ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

บัตรสวัสดิการรัฐ 2569 ใช้ยังไงให้คุ้ม

บัตรสวัสดิการรัฐ 2569 ใช้ยังไงให้คุ้ม
ความสนใจ|ความรู้การเงิน

เกริ่นนำ: เข้าใจบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 และความสำคัญของการรู้วันโอนเงิน

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” เป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลใช้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนรายได้น้อย โดยเฉพาะในช่วงปี 2569 ที่ค่าครองชีพและราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง รัฐได้เพิ่มวงเงินช่วยเหลือผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ทำให้ผู้ถือบัตรได้รับวงเงินมากขึ้นต่อเนื่อง 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569

ในภาพรวม ผู้มีสิทธิจะได้รับวงเงินช่วยเหลือรายเดือนหลายส่วน ทั้งค่าของกิน ค่าเดินทาง และส่วนลดค่าสาธารณูปโภคบางประเภท ซึ่งแต่ละสิทธิ์มี “วันโอนเงิน” และ “เงื่อนไขการใช้” ไม่เหมือนกัน การรู้ล่วงหน้าว่าเงินจะเข้าเมื่อไหร่ ใช้กับอะไรได้บ้าง และใช้ไม่ทันจะหมดสิทธิ์หรือไม่ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเงินสวัสดิการส่วนใหญ่ ถอนเป็นเงินสดไม่ได้ และ ไม่สะสมไปเดือนถัดไป หากวางแผนไม่ดี สิทธิที่ได้อาจหายไปโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่

บทความนี้จะรวบรวมภาพรวมสิทธิประโยชน์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ตารางโอนเงินสำคัญ วิธีเช็กยอดและวันโอนผ่านช่องทางต่าง ๆ พร้อมแนวทางจัดสรรงบค่าของกิน ค่ารถ และการบริหารเงินจากบัตรร่วมกับรายได้อื่นให้ใช้ได้ทั้งเดือนอย่างมีวินัย


ภาพรวมสิทธิประโยชน์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

สิทธิบนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2569 มีหลายส่วน ทั้งสิทธิพื้นฐานที่มีอยู่เดิม และสิทธิพิเศษช่วงโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยจากข้อมูลที่อัปเดตล่าสุด สามารถสรุปภาพรวมสำคัญได้ดังนี้

1. วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค

  • สิทธิพื้นฐาน: 300 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ของใช้จำเป็น ผ่านร้านค้าธงฟ้าประชารัฐและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

  • สิทธิพิเศษปี 2569: เพิ่มเงินอีก 700 บาทต่อเดือน ทำให้เดือนมิถุนายน – กันยายน 2569 ได้รวม 1,000 บาทต่อเดือน ต่อคน เป็นเวลา 4 เดือน

  • วงเงินทั้งหมด: ใช้ได้เฉพาะซื้อสินค้าเท่านั้น ถอนเงินสดไม่ได้ และ ไม่สะสมข้ามเดือน

2. วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ

  • วงเงิน 750 บาทต่อคนต่อเดือน

  • ใช้กับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เช่น บขส. รถไฟ ขสมก. รถไฟฟ้า และรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ

  • ไม่สามารถถอนเป็นเงินสด และหากใช้ไม่หมดก็ไม่สะสมไปเดือนหน้าเช่นกัน

3. ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม

  • วงเงิน 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน (ช่วงเมษายน – มิถุนายน 2569)

  • ใช้เป็นส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มที่ร้านจำหน่ายก๊าซที่เข้าร่วมโครงการ

4. ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา

  • ค่าไฟฟ้า: ช่วยเหลือค่าไฟ (ในมาตรการเดิม) สูงสุด 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน หากใช้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด

  • ค่าน้ำประปา: ส่วนลด 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

  • ผู้ใช้ต้องจ่ายบิลเต็มก่อน แล้วกรมบัญชีกลางจึงคืนเงินผ่านบัตรสวัสดิการในภายหลัง

5. เงินช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม (เช่น ผู้พิการ)

  • ผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการ และมีบัตรประจำตัวคนพิการ พร้อมได้รับเงินเบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือน จะได้รับ เงินเพิ่ม 200 บาทต่อเดือน โอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน หรือบัญชีที่ใช้รับเบี้ยความพิการเดิม

6. เงินพิเศษตามโครงการไทยช่วยไทยพลัส / คนละครึ่งพลัส

  • โครงการไทยช่วยไทยพลัสและเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กำหนดวงเงินรวม 4,000 บาท/คน แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน (มิถุนายน – กันยายน 2569)

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ “กลุ่มเดิม” ประมาณ 13 ล้านคน ได้รับเพิ่มจากปกติ 300 บาทเป็น 1,000 บาทต่อเดือน โดยต้องชำระค่าสินค้าเต็มจำนวนเอง ไม่ใช่รูปแบบร่วมจ่ายแบบคนละครึ่ง

โดยรวมแล้ว หากนับสิทธิทุกประเภทรวมกัน ผู้มีสิทธิสามารถได้รับมูลค่าความช่วยเหลือหลายส่วนในแต่ละเดือน ทั้งค่าของกิน ค่ารถ ค่าไฟ ค่าน้ำ และเงินช่วยเหลือเฉพาะกิจ ซึ่งทั้งหมดมีเงื่อนไขการใช้ที่ต้องเข้าใจให้ชัดเจน


ตารางโอนเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 และสิ่งที่ควรระวัง

จากข้อมูลการโอนเงินในช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2569 สามารถเห็นรูปแบบการโอนเงินหลัก ๆ ได้ดังนี้

วันที่ 1 ของทุกเดือน: วงเงินหลักเข้าพร้อมกัน

เดือนพฤษภาคม 2569

  • วงเงินซื้อสินค้า 300 บาทต่อคนต่อเดือน

  • มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ 100 บาท (ช่วง 13 เม.ย. – 12 พ.ค. 2569)

  • วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน (เม.ย. – มิ.ย. 69)

  • วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อเดือน

  • ค่าไฟฟ้า (หากใช้ไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน)

  • ส่วนลดค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

เดือนมิถุนายน 2569 (เริ่มไทยช่วยไทยพลัส)

  • วงเงินซื้อสินค้า 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน (โครงการไทยช่วยไทยพลัส มิ.ย. – ก.ย. 69)

  • วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน (เม.ย. – มิ.ย. 69)

  • วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อเดือน

ข้อควรระวังสำคัญ:

  • วงเงินวันที่ 1 ทั้งหมด ถอนเป็นเงินสดไม่ได้

  • วงเงินที่ไม่ได้ใช้ ไม่สามารถสะสม ไปเดือนถัดไป ต้องใช้ให้หมดภายในเดือนนั้น

  • ใช้ได้เฉพาะร้านค้าที่ร่วมโครงการ เช่น ร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือระบบขนส่งที่เข้าร่วม

วันที่ 19–20 ของเดือน: เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ

  • เดือนพฤษภาคม 2569: จ่ายวันที่ 20 พฤษภาคม

  • เดือนมิถุนายน 2569: จ่ายวันที่ 19 มิถุนายน

  • จำนวน 200 บาทต่อเดือน สำหรับผู้พิการที่มีสิทธิรับเบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือน

  • โอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก หรือบัญชีที่ใช้รับเบี้ยความพิการอยู่แล้ว

การรู้วันโอนเงินล่วงหน้า ช่วยให้ผู้ถือบัตรวางแผนใช้วงเงินในแต่ละช่วงเวลาได้ดีขึ้น เช่น รู้ว่าช่วงต้นเดือนควรวางแผนซื้อของกินประจำบ้าน ส่วนปลายเดือนสำหรับผู้พิการก็เตรียมใช้เงินเพิ่ม 200 บาทในส่วนที่จำเป็น


วิธีเช็กยอดเงินและวันโอนผ่านช่องทางต่าง ๆ

แม้เงินจะโอนเข้าตามปฏิทิน แต่ในบางครั้งอาจมีข้อสงสัยว่า “ได้เงินครบหรือยัง” หรือ “ยังมีสิทธิค้างอยู่หรือไม่” ซึ่งสามารถตรวจสอบได้หลายช่องทางจากข้อมูลที่มี ดังนี้

1. ตรวจสอบสิทธิผ่านเว็บไซต์ภาครัฐ

เว็บไซต์ระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม

  • เข้าเว็บไซต์: `https://govwelfare.cgd.go.th/welfare/home`

  • เลือกเมนู “ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการสังคม”

  • กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก แล้วกดตรวจสอบ

  • หากไม่มีสิทธิ จะขึ้นข้อความ “ไม่พบสิทธิ” หรือแสดงสิทธิอื่น (เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ)

เว็บไซต์โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ

  • เข้าเว็บไซต์: `https://welfare.mof.go.th/`

  • ใช้เมนูตรวจสอบสิทธิหรือสถานะลงทะเบียน

คำเตือน:
อย่าหลงเชื่อ SMS หรือลิงก์ปลอมที่ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ควรเช็กข่าวสารผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางเท่านั้น

2. ตรวจยอดและประวัติการใช้เงินผ่านธนาคาร / ร้านค้า

จากข้อมูลที่เกี่ยวกับวิธีเช็กยอดเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถทำได้ดังนี้

  • รูดบัตรที่เครื่อง EDC ของร้านค้าที่ร่วมโครงการ และเลือกเมนู “ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ”

  • ตรวจประวัติการใช้สิทธิ์ผ่านเว็บไซต์โครงการ

  • ติดต่อธนาคารกรุงไทยสาขาใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนธนาคารกรุงไทย 02-111-1111 เพื่อเช็กยอดหรือสอบถามปัญหาการใช้งาน

3. สอบถามข้อมูลผ่าน Call Center ภาครัฐ

  • ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: 0 2109 2345

  • Call Center กรมบัญชีกลาง: 0 2270 6400

สามารถโทรสอบถามได้ในวันและเวลาราชการ กรณีเงินไม่เข้า ใช้สิทธิไม่ได้ หรือสงสัยสถานะบัตร


ไอเดียจัดสรรงบค่าของกินให้พอทั้งเดือน

วงเงินซื้อสินค้า 1,000 บาทต่อเดือน (ช่วง มิ.ย. – ก.ย. 2569) ถือเป็นหัวใจหลักของผู้ถือบัตร เพราะใช้ซื้อข้าวของในชีวิตประจำวัน แต่เนื่องจากวงเงินนี้ใช้ได้เฉพาะในร้านค้าที่ร่วมโครงการ และไม่สามารถถอนเงินสดได้ การวางแผนล่วงหน้าจึงช่วยให้เงินพอใช้ทั้งเดือน

จากข้อมูลสิทธิที่ได้รับ สามารถสรุปแนวคิดในการจัดสรรค่าของกินได้ดังนี้

  1. แบ่งการใช้เป็นรายสัปดาห์
    แทนที่จะใช้วงเงินทีเดียวในช่วงต้นเดือน อาจแบ่งใช้คร่าว ๆ เช่น สัปดาห์ละประมาณหนึ่งส่วน เพื่อให้มีวงเงินซื้อของกินต่อเนื่องตลอดทั้งเดือน ลดโอกาสที่ของหมดแต่เงินในบัตรหมดไปแล้ว

  2. เน้นของจำเป็นก่อนของฟุ่มเฟือย
    วงเงิน 300 – 1,000 บาทต่อเดือน ไม่ได้มากพอสำหรับของฟุ่มเฟือย ดังนั้นการใช้จ่ายควรเน้นของจำเป็น เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช นม ผักแห้ง หรือของอุปโภคบางส่วน มากกว่าขนม น้ำอัดลม หรือของที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

  3. ใช้วงเงินควบคู่กับส่วนลดอื่น ๆ
    หากครัวเรือนมีสิทธิส่วนลดก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อ 3 เดือน หรือค่าสาธารณูปโภคอื่น ๆ ให้ใช้ร่วมกับวงเงินซื้อสินค้า เพื่อให้ค่าใช้จ่ายภาพรวมลดลง เช่น ใช้วงเงินบัตรซื้อของกินพื้นฐาน แล้วใช้เงินสดไปจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นที่บัตรไม่ครอบคลุม

  4. ไม่ปล่อยให้วงเงินหมดอายุโดยไม่ตั้งใจ
    เพราะสิทธิไม่สะสมไปเดือนถัดไป หากไม่ใช้ถือว่าหมดทันที การตรวจยอดเป็นประจำ และวางแผนซื้อของช่วงกลางเดือนหรือต้นเดือนที่สองช่วยให้ไม่พลาดสิทธิ


ไอเดียจัดงบค่าเดินทางให้คุ้ม 750 บาท/เดือน

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อเดือน ซึ่งถือเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนที่ต้องเดินทางไปทำงาน ส่งลูกไปโรงเรียน หรือไปธุระประจำ

จากข้อมูลสิทธิที่มี สามารถนำไปสู่แนวทางจัดสรรดังนี้

  1. ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก
    วงเงิน 750 บาทใช้กับ บขส. รถไฟ ขสมก. รถไฟฟ้า และรถโดยสารเอกชนที่ร่วมโครงการ ดังนั้นการเลือกใช้ขนส่งสาธารณะเหล่านี้แทนรถรับจ้างหรือรถส่วนตัว จะช่วยให้เงินในบัตรถูกใช้ได้เต็มสิทธิ และลดค่าใช้จ่ายจากเงินสดของตัวเอง

  2. วางแผนเส้นทางล่วงหน้า
    การรู้ตารางรถไฟ รถเมล์ หรือรถโดยสารประจำทางช่วยให้ลดการขึ้นรถซ้ำซ้อนหรืออ้อมทาง ทำให้ใช้วงเงิน 750 บาทได้อย่างคุ้มค่า และลดการใช้เงินสดเพิ่มเติม

  3. ใช้ควบคู่กับโปรโมชันหรือโครงการอื่น
    ในช่วงที่มีโครงการไทยช่วยไทยพลัส หรือคนละครึ่งพลัส ผู้ที่ได้สิทธิโครงการอื่นร่วมด้วยสามารถใช้วงเงินบัตรสวัสดิการสำหรับค่าเดินทาง และใช้โครงการอื่นสำหรับค่าของกิน หรือค่าบริการอื่น เพื่อเฉลี่ยภาระค่าใช้จ่าย

  4. ระวังการใช้สิทธิไม่หมดภายในเดือน
    เช่นเดียวกับวงเงินซื้อสินค้า วงเงินค่าเดินทางไม่สามารถสะสมไปเดือนถัดไป หากใช้ไม่หมดก็ถือว่าหมดไป การจดจำว่า “ขึ้นรถโดยสารด้วยบัตรให้มากที่สุด” จะช่วยให้ใช้สิทธิได้เต็มจำนวน


เทคนิคบริหารเงินจากบัตรสวัสดิการร่วมกับรายได้อื่น

แม้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะช่วยบรรเทาค่าครองชีพ แต่ก็ไม่ได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด การบริหารเงินจากบัตรร่วมกับรายได้อื่นจึงสำคัญ โดยจากข้อมูลที่มีเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีใช้สิทธิ สามารถสรุปแนวทางบริหารเงินได้ดังนี้

  1. แยก “ค่าใช้จ่ายที่บัตรช่วยได้” กับ “ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้เงินสด”

    • ใช้บัตรกับสิ่งที่เข้าข่ายสวัสดิการ เช่น ของกินพื้นฐาน ค่าเดินทางขนส่งสาธารณะ ส่วนลดค่าไฟ/ค่าน้ำ และก๊าซหุงต้ม

    • เก็บเงินสดไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่บัตรไม่ครอบคลุม เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าเรียนลูก หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน

  2. ตั้งลำดับความสำคัญของค่าใช้จ่าย
    จากข้อมูลเงื่อนไขสิทธิจะเห็นว่าหากใช้ไฟหรือใช้น้ำเกินเกณฑ์ ผู้ถือบัตรต้องจ่ายเองเต็มจำนวน ดังนั้นการควบคุมการใช้ไฟและน้ำจึงเป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญ เพื่อไม่ให้บิลพุ่งเกินวงเงินช่วยเหลือที่รัฐให้

  3. ใช้สิทธิคืนเงินค่าไฟ / ค่าน้ำอย่างมีวินัย
    เนื่องจากผู้มีสิทธิจะต้องจ่ายบิลเต็มก่อน แล้วรัฐค่อยคืนเงินผ่านบัตรสวัสดิการภายหลัง การวางแผนให้มีเงินสดพอสำหรับจ่ายบิล และใช้เงินที่คืนมาจากบัตรไปช่วยค่าใช้จ่ายเดือนต่อไป เป็นการหมุนเงินอย่างมีระบบ

  4. กันเงินฉุกเฉินจากรายได้อื่น
    แม้ข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุรายละเอียดเรื่องเงินออมโดยตรง แต่จากโครงสร้างสวัสดิการที่เน้นช่วยค่าใช้จ่ายพื้นฐาน การกันเงินจากรายได้อื่นไว้สำหรับเรื่องฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วย หรือซ่อมแซมบ้าน จะช่วยลดการพึ่งพาหนี้สินเพิ่มเติม ซึ่งสอดคล้องกับเกณฑ์บัตรที่จำกัดภาระหนี้สินของผู้มีสิทธิ

  5. ติดตามการคัดกรองสิทธิใหม่และลงทะเบียนให้ทัน
    ในปี 2569 มีการยกระดับระบบคัดกรองดิจิทัล เชื่อมต่อข้อมูลจากมากกว่า 18 หน่วยงาน เพื่อตรวจสอบรายได้และทรัพย์สินของผู้ลงทะเบียน หากมีการเปิดลงทะเบียนรอบใหม่และทบทวนสิทธิ การเตรียมเอกสารและตรวจสอบคุณสมบัติให้พร้อม จะช่วยให้ไม่ขาดช่วงสวัสดิการ


สรุปและข้อแนะนำ: ใช้สิทธิให้คุ้ม ไม่พลาดวันโอนเงิน

จากข้อมูลทั้งหมด จะเห็นว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 มีทั้งสิทธิพื้นฐานและสิทธิพิเศษช่วงโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยเฉพาะช่วง มิถุนายน – กันยายน 2569 ที่ผู้ถือบัตรจะได้รับวงเงินซื้อสินค้า 1,000 บาทต่อเดือน ควบคู่กับวงเงินค่าเดินทาง 750 บาท และส่วนลดก๊าซหุงต้ม พร้อมเงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทสำหรับผู้ที่มีสิทธิเฉพาะ

เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิและใช้เงินได้คุ้มที่สุด มีข้อแนะนำสำคัญดังนี้

  • จดจำปฏิทินเงินเข้า:

    • วันที่ 1 ของเดือน: วงเงินซื้อสินค้า + ค่าเดินทาง + ส่วนลดก๊าซ (และสิทธิอื่นตามโครงการ)

    • วันที่ 19–20 ของเดือน: เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาท (สำหรับผู้มีสิทธิ)

  • ตรวจสอบสิทธิเป็นประจำ: ใช้เว็บไซต์ `govwelfare.cgd.go.th` และ `welfare.mof.go.th` หลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลผ่านลิงก์แปลกปลอม

  • ใช้สิทธิภายในเดือน: วงเงินส่วนใหญ่ไม่สะสมข้ามเดือน และถอนเงินสดไม่ได้ จึงควรวางแผนใช้ให้หมดในสิ่งจำเป็นก่อน

  • แยกค่าใช้จ่ายชัดเจน: ใช้บัตรกับของกินและการเดินทางที่เข้าข่ายสวัสดิการ แล้วรักษาเงินสดไว้สำหรับค่าใช้จ่ายอื่นและเงินฉุกเฉิน

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการโอนเงินหรือการใช้สิทธิ สามารถติดต่อ Call Center ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 0 2109 2345 หรือ Call Center กรมบัญชีกลาง 0 2270 6400 ในวันและเวลาราชการ เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยจากหน่วยงานทางการโดยตรง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 จากโรงแรมหรูสู่คอลเลกชันของขวัญลิมิเต็ด

ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 จากโรงแรมหรูสู่คอลเลกชันของขวัญลิมิเต็ด

ครีมชอบแชร์12 ก.ย. 2569
มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ประสบการณ์ลงมือทำที่เปลี่ยนเด็กให้เป็นนักคิดยุค AI

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ประสบการณ์ลงมือทำที่เปลี่ยนเด็กให้เป็นนักคิดยุค AI

กานต์สินี เทียนทอง29 ส.ค. 2569
ผลประกอบการครึ่งปี 2569 ชี้บริษัทยักษ์ใหญ่กำไรพุ่ง เปิดเกมลงทุนภูมิภาค

ผลประกอบการครึ่งปี 2569 ชี้บริษัทยักษ์ใหญ่กำไรพุ่ง เปิดเกมลงทุนภูมิภาค

กลัฟขายทุกอย่าง21 ส.ค. 2569
ชุดไทยลอยกระทง 2569: รวมแบบชุดไทยผู้หญิง พร้อมคู่มือตัดสินใจว่าจะซื้อหรือเช่าดี

ชุดไทยลอยกระทง 2569: รวมแบบชุดไทยผู้หญิง พร้อมคู่มือตัดสินใจว่าจะซื้อหรือเช่าดี

กิ๊ฟจัง11 ก.ย. 2569
วิธีทำกระทงรักษ์โลกด้วยตัวเอง ทีละขั้นตอน ฉบับลอยกระทง 2569

วิธีทำกระทงรักษ์โลกด้วยตัวเอง ทีละขั้นตอน ฉบับลอยกระทง 2569

ฐิติมา วรรณประเสริฐ11 ก.ย. 2569
มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 เปลี่ยนงานนิทรรศการให้เป็นสนามฝึกทักษะ STEM สำหรับเด็ก

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 เปลี่ยนงานนิทรรศการให้เป็นสนามฝึกทักษะ STEM สำหรับเด็ก

กานต์สินี เทียนทอง28 ส.ค. 2569
Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!