองก็หนุนหลังเต็มตัว ด้วยชิป Intel® Core™ Ultra Series 3 ที่เน้นทั้งประสิทธิภาพและอายุการใช้งานแบตเตอรี่แบบจัดเต็ม ทำให้ Prestige รุ่นใหม่กลายเป็นโน้ตบุ๊คสายธุรกิจที่เน้นทั้งความแรงและความอึดในเครื่องเดียว

นอกจากสายทำงานแล้ว MSI ยังเปิดตัวโน้ตบุ๊คเกมมิ่งเจเนอเรชันใหม่ในตระกูล Raider, Stealth และ Crosshair ที่ถูกดีไซน์ใหม่ทั้งโครงเครื่อง ระบบระบายความร้อน และการจัดวางพอร์ต I/O ที่ใช้งานจริงสะดวกขึ้น ทุกเครื่องมาพร้อมกราฟิก NVIDIA® GeForce RTX™ รุ่นล่าสุด เน้นประสบการณ์ผู้ใช้เป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

Stealth 16 AI+: บาง หรู แรง จนคว้ารางวัล CES Innovation

ในบรรดาทั้งไลน์อัป Stealth 16 AI+ คือดาวเด่นที่บาลานซ์ระหว่างความบางเบาและพลังประสิทธิภาพได้ลงตัวที่สุด จนคว้ารางวัล CES Innovation Award ในหมวด Computer Hardware & Components

  • ตัวเครื่องบางเพียง 16.6 มม. น้ำหนักไม่ถึง 2 กก.

  • โครงเครื่องอะลูมิเนียมเต็มรูปแบบ ลุคเทาเข้มสายพรีเมียม

  • แบตเตอรี่ 90Wh รองรับทั้งงานและเอ็นเตอร์เทนได้ยาว ๆ

แม้จะบางลงจากเดิม แต่แรงขึ้นแบบชัดเจน ด้วยระบบระบายความร้อน Cooler Boost พร้อม Intra Flow รุ่นใหม่ ที่ช่วยดันพลังให้กราฟิก RTX 50 ซีรีส์ เพิ่มได้อีกสูงสุด 20W จัดเต็มทั้งงานครีเอทีฟ การสตรีม และการเล่นเกมหนัก ๆ โดยยังคงควบคุมอุณหภูมิและความเสถียรได้ดี

ด้านการเชื่อมต่อก็ให้มาครบสำหรับสายเกมและทำงาน

  • USB-A จำนวน 2 พอร์ต

  • Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต

  • HDMI 2.1

  • RJ-45 LAN

ที่สำคัญ Stealth 16 AI+ ยังรองรับการอัปเกรดในระยะยาว ด้วยสล็อต RAM และ SSD แบบคู่ ทำให้เครื่องพร้อมโตไปกับงานของผู้ใช้ทั้งในแง่สเปกและความจุเก็บข้อมูล

Claw 8 AI+ Glacier Blue Edition: แฮนด์เฮลด์เกมมิ่งลุคน้ำแข็งสายอีสปอร์ต

ฝั่งเกมมิ่งพกพา MSI ปิดท้ายด้วย Claw 8 AI+ Glacier Blue Edition รุ่นพิเศษที่มาในโทนสี Glacier Blue แบบไล่เฉดสไตล์น้ำแข็งบนบอดี้โค้งมน ดูเย็นเฉียบแต่แฝงความดุดันแบบอีสปอร์ตเต็มขั้น

ตัวเครื่องยังคงสเปกระดับแฟลกชิปของ Claw 8 AI+ เอาไว้ครบ

  • โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra 200V

  • กราฟิก Arc™ Xe2

ทั้งหมดนี้ทำให้ Claw 8 AI+ Glacier Blue Edition กลายเป็นแฮนด์เฮลด์เกมมิ่งที่ทั้งแรงและโดดเด่นสะกดสายตา พร้อมลุยทุกเกมได้โดยไม่ต้องยอมลดทอนประสิทธิภาพ

Prestige 14 / 16 & Flip: มาตรฐานใหม่ของโน้ตบุ๊คสายธุรกิจ

ในงาน CES 2026 MSI เปิดตัวอย่างเป็นทางการทั้ง Prestige 14 และ Prestige 16 รุ่นใหม่ ที่โฟกัสชัดเจนไปที่ผู้ใช้สายธุรกิจและมืออาชีพที่ต้องการทั้งความแรง ความคล่องตัว และลุคพรีเมียม

จุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อเทียบกับเจเนอเรชันก่อนคือ

  • ตัวเครื่องบางลงและโค้งมนทันสมัยกว่าเดิม

  • วัสดุอะลูมิเนียมทั้งเครื่อง ให้สัมผัสและภาพลักษณ์ระดับไฮเอนด์

  • Prestige 14 น้ำหนักเพียง 1.32 กก. เบาลงถึง 22% จากรุ่นก่อน

  • Prestige 16 หนักแค่ 1.59 กก. ยังคงจัดว่าเบามากเมื่อเทียบในคลาสเดียวกัน

ภายในขับเคลื่อนด้วย Intel Core Ultra Series 3 พร้อมกราฟิกและ AI เจเนอเรชันใหม่ จับคู่กับแบตเตอรี่ 81Wh ที่รองรับการเล่นวิดีโอ 1080p ได้ยาวสูงสุดกว่า 30 ชั่วโมง ใช้งานข้ามวันได้สบาย

กราฟิก Intel Arc B390 ที่ผสานเข้ามาช่วยเปิดประตูให้โน้ตบุ๊คสายทำงานรองรับทั้ง

  • งานคอนเทนต์ครีเอชันจริงจัง

  • การเล่นเกม AAA ระหว่างเดินทาง

ทั้งหมดนี้ถูกคุมอุณหภูมิด้วยระบบระบายความร้อนขั้นสูงแบบ Vapor Chamber + พัดลมคู่ + ดีไซน์ Intra Flow ที่คงประสิทธิภาพสูงสุดไว้ได้ โดยยังรักษาเสียงรบกวนให้ต่ำกว่า 30 dBA

ฝั่ง Prestige 14 / 16 Flip ก็ยังคงเอกลักษณ์ความบางเบาและแรงเทียบเท่ารุ่นฝาพับทั่วไป แต่เพิ่มความยืดหยุ่นด้วยดีไซน์ 2-in-1 ที่หมุนพับได้ พร้อมหน้าจอทัชสกรีนรองรับปากกา เหมาะกับคนที่อยากได้โน้ตบุ๊คเครื่องเดียว ใช้ได้ทั้งพิมพ์ วาด เขียน และพรีเซนต์งาน

MSI Nano Pen และ Action Touchpad: สองอาวุธลับสาย Productivity

Prestige Flip Series มาพร้อม MSI Nano Pen แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานจริงจังบนพื้นฐานการพกพาง่าย

  • ช่องเก็บปากกาอยู่ใต้ตัวเครื่อง หยิบง่าย เก็บสะดวก ไม่หล่นหายง่าย

  • รองรับการชาร์จอัตโนมัติในตัว

  • ชาร์จเพียง 15 วินาที ใช้งานได้สูงถึง 45 นาที

  • ชาร์จเต็มแค่ 30 วินาที พร้อมลุยยาว

ที่พิเศษคือความร่วมมือระหว่าง MSI และ Microsoft ทำให้ MSI Nano Pen รองรับฟีเจอร์ Copilot press-to-talk เพียงกดปุ่มทั้งสองด้านพร้อมกัน ก็สามารถเรียกใช้งาน Copilot ด้วยเสียงได้ทันที สายทำงานสายประชุมจะยิ่งใช้ AI ได้ลื่นและเป็นธรรมชาติมากขึ้นในสถานการณ์จริง

ด้านทัชแพดก็ถูกยกเครื่องเป็น Action Touchpad รุ่นใหม่

  • พื้นที่ใหญ่ขึ้น 53%

  • มีโซนท่าทางแบบปรับแต่งได้เอง

ทำให้การควบคุมลื่นไหลและแม่นยำมากกว่าทัชแพดทั่วไปอย่างชัดเจน

เรื่องความปลอดภัย MSI จัดชุดใหญ่ระดับองค์กร

  • TPM 2.0

  • Windows Hello ทั้งสแกนนิ้วและสแกนใบหน้า

  • Smart Guard ระบบล็อกเครื่องอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้เดินออกไป

ทั้งหมดนี้มาในแพ็กเกจเดียวกับหน้าจอ OLED 2.8K 120Hz รองรับ VRR และผ่านการรับรอง DisplayHDR True Black 1000 ให้ภาพคม ชัด ลื่น และคอนทราสต์ดำสนิท

Prestige 13 AI+: เบาสุดในโลกสำหรับไซซ์ 13 นิ้ว แต่แรงไม่ยอมใคร

Prestige 13 AI+ ถูกรีดีไซน์ให้กลายเป็นหนึ่งในโน้ตบุ๊คขนาด 13 นิ้วที่เบาที่สุดในโลก ด้วยวัสดุ แมกนีเซียม–อะลูมิเนียม และน้ำหนักเพียง 899 กรัม อย่างเป็นทางการ แต่ถึงจะเบาแบบสุดทาง ภายในก็ยังอัดแน่นด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 รุ่นล่าสุด

เป้าหมายชัดเจนคือผู้ใช้สายธุรกิจที่ไม่อยากยอมลดประสิทธิภาพเพื่อแลกกับความบางเบา

  • ใช้เป็นเครื่องหลักในออฟฟิศได้สบาย

  • พกขึ้นเครื่องบิน ประชุม หรือทำงานนอกสถานที่ได้แบบไม่ถ่วง

  • มีระบบความปลอดภัยและประสิทธิภาพระดับมืออาชีพครบ

Modern 14S / 16S: ดีไซน์พรีเมียมที่จับต้องได้ง่ายขึ้น

สายไลฟ์สไตล์ที่อยากได้ดีไซน์พรีเมียมแต่ราคาเข้าถึงได้ MSI ก็จัดให้กับ Modern 14S และ 16S รุ่นใหม่ ที่ถูกปรับโฉมให้ดูแพงขึ้นอย่างชัดเจน

  • ใช้วัสดุโลหะมากขึ้น

  • เส้นสายตัวเครื่องโค้งมนและลื่นไหลกว่าเดิม

  • ลุคและสัมผัสโดยรวมดูพรีเมียมขึ้นอย่างรู้สึกได้

ทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วย Intel Core Ultra Series 3 และให้สล็อตหน่วยความจำแบบคู่ในทุกรุ่น รองรับการอัปเกรด RAM ได้เต็มที่ ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้ทั่วไปและคนที่อยากให้เครื่องอยู่กับเรานาน ๆ

ด้านการเชื่อมต่อก็ไม่มีกั๊ก

  • พอร์ต USB-A

  • USB-C (รองรับทั้งแสดงผลและชาร์จ)

  • HDMI

  • RJ-45 LAN

  • ช่องอ่านการ์ด Micro SD

แม้จะอัปเกรดทั้งด้านดีไซน์และสเปก แต่ Modern S ยังเน้นความบางเบาเป็นหลัก

  • ตัวเครื่องอะลูมิเนียมบางเพียง 11.1 มม.

  • น้ำหนักเริ่มต้นราว 1.3 กก. (Modern 14S รุ่นจอ OLED)

ตอบโจทย์ผู้ใช้สายเรียน สายทำงาน หรือสายครีเอเตอร์ที่อยากได้เครื่องเดียวจบทั้งทำงานและใช้ในชีวิตประจำวัน

Raider 16 Max HX / Raider 16 HX: ดันขีดสุดโน้ตบุ๊คเกมมิ่งในบอดี้ที่กะทัดรัดขึ้น

ฝั่งโน้ตบุ๊คเกมมิ่งสายดุ MSI ยก Raider Series ขึ้นอีกขั้น โดยเฉพาะ Raider 16 Max HX ที่โฟกัสชัดเจนไปที่คำว่า "ไม่ต้องประนีประนอม"

อย่าให้ขนาดตัวเครื่องหลอกตา เพราะนี่คือ โน้ตบุ๊คเกมมิ่งเครื่องแรกของโลก ที่

  • จ่ายพลังงานรวมได้สูงสุดถึง 300W ภายใต้โหลดเต็ม

  • ส่งพลังได้ 175W ให้กับกราฟิก RTX 5090 หรือ RTX 5080

  • และอีก 125W ให้กับโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra 200HX

ทั้งหมดนี้ทำให้ Raider 16 Max HX ขึ้นแท่นหนึ่งในโน้ตบุ๊คเกมมิ่งที่ทรงพลังที่สุดในโลกตอนนี้

เพื่อควบคุมความโหดระดับนี้ MSI ใช้ระบบ Cooler Boost Trinity พร้อม Intra Flow รุ่นล่าสุด

  • พัดลม 3 ตัว

  • ฮีตไปป์ 6 เส้น

  • ช่องระบายอากาศ 5 จุด

  • ใช้สารนำความร้อนแบบเปลี่ยนสถานะ (Phase-change thermal compound)

ผลลัพธ์คือไม่ว่าจะเล่นเกม AAA ทำงานเรนเดอร์ หรือสตรีมไป เล่นไป เครื่องก็ยังเย็นและเสียงพัดลมอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

สายอัปเกรดเองก็ถูกใจแน่นอน เพราะ MSI ออกแบบฝาหลังแบบ Quick-access ให้ผู้ใช้เปิดเพิ่ม RAM หรือ SSD ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องถอดฝาหลังทั้งแผ่น รองรับทั้ง DDR5 และ PCIe Gen5 SSD เตรียมพร้อมสำหรับเทคโนโลยีเจเนอเรชันถัดไปเรียบร้อย

ด้านหน้าจอ Raider 16 Max HX จัดเต็มด้วย

  • OLED ความละเอียด 2.5K

  • รีเฟรชเรต 240Hz

  • รับรอง VESA DisplayHDR True Black 1000

  • มาตรฐาน SGS Low Blue Light ช่วยถนอมสายตา

เหมาะทั้งเล่นเกมแข่งขันและงานครีเอทีฟในเครื่องเดียว

Crosshair 16 Max HX / Crosshair 16 HX: ดีไซน์เกมเมอร์สายจริงจัง พร้อมลุยทุกแรงค์

สายอีสปอร์ตตัวจริงต้องหันมามองตระกูล Crosshair รุ่นใหม่ ที่ถูกออกแบบมาให้โหดทั้งสเปกและลุค

  • ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra 200HX รุ่นใหม่ล่าสุด

  • จับคู่กับกราฟิก NVIDIA® GeForce RTX™ 50 Series

  • ระบบระบายความร้อน Cooler Boost พร้อม Quad-vent

ระบบระบายความร้อนแบบใหม่ช่วยดันพลังรวมของเครื่องได้สูงสุด 200W เพิ่มขึ้นจากเจนก่อนถึง 30W ทำให้ Crosshair กลายเป็นตัวเลือกที่ทรงพลังที่สุดรุ่นหนึ่งในคลาสเดียวกัน

หน้าจอรองรับออปชัน OLED QHD+ รีเฟรชเรต 165Hz

  • ภาพคม สีสด คอนทราสต์ลึก

  • การแสดงผลลื่นไหลระดับแข่งเกมได้จริง

ด้านพอร์ตเชื่อมต่อถูกจัดระเบียบใหม่ให้ใช้งานง่ายขึ้น

  • USB-A 3 พอร์ต

  • USB-C 2 พอร์ต (รวม Thunderbolt 4)

  • พอร์ต HDMI และ RJ-45 LAN ย้ายไปด้านหลัง ช่วยจัดสายให้โต๊ะโล่งขึ้น

เอกลักษณ์สายเกมเมอร์อย่าง ไฟ RGB Crosshair ยังอยู่ครบ แต่คราวนี้อัปเกรดเป็นคีย์บอร์ดไฟ RGB แบบ 24 โซน ปรับแต่งได้อิสระ ให้คุณปรับทั้งบรรยากาศและสไตล์ให้ตรงกับเกมหรือบุคลิกตัวเองได้เต็ม ๆ

MSI และจิตวิญญาณ True Gaming

MSI ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์เกมมิ่งระดับโลก ที่ไม่เพียงพัฒนาฮาร์ดแวร์ แต่ยังสนับสนุนและผลักดันวงการอีสปอร์ตมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิดที่มุ่งสู่ความก้าวหน้าและการแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา

ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นไม่ว่าจะสายเกมมิ่ง สตรีมมิ่ง ทำงาน หรือครีเอชัน ล้วนถูกออกแบบมาให้

  • ดึงศักยภาพที่แท้จริงของผู้ใช้ให้ออกมาได้มากที่สุด

  • ใช้เทคโนโลยีที่คัดสรรมาแล้วว่าตอบโจทย์การใช้งานจริง

  • ใส่ฟังก์ชันที่ช่วยทั้งประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเคารพและตอบโจทย์จิตวิญญาณของเกมเมอร์อย่างแท้จริง สิ่งที่ MSI ผลักดันจึงไม่ใช่แค่คำว่า Gaming แต่คือ ‘True Gaming’ – ประสบการณ์ที่ทำให้คอเกมและสายอีสปอร์ตได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเดินหน้าบนเส้นทางของตัวเองอย่างเต็มกำลัง