รับแอปรับแอป

คนไทยต้องรู้! สรุปประเทศขอวีซ่า 2569 พร้อมทริคเตรียมตัวให้ผ่านง่ายแบบไม่ต้องลุ้น

ธนพล กิตติศักดิ์01-31

วางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมเช็กวีซ่าก่อนบิน

ก่อนจองตั๋ว จองที่พัก หรือแพ็กกระเป๋าออกต่างประเทศ สิ่งแรกที่ไม่ควรมองข้ามคือ ประเทศปลายทางเป็นประเทศที่ต้องขอวีซ่าหรือเปล่า และถ้าต้องขอ ขั้นตอนเป็นอย่างไร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และควรเริ่มยื่นเมื่อไหร่

บทความนี้รวบรวมภาพรวมเรื่อง ประเทศที่ต้องขอวีซ่า ปี 2569 สำหรับคนไทย แยกตามภูมิภาค พร้อมวิธีเตรียมตัว เทคนิคสมัครให้ผ่านง่าย และข้อผิดพลาดที่หลายคนมักพลาดแบบไม่รู้ตัว

วีซ่าสำคัญแค่ไหน ทำไมถึงห้ามมองข้าม

การไปเที่ยวต่างประเทศไม่ใช่แค่มีตั๋วเครื่องบินกับพาสปอร์ตแล้วจบ หลายประเทศยัง บังคับเรื่องวีซ่า สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย และแต่ละประเทศก็จะตั้งกติกาแตกต่างกันไป ทั้งตามสัญชาติ วัตถุประสงค์ และระยะเวลาที่ต้องการพำนัก

จริงๆ แล้ววีซ่าไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความยุ่งยาก แต่เป็นเครื่องมือในการ คัดกรองและควบคุมคนเข้าเมือง ไม่ว่าจะเข้าไปเพื่อท่องเที่ยว ทำธุรกิจ เรียนต่อ หรือทำงาน รัฐบาลของประเทศปลายทางต้องมั่นใจว่า

  • คุณเดินทางไปเพื่ออะไร

  • จะอยู่กี่วัน

  • ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือเป็นภัยต่อความมั่นคง

ดังนั้นการยื่นวีซ่าจึงเป็นขั้นตอนที่ให้ประเทศปลายทางได้ตรวจสอบทั้งประวัติ เอกสาร และความน่าเชื่อถือก่อนอนุญาตให้เข้าประเทศ

สิ่งที่ต้องระวังคือ ถ้าวีซ่าผิดประเภท เอกสารไม่ครบ หรือมีข้อมูลผิดเพียงเล็กน้อย คุณอาจไม่ได้ขึ้นเครื่องตั้งแต่ที่สนามบิน เลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นต้องเช็กให้ชัดตั้งแต่ต้น

อีกอย่างที่หลายคนพลาดคือ ปล่อยเรื่องวีซ่าไว้เป็นอย่างสุดท้าย ทั้งที่หลายประเทศใช้เวลาพิจารณา 15–30 วัน หรืออาจนานกว่านั้น ทางที่ดีควรเริ่มเรื่องวีซ่าก่อนเดินทางอย่างน้อย 1–2 เดือน เพื่อกันทุกความผิดพลาด

สรุปง่ายๆ ว่า วีซ่าคือเอกสารเล็กๆ แต่ส่งผลใหญ่ต่อทั้งทริป ใครที่คิดจะไปเที่ยว เรียน หรือทำงานต่างประเทศ ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่วันแรกที่เริ่มวางแพลน

ลิสต์ประเทศที่คนไทยต้องขอวีซ่า (อัปเดตตามภูมิภาค)

สำหรับคนไทยที่เตรียมตัวไปต่างประเทศ นี่คือลิสต์ภาพรวมประเทศที่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า แบ่งตามภูมิภาค พร้อมแนวทาง ประเภทวีซ่า และ เงื่อนไขหลักๆ ที่ควรรู้ก่อนยื่น

ยุโรป (Europe)

สำหรับการเที่ยวทวีปยุโรป คนไทยต้องขอ วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) เพื่อเข้าไปยังประเทศในกลุ่มเชงเก้นและบางประเทศอื่นๆ เช่น

  • ออสเตรีย, เบลเยียม, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์

  • ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อิตาลี

  • ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, มอลตา, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์

  • นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, โรมาเนีย, เซอร์เบีย, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย

  • สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงอังกฤษ และบางประเทศในยุโรปอื่นๆ

ประเภทหลักๆ ของวีซ่าที่ใช้เดินทาง

  • วีซ่าท่องเที่ยว

  • วีซ่าเยี่ยมครอบครัว/เพื่อน

  • วีซ่าธุรกิจ

เงื่อนไขทั่วไปของการขอวีซ่าเชงเก้น

  • หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน

  • มีประกันสุขภาพเดินทาง ครอบคลุมวงเงินตามที่กำหนด

  • หลักฐานการเงิน (โดยประมาณ วันละ €60 ต่อคน)

  • การจองที่พัก และตั๋วเครื่องบินขาออก

  • สามารถพำนักได้สูงสุด 90 วัน ภายในช่วงเวลา 180 วัน

เอเชีย (Asia)

หลายประเทศในเอเชีย ไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับคนไทย แต่ก็ยังมีบางประเทศที่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า เช่น

  • อินเดีย

  • อิสราเอล

  • ปาเลสไตน์

  • เลบานอน

  • ซาอุดีอาระเบีย

  • เกาหลีเหนือ

  • ซีเรีย

  • เยเมน

  • อิรัก

ประเภทวีซ่าหลักคือ วีซ่าท่องเที่ยว/วีซ่าธุรกิจ (Tourist / Business Visa)

เงื่อนไขทั่วไปสำหรับการขอวีซ่าในเอเชียบางประเทศ

  • Passport อายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน

  • รูปถ่ายตามขนาดที่กำหนด (Recent photo)

  • หลักฐานบัญชีธนาคารหรือเอกสารการเงิน

  • จดหมายรับรองการทำงานหรือการศึกษา (ถ้าไปเพื่อธุรกิจหรือเรียน)

อเมริกาเหนือ & อเมริกาใต้ (Americas)

ประเทศยอดฮิตอย่าง สหรัฐอเมริกา และ แคนาดา มีเงื่อนไขวีซ่าชัดเจนและเข้มงวดพอสมควร

  • สหรัฐอเมริกา: ใช้ วีซ่า B1/B2 (ท่องเที่ยว/ธุรกิจ)

  • แคนาดา: ต้องขอ eTA หรือวีซ่าตามวัตถุประสงค์ก่อนเดินทาง

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่บางส่วนในอเมริกา เช่น

  • American Virgin Islands

  • เบลีซ

  • กรีนแลนด์

ซึ่งโดยทั่วไป ต้องขอวีซ่าก่อนเดินทางเกือบทุกกรณี

เงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการขอวีซ่า

  • สหรัฐอเมริกา: ต้องสัมภาษณ์ที่สถานทูต/สถานกงสุล พร้อมแสดงหลักฐานทางการเงิน และแผนการเดินทาง เช่น ตั๋วและที่พัก

  • แคนาดา: กรอก eTA หรือแบบฟอร์มออนไลน์ให้ครบถ้วน พร้อมพาสปอร์ตที่ยังมีอายุใช้งาน

แอฟริกาและตะวันออกกลาง (Africa & Middle East)

ประเทศในภูมิภาคนี้หลายแห่ง ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า เช่น

  • อัฟกานิสถาน

  • บังคลาเทศ

  • ซูดาน

  • ไนจีเรีย

  • อิรัก

  • ซีเรีย

  • เยเมน

  • เลบานอน

  • ปากีสถาน

ประเภทที่ใช้ส่วนใหญ่คือ วีซ่าท่องเที่ยว และ วีซ่าธุรกิจ

เงื่อนไขที่มักเจอ (เฉพาะบางประเทศ)

  • บางประเทศอาจต้องขออนุมัติกับหน่วยงานรัฐ เช่น กระทรวงต่างประเทศของไทย ก่อนยื่นขอวีซ่า เช่น อัฟกานิสถาน อิรัก ปากีสถาน เนปาล ศรีลังกา ไนจีเรีย เป็นต้น

  • ต้องมีหนังสือเดินทาง, รูปถ่าย, หลักฐานการเงิน และจดหมายเชิญ (ในกรณีไปติดต่อธุรกิจ หรือมีผู้เชิญในประเทศปลายทาง)

โอเชียเนีย (Oceania)

ในภูมิภาคนี้ก็มีหลายประเทศที่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า เช่น

  • ออสเตรเลีย: ใช้ประเภท Visitor Visa (เช่น e600) สำหรับท่องเที่ยวหรือเยี่ยมเยียน

บางพื้นที่อาจอยู่ในเขตการปกครองของประเทศอื่น หรือมีกติกาวีซ่าขึ้นกับประเทศที่ดูแลพื้นที่นั้น ดังนั้นควรเช็กข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการก่อนทุกครั้ง

ขั้นตอนการขอวีซ่าแบบเข้าใจง่ายใน 6 สเต็ป

หลายคนรู้สึกว่าเรื่องวีซ่าเป็นอะไรที่ยุ่งยาก โดยเฉพาะประเทศที่เข้มงวดอย่าง สหรัฐอเมริกา แคนาดา หรือกลุ่มยุโรป แต่ถ้าเข้าใจภาพรวม และเตรียมตัวตามขั้นตอนให้ครบ การขอวีซ่าก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

6 ขั้นตอนหลักของการขอวีซ่าทั่วไป มีดังนี้

  1. เช็กให้ชัดว่าใช้วีซ่าประเภทไหน
    จุดประสงค์ของทริปคืออะไร? ไปเที่ยว ไปเยี่ยมญาติ ไปเรียน หรือไปทำงาน การเลือกประเภทวีซ่าถูกตั้งแต่แรกสำคัญมาก เพราะยื่นผิดประเภท มีโอกาสถูกปฏิเสธได้ทันที

  2. เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
    รายการเอกสารจะขึ้นอยู่กับประเทศและประเภทวีซ่า เช่น ท่องเที่ยว ธุรกิจ เรียนต่อ แต่หลักๆ มักมีพวกพาสปอร์ต รูปถ่าย แผนการเดินทาง หลักฐานการเงิน และเอกสารส่วนตัวอื่นๆ

  3. กรอกแบบฟอร์มวีซ่าให้เรียบร้อย
    บางประเทศใช้ระบบออนไลน์ บางประเทศยังใช้แบบฟอร์มกระดาษ ต้องกรอกให้ครบตรงตามความจริง หลีกเลี่ยงการเว้นว่างหรือกรอกคลุมเครือ

  4. ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า
    ต้องชำระตามอัตราที่กำหนดก่อนยื่นใบสมัคร วิธีชำระอาจเป็นโอนเงิน เคาน์เตอร์ธนาคาร หรือบัตรเครดิต ขึ้นกับระบบของแต่ละประเทศ

  5. นัดวันยื่นเอกสารและสัมภาษณ์ (ถ้ามี)
    บางประเทศต้องสัมภาษณ์ที่สถานทูตหรือศูนย์รับคำร้อง บางแห่งแค่ยื่นเอกสารก็พอ ต้องดูเงื่อนไขแต่ละที่อย่างละเอียด และไปตามเวลานัดหมายเป๊ะๆ

  6. รอผลพิจารณา
    ระยะเวลารอผลมักอยู่ที่ประมาณ 3–30 วันทำการ ขึ้นอยู่กับประเทศ ช่วงเวลา และปริมาณคำร้องในระบบ

เอกสารที่มักใช้ในการขอวีซ่าทั่วไป

  • หนังสือเดินทาง อายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน

  • รูปถ่ายพื้นหลังขาว ตามขนาดที่กำหนด ไม่เกิน 6 เดือน

  • ฟอร์มขอวีซ่า (กรอกออนไลน์หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์สถานทูต)

  • เอกสารแสดงฐานะการเงิน เช่น Statement ย้อนหลัง, สมุดบัญชี

  • ใบจองที่พักและตั๋วเครื่องบิน (บางประเทศให้ใช้เพียงใบจอง ไม่จำเป็นต้องออกตั๋วจ่ายเต็มก่อน)

  • ประกันสุขภาพเดินทาง (จำเป็นในบางประเทศ เช่น กลุ่มเชงเก้น)

  • เอกสารรับรองการทำงาน หรือหนังสือรับรองการเป็นนักศึกษา เพื่อยืนยันความผูกพันกับประเทศไทย

บางประเทศอาจขอเอกสารเพิ่มเติม เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ใบรับรองโสด ใบรับรองการศึกษา หรือเอกสารครอบครัว ขึ้นอยู่กับเคสและประเภทวีซ่า

ข้อควรระวังสำคัญในการสมัครวีซ่า

  • ห้ามปลอมเอกสารหรือให้ข้อมูลเท็จเด็ดขาด เพราะนอกจากวีซ่าจะไม่ผ่านแล้ว ยังอาจถูกแบนนานหลายปี หรือถึงขั้นห้ามยื่นใหม่

  • ถ้ามีสัมภาษณ์ (เช่น สหรัฐฯ หรือแคนาดา) ให้เตรียมตัวตอบคำถามให้ชัดเจน ตรงไปตรงมา และสอดคล้องกับเอกสารทุกจุด

  • อย่าใช้ใบจองที่พักหรือเที่ยวบินปลอม เพราะเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ และจะกระทบความน่าเชื่อถือของคุณทันที

  • เช็กวันนัดและสถานที่ยื่นเอกสารให้เป๊ะ ไปสายเกินเวลา อาจต้องเลื่อนคิว หรือเสียค่าธรรมเนียมใหม่

  • พยายามยื่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือนก่อนเดินทาง เพื่อกันความล่าช้า หรือปัญหาเอกสารไม่ครบต้องยื่นใหม่

เคล็ดลับสมัครวีซ่าให้ผ่านง่ายขึ้น

ขั้นตอนสมัครวีซ่าอาจดูเป็นด่านใหญ่ แต่ถ้าจัดการเอกสารและเตรียมตัวดีๆ ก็เพิ่มโอกาสผ่านได้มากขึ้นแบบชัดเจน

1. เริ่มต้นด้วยเอกสารที่ “ครบตั้งแต่ครั้งแรก”

ก่อนยื่น ให้เช็กลิสต์เอกสารจากเว็บไซต์สถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องอย่างละเอียด และเตรียมสำเนาเผื่อไว้อีกชุด ตัวอย่างเอกสารที่มักถูกขอคือ

  • Statement ย้อนหลัง 3–6 เดือน

  • หนังสือรับรองการทำงาน หรือทะเบียนพาณิชย์สำหรับเจ้าของกิจการ

  • ใบจองที่พักและตั๋วเครื่องบิน

เอกสารยิ่งครบเท่าไหร่ ยิ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ

2. เขียนวัตถุประสงค์ให้ชัด ไม่คลุมเครือ

เวลาตอบคำถามในฟอร์มหรือสัมภาษณ์ ควรระบุจุดประสงค์แบบตรงไปตรงมา เช่น

  • “เดินทางท่องเที่ยว 7 วันตามแผนที่แนบ และกลับตามกำหนด”

อย่าเว้นว่าง หรือใช้ข้อความกว้างๆ เพราะอาจทำให้เจ้าหน้าที่รู้สึกสงสัยว่าสรุปแล้วคุณจะไปทำอะไรแน่

3. ยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 4 สัปดาห์

โดยปกติ หลายประเทศใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่าประมาณ 7–21 วันทำการ แต่ถ้าเป็นช่วงไฮซีซั่น หรือเทศกาลใหญ่ ระยะเวลาอาจยาวขึ้นได้

กันเหนียวไว้เลย ยื่นก่อนเดินทางประมาณ 4 สัปดาห์ จะสบายใจกว่า ไม่ต้องมาลุ้นแบบเสียววินาทีสุดท้าย

4. แสดงความผูกพันกับการ “กลับมาไทย”

ประเทศที่คัดกรองเข้ม เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรืออังกฤษ มักจะดูเป็นพิเศษว่าผู้สมัครมีเหตุผลเพียงพอที่จะกลับมาประเทศไทยหรือไม่ เช่น

  • มีงานประจำหรือธุรกิจที่ต้องรับผิดชอบ

  • มีครอบครัว พ่อแม่ คู่สมรส หรือบุตรอยู่ไทย

  • มีทรัพย์สินหรือที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง

ยิ่งแสดงความผูกพันกับไทยได้ชัดเท่าไหร่ ยิ่งลดความกังวลเรื่องอยู่เกินวีซ่าลงได้มากเท่านั้น

5. ฝึกตอบคำถามสัมภาษณ์ให้คล่อง

สำหรับประเทศที่มีขั้นตอนสัมภาษณ์ เช่น สหรัฐอเมริกา การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้ผ่านด่านนี้ได้ง่ายขึ้น คำถามที่มักเจอ เช่น

  • ทำไมถึงเลือกไปประเทศนี้?

  • ตอนนี้ทำงานอะไรที่ประเทศไทย?

  • มีคนรู้จักหรือญาติอยู่ที่นั่นไหม?

หลักการคือ อย่าตอบวกวน อย่าแต่งเรื่อง และอย่าโกหก เพราะเจ้าหน้าที่คุยกับผู้สมัครมาแล้วนับไม่ถ้วน แค่คำพูดหรือท่าทางไม่กี่นาที ก็จับพิรุธได้ไม่ยาก

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย และควรหลีกเลี่ยง

  • กรอกข้อมูลในฟอร์มไม่ตรงกับเอกสารประกอบ

  • ใช้รูปถ่ายเก่า หรือพื้นหลังไม่ตรงตามเงื่อนไข

  • ส่งเอกสารไม่ครบ ต้องวิ่งกลับไปกลับมาเพิ่ม

  • ยอดเงินในบัญชีเคลื่อนไหวผิดปกติ หรือเพิ่งมีเงินก้อนใหญ่เข้าไม่กี่วันก่อนยื่น

  • อธิบายเหตุผลการเดินทางไม่ชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่ขาดความมั่นใจในตัวผู้สมัคร

สรุป: วีซ่าใบเดียว แต่กำหนดชะตาทั้งทริป

วีซ่าอาจเป็นแค่กระดาษหนึ่งใบในพาสปอร์ต แต่ถ้าไม่มีใบนี้ ทริปทั้งทริปก็อาจต้องพับแผนเก็บไปก่อน การขอวีซ่า ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าคุณ

  • วางแผนล่วงหน้า

  • รู้จักประเภทและเงื่อนไขวีซ่าของประเทศปลายทาง

  • เตรียมเอกสารให้ครบและตรงตามจริง

  • หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่มักทำให้วีซ่าถูกปฏิเสธ

ก่อนเดินทางทุกครั้ง อย่าลืมเช็กให้ชัดว่า ประเทศที่จะไปต้องขอวีซ่าหรือไม่ ถ้าต้องขอ ก็เริ่มเตรียมตัวทันที ไม่ดองไว้วันสุดท้าย เพื่อให้คุณ ขึ้นเครื่องได้แบบสบายใจ เที่ยวได้แบบราบรื่นไม่สะดุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสมัครวีซ่า

1. ควรขอวีซ่ากี่วันก่อนเดินทางถึงจะปลอดภัย?

แนะนำให้ยื่นล่วงหน้า อย่างน้อย 30 วันก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงเทศกาล หรือฤดูท่องเที่ยวที่มีคนยื่นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้เวลาในการพิจารณายืดออกไปได้

สามารถเข้าไปเช็กเวลาในการพิจารณาวีซ่าคร่าวๆ ได้จากเว็บไซต์สถานทูตของแต่ละประเทศ แล้ววางแผนยื่นให้ตรงช่วงเวลา

2. ถ้าเงินในบัญชีไม่ถึงขั้นต่ำ ยังมีโอกาสผ่านไหม?

ส่วนใหญ่แล้วสถานทูตจะดูเรื่อง ความมั่นคงทางการเงิน เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ถ้ายอดเงินในบัญชีต่ำมาก หรือไม่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายของทริป อาจถูกมองว่ามีความเสี่ยงว่าจะอยู่เกินวีซ่า หรือมีเงินไม่พอสำหรับใช้จ่ายระหว่างเดินทาง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะมองภาพรวม ทั้งรายได้ประจำ เอกสารงาน ความผูกพันกับไทย และแผนการเดินทางประกอบกัน

3. ถ้าวีซ่าไม่ผ่าน จะสมัครใหม่ได้เมื่อไหร่?

ส่วนใหญ่ สามารถสมัครใหม่ได้ทันที แต่บางประเทศอาจแนะนำให้เว้นช่วง เช่น ออสเตรเลีย หรือสหรัฐอเมริกา ที่มักแนะนำให้รอประมาณ 6 เดือน ถ้าไม่มีข้อมูลใหม่เพิ่มเติมที่ชัดเจน

ก่อนยื่นใหม่ ควรรู้ให้ได้ก่อนว่า เหตุผลที่ถูกปฏิเสธคืออะไร เช่น

  • เอกสารไม่ครบ

  • ข้อมูลไม่ชัดเจน

  • วัตถุประสงค์คลุมเครือ

แล้วค่อยปรับปรุงจุดนั้นให้ดีขึ้นก่อนยื่นรอบใหม่

4. จะรู้ได้ยังไงว่าเอกสารครบแล้ว?

สถานทูตและศูนย์รับคำร้องส่วนใหญ่จะมี เช็กลิสต์เอกสาร แยกตามประเภทวีซ่าให้ดาวน์โหลดจากหน้าเว็บไซต์ ให้ใช้ลิสต์นั้นเช็กทีละข้อก่อนวันนัดยื่น เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอะไรตกหล่น

การเตรียมเอกสารครบตั้งแต่แรก ช่วยลดโอกาสโดนเรียกเอกสารเพิ่ม หรือทำให้การพิจารณายืดออกไปโดยไม่จำเป็น

5. ถ้าต้องเดินทางด่วน แต่ยังไม่มีวีซ่า ทำยังไงดี?

บางประเทศมีบริการ

  • วีซ่าด่วน (Express / Priority Visa)

  • วีซ่า ณ สนามบิน (Visa on Arrival) สำหรับบางสัญชาติและบางประเทศเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ควรเช็กเงื่อนไขจากเว็บไซต์ทางการของประเทศปลายทางก่อนทุกครั้ง เพื่อไม่มีปัญหาหน้างานที่สนามบิน