มะฮอกกานีคือสีแบบไหน ทำไมถึงฮิตไม่เลิก
สีผม “มะฮอกกานี” หรือโทนแดงน้ำตาลสุดหรู เป็นส่วนผสมระหว่าง สีน้ำตาล กับ แดงจัดจ้าน ให้ลุคแพง ๆ แบบผู้หญิงมีสไตล์ แต่ไม่แรงเท่าสีแดงไฟจนดูจับต้องยาก
โทนนี้เลยกลายเป็นสีประจำใจของหลายคนที่อยากเปลี่ยนลุคชัด ๆ แต่ยังอยาก ดูสุภาพ น่าเชื่อถือ และดูเป็นมืออาชีพ ไปพร้อมกัน
เหมาะมากสำหรับสาวที่อยากเปลี่ยนภาพลักษณ์แบบจริงจัง แต่ไม่อยากได้ผมแดงแรงฤทธิ์จนกลายเป็นสายแซ่บเต็มขั้น

สีมะฮอกกานีมีตั้งแต่โทน แดงสดอมไวน์ ไปจนถึง น้ำตาลลึก ๆ อมน้ำตาลแดง จัดว่าเป็นสีที่ไม่จัดจ้านเกินไป แต่ก็ไม่จืดจนหายไปกับฝูงชน
ช่างทำผมจำนวนมากยังเรียกมันในวงการว่า “Mahogany” ตรงตัว ซึ่งกลายเป็นโค้ดลับเวลาพูดกันเรื่องผมแดงน้ำตาลหรู ๆ นี่แหละ
ก่อนเลือกสีนี้ให้ตัวเอง ลองจินตนาการลุคทั้งหน้า เสื้อผ้า เมกอัพ แล้วถามว่า “สีนี้อยู่กับเราไหวจริงไหม” เสมอ

สีมะฮอกกานีเหมาะกับใคร?
โทนนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อเด็กสาวมหาลัยเท่านั้น แต่ยัง กลับมาช่วยชีวิตสาววัยทำงานและสาววัยวุฒิ ได้ดีมากด้วย
ช่วยพราง ผมหงอก ให้กลืนไปกับสีผมได้ดี
ทำให้ ริ้วรอยบนใบหน้า ดูซอฟต์ลง ไม่ฟ้องชัดแบบสีสว่างจัด
ภาพลักษณ์สาวออฟฟิศหรือผู้บริหารสายดุ ๆ ก็ไม่ต้องกลัวพัง ถ้าเซ็ตทรง เมกอัพ และการแต่งตัวให้เข้ากับโทนนี้ดี ๆ สีมะฮอกกานีจะช่วยให้ลุคดูมีมิติขึ้น แต่ยังคงความน่าเชื่อถือ
คีย์เวิร์ดคือ “ลองบนตัวเองในหัวก่อนลงสีจริง” ถ้าชุดที่ใส่ประจำ เมกอัพที่ทาบ่อย ๆ ไม่เข้ากับผมแดงน้ำตาลเลย อาจต้องทบทวน
โทนนี้จะยิ่งปังมากกับ
สาวผมธรรมชาติสีอ่อนหรือสีน้ำตาลประกายทอง
คนผิวขาวที่มีผมเข้ม ก็สามารถลองโทน Dark Mahogany ได้ ลุคจะดูคมและแพงมาก

เลือกเฉดผิดแก่ทันที! วิธีเลือกโทนมะฮอกกานีให้เข้ากับตัวเอง
บางเคสสีมะฮอกกานีสามารถทำให้คน ๆ หนึ่งดู แก่ขึ้นหลายปี ได้เลย ส่วนใหญ่จะเกิดจาก
เลือกเฉดที่ เข้มจัดเกินไป
ลงสีแบบ โมโนโครมทั้งหัว ไม่มีมิติ ไม่มีไฮไลต์
สไตล์แบบที่คุณยายยุคก่อนเคยทำทั้งหัว คือโทนแดงเข้มทึบ ๆ เลยทำให้คนมักจะผูกภาพนี้กับวัยผู้ใหญ่
ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ
สาวผิวขาวซีด ถ้าไปสุดกับ แดงเข้มจัด อาจยิ่งทำให้ดูซีดป่วย มะฮอกกานีจะเหมาะก็ต่อเมื่อมี ผิวแทนกำลังดี + ดวงตาโทนสว่าง
เมกอัพที่ ปัดแก้มแดงจัด จะไปดันความแดงของผมและหน้าให้เด่นขึ้นจนดูแรงเกินไป
อย่าลืมบาลานซ์สีแก้ม ถ้าแก้มแดงจัด + ผมโทนแดงเข้ม = หน้าแดงเกินจนหมดความละมุน

สำหรับสาวผมสีน้ำตาลเข้มแบบเกือบดำ ต้องระวังการกระโดดเข้าสู่ โทนอุ่นจัด ๆ เพราะอาจทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ ทางที่ดีคือเลือกเฉดที่
เน้น แดงนำ น้ำตาลรอง หรือไปทางไวน์ลึก ๆ
ถ้าผมดำมาก ๆ ควรมีการ ฟอกหรือไฮไลต์เบา ๆ ก่อน สีมะฮอกกานีจะชัดและสวยกว่า
การเลือกเฉดด้วยตัวเองแบบเดาสุ่มถือว่าเสี่ยงมาก ถ้าไม่มั่นใจ ให้ช่างทำสีที่มีประสบการณ์ช่วยออกแบบโทนให้จะปลอดภัยที่สุด
ถ้าการลงสีทั้งหัวดูน่าเบื่อไปแล้ว ลองใช้มะฮอกกานีในเทคนิคฮิต ๆ อย่าง
Shatush
Balayage
Ombre
Venetian / American highlight
สีจะดูมีเลเยอร์ แพง และไม่ใช่แค่ผมแดงธรรมดา ๆ

สูตรผสมสีมะฮอกกานีให้ลุคสวยจัด
เมื่อใช้มะฮอกกานีเป็น สีพื้น แล้วจับไปผสมกับสีอื่น ผลลัพธ์จะเปลี่ยนลุคไปได้หลายแนวมาก
ไอเดียการจับคู่สุดปัง:
มะฮอกกานี x เบอร์กันดี
โทนแดงถูกดันให้เข้มและอิ่มขึ้น เหมาะกับคนตาสีน้ำตาล ผิวแทนหรือผิวเข้ม แต่ถ้าใต้ตาคล้ำ หรือมีถุงใต้ตา สีนี้จะเน้นทุกอย่างชัดขึ้นมะฮอกกานี x เชอร์รี่
ทำให้สีตาเกือบทุกโทนดูโดดเด่น ยกเว้นโทนเหลืองอำพันหรือทราย สาวผิวซีดจะได้ลุคเข้มจัดชัดมาก ส่วนสาวผมเข้มจะดูหรู เซ็กซี่ และคมมากมะฮอกกานี x เกาลัด
ลดความแดงให้ซอฟต์ลงจนดูใกล้โทนธรรมชาติ เหมาะกับสาวที่รักสไตล์คลาสสิก ไม่อยากให้ผมสีแรงไปจนเขินตัวเองมะฮอกกานี x ม่วง
สูตรนี้แอบร้ายอยู่พอสมควร ไม่เหมาะกับวัย Balzac เท่าไร แต่จะทำให้สาว ๆ และผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่สไตลิชมาก ๆ ดูล้ำและโมเดิร์นสุด ๆ เข้ากับสีตาโทนเย็นอย่างฟ้า เทา เขียวมรกต แต่ถ้าผิวคล้ำ+ตาน้ำตาลอาจดูหม่นมะฮอกกานี x ทองแดง
คือคู่หูทองของงาน ombre / balayage ที่ต้องการสีมีเลเยอร์จัดเต็ม ทองแดงช่วยเพิ่มคอนทราสต์ให้มะฮอกกานี และทำให้ผมดูสด สว่าง และมีชีวิตชีวามาก
เมื่อลงในงาน 3D coloring ยังสามารถประสานกับสีอื่น ๆ อย่าง
ช็อกโกแลตเข้ม
Mocca
เกาลัดอ่อน
ทองแดงเข้ม ฯลฯ
แต่ถ้าเริ่มมีมากกว่า 2 สีขึ้นไป ให้มือโปรช่วยแมตช์สีจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นจากผมแพงอาจกลายเป็นผมเลอะ เสียงสีแข่งกันจนดูฉูดฉาดเกินไป

เลือกโทนมะฮอกกานีให้ตรงโทนผิวและสีผมธรรมชาติ
ถ้าคุณเป็นสาวผิวแทน ผิวเข้ม หรือมีดวงตาโทนลึกมาก ๆ การเลือกสีมะฮอกกานีที่ แดงจ๋า อาจทำให้หน้าดูหม่นแทนที่จะสวยเด่น
สำหรับโทนแบบนี้ มักจะเข้ากับ
สีมะฮอกกานีที่ มีสีน้ำตาลเข้มเป็นหลัก
หรือโทน Dark Mahogany ที่ให้ความลึก คม และดูหรู
ไม่ว่าจะมั่นใจในรสนิยมตัวเองแค่ไหน การลองปรึกษาสตไลิสต์ก่อนลงสีจริงจะทำให้
ได้เฉดที่ เข้ากับโทนผิวและสีคิ้ว
ลดความเสี่ยงผมออกมาไม่เข้ากับหน้า
เวลาคิดถึงสีมะฮอกกานี ต้องเริ่มที่ “สีผมตั้งต้น” ของตัวเองก่อนเสมอ
สาวผมเข้มและบรูเน็ตต์ มักจะเจอปัญหาเวลาอยากไปโทนมะฮอกกานีอ่อน ๆ หรือแดงทองชัด ๆ เพราะ
โทนพวก แดงทอง / ทองแดงใส ๆ จะขึ้นสวยหลัง การทำให้ผมสว่างก่อน เท่านั้น

สาวผมดำหรือผมเข้มมากที่ไม่อยากฟอก ก็ยังเลือกได้
มะฮอกกานีคลาสสิกโทนเข้ม
เน้นอันเดอร์โทนสีน้ำตาลลึก ๆ เพื่อให้สีดูกลืนแต่ยังมีความแดงหรูปนอยู่
สำหรับผิวขาวจัด บางเฉดมะฮอกกานีเข้มอาจทำให้ภาพรวมดูหนักไป ต้องระวังไม่ให้สีผมมืดกว่าโทนผิวจนเกินไป
หลักง่าย ๆ คือเลือกสีที่เข้มกว่าสีผมพื้นฐาน แค่ 1–2 ระดับ จะช่วยให้ได้ลุคสวยกลมกลืนที่สุด

สรุปอีกครั้ง: ใครคือสายมะฮอกกานีตัวจริง
สีมะฮอกกานีใช้ได้ทั้งกับสาววัยใสและผู้หญิงวัยทำงาน หรือแม้แต่ผู้หญิงวัยวุฒิที่อยากให้ลุคดูอ่อนลงแต่ยังดูแพง
ช่วยปิดผมหงอกได้ดี
ทำให้ริ้วรอยบนใบหน้าดูเบลอขึ้น
ถ้าคุณมี
ผมโทนธรรมชาติสีอ่อน หรือ
ผมเข้มแต่ผิวขาว สามารถลอง Dark Mahogany ได้ไม่ต้องกลัวดุเกิน

20 ไอเดียสีผมมะฮอกกานี น่าลองทุกลาย
1. มะฮอกกานีในฝัน – Ombre เปลี่ยนลุคแบบไม่โหด

สำหรับคนที่กลัวย้อมทั้งหัว ลองเก็บโคนผมสีธรรมชาติไว้ แล้วไล่ลงเป็น มะฮอกกานี ombre จากกลางผมถึงปลาย ให้ปลายดูนุ่ม ละมุน และเปลี่ยนลุคแบบไม่สุดโต่งเกินไป
2. มะฮอกกานีติดไฟ – แดงอมทองควันออกหู

ใช้มะฮอกกานีโทนเข้มเป็นสีพื้น แล้วสอด เส้นทองแดงสว่าง ลงไปเป็นไฮไลต์ ผลลัพธ์คือผมดูเหมือนติดไฟ แต่อยู่ในกรอบที่ยังดูแพงและเก๋
ฐานเข้ม + ไฮไลต์ทองแดง = ผมดูร้อนแรงแต่ไม่หลุดธีม
3. มะฮอกกานีองุ่น – แดงไวน์เจอม่วงละมุน

โทนนี้ให้ฟีลคล้ายไวน์แดงแก้วโปรดตอนจบวัน เหมาะกับคนที่ชอบสีแปลกแต่ไม่หลุดโลก เป็นการผสมผสานระหว่าง มะฮอกกานีโทนไม้แดง กับ ม่วงหม่น ให้ลุคมีชั้นเชิงและดูแพงมาก
4. ต้นไม้สีแดงตอนพระอาทิตย์ตก

ลุคนี้เหมือนเก็บพระอาทิตย์ตกมาไว้บนผม มะฮอกกานีด้านนอกถูกเบรกด้วย ชมพูหม่นตรงกลาง ให้เอฟเฟกต์พระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าในยามสนธยา โรแมนติกแต่ยังมีความลึกลับ
5. มะฮอกกานีสีชมพูขุ่น – Boho สายเทศกาล

ผสมระหว่างมะฮอกกานีหวาน ๆ กับ น้ำตาลฝุ่น และลอนคลื่นมีเท็กซ์เจอร์ ได้ลุคโบฮีเมียนสไตล์เทศกาลดนตรี ดูนุ่ม โรแมนติก และโคตรถ่ายรูปขึ้น
6. ลูกพีชและมะฮอกกานี – Ombre ส้มละมุน

สีพีชเป็นพระเอกของซีซั่น และมันเข้ากับมะฮอกกานีได้ดีเกินคาด ใช้
โคนเป็นมะฮอกกานี
ปลายเป็นพีชสว่าง
ได้ ombre ที่นุ่มและสดใสในเวลาเดียวกัน เหมาะกับทุกโทนผิว
7. มะฮอกกานีโรสโกลด์ – สายเมทัลลิกต้องไม่พลาด

ใช้มะฮอกกานีเป็นเบส แล้วเพิ่ม เส้นสีโทนทองชมพู ที่ปลายผม สร้างความเงาแบบเมทัลลิกเบา ๆ ให้ผมดูแพง มีมิติแบบฟีลแฟชั่นรันเวย์
8. ช็อกโกแลตมะฮอกกานีในลมกรด

ผสม น้ำตาลช็อกโกแลตเข้ม กับมะฮอกกานีบางจังหวะ สีที่ได้จะดูหรู เรียบ แต่ไม่จืด เหมาะกับคนที่อยากเพิ่มความแพงโดยไม่ต้องขึ้นโทนแดงจัด
9. น้ำตกมะฮอกกานี

โทนมะฮอกกานีเข้มทึบในลอนยาว ให้เอฟเฟกต์เหมือน น้ำตกสีแดงน้ำตาล ไหลลงมาตามแผ่นหลัง เหมาะกับสาวผมยาวที่ชอบลุคดูมีเสน่ห์ลึกลับ
10. ป่ามะฮอกกานี – Hair Painting สร้างมิติแน่น

ใช้เทคนิค “ระบายสีบนผม” เพื่อสร้างเลเยอร์ของสีน้ำตาลเข้มด้านใน แซมด้วยมะฮอกกานีด้านนอก ให้มิติแบบป่าลึก ดูหนา เคลื่อนไหวสวยทุกมุม
เทคนิคนี้ทำให้ผมดูหนาและมีชีวิตมากขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งต่อผม
11. มะฮอกกานีที่สง่างาม

เป็นการเติมมะฮอกกานีลงบนเบสน้ำตาลเข้มแบบบางเบา สีกลืนกันอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ให้ความรู้สึกแพงแบบเงียบ ๆ เหมาะกับสาวออฟฟิศ สายมินิมอล สุภาพแต่แฝงความเปรี้ยว
12. ยาต้มมะฮอกกานี – อินสไปร์จากถ้วยชา

แรงบันดาลใจจากสีชาในถ้วยที่กำลังเปลี่ยนโทนส้ม-น้ำตาล ใช้มะฮอกกานีเป็นหลัก แล้วเบรกด้วยแดงและส้มบางส่วน ทำให้ผมดูน่าสนใจแบบไม่ซ้ำใคร
13. ความเงางามของมะฮอกกานี

ไม่อยากย้อมทั้งหัว? ก็ไม่ต้อง! เพียงเติม เงาไวโอเล็ตและมะฮอกกานี ลงบนผมสีน้ำตาลธรรมชาติ เวลาโดนแดด ผมจะสะท้อนสีแบบซิมโฟนีหลายโทน สวยเวอร์โดยไม่ต้องทำหนักหัว
14. สีน้ำตาลมะฮอกกานี – หรูแต่เด็ก

ผสมน้ำตาลและขิงลงในมะฮอกกานีเบา ๆ ได้ลุคที่ดู แพงแต่ยังอ่อนเยาว์ เหมาะกับคนที่อยากดูมีสไตล์ขึ้นชัดเจน แต่ยังไม่อยากทิ้งความซอฟต์
15. มะฮอกกานีคะนอง – แดงจัดแต่ไม่ทิ้งฐานเข้ม

ถ้าอยากเล่นกับสีมะฮอกกานีแต่ยังรักพื้นฐานผมเข้ม ลองใช้เบสน้ำตาลเข้ม แล้ววาดลายมะฮอกกานีเป็นช่อ ๆ จะได้ลุคที่ทั้งร้อนแรงและยังดูมีขอบเขต
16. เปลือกเต่ามะฮอกกานี

แพทเทิร์นเปลือกเต่าที่เคยฮิตในแว่นกันแดดถูกยกมาอยู่บนผม โดยใช้ มะฮอกกานีบลอนด์ + คาราเมล ซ้อนเลเยอร์กัน เป็นเอฟเฟกต์ที่ดูแพงและซับซ้อนสุด ๆ
เหมาะกับคนที่อยากให้ผมดูเป็นงานศิลปะมากกว่าสีเดียวทึบ ๆ
17. มะฮอกกานีไตรรงค์ – สามสีแต่ไม่เลอะ

ไม่ต้องจำกัดตัวเองว่า ทำสีต้องหยุดแค่ 1 หรือ 2 สี ลุคนี้ใช้
โคนเป็นมะฮอกกานีสด
ปลายผมเป็นการผสมของ น้ำตาลอ่อน + น้ำตาลเข้ม
ก็ได้ผมสามโทนที่น่ามองมาก แต่อยู่ในกรอบเดียวกัน ไม่ดูรก
18. มะฮอกกานีอัลตราไวโอเลต
การเล่นกับสีแดงผสมม่วงบนเบสมะฮอกกานีเข้ม ทำให้ได้ผมที่ดูแน่น มีมิติ และไม่จำเจ
เพิ่มทั้งความอบอุ่นและมิติภาพรวม เหมาะกับคนที่ชอบสีผมมีสตอรี่
19. พายุทะเลทรายและมะฮอกกานี

ใช้สีน้ำตาลอ่อนหม่น ๆ ผสมกับเบสมะฮอกกานี ให้ฟีลเหมือนลมพายุทะเลทรายที่กำลังพัดผ่าน สีตัดกันอย่างนุ่ม ๆ แต่มีเสน่ห์
20. มะฮอกกานีเย็น – โทนน้ำเงินเบา ๆ ดูหรูสุด

ไม่จำเป็นต้องเล่นแต่โทนอุ่นเสมอไป มะฮอกกานีแบบมี อันเดอร์โทนน้ำเงินเย็น ๆ บนผมตรงเงาวับ จะให้ลุคที่ดูโมเดิร์น คม และแตกต่างจากผมโทนแดงทั่วไป
จะซื้อสีอะไรดี? โทนมะฮอกกานียี่ห้อไหนน่าลอง
ปัจจุบันแบรนด์ทำสีผมใหญ่ ๆ แทบทุกเจ้ามีเฉดมะฮอกกานีให้เลือก ทั้งในกลุ่มโทนแดงสดและแดงเข้มลึก
คำแนะนำสำคัญคือ: เลือกสีที่ คุณภาพดีและราคาไม่ถูกเกินไป เพื่อให้เม็ดสีติดทน ไม่หลุดในเวลาอันสั้น
ตัวอย่างรหัสสีมะฮอกกานีจากแบรนด์ยอดนิยม:
L’Oreal – 450
Syoss – 4.2
Fara – 510
Garnier – 5.52

โทนแดงและโทนสว่างมักจะ ซีดเร็วกว่า สีเข้มอื่นเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นเรื่องการดูแลหลังย้อมสำคัญมาก
ถ้าอยากให้สีอยู่ทนนาน ต้องมีแผนดูแลต่อ ไม่ใช่แค่ย้อมเสร็จแล้วจบ

ทินท์แคร์: ดูแลยังไงให้มะฮอกกานีไม่ซีดเร็ว
แม้สีมะฮอกกานีจะสวยแค่ไหน ถ้าดูแลไม่ดี สีหลุดไวแน่นอน การทำให้สีอยู่ทนนานต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนย้อมไปจนถึงหลังย้อม
ก่อนย้อมควรเช็กอะไรบ้าง
ถ้าลอนผม แข็งแรง สุขภาพดี สามารถเลือกใช้สีติดทน (แบบถาวร) ได้ สีจะอยู่ยาว แต่ต้องยอมรับว่ามีผลต่อโครงสร้างผมมากกว่า
ถ้าผม แห้ง เสีย แตกปลาย ควรเลือกใช้สีย้อมชนิดอ่อนโยน ไม่มีแอมโมเนีย หรือทินท์เคลือบสีแทน
หลังการย้อม ควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผมสำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ เช่น
แชมพูสำหรับผมทำสี
ครีมนวด/บาล์ม
มาสก์บำรุงลึก
สินค้ากลุ่มนี้มักมีสูตรช่วยล็อกเม็ดสี และฟื้นฟูเส้นผมไปพร้อมกัน หาซื้อได้ตามร้านขายผลิตภัณฑ์เส้นผมโดยเฉพาะ
ยังควรเสริมด้วยแชมพู/มาสก์ที่ช่วย เติมความชุ่มชื้นและบำรุงเป็นระยะ เพื่อให้เส้นผมไม่แห้งกรอบจนดันให้สีหลุดเร็ว

เทคนิค Ombre กับสีมะฮอกกานี
การทำผมแบบ ombre คือการไล่สีจากโคนไปปลายอย่างนุ่มนวล ใช้เพียง 2 โทน แต่ทำให้ผมดูมีเลเยอร์ได้อย่างชัดเจน และยังเป็นเทคนิคที่ยังฮิตไม่เลิก
มะฮอกกานีจะเด่นมากบน ผมโทนเข้ม เพราะให้คอนทราสต์ที่กำลังดี
วิธีทำแบบคร่าว ๆ ถ้าจะทำเองที่บ้าน
ลงสีให้ปลายผม สว่างที่สุด
ไล่กลับเข้ามาให้สีเปลี่ยนอย่างนุ่มนวลบริเวณช่วงกลางผม
โคนผมปล่อยเป็นสีธรรมชาติ
ถ้าต้องการเปลี่ยนสีโทนยากหรือผมพื้นฐานไม่เอื้อ เช่น ผมดำมาก อยากได้มะฮอกกานีอ่อน ๆ ควร
ให้ช่างทำผมมืออาชีพช่วยออกแบบทั้งเรื่องโทนและขั้นตอนฟอก/ย้อม
มืออาชีพจะช่วยเลือกโทนที่เข้ากับใบหน้า และทำให้การเปลี่ยนสีไม่พังกลางทาง

ไฮไลต์มะฮอกกานี – ไม่ต้องย้อมทั้งหัวก็เด่นได้
ใครไม่อยากเปลี่ยนสีทั้งหัว สามารถหยิบมะฮอกกานีมาใช้ในรูปแบบ “ไฮไลต์” หรือ เมชแบบช่อ ๆ ได้
การผสมเส้นแดงมะฮอกกานีกับผมเข้ม ให้ลุคที่โดดเด่นแต่ไม่แรงจนเกินไป
อาจเลือกเน้นเพียงไม่กี่ช่อบริเวณกรอบหน้า หรือเฉพาะผมชั้นนอก
ทรงผมแนวนี้จะดูดีมากเมื่อผมสะอาดและได้รับการเซ็ตอย่างตั้งใจ เพราะไฮไลต์จะช่วยดึงทุกมุมให้เด่นชัดขึ้น
เคลือบผมหลังย้อม – ตัวช่วยล็อกสีและฟื้นผมในครั้งเดียว
การ เคลือบผม (lamination) เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ช่วยให้
สีมะฮอกกานีติดทนยิ่งขึ้น
เส้นผมเงา สุขภาพดี ดูหนาขึ้นทันที
หลังเคลือบ เม็ดสีจะถูกเหมือนล็อกอยู่ด้านในเส้นผม พร้อมทั้งช่วยฟื้นโครงสร้างที่ผ่านการย้อมมา
ข้อดีคือ ปัจจุบันมีทั้งแบบทำที่ซาลอนและแบบทำเองที่บ้านให้เลือกตามงบและเวลาของคุณ

ผมแดงมะฮอกกานีกับโทนผิวแบบไหนที่ใช่ที่สุด
เงื่อนไขสำคัญอย่างเดียวของมะฮอกกานีคือ ผิวต้องไม่หม่นหรือคล้ำจัด เพราะ
ถ้าผิวเข้ม + มะฮอกกานีบางเฉด อาจทำให้เกิด รอยแดงบนใบหน้าชัดขึ้น
หรือในทางกลับกัน ทำให้ใบหน้าดูเทา หม่น และอิดโรย
แต่ถ้าเป็นผิวขาวหรือโทนกลาง ๆ สีนี้จะเล่นกับผิวได้สวยมาก
ข้อดีคือ
ใช้ได้ทั้งบนผมอ่อนและผมเข้ม
ดวงตาโทนเข้มจะดูลึกและน่ามองขึ้น
ดวงตาโทนสว่างจะมีประกายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โดยรวมแล้ว มะฮอกกานีจะยิ่งงามบนคนที่มีลักษณะโทนเย็น เช่น ฤดูหนาว / ฤดูร้อน แต่ถ้าคุณอยู่ในกลุ่ม ฤดูใบไม้ผลิ หรือฤดูใบไม้ร่วง ก็ยังไปกับสีนี้ได้ ตราบใดที่เลือกโทนย่อยให้ตรงกับอันเดอร์โทนผิว
ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ – มะฮอกกานีช่วยขับความสดใสให้วัยรุ่น และเพิ่มเสน่ห์แพง ๆ ให้ผู้หญิงที่น่าเคารพได้เหมือนกัน

สรุป: อยากให้มะฮอกกานีสวย ทน และดูแพง ต้องจำสิ่งนี้
สีผม “มะฮอกกานี” เป็นหนึ่งในโทนแดงน้ำตาลที่ ฮิตยาวนานและเข้ากับคนได้หลากหลาย
ผมที่แห้งเสียและอ่อนแอ จะทำให้สีเข้มอย่างมะฮอกกานีหลุดไวขึ้นมาก จึงต้องให้ความสำคัญกับการบำรุงและฟื้นฟูก่อน–หลังย้อม
ผลิตภัณฑ์ดูแลผม รวมถึงสีย้อม ควรเลือกแบบ เกรดมืออาชีพ เพื่อให้ทั้งสีและสุขภาพผมไปด้วยกันได้
ถ้าดูแลถูกวิธี เฉดมะฮอกกานีที่ทันสมัยจะอยู่กับคุณได้นาน และยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ให้ดูแพงขึ้นแบบไม่ต้องพยายามมาก

