รับแอปรับแอป

ทำเล็บแล้วโดนกรรไกรบาดเลือดซึม เสี่ยงติดเชื้อไหม? ช่างเล็บต้องรู้ ลูกค้าต้องอ่าน!

วิทยา พูนทรัพย์01-29

เลือดซึมจากกรรไกรตัดเล็บ เสี่ยงติดเชื้อแค่ไหนกันแน่?

เวลาทำเล็บแล้วใช้กรรไกรตัดเล็บหัวแหลมเผลอข่วนจนเลือดซึม หลายคนก็เริ่มกังวลทันทีว่า แบบนี้มีโอกาสติดเชื้อไหม? อันตรายหรือเปล่า?

จริงๆ แล้วความเสี่ยงในการติดเชื้อ ไม่ได้มีคำตอบแบบตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเรื่องความสะอาดของอุปกรณ์ ช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงสภาพบาดแผลของลูกค้าด้วย

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เสี่ยงติดเชื้อ

มาดูทีละจุดว่าความเสี่ยงมาจากตรงไหนบ้าง เพื่อให้ทั้งช่างเล็บและลูกค้าเข้าใจตรงกัน

  • คราบเลือดหรือสิ่งสกปรกบนกรรไกร
    หากกรรไกรไม่ได้ทำความสะอาด หรือไม่ได้ล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนนำมาใช้กับลูกค้า อาจมีแบคทีเรียหรือเชื้อโรคต่างๆ ติดค้างอยู่บนใบมีด แล้วเข้าสู่แผลที่ถูกข่วนได้

  • ช่วงเวลาที่กรรไกรไม่ได้ถูกใช้งาน
    แม้กรรไกรจะไม่ได้ใช้มาแล้ว 5–7 วัน แต่ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย 100% ถ้าที่เก็บสะอาด ไม่มีสิ่งปนเปื้อน ความเสี่ยงก็อาจลดลงระดับหนึ่ง
    อย่างไรก็ตาม หากก่อนหน้านั้นไม่เคยมีการ “ฆ่าเชื้อ” อย่างถูกวิธี ก็ยังมีโอกาสที่เชื้อโรคบางชนิดจะหลงเหลืออยู่ได้

  • บาดแผลที่เปิดและมีเลือดซึม
    แผลที่เลือดซึมถือเป็นช่องเปิดให้เชื้อโรคเข้าได้ ทั้งแบคทีเรียและไวรัส
    โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนเลือด เช่น ไวรัสตับอักเสบบีหรือซี จะขึ้นอยู่กับว่าอุปกรณ์เคยสัมผัสเลือด หรือน้ำหนองจากผู้อื่นมาก่อนหรือไม่

สรุปง่ายๆ: ถ้าอุปกรณ์ไม่สะอาด ไม่มีการฆ่าเชื้อที่ดี และแผลเป็นแผลเปิด ก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้จริง

หลังโดนกรรไกรเกี่ยวเลือดซึม ควรทำยังไงทันที?

ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ต้องรีบดูแลให้ถูกวิธีตั้งแต่แรก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้มากที่สุด

  • 1. ล้างแผลให้สะอาดทันที
    ใช้น้ำสะอาดหรือน้ำเกลือสำหรับล้างแผล ชะล้างสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนออกไปให้มากที่สุด

  • 2. ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรอบบาดแผล
    เช็ดหรือแต้มบริเวณแผลด้วยแอลกอฮอล์ หรือเบตาดีน จากนั้นอาจทายาป้องกันการอักเสบเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

  • 3. สังเกตอาการต่อเนื่อง
    หลังจากนั้นให้คอยดูแผลอย่างใกล้ชิด หากเริ่มมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที:

    • แดงมากขึ้นหรือแดงลาม

    • บวม กดแล้วเจ็บมากขึ้น

    • มีหนอง หรือกลิ่นผิดปกติ

    • เริ่มมีไข้หรือปวดตุบๆ ที่แผล

หากมีอาการเข้าข่ายเหล่านี้ แปลว่าอาจเริ่มมีการติดเชื้อและควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยตรง

ป้องกันก่อนโดนกรรไกรบาด สำคัญกว่ามาแก้ทีหลัง

สำหรับช่างทำเล็บและร้านทำเล็บ การดูแลอุปกรณ์ให้สะอาดคือหัวใจสำคัญของความปลอดภัยลูกค้าเลยก็ว่าได้

ควรมั่นใจว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธี เช่น

  • เช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเป็นประจำ

  • ใช้เครื่องอบไอน้ำหรือวิธีการอบฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐาน

หากไม่รักษาความสะอาดให้ดี อุปกรณ์เหล่านี้สามารถกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้โดยไม่รู้ตัว

สำหรับลูกค้าเอง หากรู้สึกไม่มั่นใจในความสะอาดของร้านหรืออุปกรณ์ ก็สามารถถาม หรือขอดูวิธีการดูแลอุปกรณ์ของทางร้านได้เช่นกัน เพราะเป็นเรื่องสิทธิ์ด้านความปลอดภัยของตัวเราเอง

แล้วกรณีแผลเล็กๆ แบบนี้ควรกังวลแค่ไหน?

ถ้าแผลมีขนาดเล็ก เลือดออกเพียงเล็กน้อย และคุณได้ล้างแผล ทำความสะอาด และฆ่าเชื้ออย่างดีแล้ว โอกาสที่จะเกิดปัญหารุนแรงก็มักจะต่ำ

หลังจากนั้นให้คอยสังเกตอาการตามที่กล่าวไป หากไม่มีอาการอักเสบ บวม แดง หรือไข้เพิ่มเติม ก็อาจสบายใจได้ระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ถ้ารู้สึกไม่แน่ใจ หรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เบาหวาน หรือเคยมีประวัติติดเชื้อง่าย แนะนำให้ ปรึกษาแพทย์เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยระยะยาว

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะเป็นช่างเล็บหรือคนชอบทำเล็บ การใส่ใจเรื่องความสะอาดของอุปกรณ์คือสิ่งที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะความสวยต้องมาคู่กับความปลอดภัยเสมอค่ะ 💅