รับแอปรับแอป

บุกถล่มห้องลับ “พ่อมดพอร์ตเค” สูตรคีตามีนเด็กเอ็น–บาร์โฮสกลางกรุง

นพดล รัตนชัย01-30

ปฏิบัติการบุกห้องลับกลางกรุงเทพฯ

วันที่ 29 ต.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลระดมกำลังเปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อ “เด็ดปีกสาวเด็กเอนท์–ขยี้หนุ่มบาร์โฮส (ภาคต่อ)” บุกตรวจค้นห้องพักเลขที่ 2304 ภายในซอยอ่อนนุช 53 แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพฯ

จุดนี้ถูกระบุว่าเป็นแหล่งซุกซ่อนและผลิต “พอร์ตเคพิสดาร” หรือคีตามีนสูตรผสมเฉพาะ ที่กำลังระบาดหนักในกลุ่ม เด็กเอ็น และ บาร์โฮส สายเที่ยวกลางคืน

นาทีถีบประตูจับ “พ่อมดพอร์ตเค” คาห้องน้ำ

เมื่อชุดสืบสวนเดินทางถึงหน้าห้องพัก เคาะประตูเรียกแต่ไม่มีผู้ใดเปิด เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจ ถีบประตูบุกเข้าไป ทันที

ภายในห้องพบว่ามีผู้ต้องสงสัยรีบหนีเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตูล็อกแน่น ชุดสืบสวนเสริมกำลังเข้าถีบประตูห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนพบตัว นายภาคภูมิ หรือ “อาร์ม” ศรีศิริ อายุ 28 ปี

ขณะถูกพบ เจ้าตัวกำลังพยายามเทคีตามีนลงในชักโครก หวังทำลายหลักฐาน แต่ไม่ทันตำรวจ ถูกควบคุมตัวไว้ได้ในจังหวะคาหนังคาเขา

ของกลางแน่นห้อง ห้องเดียวเท่าห้องแลบ

จากการตรวจค้นภายในห้องพัก เจ้าหน้าที่พบยาเสพติดและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องจำนวนมาก ลักษณะเหมือนห้องทดลองเล็ก ๆ สำหรับปรุงสูตรยาโดยเฉพาะ โดยสามารถยึดของกลางได้ดังนี้

  • วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (คีตามีน) จำนวน 20 ถุง

  • หัวเชื้อผสมอาหารสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในสูตรยา

  • วัตถุดิบผสมหัวบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งใช้ในการพัฒนาสูตร “พอร์ตเค”

  • อุปกรณ์แพ็กส่งยาให้ลูกค้า

  • เครื่องซีล และอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก

ภาพรวมของของกลางทำให้เห็นว่า จุดนี้ไม่ได้เป็นแค่ห้องพักธรรมดา แต่ทำหน้าที่เสมือน ฐานผลิตและกระจายยาเสพติด สู่สายเที่ยวกลางคืนโดยตรง

ขยายผลลุยต่อ ซอยอ่อนนุช 69

หลังจากรวบตัวนายภาคภูมิได้ ชุดสืบสวนไม่หยุดแค่ต้นทาง แต่เดินหน้าขยายผลต่อทันที จนนำไปสู่การเข้าตรวจในพื้นที่ซอยอ่อนนุช 69

ผลจากการขยายผล ทำให้สามารถควบคุมตัวผู้ค้ารายย่อยในชุมชนเพิ่มอีก 2 ราย ได้แก่

  • นายณัฐพล หรือ ทัด จันทรา อายุ 21 ปี

  • นายนยา พนมวงศ์ อายุ 28 ปี

ทั้งสองถูกระบุว่าเป็น สายกระจายของลงพื้นที่ชุมชน รับของจากสายผลิตแล้วส่งต่อสู่ผู้เสพในละแวกนั้น

“พ่อมดพอร์ตเค” ตัวจริงของวงการ

สำหรับนายภาคภูมิ หรือ “อาร์ม” ไม่ใช่แค่ผู้เสพหรือผู้ค้ารายย่อย แต่ถูกเรียกขานในวงการว่า “พ่อมดผสมพอร์ตเค”

เขาถูกระบุว่าเป็นคนคิดค้นและทดลอง สูตรคีตามีนผสม ด้วยตัวเอง ก่อนผลิตออกมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ

  • หนุ่มสาวนักเที่ยวกลางคืน

  • กลุ่มเด็กเอ็น

  • กลุ่มหนุ่มบาร์โฮส

ผลคือยาเสพติดรูปแบบนี้เริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในวงการเที่ยว และยิ่งทำให้ปัญหายาเสพติดในสถานบันเทิงมีความซับซ้อนมากขึ้น

ข้อหาแรง จัดเต็มทุกกระทง

จากพยานหลักฐานทั้งหมด เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหากับนายภาคภูมิและพวกในความผิดสำคัญเกี่ยวกับวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (คีตามีน) โดยเนื้อหาสรุปใจความได้ว่า

  • ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (คีตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

  • การกระทำดังกล่าวเป็นไปเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน

  • มีวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครอง เพื่อการค้า และทำให้เกิดการแพร่กระจายในสังคม

ผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ประเวศ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มุมมองจากตำรวจ: ไม่ใช่คดีธรรมดา

รองผู้บัญชาการที่ดูแลคดีนี้ระบุว่า การจับกุม “พ่อมดรายนี้” ถือเป็นจุดเชื่อมสำคัญของเครือข่าย เนื่องจากผู้ต้องหามีบุคลิกที่ เจ้าเล่ห์ แพรวพราว และระมัดระวังตัวสูง

การปิดเกมได้ในครั้งนี้จึงกลายเป็นคดีตัวอย่าง ที่จะถูกใช้ขยายผลต่อไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ที่ต้องการเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดรูปแบบใหม่ให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพมหานคร

พร้อมกันนี้ ยังมีการเตรียม บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไล่เก็บต่อทั้งสายผลิต สายส่ง และกลุ่มผู้ค้าที่แฝงตัวในวงการสถานบันเทิงและชุมชนต่าง ๆ

สรุป: สายเที่ยวต้องรู้ทัน ยาในบาร์ไม่เคยปลอดภัย

คดีนี้สะท้อนชัดเจนว่า ยาเสพติดเริ่มถูกพัฒนาสูตรให้เนียน เข้าถึงง่าย และเจาะกลุ่มสายเที่ยวโดยตรง โดยเฉพาะในโลกของ เด็กเอ็น–บาร์โฮส–นักเที่ยวกลางคืน

ใครที่คิดว่า “ลองนิดเดียว ไม่เป็นอะไร” ควรหยุดคิดใหม่ เพราะเบื้องหลังยาในแก้วเหล้าหรือหัวบุหรี่ไฟฟ้า อาจมีทั้งห้องแลบเถื่อน เครือข่ายค้า และโทษหนักทางกฎหมายรออยู่ทุกฝีก้าว

เที่ยวให้สุดได้ แต่ต้องรู้เท่าทัน และเซย์โนกับยาเสพติดทุกชนิดเสมอ