รับแอปรับแอป

เที่ยว-ช้อปเก่งขึ้น! รู้จัก Personal Intelligence ของ Google ที่ใช้ Gmail กับ Photos มาช่วยแพลนให้เรา

กัญญารัตน์ อินทร์01-30

AI โหมดใหม่ของ Google ที่รู้ใจเราแบบ “ส่วนตัวสุด ๆ”

Google กำลังยกระดับการค้นหาด้วยฟีเจอร์ใหม่ในโหมด AI ที่ชื่อว่า Personal Intelligence ทำให้ผลลัพธ์บน Google Search ไม่ได้ตอบแบบกว้าง ๆ เหมือนเดิม แต่ปรับให้เหมาะกับเราเป็นรายคน โดยอาศัยข้อมูลจาก Gmail และ Google Photos มาช่วยวิเคราะห์บริบท

พูดง่าย ๆ คือจากเดิมที่ถามอะไรก็ได้คำตอบแบบมาตรฐาน ตอนนี้ AI จะใช้ข้อมูลที่เราอนุญาตให้เข้าถึง มาช่วย “ทำความเข้าใจเรา” แล้วตอบในแบบที่เข้ากับชีวิตและไลฟ์สไตล์ของเราจริง ๆ

Personal Intelligence ทำอะไรให้เราได้บ้าง?

Personal Intelligence ถูกออกแบบมาให้จัดการข้อมูลที่ซับซ้อน แตกเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แล้วเลือกเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรามาประกอบเป็นคำตอบ AI จึงไม่ได้ตอบแค่ “ถูก” แต่พยายามตอบให้ “ตรงตัวเรา” ที่สุด

จุดเด่นคือ AI จะเข้าใจบริบทจากข้อมูลที่เชื่อมต่อไว้ทันที ไม่ต้องคอยอธิบายซ้ำไปซ้ำมา ช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากในการถามคำถามเดิม ๆ หลายรอบ

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัด ๆ คือเรื่อง เที่ยว กับ ช้อป ซึ่งสายเดินทางและสายช้อประหว่างทริปต้องชอบแน่นอน

วางแผนเที่ยวอิงจาก Gmail และรูปใน Photos

การท่องเที่ยว:

  • AI สามารถช่วยออกแบบแผนเที่ยวให้เหมาะกับเรา โดยดูจาก อีเมลยืนยันการจองโรงแรม ที่อยู่ใน Gmail ผูกกับช่วงเวลาและสถานที่ที่เราจะไป

  • นอกจากนี้ยังวิเคราะห์ได้จาก สไตล์รูปใน Google Photos เช่น ถ้าเราชอบถ่ายรูปคาเฟ่ ร้านไอศกรีม หรือวิวธรรมชาติ AI ก็สามารถแนะนำสถานที่เที่ยว ร้าน หรือกิจกรรมที่ใกล้เคียงกับสไตล์ที่เรามักถ่ายรูป

  • ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ “ที่เที่ยวในเมืองนี้มีอะไรบ้าง” แต่กลายเป็น “ที่เที่ยวแบบที่เรา น่าจะชอบจริง ๆ”

ลองนึกภาพกำลังหาทริปเที่ยวเมืองใหม่ แต่ไม่มีเวลาวางแผนละเอียด แค่ถาม AI ในโหมดนี้ มันก็จะดึงข้อมูลจากอีเมลและรูปเรามาช่วยแพลน เคลียร์มากและตรงใจคนชอบเที่ยวแบบง่ายแต่มีสไตล์

ช้อปปิ้งแบบมี AI เป็นเพื่อนร่วมทริป

การช้อปปิ้ง:

สายช้อประหว่างเที่ยวถูกใจแน่ ๆ เพราะ AI จะช่วยแนะนำสินค้าได้แบบมีบริบทมากขึ้น เช่น

  • ดูจาก แบรนด์หรือร้านที่เราเคยซื้อ แล้วแนะนำสินค้าที่น่าจะตรงสไตล์เรา ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง

  • ใช้ข้อมูลจาก ตั๋วเครื่องบิน ใน Gmail ดูว่ายังไงเราก็กำลังจะไปไหน ช่วงไหน แล้วช่วยแนะนำ เสื้อผ้าหรือไอเทมที่เหมาะกับสภาพอากาศ ของปลายทางนั้น

  • ถ้ากำลังจะไปเมืองหนาว AI อาจช่วยแนะนำเสื้อกันหนาว รองเท้า หรือแอ็กเซสซอรีที่ไม่หนาเกินไปแต่เอาอยู่ หรือถ้าไปเมืองร้อนก็อาจฟิลชุดเที่ยวทะเล ชุดเดินเมืองสบาย ๆ

นี่คือการช้อปที่ไม่ได้ดูแค่ของถูกหรือสวย แต่ดูว่า “เหมาะกับทริปของเรา” ด้วย ใครชอบแพ็กกระเป๋าเนียน ๆ ให้พอดีทริป น่าจะได้ใช้ประโยชน์เต็ม ๆ

เรื่องความปลอดภัย: ผู้ใช้เป็นคนกดอนุญาตเอง

แม้ฟีเจอร์จะดูฉลาดและส่วนตัวมาก แต่ฝั่งความปลอดภัยก็ถูกยกเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน โดยมีแนวทางหลัก ๆ ดังนี้

  • ผู้ใช้ต้อง กดเปิดการเชื่อมต่อเอง (Opt-in) ไม่ได้เปิดให้ใช้อัตโนมัติ

  • สามารถ ปิดหรือยกเลิกการเชื่อมต่อเมื่อไรก็ได้ ถ้าไม่อยากให้ AI ใช้ข้อมูลส่วนตัวมาช่วยวิเคราะห์อีกต่อไป

  • มีการยืนยันว่า ข้อมูลในอีเมลและรูปภาพไม่ได้ถูกนำไปใช้เทรนโมเดลโดยตรง

  • เพราะการเชื่อมโยงข้อมูลระดับนี้ยังอาจมีผิดพลาดได้ ผู้ใช้จึงสามารถ ให้คะแนน หรือตั้งค่าแก้ไขเมื่อระบบเข้าใจผิด เพื่อช่วยให้การตอบดีขึ้นในอนาคต

สรุปคือ เราคือคนถือคีย์ในการเปิด-ปิด ไม่ใช่ AI เข้าถึงเองตามใจ

ใครใช้ได้บ้าง? เงื่อนไขการใช้งาน

ตอนนี้ Personal Intelligence ยังไม่ได้เปิดให้ทุกคนใช้ทันที แต่มีเงื่อนไขชัดเจนดังนี้

  • ใช้ได้สำหรับสมาชิก Google AI Pro และ AI Ultra เท่านั้น

  • ฟีเจอร์ยังอยู่ในระยะทดลอง และ เปิดใช้งานเฉพาะในสหรัฐฯ พร้อมเงื่อนไขว่าต้องตั้งค่าภาษาใช้งานเป็นภาษาอังกฤษ

  • รองรับเฉพาะ บัญชีส่วนบุคคล ยังไม่สามารถใช้กับบัญชีองค์กรหรือบัญชีเพื่อการศึกษา

สรุป: Personal Intelligence เหมาะกับใคร?

ถ้าคุณเป็นสาย

  • ชอบเที่ยวแบบมีสไตล์ แต่ไม่อยากเสียเวลาวางแผนเยอะ

  • ชอบช้อประหว่างทริป อยากซื้อได้ตรงกับอากาศและโทนการแต่งตัวของตัวเอง

  • ใช้ Gmail และ Google Photos เป็นประจำอยู่แล้ว

ฟีเจอร์ Personal Intelligence ในโหมด AI คืออีกก้าวที่จะทำให้การค้นหาบน Google ไม่ได้เป็นแค่คำตอบจากอินเทอร์เน็ต แต่เป็นผู้ช่วยที่ใช้ข้อมูลของเรา (ภายใต้การยินยอม) เพื่อช่วยออกแบบทริป และไลฟ์สไตล์ที่เข้ากับเราแบบเฉพาะตัวมากขึ้น

ส่วนใครที่ยังไม่อยู่ในประเทศที่รองรับ ก็อาจต้องจับตาดูไว้ก่อน เพราะถ้าเปิดให้ใช้วงกว้างเมื่อไร สายเที่ยวสายช้อปน่าจะได้สนุกกับการวางแผนทริปในแบบใหม่แน่นอน