รับแอปรับแอป

มือใหม่ก็ผ่านได้! คู่มือขอวีซ่าอเมริกาปี 2569 สำหรับคนไทยแบบจับมือทำ

ศุภชัย แก้วใจ01-31

อยากไปอเมริกา เริ่มขอวีซ่ายังไงดี?

วางแพลนจะบินลัดฟ้าไปอเมริกา แต่พอพูดถึง วีซ่าอเมริกา ก็เริ่มเครียด เพราะมีทั้งเอกสาร สัมภาษณ์ คำถามเจ้าหน้าที่สารพัด?

ไม่ต้องกังวลไป บทความนี้สรุปทุกขั้นตอนแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ประเภทวีซ่า เอกสารที่ต้องเตรียม ไปจนถึงวันสัมภาษณ์ เหมาะมากสำหรับคนที่ ขอวีซ่าอเมริกาครั้งแรก และอยากให้ผ่านตั้งแต่รอบแรก

คนไทยต้องขอวีซ่าอเมริกาไหม?

สำหรับคนไทย ต้องขอวีซ่าอเมริก่อนเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ ทุกกรณี ไม่ว่าจะไป

  • ท่องเที่ยว

  • ทำธุรกิจ

  • เยี่ยมญาติหรือเพื่อน

  • เรียนต่อ

  • ทำงาน

สาเหตุเพราะประเทศไทย ไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า และกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ค่อนข้างเข้มงวด เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบวัตถุประสงค์การเดินทางอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการเข้าเมืองผิดกฎหมาย

ขั้นตอนอย่างการสัมภาษณ์ เอกสารการเงิน ใบรับรองการทำงาน ฯลฯ ถูกออกแบบมาเพื่อให้เห็นว่าเราตั้งใจจะ “ไปแล้วกลับ” ตามกำหนดจริง

เพราะฉะนั้น คนไทยที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ต้องขอวีซ่าทุกครั้ง โดยต้องเลือกประเภทให้ตรงกับเป้าหมาย เช่น ท่องเที่ยว (B2), ธุรกิจ (B1), เรียนต่อ (F1), ทำงาน (H1B) เป็นต้น

ประเภทวีซ่าอเมริกาที่คนไทยควรรู้

ก่อนยื่นขอวีซ่า สิ่งแรกที่ต้องเคลียร์ให้ชัดคือ เราจะไปทำอะไรที่อเมริกา เพราะประเภทวีซ่าจะผูกกับวัตถุประสงค์การเดินทางโดยตรง และแต่ละแบบมีกฎ ข้อกำหนด และเอกสารที่ใช้แตกต่างกัน

ตัวอย่างประเภทวีซ่าหลัก ๆ ที่คนไทยเจอบ่อยคือ

  • B1 – เดินทางเพื่อธุรกิจ เช่น ประชุม สัมมนา เยี่ยมบริษัท

  • B2 – ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ พบเพื่อน หรือเข้ารักษาพยาบาล

  • F1 – วีซ่านักเรียน หากตั้งใจไปเรียนต่อ

  • H1B – วีซ่าทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

เลือกประเภทให้ตรงตั้งแต่ต้น จะช่วยให้กระบวนการง่ายขึ้นเยอะ และลดโอกาสถูกตั้งข้อสงสัยในวันสัมภาษณ์

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมสำหรับขอวีซ่าอเมริกา

หลายคนเครียดเรื่องเอกสารจนไม่กล้ากดนัดสัมภาษณ์ แต่ถ้าเตรียมครบและจัดระเบียบดี ๆ จะช่วยให้ทั้งขั้นตอนและการสัมภาษณ์ไหลลื่นขึ้นมาก และยังเพิ่มโอกาสผ่านได้อย่างชัดเจนด้วย

หลักการเตรียมเอกสารให้รอดทุกด่าน

  • เช็คจากแหล่งทางการเสมอ เพราะรายละเอียดบางปีอาจมีการเปลี่ยนแปลง

  • แยก ต้นฉบับ กับ สำเนา เป็นชุด ๆ จัดหมวดหมู่ให้หยิบง่าย

  • เอกสารที่สำคัญควรเป็นภาษาอังกฤษ หรือมีคำแปลแนบ

  • ข้อมูลทุกชุดต้องตรงกัน เช่น รายได้ ตำแหน่งงาน วันที่เดินทาง

ถ้าเตรียมเอกสารดีตั้งแต่ต้น วันสัมภาษณ์จะเบาสบายขึ้นเยอะ

ยื่นวีซ่าอเมริกาได้ที่ไหน?

สำหรับคนไทย ปัจจุบันสามารถยื่นขอวีซ่าอเมริกาได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ในกรุงเทพฯ เท่านั้น

  • การยื่นขอวีซ่าต้อง กรอกฟอร์มและนัดหมายล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์

  • ไม่รับ Walk-in ทุกกรณี

ในวันนัดสัมภาษณ์ แนะนำให้

  • ไปถึงล่วงหน้าประมาณ 30 นาที

  • เช็คเอกสารให้ครบก่อนออกจากบ้าน

เตรียมตัวดี ๆ จะช่วยลดความตื่นเต้นหน้าเคาน์เตอร์ได้มาก

ค่าธรรมเนียมหลักในการยื่นวีซ่าอเมริกา

ค่าธรรมเนียมวีซ่าเป็นอีกเรื่องที่ห้ามมองข้าม เพราะ ต้องจ่ายก่อนจองวันสัมภาษณ์ และที่สำคัญคือ ไม่สามารถขอคืนได้ ไม่ว่าผลจะผ่านหรือไม่

โดยทั่วไป

  • อัตราค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับ ประเภทวีซ่า

  • ข้อมูลล่าสุดระบุว่าอัปเดตตามปี 2025

  • สามารถชำระได้ที่ ธนาคารกรุงไทย หรือ ช่องทางออนไลน์ผ่านระบบที่กำหนด

ค่าธรรมเนียมนี้ ไม่รวม

  • ค่าเอกสารประกอบ

  • ค่ารูปถ่าย

  • ค่าถ่ายเอกสาร

  • หรือค่าบริการบริษัทรับทำวีซ่า

ขั้นตอนการขอวีซ่าอเมริกา (B1/B2) สำหรับคนไทย

การขอวีซ่าอเมริกาไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้าไล่ทำทีละสเต็ปและไม่ข้ามขั้นตอน ด้านล่างนี้คือภาพรวมขั้นตอนหลักที่คนไทยต้องเจอ ตั้งแต่เริ่มเตรียมตัวจนได้พาสปอร์ตกลับบ้าน

1. เลือกประเภทวีซ่าให้ตรงจุดประสงค์

  • B1 – ใช้เมื่อไปทำธุรกิจ เช่น ประชุม สัมมนา เจรจางาน

  • B2 – ใช้เมื่อตั้งใจไปท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ เพื่อน หรือรักษาพยาบาล

  • ถ้าจะไปเรียนหรือทำงานจริง ๆ ให้เลือกวีซ่าประเภทอื่น เช่น F1, H1B

เลือกผิดตั้งแต่ต้น มีสิทธิ์ถูกถามหนักในวันสัมภาษณ์

2. เตรียมเอกสารให้ครบก่อนเริ่มทุกอย่าง

ก่อนจะไปไกลถึงขั้นกรอกฟอร์มหรือจองวันสัมภาษณ์ ควรเช็คให้ชัวร์ว่า เอกสารครบทุกชิ้น จะได้ไม่ต้องวนกลับมาแก้หลายรอบให้เสียเวลา

3. กรอกแบบฟอร์ม DS-160 ออนไลน์

ฟอร์ม DS-160 เป็นแบบคำร้องหลักสำหรับขอวีซ่าชั่วคราว ข้อมูลที่กรอกจะถูกใช้ประกอบการสัมภาษณ์ด้วย จึงต้องกรอกให้ ตรงและครบ

หลังยืนยันแบบฟอร์มแล้ว ให้ พิมพ์หน้า Confirmation ที่มีบาร์โค้ด เก็บไว้ เพราะต้องใช้ในวันยื่นคำขอและวันสัมภาษณ์

4. ลงทะเบียนในระบบ USTravelDocs

หลังจากมีเลข DS-160 แล้ว ขั้นต่อมาคือสมัครบัญชีในระบบ USTravelDocs เพื่อ

  • ผูกบัญชีกับฟอร์ม DS-160

  • เลือกประเภทวีซ่า

  • เลือกสถานที่สัมภาษณ์

  • เลือกวิธีรับพาสปอร์ตคืน

5. ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า

ค่าธรรมเนียมอยู่ราว ๆ 6,200 บาท (ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยน)

ช่องทางชำระที่ใช้บ่อยคือ

  • เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย (พิมพ์ใบแจ้งชำระจากระบบไปยื่น)

  • ชำระออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง (ถ้าระบบรองรับ)

6. นัดหมายวันสัมภาษณ์

เมื่อระบบยืนยันการชำระเงินแล้ว จึงจะสามารถ

  • เข้าระบบเพื่อนัดวันที่สะดวก

  • เลือกวัน–เวลา

  • ระบุสถานที่สัมภาษณ์ (สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ)

7. เตรียมตัวก่อนวันสัมภาษณ์

นอกจากเอกสารที่ต้องเตรียมไปในวันจริง ควร

  • ทบทวนคำตอบเกี่ยวกับ งาน รายได้ แผนการเดินทาง ประวัติเดินทางต่างประเทศ

  • จัดเอกสารเรียงตามหมวด เช่น การเงิน งาน ท่องเที่ยว ครอบครัว

8. เดินทางไปสัมภาษณ์ที่สถานทูตสหรัฐฯ

ในวันจริง แนะนำให้

  • ไปถึงก่อนเวลานัดอย่างน้อย 30 นาที

  • ผ่านด่านตรวจความปลอดภัย (ห้ามนำโทรศัพท์ กล้อง ของมีคมเข้าไป)

การสัมภาษณ์อาจใช้ภาษาไทยหรืออังกฤษ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยเจ้าหน้าที่มักถามเรื่อง

  • แผนการเดินทาง

  • สถานภาพการทำงานและรายได้

  • สถานะทางการเงิน

  • ประวัติเดินทางไปต่างประเทศ

9. รอฟังผลหลังสัมภาษณ์

โดยทั่วไป เจ้าหน้าที่จะบอกผลเบื้องต้นทันทีหลังสัมภาษณ์ว่า

  • ผ่าน

  • ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม

  • หรือไม่อนุมัติวีซ่า

ถ้า ผ่าน

  • พาสปอร์ตจะถูกเก็บไว้ และจัดส่งกลับทางไปรษณีย์ ภายในประมาณ 3–7 วันทำการ

ถ้า ไม่ผ่าน

  • พาสปอร์ตจะถูกคืนทันที และ ไม่มีการคืนค่าธรรมเนียม

10. รับพาสปอร์ตพร้อมวีซ่า

วิธีรับมี 2 แบบ ตามที่เลือกไว้ตอนลงทะเบียน

  • ให้จัดส่งทางไปรษณีย์ไปยังที่อยู่ที่ลงทะเบียน

  • ไปรับเองที่จุดรับของระบบที่กำหนด ตามวัน–เวลาที่แจ้ง

11. เช็กรายละเอียดบนวีซ่าก่อนเดินทาง

เมื่อได้เล่มคืนแล้ว อย่าพึ่งดีใจจนลืมเช็ค

  • ชื่อ–นามสกุล การสะกด

  • วันหมดอายุวีซ่า

  • ประเภทวีซ่าที่ได้รับ

จากนั้นจึงค่อยวางแผนการเดินทางให้สอดคล้องกับประเภทวีซ่า และเตรียมเอกสารประกอบไว้สำหรับด่าน ตม. เช่น ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และแผนเที่ยว

สรุป: วีซ่าอเมริกาอาจดูยุ่งยาก แต่ถ้าเตรียมตัวดี ซื่อสัตย์กับข้อมูลที่ให้ และไม่ปกปิดอะไร โอกาสผ่านก็สูงมาก

ข้อควรรู้ก่อนเดินทางไปอเมริกา

ใครที่กำลังจะไปอเมริกาครั้งแรก หรือไม่คุ้นกับระบบของสหรัฐฯ ลองเช็คเช็กลิสต์ด้านล่างนี้ให้ครบก่อนออกเดินทาง จะช่วยลดดราม่าหน้างานได้เยอะ

1. ต้องมีวีซ่าที่ถูกต้องก่อนบิน

คนไทยต้องมีวีซ่าถูกต้องทุกประเภทการเดินทาง ตรวจสอบให้ดีว่า

  • ชื่อ–นามสกุลบนวีซ่าตรงกับพาสปอร์ต

  • วันที่หมดอายุวีซ่ายังไม่หมด

  • พาสปอร์ตควรเหลืออายุอย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันเดินทางเข้า

2. เตรียมเอกสารสำหรับด่านตรวจคนเข้าเมือง

แม้จะมีวีซ่าแล้ว เจ้าหน้าที่ด่าน ตม. สหรัฐฯ ยังสามารถปฏิเสธการเข้าเมืองได้ ดังนั้นควรเตรียม

  • ตั๋วเครื่องบินขาเข้าและขาออก

  • หลักฐานการจองโรงแรมหรือที่พัก

  • แผนการเดินทางคร่าว ๆ

  • หลักฐานการเงิน

  • ประกันการเดินทาง

3. ไปถึงสนามบินล่วงหน้า 3–4 ชั่วโมง

สายการบินสหรัฐฯ มักตรวจเข้มเป็นพิเศษ อาจมีถามเกี่ยวกับ

  • ผู้จัดเตรียมกระเป๋า

  • ของเหลวและของต้องห้าม

ไปก่อนเวลาเผื่อทั้งเช็คอิน สแกน และขั้นตอนด้านความปลอดภัย

4. ควรมีเงินสดติดตัวเล็กน้อย

แม้อเมริกาจะใช้บัตรเครดิต/เดบิตเป็นหลัก แต่บางร้านเล็ก ๆ หรือทิปบางกรณีก็ยังใช้เงินสด แนะนำให้พกประมาณ 300–500 ดอลลาร์ สำหรับใช้จ่ายเบื้องต้น

5. เตรียมอินเทอร์เน็ตให้พร้อม (eSIM / Roaming)

อินเทอร์เน็ตจำเป็นมากสำหรับ

  • ใช้แผนที่

  • เรียกรถ

  • ติดต่อที่พัก

แม้จะมี Free Wi-Fi หลายที่ แต่ความเสถียรไม่แน่นอน การเปิดโรมมิ่งหรือซื้อ eSIM ไปจะสะดวกกว่า

6. ทำประกันเดินทางหรือประกันสุขภาพ

ค่ารักษาพยาบาลในอเมริกา แพงมาก แม้จะป่วยเล็กน้อยก็อาจจ่ายหลักหมื่นขึ้นไป การมีประกันเดินทางที่ครอบคลุมโรคทั่วไปและอุบัติเหตุจึงเป็นสิ่งที่ควรมีติดตัว

7. ศึกษากฎหมายท้องถิ่นเบื้องต้น

แต่ละรัฐในสหรัฐฯ มีกฎหมายต่างกัน เช่น

  • เรื่องแอลกอฮอล์

  • การสูบบุหรี่

  • ภาษีท้องถิ่น

และอย่าพยายามนำของต้องห้ามเข้า เช่น ผลไม้สด ยาเสพติด หรือบางประเภทของอาหารดิบ

8. เช็กน้ำหนักกระเป๋าและของที่นำเข้าได้

  • กระเป๋าโหลดส่วนใหญ่จะให้ประมาณ 23–32 กก./ใบ แล้วแต่สายการบิน

  • ของเหลวในกระเป๋าถือ ต้องไม่เกิน 100 ml ต่อชิ้น และใส่ถุงตามที่กำหนด

  • หลีกเลี่ยงการนำ เนื้อสัตว์สด อาหารดิบ และสิ่งต้องห้ามอื่น ๆ

9. ความต่างของเวลาในอเมริกา

สหรัฐฯ มีหลายโซนเวลา ตั้งแต่ GMT-5 ถึง GMT-10 ถ้ามีไฟลต์ต่อเครื่องในประเทศ อย่าลืมปรับเวลาตามเมืองปลายทางให้ถูก ไม่อย่างนั้นอาจพลาดไฟลต์ได้ง่าย ๆ

10. การเดินทางภายในอเมริกา

อเมริกามีตัวเลือกการเดินทางหลากหลาย เช่น

  • Uber, Lyft

  • รถไฟ Amtrak

  • รถไฟใต้ดินในเมืองใหญ่

  • เครื่องบินภายในประเทศ

ถ้าจะเช่ารถขับเอง ควรตรวจสอบก่อนว่า ใบขับขี่ไทยใช้ได้ไหม หรือจำเป็นต้องมีใบขับขี่สากลในรัฐที่คุณจะไป

ท้ายที่สุด ลองเช็คทุกข้อให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง คุณจะเที่ยวอเมริกาได้แบบ ลื่นไหล ไม่มีสะดุด

สรุป: เตรียมตัวดี มีชัยตั้งแต่ยื่นวีซ่าจนถึงลงจอด

การจะเที่ยวอเมริกาให้สนุกแบบไม่เครียด ต้องเริ่มตั้งแต่

  • วางแผนเรื่อง วีซ่าอเมริกา ให้เรียบร้อย

  • เตรียมเอกสารการเดินทางให้ครบ

  • จัดการเรื่องที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และประกันสุขภาพ

อเมริกาเป็นประเทศที่มีกฎระเบียบเข้ม และค่าครองชีพค่อนข้างสูง ยิ่งเราวางแผนล่วงหน้า เตรียมเอกสารครบ และซื่อสัตย์ในการตอบคำถาม เจ้าหน้าที่ก็ยิ่งเชื่อมั่น และ โอกาสผ่านวีซ่าตั้งแต่รอบแรกก็ยิ่งสูงตาม

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปเก็บโมเมนต์สุดพิเศษในอเมริกากันได้เลย!