รับแอปรับแอป

สรุปข้อกฎหมายเลี้ยงหมาแมว กทม. ฉบับใหม่: เลี้ยงได้กี่ตัว? ต้องจดทะเบียนยังไง? รวมทุกอย่างที่ทาสต้องรู้ก่อน 10 ม.ค. 69

ชัยวัฒน์ ศรีคำ01-29

ทำไมทาสหมาแมวต้องสนใจข้อบัญญัติฉบับนี้

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ไม่ได้มาเพื่อทำให้ชีวิตทาสหมาแมววุ่นวาย แต่เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาใหญ่ในเมือง ทั้งเรื่อง สัตว์จรจัด โรคพิษสุนัขบ้า และความเดือดร้อนในชุมชน

เขาออกแบบมาให้คนที่เลี้ยงอยู่แล้วไม่ต้องเครียด ไม่ต้องเอาน้องไปปล่อย แต่ต้อง จดทะเบียน ดูแลให้ดี ทำหมัน และอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างสันติ

กฎหมายนี้ประกาศในราชกิจจาฯ วันที่ 15 มกราคม 2568 และจะมีผลใช้จริง วันที่ 10 มกราคม 2569 นับเป็นเขตควบคุมการเลี้ยง/ปล่อยสัตว์ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ

หลักคิดของข้อบัญญัติฉบับใหม่

ใจกลางของกฎหมายนี้คือการจัดระเบียบสัตว์เลี้ยงและสัตว์จรให้เป็นระบบ โดยเน้น 2 เรื่องใหญ่ ๆ

  • ขึ้นทะเบียนตลอดช่วงชีวิตสัตว์ เพื่อป้องกันการทิ้งสัตว์ที่เคยมีเจ้าของให้กลายเป็นสัตว์จร

  • ควบคุมจำนวนสัตว์จรและป้องกันโรคระบาด ผ่านการทำหมัน ฉีดวัคซีน และหาบ้านใหม่ให้สัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ

เป้าจริงไม่ใช่การจับผิดคนเลี้ยงสัตว์ แต่คือการลดสัตว์จร ป้องกันโรค และลดปัญหากับชุมชน

กฎหมายมีผลเมื่อไหร่ และครอบคลุมสัตว์ประเภทไหนบ้าง

เมื่อกฎหมายเริ่มใช้จริงในวันที่ 10 มกราคม 2569 กรุงเทพมหานครถือเป็น เขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ ครอบคลุมสัตว์หลายกลุ่ม เช่น

  • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

  • สัตว์ปีก

  • สัตว์น้ำ

  • สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

  • สัตว์เลื้อยคลาน

  • สัตว์มีพิษหรือสัตว์ดุร้าย

ไม่ได้พูดถึงแค่หมาแมว แต่แทบทุกประเภทที่เลี้ยงในพื้นที่เมืองต้องอยู่ในกรอบที่กำหนด

เลี้ยงสัตว์ในที่ดินส่วนตัว เลี้ยงได้แค่ไหนถึงจะถูกกฎหมาย

สถานที่เอกชนในกรุงเทพฯ สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ แต่มีการจำกัดตามประเภทและพื้นที่

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ เช่น โค กระบือ ม้า กวาง หรือขนาดใกล้เคียง

  • เลี้ยง ได้ไม่เกิน 1 ตัว ต่อพื้นที่เลี้ยงสัตว์ 50 ตารางวา

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น แพะ แกะ สุกร ม้าแคระ หรือขนาดใกล้เคียง

  • เลี้ยง ได้ไม่เกิน 3 ตัว ต่อพื้นที่เลี้ยงสัตว์ 50 ตารางวา

ไก่ เป็ด ห่าน

  • เลี้ยง ได้ไม่เกิน 1 ตัว ต่อพื้นที่เลี้ยงสัตว์ 4 ตารางเมตร

นกขนาดใหญ่ เช่น นกกระจอกเทศ หรือขนาดใกล้เคียง

  • เลี้ยง ได้ไม่เกิน 1 ตัว ต่อพื้นที่เลี้ยงสัตว์ 50 ตารางเมตร

นกขนาดเล็ก

  • เลี้ยง ได้ไม่เกิน 5 ตัว ต่อพื้นที่เลี้ยงสัตว์ 1 ตารางเมตร

หากเลี้ยงเกินจำนวนที่กำหนดเพื่อทำกิจการที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ฟาร์มสัตว์ จะต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัติว่าด้วยกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพแยกต่างหาก

ห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ในที่สาธารณะ ยกเว้นบางกรณี

โดยหลักคือ ห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ในที่สาธารณะ แต่มีข้อยกเว้นบางสถานการณ์ เช่น

  • การรักษาโรคสัตว์ หรือสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค

  • กิจกรรมที่กรุงเทพมหานครประกาศอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ พร้อมกำหนดเวลาและพื้นที่ชัดเจน

  • การย้ายที่อยู่ของเจ้าของสัตว์

  • การเลี้ยง/ปล่อยสัตว์ของภาครัฐ หรือการปล่อยสัตว์เพื่อการกุศลหรือจารีตประเพณี

เจ้าของสัตว์ต้องทำอะไรบ้างในชีวิตประจำวัน

ข้อบัญญัติฉบับนี้กำหนดหน้าที่ของเจ้าของสัตว์อย่างละเอียด เพื่อให้การเลี้ยงไม่กระทบคนรอบข้างและสุขภาพสัตว์เอง

เจ้าของสัตว์ต้องดูแลอย่างน้อยดังนี้

  1. จัดสถานที่เลี้ยงให้เหมาะสมและปลอดภัย

    • แข็งแรง มั่นคง เหมาะกับชนิดของสัตว์

    • ขนาดเพียงพอต่อการดำรงชีวิต

    • มีอาหาร น้ำ แสงสว่าง และการระบายอากาศที่เพียงพอ

    • มีระบบระบายน้ำและกำจัดสิ่งปฏิกูลที่ถูกสุขลักษณะ

  2. รักษาความสะอาดตลอดเวลา

    • เก็บสิ่งปฏิกูลเป็นประจำ

    • ไม่ปล่อยให้หมักหมมจนมีกลิ่นเหม็นรบกวนเพื่อนบ้าน

  3. ดูแลสุขภาพและควบคุมโรค

    • สร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ฉีดวัคซีนตามสมควร

    • หากสงสัยว่าน้องเป็นโรคที่อาจเป็นอันตรายต่อประชาชน ต้องแยกกักตัว และรีบแจ้งหน่วยงานที่จดทะเบียนหรือสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

  4. ห้ามปล่อยสัตว์เร่ร่อนนอกพื้นที่เลี้ยงโดยไม่มีการควบคุม

    • โดยเฉพาะสัตว์ดุร้าย ต้องอยู่ในกรงหรือพื้นที่ที่คนภายนอกเข้าไม่ถึง และมีป้ายเตือนชัดเจน

  5. ให้สัตว์แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้ตามสมควร

    • ไม่ใช่แค่ขังไว้ แต่ต้องให้มีพื้นที่และกิจกรรมตามธรรมชาติของเขา

  6. ควบคุมไม่ให้สร้างอันตรายหรือเหตุรำคาญ

    • ทั้งเรื่องเสียง กลิ่น หรือพฤติกรรมก้าวร้าว

  7. จัดการซากสัตว์และมูลสัตว์ให้ถูกวิธีเมื่อสัตว์ตาย

    • ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงหรือสัตวนำโรค

    • ไม่ก่อกลิ่น ควัน หรือการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ

  8. ทำตามคำแนะนำของเจ้าพนักงาน

    • รวมถึงข้อบังคับ ระเบียบ และคำสั่งจากกรุงเทพมหานคร

สรุปง่าย ๆ: เลี้ยงได้ แต่ต้องสะอาด ปลอดภัย ไม่เดือดร้อนใคร และร่วมมือกับภาครัฐเมื่อมีปัญหา

จำกัดจำนวนหมาแมวในบ้าน/คอนโด เลี้ยงได้กี่ตัว

สำหรับทาสหมาแมวในกรุงเทพฯ มีการกำหนดจำนวนสูงสุดตามพื้นที่บ้านหรือห้อง ดังนี้

อาคารชุด / ห้องเช่า

  1. พื้นที่ 20–ไม่เกิน 80 ตารางเมตร

    • เลี้ยง ได้ไม่เกิน 1 ตัว

  2. พื้นที่ ตั้งแต่ 80 ตารางเมตรขึ้นไป

    • เลี้ยงรวมกัน (หมา+แมว) ได้ไม่เกิน 2 ตัว

บ้าน/ที่ดิน

  1. เนื้อที่ดิน ไม่เกิน 20 ตารางวา

    • เลี้ยงรวมกันได้ ไม่เกิน 2 ตัว

  2. เนื้อที่ดิน 20–ไม่เกิน 50 ตารางวา

    • เลี้ยงรวมกันได้ ไม่เกิน 3 ตัว

  3. เนื้อที่ดิน 50–ไม่เกิน 100 ตารางวา

    • เลี้ยงรวมกันได้ ไม่เกิน 4 ตัว

  4. เนื้อที่ดิน ตั้งแต่ 100 ตารางวา ขึ้นไป

    • เลี้ยงรวมกันได้ ไม่เกิน 6 ตัว

จุดสำคัญคือ “รวมกัน” หมายถึงจำนวนหมาและแมวรวมกัน ไม่ใช่แยกกันคนละโควตา

ถ้าเลี้ยงเกินจำนวนก่อนกฎหมายบังคับ ใช้สิทธิ์ยังไงไม่ให้ผิด

สำหรับใครที่มีน้องหมาน้องแมวมากกว่าที่กำหนด และเลี้ยงอยู่แล้วก่อน 10 มกราคม 2569 ไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องเอาออกจากบ้าน

แต่ต้อง แจ้งต่อสำนักงานเขต ภายใน 90 วันหลังข้อบัญญัติมีผลใช้บังคับ หรือภายใน วันที่ 9 เมษายน 2569

กรณีเลี้ยงเกินจำนวนเพื่อทำกิจการ เช่น

  • ฟาร์มสัตว์

  • ร้านขายสัตว์เลี้ยง

  • คาเฟ่สัตว์เลี้ยง

  • ร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์

  • โรงแรมสัตว์

จะต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วย กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพิ่มเติมด้วย

สื่อสารง่าย ๆ: ถ้าเลี้ยงอยู่แล้วเกินจำนวน อย่าตกใจ อย่าเอาน้องไปทิ้ง ให้ไปแจ้งเขต และเลี้ยงต่อแบบรับผิดชอบ

จดทะเบียน + ฝังไมโครชิป: หน้าที่ใหม่ที่ทาสต้องรู้

เจ้าของหมาและแมวในกรุงเทพฯ ต้องพาน้องไป จดทะเบียน ออกบัตรประจำตัว และฝังไมโครชิป ตามเงื่อนไขต่อไปนี้

  • ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่สัตว์เกิด

  • หรือภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นำสัตว์มาเลี้ยงในเขตกรุงเทพฯ

เจ้าของสามารถไปดำเนินการด้วยตัวเอง หรือมอบอำนาจให้คนอื่นไปแทนได้ โดยยื่นคำขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ หน่วยงานที่รับจดทะเบียน เช่น

  • สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย

  • สำนักงานเขต

เอกสารที่ควรเตรียมไป

  • บัตรประชาชนเจ้าของสัตว์

  • ทะเบียนบ้านที่สัตว์อาศัยอยู่

  • หนังสือยินยอมจากผู้ให้เช่า (ถ้าเป็นผู้เช่า)

  • ใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (ถ้ามี)

  • ใบรับรองการทำหมันจากสัตวแพทย์ (ถ้ามี)

  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

การจดทะเบียนและฝังชิปไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือการผูกตัวตนของน้องกับเจ้าของอย่างเป็นทางการ ช่วยตามตัวน้องกลับบ้านได้หากหลงทาง

พาน้องหมาแมวออกนอกบ้าน ต้องทำอะไรบ้าง

เวลาพาน้องออกจากสถานที่เลี้ยง เจ้าของต้องปฏิบัติตามกฎเพื่อความปลอดภัยของทั้งน้องและสังคม

  1. แสดงบัตรประจำตัวสัตว์

    • หากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเรียกตรวจ

  2. ควบคุมสัตว์ด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม

    • ใช้สายจูงที่แข็งแรงและจับสายจูงไว้ตลอดเวลา

    • หรือใช้กระเป๋า คอก กรง หรืออุปกรณ์อื่นที่เหมาะสม

    • จุดสำคัญคือ ต้องไม่ให้สัตว์เป็นอันตรายต่อคนหรือสัตว์อื่น

  3. สุนัขควบคุมพิเศษต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ
    กลุ่มสายพันธุ์ เช่น

    • พิทบูลเทอร์เรีย

    • บูลเทอร์เรีย

    • สเตฟฟอร์ดเซอร์บูลเทอร์เรีย

    • รอทไวเลอร์

    • ฟิล่าบราซิลเลียโร

    ต้องปฏิบัติดังนี้

    • ใส่ อุปกรณ์ครอบปาก

    • ใช้สายจูงที่มั่นคงแข็งแรง

    • จับสายจูงห่างจากคอสุนัข ไม่เกิน 50 เซนติเมตร ตลอดเวลา

  4. ข้อจำกัดเรื่องอายุคนที่พาน้องออกนอกบ้าน

    • ห้ามบุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือมากกว่า 65 ปี นำสุนัขควบคุมพิเศษออกนอกสถานที่เลี้ยง

ถ้าฝ่าฝืนมีโทษอะไร

ผู้ใดฝ่าฝืนข้อบัญญัติฉบับนี้ มีโทษตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

  • ฝ่าฝืนตาม มาตรา 29 มีโทษปรับ ไม่เกิน 25,000 บาท

ทำไมต้องจดทะเบียนและฝังไมโครชิป – ประโยชน์ที่ได้จริง

ข้อบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้เน้นแต่โทษ แต่ยังมีประโยชน์ที่จับต้องได้สำหรับทั้งเจ้าของและสังคม

1. ฝังไมโครชิป + จดทะเบียน

ไมโครชิปมีอายุการใช้งานตลอดช่วงชีวิตของสัตว์ และ ไม่หายง่ายเหมือนป้ายห้อยคอ

ประโยชน์หลัก ๆ ได้แก่

  • หากพบสัตว์ที่ฝังไมโครชิปในที่สาธารณะ กรุงเทพมหานครสามารถ ตรวจสอบและติดต่อเจ้าของได้

  • ใช้ยืนยันตัวตนสัตว์ในกรณีเกิดข้อพิพาท เช่น สัตว์ถูกสลับตัว

2. ลดสัตว์จรและปัญหาการถูกปล่อยทิ้ง

  • เมื่อสัตว์มีตัวตนในระบบ การปล่อยทิ้งจะถูกติดตามได้ง่ายขึ้น

  • ควบคู่ไปกับการควบคุมประชากรสัตว์จรผ่าน
    • โครงการควบคุมแมวจรในชุมชน

    • โครงการจ้างเหมาผ่าตัดทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

เป้าหมายระยะยาวคือ เมืองที่สัตว์เลี้ยงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพชีวิต และคนอยู่ร่วมกับสัตว์ได้โดยไม่เดือดร้อน

การเตรียมความพร้อมของ กทม. ด้านบริการสัตวแพทย์

เพื่อรองรับข้อบัญญัติฉบับนี้ กรุงเทพมหานครมีการทำงานเชิงรุกหลายด้าน เช่น

  • ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สัตวแพทยสภา สมาคมสัตวแพทย์ สมาคมผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ชมรมสถานพยาบาลสัตว์ และเครือข่ายต่าง ๆ

  • รณรงค์ให้ประชาชน จดทะเบียนและฝังไมโครชิปสุนัขและแมว

  • ออกหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เชิงรุกใน 6 กลุ่มเขต ร่วมกับเครือข่ายเอกชน

  • ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ ให้คนเลี้ยงสัตว์รู้สิทธิและหน้าที่ของตน

คลินิกสัตวแพทย์ กทม. ที่ให้บริการฉีดวัคซีน + จดทะเบียน

ในปัจจุบัน กทม. มีคลินิกสัตวแพทย์ที่ช่วยดูแลเรื่อง การควบคุมประชากรสัตว์ ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า และจดทะเบียนสัตว์ รวมอย่างน้อย 8 แห่ง เช่น

  1. กลุ่มควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ถ.มิตรไมตรี เขตดินแดง โทร. 0 2248 7417

  2. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 1 สี่พระยา เขตบางรัก โทร. 0 2236 4055 ต่อ 213

  3. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 2 มีนบุรี เขตมีนบุรี โทร. 0 2914 5822

  4. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 3 วัดธาตุทอง เขตวัฒนา โทร. 0 2392 9278

  5. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 4 บางเขน เขตจตุจักร โทร. 0 2579 1342

  6. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 5 วัดหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่ โทร. 0 2472 5895 ต่อ 109

  7. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 6 ช่วง นุชเนตร เขตจอมทอง โทร. 0 2476 6493 ต่อ 1104

  8. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 7 บางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย โทร. 0 2411 2432

ทาสหมาแมวสามารถใช้บริการในคลินิกเหล่านี้เพื่อฉีดวัคซีน ทำหมัน และจดทะเบียนได้ตามขั้นตอน

ศูนย์ควบคุมและพักพิงสุนัขกรุงเทพมหานคร

เพื่อจัดการปัญหาสุนัขจรและสุนัขที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย กทม. มีศูนย์ควบคุมและพักพิงที่ทำงานเป็นระบบ

1. ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร เขตประเวศ

ทำหน้าที่รับสุนัขและแมวจากเรื่องร้องเรียนใน 4 กรณีสำคัญ ได้แก่

  1. สงสัยหรือสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า

  2. กัดทำร้ายคน โดยมีหลักฐานชัดเจน

  3. ดุร้ายหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อความปลอดภัย และตรวจสอบแล้วว่ามีมูล

  4. เจ้าของสิ้นสภาพการเลี้ยง และไม่มีทายาทรับเลี้ยงต่อ

ที่นี่จะมีการ

  • ผ่าตัดทำหมัน

  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

  • ทำเครื่องหมาย ก่อนปล่อยกลับคืนพื้นที่เดิมให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้

  • คัดเลือกสุนัขและแมวที่สุขภาพดีและมีพฤติกรรมเหมาะสม เพื่อนำไปประชาสัมพันธ์หาผู้อุปการะ ร่วมกับมูลนิธิและองค์กรต่าง ๆ

2. ศูนย์พักพิงสุนัขกรุงเทพมหานคร จ.อุทัยธานี

รับสุนัขจากศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร เขตประเวศ เพื่อนำไปเลี้ยงดูจนหมดอายุขัย

สรุป: ทาสหมาแมวต้องทำอะไรบ้างให้รอดข้อบัญญัติ 2567

เพื่อเลี้ยงน้องหมาน้องแมวในกรุงเทพฯ ให้ ถูกกฎหมายและอยู่ได้อย่างสบายใจ ให้จำ 5 เรื่องนี้ไว้

  • เลี้ยงตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ตามขนาดพื้นที่บ้านหรือคอนโด

  • จดทะเบียน + ฝังไมโครชิป + ทำบัตรประจำตัว ให้เรียบร้อยตามกำหนดเวลา

  • ทำหมันและฉีดวัคซีนสม่ำเสมอ โดยเฉพาะวัคซีนพิษสุนัขบ้า

  • ดูแลความสะอาดและไม่สร้างความเดือดร้อน ให้เพื่อนบ้านและชุมชน

  • อย่าทิ้งสัตว์ โดยเฉพาะเมื่อกฎหมายเข้มงวดขึ้น ยิ่งต้องรับผิดชอบเขาให้ถึงที่สุด

เลี้ยงเขาแล้ว เลี้ยงให้สุด รับผิดชอบให้เต็ม ไม่ใช่แค่รักตอนน่ารัก แต่ดูแลเขาไปจนวันสุดท้ายของชีวิตเขา

ข้อบัญญัติฉบับนี้ ถ้าเข้าใจให้ถูกและทำตามอย่างมีสติ จะกลายเป็นเกราะป้องกันทั้งสำหรับคนเลี้ยง สัตว์เลี้ยง และทั้งเมือง ไม่ใช่ภาระ แต่คือกติกาที่ช่วยให้ทุกชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน