รับแอปรับแอป

AOT โชว์ฟอร์มแรง! 6 เดือนแรกโกยกำไรหมื่นล้าน ปูทางสู่ฮับการบินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ชัยวัฒน์ ศรีคำ01-31

ภาพรวมผลประกอบการ 6 เดือนแรก

ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 (ตุลาคม 2567 - มีนาคม 2568) ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้แก่

  • ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.)

  • ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.)

  • ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.)

  • ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.)

  • ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.)

  • ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.)

ต่างมียอดการใช้งานเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านเที่ยวบิน ผู้โดยสาร และรายได้จากธุรกิจการบิน

จำนวนเที่ยวบินรวมอยู่ที่ 414,377 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 12.90 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็น

  • เที่ยวบินระหว่างประเทศ 237,511 เที่ยวบิน

  • เที่ยวบินภายในประเทศ 176,866 เที่ยวบิน

ส่วนจำนวนผู้โดยสารรวมอยู่ที่ 68.42 ล้านคน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 11.76 แบ่งเป็น

  • ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 42.34 ล้านคน

  • ผู้โดยสารภายในประเทศ 26.08 ล้านคน

การเติบโตของปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสาร ส่งผลให้ใน 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 รายได้เกี่ยวกับกิจการการบินแตะระดับ 18,188.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,751.25 ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 17.82

เมื่อรวมธุรกิจทั้งหมด AOT มีรายได้รวม 36,235.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.98 และมีกำไรสุทธิสูงถึง 10,397.57 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพการฟื้นตัวและการเติบโตอย่างแข็งแรง

ยุทธศาสตร์สู่ศูนย์กลางการบินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

AOT กำลังเดินหน้ายุทธศาสตร์เพื่อมุ่งสู่การเป็น ฮับการบินของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเน้นทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และการบริการ เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางได้สะดวก ปลอดภัย และเชื่อมต่อได้คล่องตัวกว่าเดิม

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการขับเคลื่อน

  • โครงการกระตุ้นตลาดด้านการบิน (Incentive Scheme)

  • โครงการสนับสนุนการตลาด (Marketing Fund)

สองโครงการนี้ช่วยให้สายการบินสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันผู้โดยสารก็มีทางเลือกในการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคมากขึ้น เมื่อจำนวนเส้นทางบินและเที่ยวบินเพิ่มขึ้น ก็ยิ่งดึงดูดผู้โดยสารให้มาใช้บริการสนามบินของไทยมากขึ้นตามไปด้วย

อัปเกรด 6 สนามบินหลัก รับผู้โดยสารอนาคต

เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว AOT เร่งลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในสนามบินหลักทั้ง 6 แห่งของประเทศ โดยมีโครงการสำคัญ เช่น

  • โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

    • เป้าหมาย: เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารอีก 15 ล้านคนต่อปี

    • กรอบเวลา: ภายในปี 2573

  • โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง

    • เป้าหมาย: เพิ่มขีดความสามารถจาก 30 ล้านคน เป็น 50 ล้านคนต่อปี

    • กรอบเวลา: ภายในปี 2576

  • โครงการพัฒนาอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ

    • ท่าอากาศยานเชียงใหม่

    • ท่าอากาศยานภูเก็ต

พร้อมกันนี้ยังมีการศึกษาแนวทางก่อสร้าง ท่าอากาศยานเชียงใหม่แห่งที่ 2 และ ท่าอากาศยานภูเก็ตแห่งที่ 2 เพื่อเตรียมรับดีมานด์ในอนาคต ซึ่งทั้งหมดจะช่วยเสริมความแข็งแรงให้ทั้งธุรกิจของ AOT และความมั่นคงของอุตสาหกรรมการบินไทยโดยรวม

สนามบินอัจฉริยะ: เทคโนโลยีครบทุกจุดสัมผัส

AOT นำนวัตกรรมระดับสากลเข้ามาใช้ในแทบทุกขั้นตอนของการให้บริการในสนามบิน เพื่อยกระดับประสบการณ์เดินทางของผู้โดยสารให้เข้าใกล้คอนเซ็ปต์ “Smart Airport – Smart Immigration” อย่างแท้จริง

ตัวอย่างเทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่

  • ระบบบริหารจัดการข้อมูลการบิน Airport Collaborative Decision Making (A-CDM)

    • ช่วยให้การจัดการเที่ยวบินสอดคล้องกับแผนการเดินทางทางอากาศในระดับสากล

    • ลดความล่าช้าในการเดินทางและเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนเครื่องบิน

  • ระบบเช็กอินอัตโนมัติ และระบบโหลดกระเป๋าอัตโนมัติ

    • ผู้โดยสารสามารถจัดการขั้นตอนการเดินทางได้ด้วยตัวเอง

    • ลดคิวหน้าเคาน์เตอร์ เช็กอินได้รวดเร็วขึ้น

  • ระบบสแกนใบหน้าขึ้นเครื่อง (Biometric)

    • ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเช็กอินและขึ้นเครื่องได้โดยไม่ต้องแสดงเอกสารซ้ำหลายครั้ง

    • เพิ่มความสะดวกและลดเวลารอในทุกจุดตรวจ

  • ระบบตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control: ABC)

    • ใช้สำหรับผู้ถือ e-passport

    • เสริมความรวดเร็วในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง

  • การใช้ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) แทนแบบฟอร์ม ตม.6 กระดาษอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568

    • ลดการใช้เอกสาร

    • ลดเวลารอคิว

    • ยกระดับภาพลักษณ์สนามบินไทยให้ทันสมัยมากขึ้น

ทั้งหมดนี้ทำให้การเดินทางผ่านสนามบินของ AOT มีความลื่นไหล สะดวก และตอบโจทย์ผู้โดยสารยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

ปั้นรายได้ยั่งยืนจากธุรกิจรอบสนามบิน

นอกจากรายได้จากกิจการการบินโดยตรงแล้ว AOT ยังเดินหน้าพัฒนาโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์และบริการเชิงพาณิชย์รอบสนามบินทั้ง 6 แห่ง เพื่อสร้างแหล่งรายได้ระยะยาวให้ทั้งองค์กรและเศรษฐกิจประเทศ

โครงการสำคัญ ได้แก่

  • AOT Property Showcase

    • การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสนามบิน เพื่อดึงดูดธุรกิจและการลงทุน

  • โครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership: PPP)

    • เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมลงทุนและบริหารโครงการ

  • โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น

  • โครงการให้บริการคลังสินค้า

ทั้งสองโครงการหลังอยู่ระหว่างการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมโยงของห่วงโซ่โลจิสติกส์ และศักยภาพการขนส่งของประเทศ

นอกจากนี้ AOT ยังพัฒนา

  • โครงการก่อสร้างอาคาร Junction Building

  • อาคารจอดรถ

  • ศูนย์เชื่อมต่อการขนส่งระบบราง

ทั้งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อให้สนามบินกลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางครบวงจร เชื่อมต่อทั้งอากาศ ถนน และระบบรางเข้าด้วยกัน

ก้าวสู่ผู้นำด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม

ในมิติของความยั่งยืน AOT ไม่ได้โฟกัสแค่ตัวเลขกำไร แต่ยังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจให้เติบโตควบคู่ไปกับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

AOT ได้รับการจัดอันดับเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก

  • Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) – กลุ่ม World และ Emerging Market

    • อยู่ในดัชนี World ต่อเนื่อง 6 ปี

    • อยู่ในดัชนี Emerging Market ต่อเนื่อง 10 ปี

พร้อมทั้งติดอันดับหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ A สะท้อนมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ ESG อย่างจริงจัง

สำหรับเป้าหมายระยะยาว AOT มุ่งสู่การบรรลุ Net Zero Emissions ภายในปี 2587 โดยเร่งเดินหน้ามาตรการต่างๆ เช่น

  • การใช้พลังงานสะอาดในพื้นที่สนามบิน

  • การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์

  • การเปลี่ยนยานพาหนะในสนามบินเป็นระบบไฟฟ้า (EV)

ในปี 2025 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังสร้างชื่อบนเวทีโลก ด้วยการถูกจัดอันดับเป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลกอันดับที่ 39 จากการจัดอันดับของ Skytrax ขยับขึ้นถึง 19 อันดับ พร้อมคว้าอันดับ 3 สนามบินที่พัฒนาดีที่สุดในโลก

อาคาร SAT-1 ยังได้รับรางวัล Prix Versailles 2024 ในฐานะหนึ่งในท่าอากาศยานที่สวยที่สุดในโลก ตอกย้ำภาพลักษณ์สนามบินไทยทั้งในด้านดีไซน์และคุณภาพการให้บริการ

มุ่งหน้าสู่การเป็นฮับการบินระดับโลก

เมื่อมองภาพรวมทั้งด้านตัวเลขผลประกอบการ แผนการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี การพัฒนาเชิงพาณิชย์ และมาตรฐานความยั่งยืน จะเห็นว่า AOT กำลังวางรากฐานที่แข็งแรงเพื่อก้าวขึ้นเป็น ผู้ให้บริการท่าอากาศยานระดับสากลชั้นนำของโลก

ด้วยนโยบายการพัฒนาเชิงรุก การอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผสานกับการยึดหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน AOT มีศักยภาพที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของ

  • เศรษฐกิจไทย

  • อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

  • อุตสาหกรรมการบิน

ในระยะยาวอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมยกระดับบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการบินสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มตัว