อยากไปอเมริกา เริ่มขอวีซ่ายังไงดี?
วางแพลนจะบินลัดฟ้าไปอเมริกา แต่พอพูดถึง วีซ่าอเมริกา ก็เริ่มเครียด เพราะมีทั้งเอกสาร สัมภาษณ์ คำถามเจ้าหน้าที่สารพัด?
ไม่ต้องกังวลไป บทความนี้สรุปทุกขั้นตอนแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ประเภทวีซ่า เอกสารที่ต้องเตรียม ไปจนถึงวันสัมภาษณ์ เหมาะมากสำหรับคนที่ ขอวีซ่าอเมริกาครั้งแรก และอยากให้ผ่านตั้งแต่รอบแรก
คนไทยต้องขอวีซ่าอเมริกาไหม?
สำหรับคนไทย ต้องขอวีซ่าอเมริก่อนเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ ทุกกรณี ไม่ว่าจะไป
ท่องเที่ยว
ทำธุรกิจ
เยี่ยมญาติหรือเพื่อน
เรียนต่อ
ทำงาน
สาเหตุเพราะประเทศไทย ไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า และกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ค่อนข้างเข้มงวด เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบวัตถุประสงค์การเดินทางอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการเข้าเมืองผิดกฎหมาย
ขั้นตอนอย่างการสัมภาษณ์ เอกสารการเงิน ใบรับรองการทำงาน ฯลฯ ถูกออกแบบมาเพื่อให้เห็นว่าเราตั้งใจจะ “ไปแล้วกลับ” ตามกำหนดจริง
เพราะฉะนั้น คนไทยที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ต้องขอวีซ่าทุกครั้ง โดยต้องเลือกประเภทให้ตรงกับเป้าหมาย เช่น ท่องเที่ยว (B2), ธุรกิจ (B1), เรียนต่อ (F1), ทำงาน (H1B) เป็นต้น
ประเภทวีซ่าอเมริกาที่คนไทยควรรู้

ก่อนยื่นขอวีซ่า สิ่งแรกที่ต้องเคลียร์ให้ชัดคือ เราจะไปทำอะไรที่อเมริกา เพราะประเภทวีซ่าจะผูกกับวัตถุประสงค์การเดินทางโดยตรง และแต่ละแบบมีกฎ ข้อกำหนด และเอกสารที่ใช้แตกต่างกัน
ตัวอย่างประเภทวีซ่าหลัก ๆ ที่คนไทยเจอบ่อยคือ
B1 – เดินทางเพื่อธุรกิจ เช่น ประชุม สัมมนา เยี่ยมบริษัท
B2 – ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ พบเพื่อน หรือเข้ารักษาพยาบาล
F1 – วีซ่านักเรียน หากตั้งใจไปเรียนต่อ
H1B – วีซ่าทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
เลือกประเภทให้ตรงตั้งแต่ต้น จะช่วยให้กระบวนการง่ายขึ้นเยอะ และลดโอกาสถูกตั้งข้อสงสัยในวันสัมภาษณ์
เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมสำหรับขอวีซ่าอเมริกา

หลายคนเครียดเรื่องเอกสารจนไม่กล้ากดนัดสัมภาษณ์ แต่ถ้าเตรียมครบและจัดระเบียบดี ๆ จะช่วยให้ทั้งขั้นตอนและการสัมภาษณ์ไหลลื่นขึ้นมาก และยังเพิ่มโอกาสผ่านได้อย่างชัดเจนด้วย
หลักการเตรียมเอกสารให้รอดทุกด่าน
เช็คจากแหล่งทางการเสมอ เพราะรายละเอียดบางปีอาจมีการเปลี่ยนแปลง
แยก ต้นฉบับ กับ สำเนา เป็นชุด ๆ จัดหมวดหมู่ให้หยิบง่าย
เอกสารที่สำคัญควรเป็นภาษาอังกฤษ หรือมีคำแปลแนบ
ข้อมูลทุกชุดต้องตรงกัน เช่น รายได้ ตำแหน่งงาน วันที่เดินทาง
ถ้าเตรียมเอกสารดีตั้งแต่ต้น วันสัมภาษณ์จะเบาสบายขึ้นเยอะ
ยื่นวีซ่าอเมริกาได้ที่ไหน?

สำหรับคนไทย ปัจจุบันสามารถยื่นขอวีซ่าอเมริกาได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ในกรุงเทพฯ เท่านั้น
การยื่นขอวีซ่าต้อง กรอกฟอร์มและนัดหมายล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์
ไม่รับ Walk-in ทุกกรณี
ในวันนัดสัมภาษณ์ แนะนำให้
ไปถึงล่วงหน้าประมาณ 30 นาที
เช็คเอกสารให้ครบก่อนออกจากบ้าน
เตรียมตัวดี ๆ จะช่วยลดความตื่นเต้นหน้าเคาน์เตอร์ได้มาก
ค่าธรรมเนียมหลักในการยื่นวีซ่าอเมริกา
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเป็นอีกเรื่องที่ห้ามมองข้าม เพราะ ต้องจ่ายก่อนจองวันสัมภาษณ์ และที่สำคัญคือ ไม่สามารถขอคืนได้ ไม่ว่าผลจะผ่านหรือไม่
โดยทั่วไป
อัตราค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับ ประเภทวีซ่า
ข้อมูลล่าสุดระบุว่าอัปเดตตามปี 2025
สามารถชำระได้ที่ ธนาคารกรุงไทย หรือ ช่องทางออนไลน์ผ่านระบบที่กำหนด
ค่าธรรมเนียมนี้ ไม่รวม
ค่าเอกสารประกอบ
ค่ารูปถ่าย
ค่าถ่ายเอกสาร
หรือค่าบริการบริษัทรับทำวีซ่า
ขั้นตอนการขอวีซ่าอเมริกา (B1/B2) สำหรับคนไทย

การขอวีซ่าอเมริกาไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้าไล่ทำทีละสเต็ปและไม่ข้ามขั้นตอน ด้านล่างนี้คือภาพรวมขั้นตอนหลักที่คนไทยต้องเจอ ตั้งแต่เริ่มเตรียมตัวจนได้พาสปอร์ตกลับบ้าน
1. เลือกประเภทวีซ่าให้ตรงจุดประสงค์
B1 – ใช้เมื่อไปทำธุรกิจ เช่น ประชุม สัมมนา เจรจางาน
B2 – ใช้เมื่อตั้งใจไปท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ เพื่อน หรือรักษาพยาบาล
ถ้าจะไปเรียนหรือทำงานจริง ๆ ให้เลือกวีซ่าประเภทอื่น เช่น F1, H1B
เลือกผิดตั้งแต่ต้น มีสิทธิ์ถูกถามหนักในวันสัมภาษณ์
2. เตรียมเอกสารให้ครบก่อนเริ่มทุกอย่าง
ก่อนจะไปไกลถึงขั้นกรอกฟอร์มหรือจองวันสัมภาษณ์ ควรเช็คให้ชัวร์ว่า เอกสารครบทุกชิ้น จะได้ไม่ต้องวนกลับมาแก้หลายรอบให้เสียเวลา
3. กรอกแบบฟอร์ม DS-160 ออนไลน์
ฟอร์ม DS-160 เป็นแบบคำร้องหลักสำหรับขอวีซ่าชั่วคราว ข้อมูลที่กรอกจะถูกใช้ประกอบการสัมภาษณ์ด้วย จึงต้องกรอกให้ ตรงและครบ
หลังยืนยันแบบฟอร์มแล้ว ให้ พิมพ์หน้า Confirmation ที่มีบาร์โค้ด เก็บไว้ เพราะต้องใช้ในวันยื่นคำขอและวันสัมภาษณ์
4. ลงทะเบียนในระบบ USTravelDocs
หลังจากมีเลข DS-160 แล้ว ขั้นต่อมาคือสมัครบัญชีในระบบ USTravelDocs เพื่อ
ผูกบัญชีกับฟอร์ม DS-160
เลือกประเภทวีซ่า
เลือกสถานที่สัมภาษณ์
เลือกวิธีรับพาสปอร์ตคืน
5. ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า
ค่าธรรมเนียมอยู่ราว ๆ 6,200 บาท (ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยน)
ช่องทางชำระที่ใช้บ่อยคือ
เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย (พิมพ์ใบแจ้งชำระจากระบบไปยื่น)
ชำระออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง (ถ้าระบบรองรับ)
6. นัดหมายวันสัมภาษณ์
เมื่อระบบยืนยันการชำระเงินแล้ว จึงจะสามารถ
เข้าระบบเพื่อนัดวันที่สะดวก
เลือกวัน–เวลา
ระบุสถานที่สัมภาษณ์ (สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ)
7. เตรียมตัวก่อนวันสัมภาษณ์
นอกจากเอกสารที่ต้องเตรียมไปในวันจริง ควร
ทบทวนคำตอบเกี่ยวกับ งาน รายได้ แผนการเดินทาง ประวัติเดินทางต่างประเทศ
จัดเอกสารเรียงตามหมวด เช่น การเงิน งาน ท่องเที่ยว ครอบครัว
8. เดินทางไปสัมภาษณ์ที่สถานทูตสหรัฐฯ
ในวันจริง แนะนำให้
ไปถึงก่อนเวลานัดอย่างน้อย 30 นาที
ผ่านด่านตรวจความปลอดภัย (ห้ามนำโทรศัพท์ กล้อง ของมีคมเข้าไป)
การสัมภาษณ์อาจใช้ภาษาไทยหรืออังกฤษ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยเจ้าหน้าที่มักถามเรื่อง
แผนการเดินทาง
สถานภาพการทำงานและรายได้
สถานะทางการเงิน
ประวัติเดินทางไปต่างประเทศ
9. รอฟังผลหลังสัมภาษณ์
โดยทั่วไป เจ้าหน้าที่จะบอกผลเบื้องต้นทันทีหลังสัมภาษณ์ว่า
ผ่าน
ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม
หรือไม่อนุมัติวีซ่า
ถ้า ผ่าน
พาสปอร์ตจะถูกเก็บไว้ และจัดส่งกลับทางไปรษณีย์ ภายในประมาณ 3–7 วันทำการ
ถ้า ไม่ผ่าน
พาสปอร์ตจะถูกคืนทันที และ ไม่มีการคืนค่าธรรมเนียม
10. รับพาสปอร์ตพร้อมวีซ่า
วิธีรับมี 2 แบบ ตามที่เลือกไว้ตอนลงทะเบียน
ให้จัดส่งทางไปรษณีย์ไปยังที่อยู่ที่ลงทะเบียน
ไปรับเองที่จุดรับของระบบที่กำหนด ตามวัน–เวลาที่แจ้ง
11. เช็กรายละเอียดบนวีซ่าก่อนเดินทาง
เมื่อได้เล่มคืนแล้ว อย่าพึ่งดีใจจนลืมเช็ค
ชื่อ–นามสกุล การสะกด
วันหมดอายุวีซ่า
ประเภทวีซ่าที่ได้รับ
จากนั้นจึงค่อยวางแผนการเดินทางให้สอดคล้องกับประเภทวีซ่า และเตรียมเอกสารประกอบไว้สำหรับด่าน ตม. เช่น ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และแผนเที่ยว
สรุป: วีซ่าอเมริกาอาจดูยุ่งยาก แต่ถ้าเตรียมตัวดี ซื่อสัตย์กับข้อมูลที่ให้ และไม่ปกปิดอะไร โอกาสผ่านก็สูงมาก
ข้อควรรู้ก่อนเดินทางไปอเมริกา

ใครที่กำลังจะไปอเมริกาครั้งแรก หรือไม่คุ้นกับระบบของสหรัฐฯ ลองเช็คเช็กลิสต์ด้านล่างนี้ให้ครบก่อนออกเดินทาง จะช่วยลดดราม่าหน้างานได้เยอะ
1. ต้องมีวีซ่าที่ถูกต้องก่อนบิน
คนไทยต้องมีวีซ่าถูกต้องทุกประเภทการเดินทาง ตรวจสอบให้ดีว่า
ชื่อ–นามสกุลบนวีซ่าตรงกับพาสปอร์ต
วันที่หมดอายุวีซ่ายังไม่หมด
พาสปอร์ตควรเหลืออายุอย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันเดินทางเข้า
2. เตรียมเอกสารสำหรับด่านตรวจคนเข้าเมือง
แม้จะมีวีซ่าแล้ว เจ้าหน้าที่ด่าน ตม. สหรัฐฯ ยังสามารถปฏิเสธการเข้าเมืองได้ ดังนั้นควรเตรียม
ตั๋วเครื่องบินขาเข้าและขาออก
หลักฐานการจองโรงแรมหรือที่พัก
แผนการเดินทางคร่าว ๆ
หลักฐานการเงิน
ประกันการเดินทาง
3. ไปถึงสนามบินล่วงหน้า 3–4 ชั่วโมง
สายการบินสหรัฐฯ มักตรวจเข้มเป็นพิเศษ อาจมีถามเกี่ยวกับ
ผู้จัดเตรียมกระเป๋า
ของเหลวและของต้องห้าม
ไปก่อนเวลาเผื่อทั้งเช็คอิน สแกน และขั้นตอนด้านความปลอดภัย
4. ควรมีเงินสดติดตัวเล็กน้อย
แม้อเมริกาจะใช้บัตรเครดิต/เดบิตเป็นหลัก แต่บางร้านเล็ก ๆ หรือทิปบางกรณีก็ยังใช้เงินสด แนะนำให้พกประมาณ 300–500 ดอลลาร์ สำหรับใช้จ่ายเบื้องต้น
5. เตรียมอินเทอร์เน็ตให้พร้อม (eSIM / Roaming)
อินเทอร์เน็ตจำเป็นมากสำหรับ
ใช้แผนที่
เรียกรถ
ติดต่อที่พัก
แม้จะมี Free Wi-Fi หลายที่ แต่ความเสถียรไม่แน่นอน การเปิดโรมมิ่งหรือซื้อ eSIM ไปจะสะดวกกว่า
6. ทำประกันเดินทางหรือประกันสุขภาพ
ค่ารักษาพยาบาลในอเมริกา แพงมาก แม้จะป่วยเล็กน้อยก็อาจจ่ายหลักหมื่นขึ้นไป การมีประกันเดินทางที่ครอบคลุมโรคทั่วไปและอุบัติเหตุจึงเป็นสิ่งที่ควรมีติดตัว
7. ศึกษากฎหมายท้องถิ่นเบื้องต้น
แต่ละรัฐในสหรัฐฯ มีกฎหมายต่างกัน เช่น
เรื่องแอลกอฮอล์
การสูบบุหรี่
ภาษีท้องถิ่น
และอย่าพยายามนำของต้องห้ามเข้า เช่น ผลไม้สด ยาเสพติด หรือบางประเภทของอาหารดิบ
8. เช็กน้ำหนักกระเป๋าและของที่นำเข้าได้
กระเป๋าโหลดส่วนใหญ่จะให้ประมาณ 23–32 กก./ใบ แล้วแต่สายการบิน
ของเหลวในกระเป๋าถือ ต้องไม่เกิน 100 ml ต่อชิ้น และใส่ถุงตามที่กำหนด
หลีกเลี่ยงการนำ เนื้อสัตว์สด อาหารดิบ และสิ่งต้องห้ามอื่น ๆ
9. ความต่างของเวลาในอเมริกา
สหรัฐฯ มีหลายโซนเวลา ตั้งแต่ GMT-5 ถึง GMT-10 ถ้ามีไฟลต์ต่อเครื่องในประเทศ อย่าลืมปรับเวลาตามเมืองปลายทางให้ถูก ไม่อย่างนั้นอาจพลาดไฟลต์ได้ง่าย ๆ
10. การเดินทางภายในอเมริกา
อเมริกามีตัวเลือกการเดินทางหลากหลาย เช่น
Uber, Lyft
รถไฟ Amtrak
รถไฟใต้ดินในเมืองใหญ่
เครื่องบินภายในประเทศ
ถ้าจะเช่ารถขับเอง ควรตรวจสอบก่อนว่า ใบขับขี่ไทยใช้ได้ไหม หรือจำเป็นต้องมีใบขับขี่สากลในรัฐที่คุณจะไป
ท้ายที่สุด ลองเช็คทุกข้อให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง คุณจะเที่ยวอเมริกาได้แบบ ลื่นไหล ไม่มีสะดุด
สรุป: เตรียมตัวดี มีชัยตั้งแต่ยื่นวีซ่าจนถึงลงจอด
การจะเที่ยวอเมริกาให้สนุกแบบไม่เครียด ต้องเริ่มตั้งแต่
วางแผนเรื่อง วีซ่าอเมริกา ให้เรียบร้อย
เตรียมเอกสารการเดินทางให้ครบ
จัดการเรื่องที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และประกันสุขภาพ
อเมริกาเป็นประเทศที่มีกฎระเบียบเข้ม และค่าครองชีพค่อนข้างสูง ยิ่งเราวางแผนล่วงหน้า เตรียมเอกสารครบ และซื่อสัตย์ในการตอบคำถาม เจ้าหน้าที่ก็ยิ่งเชื่อมั่น และ โอกาสผ่านวีซ่าตั้งแต่รอบแรกก็ยิ่งสูงตาม
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปเก็บโมเมนต์สุดพิเศษในอเมริกากันได้เลย!

