ช่วงนี้วงการเทคฯ ไม่เคยเหงาเลยจริง ๆ เหมือนเปิด Netflix ไว้อยู่ตลอดเวลา เพราะแต่ละค่ายขยันปล่อยข่าวดราม่า สับขาหลอก หรือหักมุมแบบหนังทริลเลอร์ โดดเด่นที่สุดประจำสัปดาห์ต้องยกให้ “Apple” ที่ประกาศถอด John Giannandrea ออกจากหน้าผู้บริหาร ก่อนเจ้าตัวเตรียมเกษียณในช่วงสปริงปีหน้า
อ่านแล้วถึงกับต้องลูบคางเบา ๆ นี่มันบทเปิดของซีซันใหม่ของ Siri รึเปล่าเนี่ย?
และเมื่อพูดถึง Siri ที่กำลังเป็นประเด็น ทำให้อยากหยิบมารีวิว–วิเคราะห์ดุเดือดว่าทั้งเรื่องนี้เกิดจากอะไร ส่งผลยังไงต่อ Apple และอนาคตโลก AI จะเดินไปทางไหนต่อ วงการมือถือและเทคโนโลยีคงหนีดราม่านี้ไม่พ้นแน่นอน
จัดท่าดี ๆ เพราะนี่คือคอนเทนต์แนว “ข่าวบันเทิงสายเทคฯ” ที่พร้อมเสิร์ฟแบบฉ่ำ ๆ เพื่อชาว Zestbuy
จุดเริ่มต้นของดราม่า: เมื่อหน้าเว็บผู้บริหาร Apple ปรับไวกว่าอัปเดต iOS
Apple ไม่รอช้าเลยสักวินาที หลังประกาศว่า John Giannandrea กำลังเตรียมเกษียณ ก็รีบลบชื่อของเขาออกจากหน้า Executive Leadership ทันที รวดเร็วกว่าเครื่องรีสตาร์ตตอนอัปเดตอีก ต่างจากหลายค่ายที่ชอบเก็บหน้าโปรไฟล์ไว้แบบ “เกรงใจเพื่อนร่วมงานเก่า” แต่ Apple คือสายตรง สายเน้นเร็ว สายเคลียร์พื้นที่
John ถือเป็นคนสำคัญของบริษัทมาตั้งแต่ปี 2018 คุมทั้ง Siri, AI strategy, Core ML ไปจนถึงงานหลังบ้านที่ไม่มีใครเห็น แต่ทุกคนใช้ และที่เด็ดกว่านั้นคือเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของ Google มาก่อน นี่ไม่ใช่มือใหม่หัดขับ แต่เป็นระดับโชเฟอร์มือเก๋าที่เคยขับรถบัสทั้งบริษัทมาก่อน
แต่แล้ว… วิกฤต Siri ใน iOS 18 ก็เหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ทีมบริหาร Apple ตัดสินใจเขย่าเก้าอี้ครั้งใหญ่
เหมือนหนังที่จู่ ๆ ผู้กำกับโดนปลดกลางกอง เพราะโปรโมตฟีเจอร์ใหม่ไว้เพียบ แต่ของจริงเลื่อนไปอีกปีนึงแบบไม่ขอปรึกษาแฟนคลับสักเสียง

เบื้องหลัง Siri ล่ม: ทีมงานแฉแบบไม่อั้น
ข้อมูลที่หลุดมาจากอดีตพนักงานหลายคนของ Apple AI Team ทำให้เรื่องนี้ดูเข้มข้นราวซีรีส์แนว workplace ดราม่า ได้แก่
• ความเป็นผู้นำที่ไม่ชัดเจน
อดีตทีมงานบอกตรง ๆ ว่าหลายการตัดสินใจเชื่องช้า จนโปรเจกต์เดินหน้าไม่ทันโลกภายนอก
• นโยบายความเป็นส่วนตัวเข้มงวดเกินไป
แน่นอนว่าสำหรับผู้ใช้คือดี แต่สำหรับการพัฒนา AI คือฝันร้าย เพราะข้อมูลที่ต้องใช้เทรนโมเดลถูกจำกัดอย่างหนัก
• ปัญหาบุคลิกและการทำงานร่วมกันในทีม
บางทีมบอกว่าเกิดความขัดแย้งบ่อย ทำให้โปรเจกต์บางอย่างเดินได้ช้ากว่าที่ควร
• Siri ถูกปลดจากการดูแลตั้งแต่เดือนมีนาคม
แปลว่า Apple มองเห็นสัญญาณล่มมาตั้งนานแล้ว
ทั้งหมดนี้เหมือนสูตรสำเร็จของหนังแนว workplace chaos ที่เปิดเรื่องมาต้องพังให้สุดก่อน แล้วค่อยกลับมายืนขึ้นแบบเท่ ๆ ในซีซันต่อไป
การเปลี่ยนตัวผู้กำกับใหม่: Apple ดัน Amar Subramanya คุม AI
ชื่อใหม่ที่จะถูกดันขึ้นมาแทนคือ Amar Subramanya อดีต VP ด้าน AI ของ Microsoft ดีกรีไม่ธรรมดา แถมยังมีประสบการณ์ตรงด้านระบบ Machine Learning แบบลึกมาก
ตอนนี้ Apple ยังไม่เพิ่มชื่อเข้าหน้า Executive แต่รับรองว่ามาแน่ มาแรง และน่าจะถูกตั้ง kỳหวังสูงแบบสุด ๆ
นอกจากนี้ Apple ยังย้ายบางทีมจากสายงานของ John ไปอยู่ภายใต้ Sabih Khan และ Eddy Cue ซึ่งเป็นผู้บริหารรุ่นใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องการจัดการระบบ Infrastructure และ Services ขนาดมหึมาในบริษัท
การย้ายทีมแบบนี้คือสัญญาณชัดว่า Apple ไม่เล่นแล้วเรื่อง AI แบบเดิม ๆ

จุดพลิกผัน: Siri สัญญาไว้เยอะ แต่เลื่อนเปิดตัวทั้งปี
ใครจำได้บ้างว่า Apple โปรโมต “Apple Intelligence” ในงาน WWDC แบบจัดเต็ม โปรโมตว่า Siri ใหม่ฉลาดขึ้น ลื่นขึ้น เก่งขึ้น แถมใช้โปรโมต iPhone 16 เสียด้วย
แต่พอใกล้กำหนดเปิดตัวจริง… กลายเป็นว่าไม่พร้อม ต้องเลื่อนยาวเป็นปี 2026
แฟน ๆ ถึงกับทำหน้าเหมือนดูตัวอย่างหนังแล้วของจริงโดนเลื่อนฉาย
บางคนถึงขั้นบอกว่า Siri รุ่นนี้คือ “Duke Nukem Forever เวอร์ชันผู้ช่วยอัจฉริยะ” เพราะเลื่อนจนลืม แต่หวังว่าสุดท้ายจะออกมาดี
สำหรับฝั่งนักรีวิวเทคฯ บอกเลยว่าเป็นโอกาสทองของคู่แข่งทั้ง Google Assistant และ ChatGPT ที่กำลังวิ่งนำแบบทิ้งฝุ่น
งานนี้ Apple จะกลับมาแบบโก้ได้ไหม ต้องลุ้นกันยาว ๆ
วิเคราะห์กระแส: เรื่องนี้สะท้อนอะไรในวงการ AI?
1. AI ยุคใหม่ต้องเร็ว ไม่งั้นโดนแซง
ทุกค่ายตอนนี้ปล่อยฟีเจอร์กันแบบไม่พัก Apple ช้ากว่าคนอื่นแค่ 6 เดือนก็เหมือนช้ากว่า 6 ปีในโลกเทคฯ
2. Siri ยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ
แม้ iPhone จะบินสูง แต่ผู้ช่วยอัจฉริยะคือจุดสำคัญที่คนใช้ทุกวัน ถ้า Siri ยัง “ฟังไม่เข้าใจ” เหมือนเดิม ก็เสี่ยงเสียลูกค้าได้เหมือนกัน
3. Apple กำลังต้องการผู้นำสาย AI รุ่นใหม่
การดึง Amar เข้ามาน่าจะเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของ AI จากค่าย Apple
เหมือนฟีลรีบูตซีรีส์ดังหลังซีซันก่อนเรตติ้งดิ่ง
4. นโยบายความเป็นส่วนตัว = ดาบสองคม
ดีต่อผู้ใช้ แต่แย่ต่อการพัฒนา AI
Apple ต้องหาวิธีบาลานซ์ให้ดี ไม่งั้นตามคู่แข่งไม่ทันแน่
มุมมองสายรีวิว: ผู้ใช้ควรจับตาอะไรต่อ?
• Siri จะอัปเกรดสมองได้จริงไหมในปีหน้า?
หลังเปลี่ยนตัวผู้บริหารและย้ายทีมงาน คาดว่าจะเห็น “การพัฒนาแบบเดินเครื่องเต็มกำลัง”
แต่ก็ต้องรอดูว่า Apple จะทำได้ตามสัญญาหรือยังคงเลื่อนอีก
• Apple Intelligence จะดีพอชนคู่แข่งไหม?
ถ้าทำออกมาได้ตามที่โม้ไว้ในงาน WWDC ปีที่แล้ว ก็มีลุ้นกลับมาแข่งขันได้แบบสูสี
แต่ถ้าผิดพลาดอีกครั้ง อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้ใช้ลังเลในการซื้อ iPhone รุ่นใหม่
• การเข้ามาของ Amar จะเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานในทีม AI แค่ไหน?
หลายค่ายเชื่อว่าผู้นำใหม่จะนำสไตล์การทำงานแบบ Microsoft ที่เน้นความเร็วและการทดลองมาปรับใช้
ใครที่ติดตามวงการนี้จะสนุกมาก เพราะเหมือนกำลังดูตอนแรกของซีรีส์เรื่องใหม่ที่น่าจับตา
สรุป: ยุคเปลี่ยนผ่านของ Apple ที่ต้อง “รีบ” กว่าเดิม
ข่าวการเปลี่ยนตัวผู้บริหารครั้งนี้ นอกจากจะสะท้อนปัญหาที่ซุกไว้ใต้พรมมานาน ยังบอกเราว่า Apple กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่ท้าทายที่สุดในรอบ 10 ปี
AI คือสมรภูมิใหม่ที่ช้ากว่าใครไม่ได้ แม้แต่นาทีเดียว
สำหรับสายเทคฯ แบบเรา ข่าวนี้เหมือนตั๋วพรีเมียมเข้าไปดูเบื้องหลัง Apple แบบสด ๆ ระดับปีนี้เรียกว่า "ปีดราม่าของ Siri" ได้เลย
และแน่นอน… ผู้ใช้ทุกคน รวมถึงแฟน iPhone ต้องจับตาดูว่า
ปีหน้าจะเป็นยุคมืด หรือยุคคืนชีพของ Siri รุ่นใหม่

