น้ำท่วมทีไร อย่าลืมคิดถึง “โรคฉี่หนู”
ช่วงฝนตกหนัก น้ำท่วมขังหลายพื้นที่ นอกจากปัญหาน้ำเดินทางลำบากแล้ว สิ่งที่แอบมาด้วยแบบเงียบ ๆ ก็คือเชื้อโรคในน้ำ โดยเฉพาะ โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ “โรคฉี่หนู”
โรคนี้ไม่ได้กระทบแค่คน แต่ยังเป็นโรคสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขด้วย โดยเฉพาะบ้านไหนที่หมาชอบลงเล่นน้ำ เดินลุยน้ำ หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง ยิ่งต้องรู้จักโรคนี้ให้ดี เพื่อป้องกันทั้งตัวเราและน้องหมาไปพร้อมกัน
โรคฉี่หนูคืออะไร และเชื้อมาจากไหน
โรคฉี่หนูเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Leptospira (เลปโตสไปรา) เชื้อนี้พบได้ในสัตว์หลากหลายชนิด เช่น
หนู
ค้างคาว
สุนัข
สุกร
โค กระบือ
เชื้อจะขับออกมากับ ปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อหรือเป็นพาหะ เมื่อปัสสาวะเหล่านี้ปนเปื้อนลงในดิน น้ำ อาหาร หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ก็กลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อทันที
ช่วงที่มีฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง เชื้อจะถูกชะล้าง กระจายไปตามแหล่งน้ำได้ง่ายขึ้น น้ำที่เห็นใส ๆ อาจมีเชื้อปะปนอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัว
เส้นทางการติดเชื้อของคน
เชื้อแบคทีเรียเลปโตสไปราสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านทาง
ผิวหนัง โดยเฉพาะ บริเวณที่มีแผลเปิด แผลถลอก หรือรอยเกาเล็ก ๆ ก็เสี่ยงได้
เยื่อบุผิว เช่น ตา ปาก จมูก
คนมักติดเชื้อจากการ
สัมผัสน้ำ หรือลุยน้ำที่ปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์พาหะ
สัมผัสดินโคลนหรือสิ่งแวดล้อมชื้นแฉะที่มีเชื้อ
บริโภคอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อน
ยิ่งแช่อยู่ในน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะถ้ามีแผล หรือไม่ได้ป้องกันร่างกายให้ดี
อาการโรคฉี่หนูในคน ต้องสังเกตอะไร
ผู้ที่ติดเชื้อมักจะเริ่มมีอาการภายใน 5–14 วัน หลังจากได้รับเชื้อ แต่อาการของโรคนี้ค่อนข้างหลากหลาย และบางคนไม่มีอาการชัดเจนเลยด้วยซ้ำ
ในกลุ่มที่เริ่มมีอาการ มักจะเป็นลักษณะคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น
มีไข้
ปวดหัว
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น
ผื่นที่ผิวหนัง
ตาแดง
ไอ หรือหายใจลำบาก
คลื่นไส้ อาเจียน
ท้องเสีย
ปวดท้อง
หากมีอาการเหล่านี้ ร่วมกับประวัติว่าพึ่งไปลุยน้ำ แช่น้ำ พื้นที่ชื้นแฉะ หรืออยู่ใกล้แหล่งที่อาจปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์ ไม่ควรรอดูอาการเอง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาโดยเร็ว
ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจถึงชีวิต
ประมาณ 10% ของผู้ติดเชื้อ อาจพัฒนาไปสู่ภาวะรุนแรง ซึ่งไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้อวัยวะสำคัญล้มเหลวหลายระบบพร้อมกัน ได้แก่
เลือดออกในตา
ไตวาย สังเกตได้จากปริมาณปัสสาวะน้อยลง
ตับวาย มีภาวะดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
ระบบการหายใจล้มเหลว มีอาการหายใจเร็ว หายใจลำบาก ไอเป็นเลือด
กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
ภาวะเหล่านี้อาจเกิดขึ้นทีละอวัยวะ หรือเกิดพร้อมกันหลายระบบ ผู้ป่วยกลุ่มนี้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะช็อก และอาจเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา
วิธีป้องกันที่ดีที่สุด: เลี่ยงน้ำเสี่ยง เลี่ยงเชื้อ
หัวใจสำคัญของการป้องกันโรคฉี่หนู คือ “อย่าปล่อยให้ตัวเองต้องไปสัมผัสน้ำหรือสิ่งแวดล้อมที่มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อ”
ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ยังสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลตัวเองให้รัดกุมมากขึ้น ดังนี้
เลือกกินอาหารที่สะอาดและปรุงสุกใหม่
ดื่มน้ำต้มสุก หรือน้ำบรรจุขวดที่ปิดสนิท
หลีกเลี่ยงน้ำดื่มที่ไม่แน่ใจแหล่งที่มา
แต่งกายให้มิดชิดเมื่อจำเป็นต้องลุยน้ำหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง
สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
หากมีแผลตามร่างกาย ให้ใช้พลาสเตอร์กันน้ำปิดแผลก่อนลงน้ำหรือเดินลุยน้ำ
จัดการสิ่งแวดล้อมรอบบ้านไม่ให้เป็นสวรรค์ของหนู
กำจัดขยะ และเศษอาหาร
ดูแลพื้นที่รอบบ้านให้สะอาด เพื่อลดแหล่งอาศัยและแหล่งอาหารของหนู
หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำหรือแช่น้ำที่ท่วมขังโดยไม่จำเป็น
งดว่ายน้ำ แช่น้ำ หรือดำน้ำในบริเวณน้ำท่วม
หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบู๊ทหรืออุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ
เมื่อกลับถึงบ้านให้รีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที
ระวังสัตว์เลี้ยงในบ้าน โดยเฉพาะสุนัข
หากสงสัยว่าน้องหมาอาจเป็นโรคฉี่หนู ให้รีบปรึกษาสัตวแพทย์
สุนัขที่ติดเชื้ออาจมีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือปัสสาวะผิดปกติ
ในโค กระบือ อาจพบว่าสร้างน้ำนมน้อยลง แท้งลูก หรือลูกเกิดมาไม่แข็งแรง
ในบางกรณี แพทย์หรือเภสัชกรอาจพิจารณาให้ยาต้านจุลชีพเพื่อป้องกัน
ใช้เฉพาะภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น
รักษาได้ แต่ต้องไม่ชะล่าใจ
ข่าวดีของโรคฉี่หนูคือ สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาต้านจุลชีพ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็วและถูกต้อง
ดังนั้น หากคุณมีอาการน่าสงสัย และเคยมีประวัติลุยน้ำ แช่น้ำขัง หรืออยู่ใกล้แหล่งน้ำท่วมที่อาจปนเปื้อนเชื้อ อย่ารอให้หนักก่อนค่อยไปโรงพยาบาล แม้อาการจะยังไม่รุนแรงก็ควรตรวจให้แน่ใจ
เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่รักษา โรคฉี่หนูอาจพัฒนาไปสู่ภาวะรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
สรุป: หลังน้ำท่วม อย่าปล่อยให้โรคฉี่หนูตามมาถึงบ้าน
น้ำท่วม = ความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์พาหะ โดยเฉพาะหนู
โรคฉี่หนูติดต่อได้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข
อาการช่วงแรกอาจดูเหมือนไข้หวัดใหญ่ แต่สามารถลุกลามจนทำให้ไต ตับ ปอด และหัวใจมีปัญหาได้
การป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำเสี่ยง ป้องกันผิวหนังไม่ให้มีแผลเปิด และดูแลความสะอาดอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งแวดล้อม
ดูแลตัวเองและน้องหมาให้ดีทุกครั้งที่มีเหตุฝนตกน้ำท่วม เพราะแค่รอบคอบเพิ่มขึ้นอีกนิด ก็ช่วยลดโอกาสเสี่ยงจากโรคฉี่หนูได้มากแล้ว

