รับแอปรับแอป

เรตินอยด์ 101: ใช้ให้เป็น ผิวหน้าเด็ก ผิวไม่พัง!

วรพล ศรีรุ่ง01-30

เรตินอยด์คืออะไร ทำไมทุกคนถึงพูดถึง?

ปี 2025 คือยุคทองของสกินแคร์สาย เรตินอยด์ (Retinoid) และ เรตินอล (Retinol) แบบหลบยังไงก็ไม่พ้นฟีด แต่หลายคนยังงงว่าแตกต่างกันยังไง ใช้อะไรดี ผิวแบบเราควรเริ่มตรงไหน

ถ้าเลือกถูก ผิวปังเด็กลงเหมือนไทม์แมชชีน แต่ถ้าใช้มั่ว ผิวแหก แดง ลอกได้เหมือนกัน มาทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ ก่อนเริ่มใช้กันดีกว่า

เรตินอยด์ vs เรตินอล ต่างกันยังไง?

เรตินอยด์ (Retinoid) คือชื่อใหญ่ของตระกูลวิตามินเอ

กลุ่ม เรตินอยด์ คืออนุพันธ์ของวิตามินเอที่ช่วยเรื่อง

  • การผลัดเซลล์ผิว

  • ลดเลือนริ้วรอย

  • กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน

  • จัดการสิวและรูขุมขนอุดตัน

เรตินอยด์มีทั้งแบบที่เป็น “ยา” และแบบที่ใช้ในสกินแคร์/เวชสำอาง

กลุ่มเรตินอยด์แบบยา (ต้องอยู่ในการดูแลแพทย์)

ตัวอย่างที่หลายคนคุ้นชื่อ เช่น

  • Adapalene

  • Tretinoin

  • Tazarotene

  • Trifarotene

  • Isotretinoin

โดยเฉพาะกลุ่มที่มี Retinoic Acid จะออกฤทธิ์แรง ช่วยให้สิวยุบเร็ว แต่ก็แลกมากับโอกาสระคายเคืองสูง ผิวอาจ

  • แห้ง

  • แดง

  • ลอก

  • ไวต่อแดดมากขึ้น

กลุ่มเรตินอยด์ในสกินแคร์ (เวชสำอาง)

อีกฝั่งหนึ่งคือกลุ่มที่เจอในครีม/เซรั่มทั่วไป ซึ่งจะอ่อนโยนกว่า ไล่จากเบาสุดไปแรงกว่า ได้แก่

  • เรตินิล เอสเทอร์ (Retinyl Esters)

  • เรตินอล (Retinol)

  • เรตินัลดีไฮด์ (Retinaldehyde)

เรตินอล (Retinol) คือหนึ่งในอนุพันธ์ของเรตินอยด์ที่นิยมใช้มาก เพราะให้ Retinoic Acid ในระดับที่ผิวพอรับได้ ช่วยได้ทั้ง

  • ผลัดเซลล์ผิวอุดตัน

  • ลดริ้วรอย

  • กระตุ้นคอลลาเจน

  • รักษาสิว

แต่ต้องใช้ต่อเนื่องประมาณ 1 เดือนขึ้นไป ถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง

New Gen Retinoid: HPR สายอ่อนโยนแต่เอาอยู่

ในยุคนี้มีการพัฒนาเรตินอยด์เจนใหม่ เช่น

Hydroxypinacolone Retinoate (HPR)

จุดเด่นคือ

  • ทำงานได้ทันทีที่ผิว โดยไม่ต้องเปลี่ยนฟอร์ม

  • เสถียรกว่าเรตินอยด์รุ่นเก่า

  • ระคายเคืองน้อยกว่า

  • ไม่ทำให้ผิวไวต่อแสงเท่าแบบดั้งเดิม

เหมาะกับคนที่อยากได้ผลลัพธ์แบบเรตินอยด์ แต่ไม่อยากเสี่ยงหน้าแหก

มือใหม่ใช้เรตินอยด์ ต้องระวังอะไรบ้าง?

กลุ่มเรตินอยด์ทั้งหมดมีโอกาสทำให้ผิวระคายเคืองได้ โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยใช้มาก่อน ผิวอาจเจออาการเหล่านี้

  • ผิวแห้ง ตึง

  • แดง ลอก คัน

  • สิวถูกดันขึ้นมา

ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งหรือผิวบอบบาง ต้องใจเย็นเป็นพิเศษ เพราะผิวอาจแห้งและระคายเคืองมากกว่าปกติ

อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้มักเกิดในช่วงที่ผิวกำลังปรับตัว เมื่อผ่านเฟสนี้ไป ผิวจะเริ่มนิ่งขึ้นและแข็งแรงขึ้น

วิธีเริ่มใช้เรตินอยด์แบบปลอดภัย ไม่หน้าเละ

หลักใหญ่ใจความของมือใหม่คือ: ค่อย ๆ เริ่ม ใช้น้อย และให้เวลาผิวปรับตัว

แนวทางเบื้องต้น:

  • สัปดาห์แรก: ใช้ปริมาณประมาณเท่า “เม็ดถั่ว”

  • ทาแบบ วันเว้นวัน เพื่อเช็คว่าผิวรับไหวไหม

  • ถ้าผ่านไปแล้วไม่รู้สึกแสบ แดง ลอกแรง ๆ ค่อยเพิ่มเป็น ใช้ทุกวัน

  • ปริมาณสามารถขยับเป็นประมาณ 1–2 ปั๊ม (แล้วแต่เนื้อผลิตภัณฑ์)

  • ใช้ เฉพาะกลางคืน เพราะเรตินอยด์ไวต่อแสง

สเต็ปการใช้เรตินอยด์ให้ผิวไม่พัง

อยากล็อคหน้าเด็ก ลดริ้วรอย และให้ผิวดูอ่อนเยาว์แบบยืนระยะ เรตินอยด์ช่วยได้ แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี

1. เตรียมผิวให้แข็งแรงก่อน

ก่อนจะกระโดดเข้าเรตินอยด์เต็มตัว ควร

  • เน้นสกินแคร์ที่ช่วยเสริมเกราะผิว (barrier)

  • บำรุงให้ผิวชุ่มชื้นและสมดุล ไม่แห้งเกินไป

2. ทาแบบ “แซนด์วิช” เสริมชั้นผิว

การใช้เรตินอยด์ร่วมกับมอยเจอร์ไรเซอร์เป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะผิวบอบบาง

  • ทามอยเจอร์ไรเซอร์ก่อน

  • ตามด้วยเรตินอยด์

  • ปิดท้ายด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์อีกครั้ง

เพื่อช่วยลดการระคายเคืองและล็อคความชุ่มชื้น

3. สเต็ปสำหรับแต่ละสภาพผิว

ผิวแห้ง / ผิวแพ้ง่าย / ผิวระคายเคืองง่าย

ลำดับการทาแนะนำ:

  • เอสเซนส์

  • เซรั่ม

  • มอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อโลชั่นหรือครีม

  • เรตินอยด์

  • มอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อเข้มข้นปิดท้าย

ผิวมัน / ผิวผสม / ผิวธรรมดา

ลำดับการทาแนะนำ:

  • เอสเซนส์

  • เซรั่ม

  • เรตินอยด์

  • มอยเจอร์ไรเซอร์ (จะเนื้อเบาหรือเข้มข้นแล้วแต่สภาพผิว)

4. เทคนิคการทาให้ลดโอกาสลอก

  • แต้มเป็นจุด ๆ บนใบหน้า

  • เริ่มจาก กรอบหน้า แล้วค่อยไล่เข้ามากลางหน้า

  • เลี่ยงบริเวณที่บอบบางมาก เช่น ข้างจมูก รอบปาก เพื่อช่วยลดอาการลอก

5. อย่าใช้คู่กับอะไร?

เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองเกินไป ควร เลี่ยงการใช้ในคืนเดียวกัน กับสกินแคร์ที่มี

  • AHA

  • BHA

  • Vitamin C ความเข้มข้นสูง

ถ้าอยากใช้ทั้งหมด แนะนำสลับคืนกันไปจะปลอดภัยกว่า

6. ใช้คู่กับอะไรแล้วปังขึ้น?

  • ผลิตภัณฑ์ที่มี เปปไทด์ (Peptide) ช่วยซัพพอร์ตการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน

  • ส่วนผสมกลุ่มเติมน้ำให้ผิวอย่าง ไฮยาลูรอน (Hyaluron) เพื่อเติมความชุ่มชื้น ลดโอกาสลอก

7. กันแดดคือกฏเหล็กของคนใช้เรตินอยด์

  • ทา ครีมกันแดดทุกเช้า แบบไม่ต่อรอง

  • เลือก SPF ที่เหมาะ และทาซ้ำถ้าต้องออกกลางแจ้งนาน ๆ

  • หลีกเลี่ยงอยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานาน และควรมีตัวช่วยกันแดด เช่น หมวก ร่ม แว่นกันแดด

8. เคสพิเศษที่ควรงดใช้ชั่วคราว

  • งดใช้ก่อนออกทริปกลางแจ้งแรง ๆ (ทะเล ภูเขา) ประมาณ 1–2 วัน

  • งดใช้ 1–2 สัปดาห์ก่อนและหลังการทำเลเซอร์หน้า เพื่อไม่ให้ผิวบางเกินไป

เรตินอยด์สายอ่อนโยน: Hybrid Retinoids จากกิฟฟารีน

แบรนด์ไทยอย่าง กิฟฟารีน (Giffarine) ก็ลงสนามเรตินอยด์ด้วยเช่นกัน โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์

“กิฟฟารีน พรีเมียม เอชพีอาร์ เรตินอยด์ สกิน บูสเตอร์ (Giffarine Premium HPR Retinoid Skin Booster)”

จุดเด่นคือใช้นวัตกรรม Hybrid Retinoids สูตรเฉพาะ ที่เน้นทั้งความอ่อนโยนและประสิทธิภาพ โดยผสาน:

  • 2% HPR-CS (New Gen-Retinoid Complex Solution)

    • เทียบเท่า HPR เข้มข้น 0.2%

    • เป็นเรตินอยด์เจนใหม่ที่ให้ผลดีแต่ระคายเคืองน้อย

  • Max Dose Phyto-Retinol

    • เรตินอลจากธรรมชาติ

    • ให้ผลใกล้เคียง Retinol ทั่วไป แต่โอกาสระคายเคืองน้อยกว่า

พร้อมเสริมสารบำรุงที่เน้นการฟื้นปราการผิว เช่น

  • Liposome Ceramide NP ช่วยให้เกราะผิวดูแข็งแรงขึ้น

  • 3% Hydra-Soothing Complex ที่รวม

    • Natural Hyaluron 100%

    • Cica

    • Natural Betaine

    • Panthenol

ทั้งหมดนี้ช่วยปลอบประโลมผิว เติมความชุ่มชื้น และลดโอกาสการระคายเคืองได้ดี

เรตินอยด์เจนใหม่: โดสจัดเต็มแต่ผิวไม่โดนทำร้าย

“กิฟฟารีน พรีเมียม เอชพีอาร์ เรตินอยด์ สกิน บูสเตอร์ เรตินอยด์” ถูกออกแบบมาในคอนเซ็ปต์ Effective Dose คือ

  • ให้ปริมาณสารบำรุงที่ทำงานได้จริง

  • ผ่านการรองรับด้วยงานวิจัย

  • ทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังว่า ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวในระดับทดสอบที่กำหนด

จึงตอบโจทย์คนที่อยากใช้เรตินอยด์แบบ

  • อ่อนโยน แต่ยังรู้สึกได้ว่าผิวมีการผลัดตัว

  • ช่วยเสริมการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ โดยไม่ทำลายชั้นผิว

และยังตัดส่วนผสมที่หลายคนกังวลออกไป ถึง 6 อย่าง ได้แก่

  • ไม่มีน้ำหอม

  • ไม่มีซิลิโคน

  • ไม่มีมิเนอรัลออยล์

  • ไม่มีแอลกอฮอล์

  • ไม่มีพาราเบน

  • ไม่มีสีสังเคราะห์

ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งได้เปรียบเรื่องผิว

อย่ารอให้ริ้วรอยมาเคาะประตูหน้ากระจกแล้วค่อยเริ่มดูแลผิว การใช้เรตินอยด์ตั้งแต่ช่วงอายุประมาณ 20 ปีขึ้นไป ถือเป็นการลงทุนกับผิวระยะยาวที่คุ้มค่ามาก

เพราะเรตินอยด์ช่วยให้ผิว

  • ดูอ่อนเยาว์ขึ้น

  • เรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้น

  • ชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต

ถ้าอยากเริ่มด้วยสกินแคร์สายอ่อนโยนแต่จริงจังกับผลลัพธ์ ตัวบูสเตอร์อย่าง “กิฟฟารีน พรีเมียม เอชพีอาร์ เรตินอยด์ สกิน บูสเตอร์” ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากยืดอายุผิวให้ดูดีไปได้นาน ๆ

ท้ายที่สุด การดูแลผิวไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ผิวแข็งแรง = เราก็กล้าใช้ชีวิตเต็มที่มากขึ้น