สิงหาไปเกาหลีรอดแน่ แค่วางแผนให้เป็น
กำลังเล็งตั๋วบินเกาหลีเดือนสิงหาคม แต่ยังลังเลเรื่องอากาศใช่ไหม? เดือนนี้คือช่วงที่เกาหลี มีชีวิตชีวาสุดขีด เมืองคึกคัก ผู้คนออกมาใช้ชีวิตยามเย็น คาเฟ่เปิดยาว กิจกรรมหน้าร้อนแน่น ๆ
วิวธรรมชาติก็เขียวสดแบบที่ฤดูอื่นให้ไม่ได้ ฟังดูร้อนก็จริง แต่ถ้าเข้าใจอากาศและจัดจังหวะแพลนดี ๆ ทริปสิงหาคมคือช่วงเวลาที่เที่ยวได้สนุกมากแบบไม่ต้องฝืน
สิงหาคมที่เกาหลี: ร้อนบ้าง ฝนบ้าง แต่เที่ยวได้ชิล
เดือนสิงหาคมของเกาหลีใต้คือโหมดซัมเมอร์เต็มระบบ เมืองใหญ่จะคึกคักเป็นพิเศษ เดินไปทางไหนก็มีคน มีร้าน มีที่ให้แวะเต็มไปหมด ใครไม่ชอบบรรยากาศเงียบเหงา จะถูกใจช่วงนี้มาก
กลางวันอาจอุ่นถึงร้อน แต่เสน่ห์ของเดือนนี้คือ ชีวิตช่วงเย็นถึงกลางคืน ผู้คนออกมาเดินเล่นริมแม่น้ำ เข้าคาเฟ่ ช้อปปิ้ง เดินตลาดกลางคืน ฟีลคือเมืองที่ยังไม่อยากกลับบ้าน
อุณหภูมิโดยรวมอยู่แถว ๆ ปลาย 20 ถึงต้น 30 องศา สิ่งสำคัญไม่ใช่การรอให้อากาศเย็นลง แต่คือ การจัดการกับความร้อนให้ฉลาด
เมืองถูกออกแบบให้รองรับหน้าร้อนดีมาก
รถไฟใต้ดิน ห้าง คาเฟ่ ร้านอาหาร ส่วนใหญ่แอร์แรง
เดินเมื่อไหร่ก็มีที่ให้พัก เติมพลังตลอดทาง
ถ้าอยากเช็กอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ก่อนออกจากที่พัก สามารถดูจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาเกาหลี (KMA) ที่อัปเดตสภาพอากาศรายชั่วโมง เหมาะกับการเลือกช่วงเวลาออกไปเดินเล่นแต่ละวัน
ของที่ “ต้องมี” ถ้าจะไปเกาหลีเดือนสิงหาคม
หน้าร้อนเกาหลีไม่ได้โหดแบบอยู่ไม่ได้ แต่ถ้ามีของเหล่านี้ติดตัวไว้ ทริปจะลื่นขึ้นเยอะ
ผ้าเช็ดหน้า / ผ้าเย็น / ทิชชู่เปียก
ไว้ซับเหงื่อระหว่างเดิน โดยเฉพาะวันที่ต้องย้ายโลเคชันบ่อยหรือเดินไกลเสื้อผ้าระบายอากาศดี แห้งไว
เดือนนี้ไม่เหมาะกับผ้าหนา ผ้าอมน้ำ เลือกผ้าที่เบา ใส่แล้วไม่เหนียวตัว จะเดินทั้งวันได้สบายกว่ามากหมวกหรือแว่นกันแดด
แดดหน้าร้อนมาเป็นช่วง ๆ แต่ถ้าเจอช่วงแรง การมีหมวกหรือแว่นกันแดดช่วยให้เดินเมืองได้ยาวขึ้นแบบไม่ล้าเร็วรองเท้าที่เดินทั้งวันแล้วไม่พัง
สิงหาคมคือเดือนแห่งการเดิน เพราะช่วงเย็นอากาศดี คนออกมาใช้ชีวิตกันเต็มที่ รองเท้าดี ๆ คือของจำเป็น ไม่ใช่ของเสริมขวดน้ำ หรือซื้อเครื่องดื่มติดมือบ่อย ๆ
ร้านสะดวกซื้อมีแทบทุกมุมเมือง ดื่มน้ำให้พอคือเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้เที่ยวต่อเนื่องแบบไม่เพลียกลางทาง
เลือกเมืองให้ตรงฟีล: สิงหาไปเกาหลีเที่ยวไหนได้บ้าง?
เกาหลีเดือนสิงหาคมแต่ละเมืองให้บรรยากาศไม่เหมือนกันเลย เพราะมีทั้งเรื่องความชื้น ลมทะเล และสไตล์เมืองเข้ามาเกี่ยว
บางเมืองเหมาะกับเดินเล่นยาว ๆ ตอนเย็น บางเมืองเหมาะกับสายชิลชอบทะเล หรือคนที่อยากอยู่ใกล้เมืองใหญ่แต่ไม่วุ่นวายเกินไป ถ้าเลือกเมืองให้ตรงสไตล์ตั้งแต่แรก ทริปจะสนุกขึ้นและ ไม่หมดแรงเกินจำเป็น
โซล
เมืองใหญ่ที่ฟีลไม่เคยหลับ ย่านช้อป คาเฟ่ และที่เที่ยวแน่น เดินสนุกทั้งกลางวันและกลางคืน เหมาะกับคนที่ชอบเปลี่ยนโลเคชันบ่อย อยากได้ครบทั้งช้อป กิน เที่ยว วัฒนธรรมในเมืองเดียว
ปูซาน
เมืองทะเลที่ได้ลมเย็น ๆ ช่วยเบรกความร้อน เหมาะกับสายชิลริมหาดแต่ยังอยากมีสีสันแบบเมืองใหญ่อยู่บ้าง เดินหาดตอนเย็นคือฟีลดีมาก
อินชอน
ลมแรงช่วงเย็น เดินเล่นเรื่อย ๆ ฟีลสบาย ๆ ไม่ได้เร่งรีบ เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองใหญ่มาเป็นอะไรที่เบาลง
แทกู
ขึ้นชื่อเรื่องอากาศร้อนชัดเจนกว่าหลายเมือง แต่ก็แลกมาด้วยความคึกคักและเสน่ห์เมืองใหญ่แบบจริงจัง เหมาะกับคนที่รับแดดได้และเตรียมตัวเรื่องเสื้อผ้าดี ๆ
กวางจู
ฟีลเมืองสงบ เดินสบาย ไม่เร่งรีบ แต่งตัวเรียบ ๆ ชิล ๆ แล้วเดินเล่นช้า ๆ เข้ากับบรรยากาศเมืองมาก
ทริปสิงหาคมจะรอด ถ้ารู้ 4 เรื่องนี้
1. ร้อนจริง แต่จัดจังหวะให้ดี ทุกอย่างจบ
กลางวันโดยเฉพาะช่วงเที่ยงถึงบ่ายต้น ๆ จะอุ่นถึงร้อน ถ้าฝืนเดินกลางแดดทั้งวัน มีสิทธิ์หมดแรงง่าย ๆ วิธีที่เวิร์กคือ
กลางวันเน้นอยู่ในที่ร่ม: ห้าง คาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร
ออกมาเดินจริงจังช่วงเย็นถึงค่ำ เมื่ออากาศเริ่มเบาลง
การสลับช่วงเดินกับช่วงพักแบบนี้ช่วยให้เก็บที่เที่ยวได้ครบ โดยที่ร่างกายไม่พังกลางทาง
2. ช่วงเย็นคือเวลาทองของการเดินเล่น
หน้าร้อนของเกาหลี คนท้องถิ่นจะออกจากบ้านช่วงแดดอ่อนเป็นหลัก ร้านค้า คาเฟ่ ตลาดกลางคืน และพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ จะคึกคักตั้งแต่เย็นไปจนถึงดึก
ถ้าคุณชอบ
เดินถ่ายรูปแบบเพลิน ๆ
แวะกินอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างทาง
เดินย่านช้อปปิ้งตอนค่ำ
จะรู้สึกว่าเดือนสิงหาคมสนุกกว่าที่คิด โดยเฉพาะในเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว
3. ใช้ขนส่งสาธารณะให้เป็น เพื่อลดความเหนื่อย
อากาศหน้าร้อนแบบนี้ ถ้าเดินตากแดดไปทุกที่มีหวังหมดแรงเร็ว การใช้รถไฟใต้ดิน รถบัส หรือรถไฟระหว่างเมืองช่วยเซฟทั้งเวลาและพลังงานได้เยอะมาก
โดยเฉพาะในโซล การวางแผนเส้นทางล่วงหน้าจากแผนที่และตารางรถของระบบรถไฟใต้ดิน จะช่วยลดการเดินกลางแจ้งแบบไม่จำเป็น และทำให้แพลนต่อวันไหลลื่นขึ้น
4. อาหารหน้าร้อนเกาหลี กินง่ายกว่าที่คิด
สิงหาคมคือช่วงที่เมนูเกาหลีหลายอย่างเข้ากับอากาศร้อนแบบพอดี ทั้งเมนูเย็น เมนูรสจัด และอาหารที่กินแล้วไม่เลี่ยน แวะกินระหว่างเดินได้เรื่อย ๆ
สตรีทฟู้ดช่วงเย็นถึงกลางคืนก็มีให้เลือกเยอะมาก เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลายคนรู้สึกว่าเที่ยวหน้าร้อนแล้ว ไม่มีเบื่อเรื่องอาหารเลย
แต่งตัวยังไงให้รอดและดูดีในสิงหาคมที่เกาหลี
อากาศเดือนสิงหาคมยังเป็นหน้าร้อนเต็มตัว แต่ไม่ได้อึดอัดจนเดินเที่ยวไม่ได้ ถ้าเลือกเสื้อผ้าเหมาะ ๆ จะรู้สึกว่าเดินทั้งวันได้แบบชิล ๆ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่เมืองน่าเดินเป็นพิเศษ
หลักการง่าย ๆ คือ ใส่สบาย เดินได้นาน แต่ยังดูดีในรูป
เลือกเสื้อผ้าน้ำหนักเบา ระบายอากาศดี ไม่อับ ไม่เหนียวตัว
กางเกงขายาวผ้าบาง หรือกระโปรงทรงสบายช่วยบาลานซ์อากาศร้อนข้างนอกกับแอร์เย็นจัดในรถไฟหรือร้านต่าง ๆ
เสื้อคลุมบาง ๆ คือไอเท็มที่ควรมี ไม่ใช่เพราะอากาศหนาว แต่เพราะหลายที่เปิดแอร์แรง ใส่คลุมแล้วอยู่ได้นานโดยไม่หนาวเกิน
รองเท้าควรเป็นคู่ที่คุณเคยเดินยาว ๆ แล้วรอดจริง เพราะเดือนนี้คุณจะเดินเยอะโดยไม่รู้ตัว
แต่งตัวยังไงให้เข้ากับเมืองที่ไป
แต่ละเมืองฟีลต่างกันนิด ๆ ลองแมตช์ลุคให้เข้าบรรยากาศ จะได้ทั้งสบายตัวและสบายตาในรูป
โซล
เดินเยอะ เปลี่ยนโลเคชันบ่อย ทั้งขึ้นรถไฟ เข้าแอร์ ออกแดด เสื้อผ้าควรเน้นคล่องตัว ใส่สบายไม่รัดรูปเกินไป รองเท้าต้องเดินได้นาน และควรมีเสื้อคลุมบางติดตัว เพราะเข้าที่ไหนก็แอร์แรงแทบตลอดวันปูซาน
ได้ลมทะเลช่วยตลอดวัน อากาศสบายกว่าโซลหน่อย ลุคชิล ๆ เสื้อแขนสั้นยังรอดทั้งวัน ช่วงเย็นมีเสื้อคลุมบางไว้เดินริมทะเลจะฟีลดีมาก รองเท้าหรือแตะที่เดินชายหาดได้ใช้จริงแน่นอนอินชอน
ลมค่อนข้างแรง โดยเฉพาะช่วงเย็น เสื้อที่กันลมได้นิดหน่อยจะช่วยให้เดินได้นานขึ้น สไตล์แต่งตัวสบาย ๆ ไม่ต้องเนี๊ยบมาก เดินเล่นเรื่อย ๆ ได้แทกู
อากาศร้อนชัดเจน เสื้อผ้าควรเน้นผ้าบาง ระบายอากาศดี ใส่แล้วไม่เหนียวตัว รองเท้าสบาย ๆ จะช่วยให้เดินเมืองได้แบบไม่หมดแรงเร็วกวางจู
เมืองฟีลสงบ แต่งตัวง่าย ๆ เรียบ ๆ เน้นเดินสบาย เข้ากับบรรยากาศที่ไม่รีบร้อนและเหมาะกับการเดินช้า ๆ เก็บบรรยากาศ
เข้าใจจังหวะของเดือนสิงหาคม แล้วทริปจะลื่นมาก
ถ้าจะไปเกาหลีเดือนสิงหาคม สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ เดือนนี้ไม่ใช่ช่วงเดินฟีล ๆ ทั้งวันแบบไม่คิดอะไร แต่ก็ไม่ใช่เดือนดุ ๆ จนเที่ยวไม่ได้
มันเป็นเดือนที่ต้อง จัดจังหวะให้ถูก
รู้ว่าควรออกไปเดินตอนไหน
ควรพักช่วงไหน
กิจกรรมไหนเหมาะกับช่วงกลางวัน
อะไรควรไปทำตอนเย็นถึงค่ำ
ถ้าจัดจังหวะเป็น ทริปจะไหลลื่นแบบไม่ต้องฝืนตัวเองเลย
1. อากาศร้อน แต่ถ้าแบ่งเวลาเที่ยวดี ทุกอย่างง่ายขึ้น
กลางวันโดยเฉพาะช่วงเที่ยงถึงบ่ายต้น ๆ อากาศจะร้อนชัด แต่พอแดดเริ่มอ่อน อากาศจะเบาลงแบบรู้สึกได้ ช่วงที่น่าเดินที่สุดคือช่วงเย็นถึงค่ำ
ทริคคือเอากิจกรรมที่ต้องเดินเยอะ ๆ หรือถ่ายรูปเยอะ ๆ ไปไว้ช่วงนี้ แล้วสลับให้กลางวันเป็นช่วงพักในที่ร่ม มีแอร์ จะรู้สึกว่าร่างกายสบายขึ้นเยอะ
2. หน้าร้อนคือช่วงที่เมือง “มีชีวิต” ที่สุด
สิงหาคมเป็นเดือนที่คนเกาหลีออกมาใช้ชีวิตข้างนอกเยอะ ร้านอาหาร คาเฟ่ ย่านเดินเล่นหลายที่เปิดยาวกว่าปกติ โดยเฉพาะตอนเย็น
เดินไปทางไหนก็มีคน มีแสง มีเสียง มีร้านให้แวะ ไม่ได้ฟีลต้องรีบกลับที่พักเร็ว ๆ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศจริงของเมือง
3. อย่าอัดแพลนแน่นเกินไป
อากาศแบบนี้ ถ้าอัดกิจกรรมทั้งวันแบบไม่เผื่อพัก รับรองว่าล้ากว่าที่คิด วิธีที่เวิร์กคือ สลับช่วงเดินกับช่วงพักให้เป็นจังหวะ
เช้า: เดินเมืองเบา ๆ อากาศยังไม่ร้อนมาก
กลางวัน: หลบเข้าในที่ร่ม มีแอร์
เย็น: ออกมาเดินจริงจัง ช้อปปิ้ง ถ่ายรูป กินข้าวนอกบ้าน
จังหวะแบบนี้ช่วยให้ยังมีแรงเที่ยวต่อโดยไม่ต้องฝืนร่างกาย
4. เรื่องกินคือข้อดีของหน้าร้อน
หน้าร้อนของเกาหลีมีตัวเลือกอาหารเยอะ ทั้งร้านทั่วไป สตรีทฟู้ด และร้านที่เปิดยาวถึงดึก เดินเที่ยวแล้วแวะกินได้เรื่อย ๆ แบบไม่ต้องวางแผนซับซ้อน
ใครกลัวว่าจะหาของกินไม่ถูกปาก เดือนนี้คือช่วงที่หาของกินง่ายและสนุกที่สุดช่วงหนึ่งของปีเลย
สรุปก่อนกดจองทริปสิงหาคม
เดือนสิงหาคมอาจไม่ใช่ช่วงที่แต่งตัวยังไงก็ได้ แต่ถ้า คิดครบสามเรื่องหลัก: ความร้อน แอร์แรง และการเดินเยอะ อากาศจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย
เลือกเสื้อผ้าให้ระบายอากาศดี
มีเสื้อคลุมบางไว้รับมือแอร์เย็นจัด
ใส่รองเท้าที่เดินแล้วรอดจริง
วางแพลนให้เข้ากับจังหวะอากาศ
ทำแค่นี้ ทริปเกาหลีเดือนสิงหาคมจะกลายเป็นทริปหน้าร้อนที่ทั้งสนุก คึกคัก และได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเกาหลีที่ต่างจากฤดูอื่นแบบชัดเจนมาก

