เทรนด์ใหม่รับตรุษจีน: จีนหันหัวเรือจากญี่ปุ่นสู่เกาหลีใต้
เที่ยวบินระหว่างจีน-เกาหลีใต้พุ่งเกือบ 25% สวนทางเส้นทางจีน-ญี่ปุ่นที่ร่วงแรง สะท้อนการเปลี่ยนขั้วเส้นทางท่องเที่ยวเอเชียแบบฉับพลัน
ข้อมูลการจองตั๋วและตารางบินล่าสุดสะท้อนภาพชัดเจนว่า เกาหลีใต้กำลังแย่งตำแหน่งจุดหมายอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงวันหยุดตรุษจีนที่กำลังมาถึง แทนที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยุคโควิด-19 ระบาด
จีนบินลัดฟ้าไปโซล: ตัวเลขสะท้อนทุกอย่าง
China Trading Desk บริษัทวิจัยตลาดท่องเที่ยว ประเมินว่า
นักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่จะเดินทางไปเกาหลีใต้ราว 230,000–250,000 คน
ช่วงวันหยุดยาวตรุษจีน 9 วัน เริ่มตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์
เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 52% เมื่อเทียบตรุษจีนปีก่อน ซึ่งมีวันหยุดสั้นกว่า
ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่าเกาหลีใต้ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลือกสำรองอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น จุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวจีน ในช่วงเทศกาลใหญ่ของปี
ญี่ปุ่นจากฮอตเป็นแผ่ว: นักท่องเที่ยวจีนหายไป 60%
ในขณะที่เกาหลีใต้เนื้อหอมขึ้นเรื่อย ๆ ญี่ปุ่นกลับเจอภาวะ “นักท่องเที่ยวหดตัว” อย่างรุนแรง
ญี่ปุ่นเคยโดดเด่นจาก ค่าเงินเยนอ่อนค่า ดึงดูดสายช้อปจากจีน
แต่ตอนนี้คาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะลดลงมากถึง 60% จากปีก่อน
การเปลี่ยนทิศนี้ไม่ได้เป็นเพียงการโยกย้ายปลายทางธรรมดา แต่สะท้อนถึงการปรับมุมมองใหม่ของนักท่องเที่ยวจีนต่อญี่ปุ่นอย่างชัดเจน
ทำไมคนจีนเทใจให้เกาหลีใต้?
China Trading Desk ชี้ให้เห็นชุดปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกาหลีใต้ชนะใจนักท่องเที่ยวจีนในรอบนี้ ได้แก่
ความตึงเครียดทางการทูตจีน-ญี่ปุ่น ที่ทำให้ญี่ปุ่นเสียแต้มด้านภาพลักษณ์
มาตรการผ่อนคลายวีซ่าทัวร์จีนของเกาหลีใต้ แบบเชิงรุก เปิดทางให้นักท่องเที่ยวเดินทางง่ายขึ้น
ความกังวลด้านความปลอดภัยในไทย ซึ่งเคยเป็นหมุดหมายใหญ่ของนักท่องเที่ยวจีน ทำให้บางส่วนเบนเข็มหาจุดหมายใหม่
อัตราแลกเปลี่ยนเองก็มีน้ำหนักไม่น้อย
เงินหยวนเทียบกับเงินวอนยังอยู่ในระดับที่เอื้อให้รู้สึกว่าเที่ยวเกาหลีใต้ “คุ้มค่ากับเงินที่จ่าย”
พร้อมด้วยกระแส K-culture ที่ยังแรงไม่มีแผ่ว ทั้งซีรีส์ เพลง และแฟชั่น
เมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนในเกาหลีใต้ตอนนี้จึงหนีไม่พ้น
กรุงโซล
เมืองปูซาน
เกาะเชจู
วอนอ่อน ค่าใช้จ่ายดูคุ้ม ญี่ปุ่นกลับยุ่งยากขึ้น
สุบรามาเนีย ภัตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ China Trading Desk อธิบายว่า
ค่าเงินวอนที่อ่อนลง ทำให้การช้อปปิ้งและการกินเที่ยวในเกาหลีใต้ ดูคุ้มค่าเป็นพิเศษ สำหรับนักเดินทางจีน
ในทางตรงกันข้าม การไปญี่ปุ่นกลับ ซับซ้อนขึ้นเพราะปัจจัยการเมือง
เขายังเสริมอีกว่า
สายเรือสำราญและผู้จัดทัวร์จำนวนไม่น้อย เปลี่ยนเส้นทางจากญี่ปุ่นมุ่งหน้าเกาหลีใต้ สำหรับทริปช่วงตรุษจีนแล้ว
ภาพนี้สะท้อนการ “ทดแทนกัน” ของจุดหมายปลายทางในเอเชียอย่างชัดเจน
ภูมิรัฐศาสตร์พลิกแผนที่เที่ยวเอเชีย 5 แสนล้านดอลลาร์
ความต่างระหว่างเส้นทางญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ในปีนี้ตอกย้ำว่า ภูมิรัฐศาสตร์สามารถเขย่าตลาดท่องเที่ยวเอเชียมูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์ได้ในเวลาไม่นาน
ฝั่งญี่ปุ่นต้องเผชิญกับแรงกดดันจาก
คำเตือนการเดินทางของจีนไปญี่ปุ่นที่ถูกประกาศตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน
หลังผู้นำญี่ปุ่นออกความเห็นเกี่ยวกับไต้หวันที่กลายเป็นประเด็น
ล่าสุด จีนย้ำเตือนอีกครั้ง โดยสื่อของรัฐระบุถึง ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในช่วงวันหยุด
ในเวลาเดียวกัน นักท่องเที่ยวจีนจำนวนไม่น้อยก็ ยกเลิกแผนเที่ยวไทย จากเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย เช่น
กรณีลักพาตัวนักแสดงชาวจีน
ความไม่สงบตามแนวชายแดนบางประเทศในภูมิภาค
ผลคือ เกาหลีใต้รีบก้าวเข้ามาเสียบช่องว่าง ด้วยการขยายมาตรการ ยกเว้นวีซ่าสำหรับกรุ๊ปทัวร์จีนยาวถึงเดือนมิถุนายน
จากวิกฤตปี 2017 สู่การรีบูตสัมพันธ์ใหม่
สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ถือเป็นภาพตรงข้ามกับปี 2560 อย่างสิ้นเชิง
ตอนนั้น ความขัดแย้งทางการทูตจากการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐในเกาหลีใต้ ทำให้นักท่องเที่ยวจีน หายไปจำนวนมาก
แต่ปัจจุบัน ความสัมพันธ์เริ่มผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ เพิ่งเดินทางเยือนจีนเมื่อเดือนนี้ และพบกับ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นครั้งที่สองในรอบเพียงสองเดือน
นี่คือการเยือนจีนของผู้นำเกาหลีใต้ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งส่งสัญญาณบวกด้านการทูต ที่ย่อมสะท้อนมาถึงภาคการท่องเที่ยวโดยตรง
สายการบินเร่งเติมเที่ยวบิน จีน-โซลแน่นฟ้า
สายการบินต่าง ๆ ไม่รอช้า เร่งจัดสรรกำลังการบินใหม่ให้ทันกับเทรนด์
จากข้อมูลของ Cirium
เที่ยวบินระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้นเกือบ 25% จากปีก่อน
รวมกว่า 1,330 เที่ยวบิน ในช่วงตรุษจีนนี้
ขณะที่เที่ยวบินจากจีนไปญี่ปุ่น ลดลงถึง 48% เหลือเพียงราว 800 เที่ยวบิน
นอกจากนี้ สายการบินจีนหลายแห่งยังขยายมาตรการ ยกเว้นค่าธรรมเนียมยกเลิกเที่ยวบินไปญี่ปุ่น ต่อเนื่องไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม ยิ่งตอกย้ำว่าภาพรวมความต้องการเดินทางไปญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นง่าย ๆ
ธุรกิจเกาหลีใต้เริ่มรับแรงซื้อจากนักท่องเที่ยวจีน
ฝั่งเกาหลีใต้เองก็เริ่มสัมผัสถึงกระแสนี้อย่างเป็นรูปธรรม
ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และความงามในกรุงโซลได้รับ คำถามและการติดต่อจากลูกค้าจีนเพิ่มขึ้นมาก
แตกต่างจากปีก่อนหน้า ที่แทบไม่มีความเคลื่อนไหวเลย
ในเชิงเศรษฐกิจ การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนในเกาหลีใต้ช่วงตรุษจีนคาดว่า
จะมากกว่า 330 ล้านดอลลาร์
แซงหน้าญี่ปุ่นที่คาดว่าจะอยู่เพียง 250–300 ล้านดอลลาร์
มองยาวไปถึงปี 2026
คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าเกาหลีใต้มากกว่า 7 ล้านคน
เพิ่มขึ้นราว 15% จากปีก่อน
กระแสนี้หนุนให้ หุ้นกลุ่มค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น ตามความหวังของนักลงทุนที่มองเห็นกำลังซื้อใหม่จากจีน
อีกมุมของเกาหลีใต้: ไม่ใช่ทุกคนที่ดีใจกับนักท่องเที่ยวทะลัก
แม้เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวจีนจะดึงดูด แต่ในเกาหลีใต้เองก็มีเสียงกังวลดังขึ้นเช่นกัน
บางฝ่ายกลัวว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมากอาจทำให้ อาชญากรรมเพิ่มขึ้น
แม้รัฐบาลยืนยันว่า ยังไม่มีหลักฐานรองรับข้อกังวลนี้
มีคำร้องคัดค้านนโยบายยกเว้นวีซ่าสำหรับคณะทัวร์จีน ซึ่งมีผู้ร่วมลงชื่อแล้วราว 60,000 คน สะท้อนว่าการเปิดรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากก็มี “ราคาทางสังคม” ที่ต้องชั่งน้ำหนัก
ญี่ปุ่นในโหมดต้องทบทวนระยะยาว
ฝั่งญี่ปุ่น ภาพรวมไม่ได้สวยนักในสายตานักวิเคราะห์
คาดว่าการท่องเที่ยวจากจีนจะยัง อ่อนแรงต่อเนื่องอย่างน้อยถึงไตรมาสแรก
มีโอกาสที่ญี่ปุ่นจะเผชิญกับ การลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่โควิด
ข้อมูลจาก JTB ระบุว่า
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในญี่ปุ่นปีนี้อาจ ลดลงราว 2.8%
China Trading Desk เตือนว่า สำหรับญี่ปุ่น ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่วงวันหยุดตรุษจีนครั้งเดียว
แต่คือการที่โลกอาจเริ่ม ปรับมุมมองใหม่ต่อบทบาทของญี่ปุ่นบนแผนที่การท่องเที่ยวเอเชียในระยะยาว
เมื่อเกาหลีใต้กำลังฉวยจังหวะขึ้นมาแทนที่ ญี่ปุ่นจึงอาจต้องกลับไปจัดระเบียบนโยบาย การทูต และกลยุทธ์การท่องเที่ยวใหม่ทั้งหมด หากไม่อยากเสียตำแหน่งศูนย์กลางท่องเที่ยวในสายตานักเดินทางจีนไปอย่างถาวร

