AI โหมดใหม่ของ Google ที่รู้ใจเราแบบ “ส่วนตัวสุด ๆ”
Google กำลังยกระดับการค้นหาด้วยฟีเจอร์ใหม่ในโหมด AI ที่ชื่อว่า Personal Intelligence ทำให้ผลลัพธ์บน Google Search ไม่ได้ตอบแบบกว้าง ๆ เหมือนเดิม แต่ปรับให้เหมาะกับเราเป็นรายคน โดยอาศัยข้อมูลจาก Gmail และ Google Photos มาช่วยวิเคราะห์บริบท
พูดง่าย ๆ คือจากเดิมที่ถามอะไรก็ได้คำตอบแบบมาตรฐาน ตอนนี้ AI จะใช้ข้อมูลที่เราอนุญาตให้เข้าถึง มาช่วย “ทำความเข้าใจเรา” แล้วตอบในแบบที่เข้ากับชีวิตและไลฟ์สไตล์ของเราจริง ๆ
Personal Intelligence ทำอะไรให้เราได้บ้าง?
Personal Intelligence ถูกออกแบบมาให้จัดการข้อมูลที่ซับซ้อน แตกเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แล้วเลือกเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรามาประกอบเป็นคำตอบ AI จึงไม่ได้ตอบแค่ “ถูก” แต่พยายามตอบให้ “ตรงตัวเรา” ที่สุด
จุดเด่นคือ AI จะเข้าใจบริบทจากข้อมูลที่เชื่อมต่อไว้ทันที ไม่ต้องคอยอธิบายซ้ำไปซ้ำมา ช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากในการถามคำถามเดิม ๆ หลายรอบ
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัด ๆ คือเรื่อง เที่ยว กับ ช้อป ซึ่งสายเดินทางและสายช้อประหว่างทริปต้องชอบแน่นอน
วางแผนเที่ยวอิงจาก Gmail และรูปใน Photos
การท่องเที่ยว:
AI สามารถช่วยออกแบบแผนเที่ยวให้เหมาะกับเรา โดยดูจาก อีเมลยืนยันการจองโรงแรม ที่อยู่ใน Gmail ผูกกับช่วงเวลาและสถานที่ที่เราจะไป
นอกจากนี้ยังวิเคราะห์ได้จาก สไตล์รูปใน Google Photos เช่น ถ้าเราชอบถ่ายรูปคาเฟ่ ร้านไอศกรีม หรือวิวธรรมชาติ AI ก็สามารถแนะนำสถานที่เที่ยว ร้าน หรือกิจกรรมที่ใกล้เคียงกับสไตล์ที่เรามักถ่ายรูป
ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ “ที่เที่ยวในเมืองนี้มีอะไรบ้าง” แต่กลายเป็น “ที่เที่ยวแบบที่เรา น่าจะชอบจริง ๆ”
ลองนึกภาพกำลังหาทริปเที่ยวเมืองใหม่ แต่ไม่มีเวลาวางแผนละเอียด แค่ถาม AI ในโหมดนี้ มันก็จะดึงข้อมูลจากอีเมลและรูปเรามาช่วยแพลน เคลียร์มากและตรงใจคนชอบเที่ยวแบบง่ายแต่มีสไตล์
ช้อปปิ้งแบบมี AI เป็นเพื่อนร่วมทริป
การช้อปปิ้ง:
สายช้อประหว่างเที่ยวถูกใจแน่ ๆ เพราะ AI จะช่วยแนะนำสินค้าได้แบบมีบริบทมากขึ้น เช่น
ดูจาก แบรนด์หรือร้านที่เราเคยซื้อ แล้วแนะนำสินค้าที่น่าจะตรงสไตล์เรา ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง
ใช้ข้อมูลจาก ตั๋วเครื่องบิน ใน Gmail ดูว่ายังไงเราก็กำลังจะไปไหน ช่วงไหน แล้วช่วยแนะนำ เสื้อผ้าหรือไอเทมที่เหมาะกับสภาพอากาศ ของปลายทางนั้น
ถ้ากำลังจะไปเมืองหนาว AI อาจช่วยแนะนำเสื้อกันหนาว รองเท้า หรือแอ็กเซสซอรีที่ไม่หนาเกินไปแต่เอาอยู่ หรือถ้าไปเมืองร้อนก็อาจฟิลชุดเที่ยวทะเล ชุดเดินเมืองสบาย ๆ
นี่คือการช้อปที่ไม่ได้ดูแค่ของถูกหรือสวย แต่ดูว่า “เหมาะกับทริปของเรา” ด้วย ใครชอบแพ็กกระเป๋าเนียน ๆ ให้พอดีทริป น่าจะได้ใช้ประโยชน์เต็ม ๆ
เรื่องความปลอดภัย: ผู้ใช้เป็นคนกดอนุญาตเอง
แม้ฟีเจอร์จะดูฉลาดและส่วนตัวมาก แต่ฝั่งความปลอดภัยก็ถูกยกเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน โดยมีแนวทางหลัก ๆ ดังนี้
ผู้ใช้ต้อง กดเปิดการเชื่อมต่อเอง (Opt-in) ไม่ได้เปิดให้ใช้อัตโนมัติ
สามารถ ปิดหรือยกเลิกการเชื่อมต่อเมื่อไรก็ได้ ถ้าไม่อยากให้ AI ใช้ข้อมูลส่วนตัวมาช่วยวิเคราะห์อีกต่อไป
มีการยืนยันว่า ข้อมูลในอีเมลและรูปภาพไม่ได้ถูกนำไปใช้เทรนโมเดลโดยตรง
เพราะการเชื่อมโยงข้อมูลระดับนี้ยังอาจมีผิดพลาดได้ ผู้ใช้จึงสามารถ ให้คะแนน หรือตั้งค่าแก้ไขเมื่อระบบเข้าใจผิด เพื่อช่วยให้การตอบดีขึ้นในอนาคต
สรุปคือ เราคือคนถือคีย์ในการเปิด-ปิด ไม่ใช่ AI เข้าถึงเองตามใจ
ใครใช้ได้บ้าง? เงื่อนไขการใช้งาน
ตอนนี้ Personal Intelligence ยังไม่ได้เปิดให้ทุกคนใช้ทันที แต่มีเงื่อนไขชัดเจนดังนี้
ใช้ได้สำหรับสมาชิก Google AI Pro และ AI Ultra เท่านั้น
ฟีเจอร์ยังอยู่ในระยะทดลอง และ เปิดใช้งานเฉพาะในสหรัฐฯ พร้อมเงื่อนไขว่าต้องตั้งค่าภาษาใช้งานเป็นภาษาอังกฤษ
รองรับเฉพาะ บัญชีส่วนบุคคล ยังไม่สามารถใช้กับบัญชีองค์กรหรือบัญชีเพื่อการศึกษา
สรุป: Personal Intelligence เหมาะกับใคร?
ถ้าคุณเป็นสาย
ชอบเที่ยวแบบมีสไตล์ แต่ไม่อยากเสียเวลาวางแผนเยอะ
ชอบช้อประหว่างทริป อยากซื้อได้ตรงกับอากาศและโทนการแต่งตัวของตัวเอง
ใช้ Gmail และ Google Photos เป็นประจำอยู่แล้ว
ฟีเจอร์ Personal Intelligence ในโหมด AI คืออีกก้าวที่จะทำให้การค้นหาบน Google ไม่ได้เป็นแค่คำตอบจากอินเทอร์เน็ต แต่เป็นผู้ช่วยที่ใช้ข้อมูลของเรา (ภายใต้การยินยอม) เพื่อช่วยออกแบบทริป และไลฟ์สไตล์ที่เข้ากับเราแบบเฉพาะตัวมากขึ้น
ส่วนใครที่ยังไม่อยู่ในประเทศที่รองรับ ก็อาจต้องจับตาดูไว้ก่อน เพราะถ้าเปิดให้ใช้วงกว้างเมื่อไร สายเที่ยวสายช้อปน่าจะได้สนุกกับการวางแผนทริปในแบบใหม่แน่นอน

