รับแอปรับแอป

ระวังให้ดี! โรคฉี่หนูหลังน้ำท่วม ภัยเงียบที่คน-หมาเสี่ยงไปพร้อมกัน

ปกรณ์ชัย พูนผล01-29

น้ำท่วมทีไร อย่าลืมคิดถึง “โรคฉี่หนู”

ช่วงฝนตกหนัก น้ำท่วมขังหลายพื้นที่ นอกจากปัญหาน้ำเดินทางลำบากแล้ว สิ่งที่แอบมาด้วยแบบเงียบ ๆ ก็คือเชื้อโรคในน้ำ โดยเฉพาะ โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ “โรคฉี่หนู”

โรคนี้ไม่ได้กระทบแค่คน แต่ยังเป็นโรคสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขด้วย โดยเฉพาะบ้านไหนที่หมาชอบลงเล่นน้ำ เดินลุยน้ำ หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง ยิ่งต้องรู้จักโรคนี้ให้ดี เพื่อป้องกันทั้งตัวเราและน้องหมาไปพร้อมกัน

โรคฉี่หนูคืออะไร และเชื้อมาจากไหน

โรคฉี่หนูเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Leptospira (เลปโตสไปรา) เชื้อนี้พบได้ในสัตว์หลากหลายชนิด เช่น

  • หนู

  • ค้างคาว

  • สุนัข

  • สุกร

  • โค กระบือ

เชื้อจะขับออกมากับ ปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อหรือเป็นพาหะ เมื่อปัสสาวะเหล่านี้ปนเปื้อนลงในดิน น้ำ อาหาร หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ก็กลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อทันที

ช่วงที่มีฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง เชื้อจะถูกชะล้าง กระจายไปตามแหล่งน้ำได้ง่ายขึ้น น้ำที่เห็นใส ๆ อาจมีเชื้อปะปนอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัว

เส้นทางการติดเชื้อของคน

เชื้อแบคทีเรียเลปโตสไปราสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านทาง

  • ผิวหนัง โดยเฉพาะ บริเวณที่มีแผลเปิด แผลถลอก หรือรอยเกาเล็ก ๆ ก็เสี่ยงได้

  • เยื่อบุผิว เช่น ตา ปาก จมูก

คนมักติดเชื้อจากการ

  • สัมผัสน้ำ หรือลุยน้ำที่ปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์พาหะ

  • สัมผัสดินโคลนหรือสิ่งแวดล้อมชื้นแฉะที่มีเชื้อ

  • บริโภคอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อน

ยิ่งแช่อยู่ในน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะถ้ามีแผล หรือไม่ได้ป้องกันร่างกายให้ดี

อาการโรคฉี่หนูในคน ต้องสังเกตอะไร

ผู้ที่ติดเชื้อมักจะเริ่มมีอาการภายใน 5–14 วัน หลังจากได้รับเชื้อ แต่อาการของโรคนี้ค่อนข้างหลากหลาย และบางคนไม่มีอาการชัดเจนเลยด้วยซ้ำ

ในกลุ่มที่เริ่มมีอาการ มักจะเป็นลักษณะคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น

  • มีไข้

  • ปวดหัว

  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น

  • ผื่นที่ผิวหนัง

  • ตาแดง

  • ไอ หรือหายใจลำบาก

  • คลื่นไส้ อาเจียน

  • ท้องเสีย

  • ปวดท้อง

หากมีอาการเหล่านี้ ร่วมกับประวัติว่าพึ่งไปลุยน้ำ แช่น้ำ พื้นที่ชื้นแฉะ หรืออยู่ใกล้แหล่งที่อาจปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์ ไม่ควรรอดูอาการเอง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาโดยเร็ว

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจถึงชีวิต

ประมาณ 10% ของผู้ติดเชื้อ อาจพัฒนาไปสู่ภาวะรุนแรง ซึ่งไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้อวัยวะสำคัญล้มเหลวหลายระบบพร้อมกัน ได้แก่

  • เลือดออกในตา

  • ไตวาย สังเกตได้จากปริมาณปัสสาวะน้อยลง

  • ตับวาย มีภาวะดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง

  • ระบบการหายใจล้มเหลว มีอาการหายใจเร็ว หายใจลำบาก ไอเป็นเลือด

  • กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

ภาวะเหล่านี้อาจเกิดขึ้นทีละอวัยวะ หรือเกิดพร้อมกันหลายระบบ ผู้ป่วยกลุ่มนี้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะช็อก และอาจเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา

วิธีป้องกันที่ดีที่สุด: เลี่ยงน้ำเสี่ยง เลี่ยงเชื้อ

หัวใจสำคัญของการป้องกันโรคฉี่หนู คือ “อย่าปล่อยให้ตัวเองต้องไปสัมผัสน้ำหรือสิ่งแวดล้อมที่มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อ”

ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ยังสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลตัวเองให้รัดกุมมากขึ้น ดังนี้

  • เลือกกินอาหารที่สะอาดและปรุงสุกใหม่

    • ดื่มน้ำต้มสุก หรือน้ำบรรจุขวดที่ปิดสนิท

    • หลีกเลี่ยงน้ำดื่มที่ไม่แน่ใจแหล่งที่มา

  • แต่งกายให้มิดชิดเมื่อจำเป็นต้องลุยน้ำหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง

    • สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว

    • หากมีแผลตามร่างกาย ให้ใช้พลาสเตอร์กันน้ำปิดแผลก่อนลงน้ำหรือเดินลุยน้ำ

  • จัดการสิ่งแวดล้อมรอบบ้านไม่ให้เป็นสวรรค์ของหนู

    • กำจัดขยะ และเศษอาหาร

    • ดูแลพื้นที่รอบบ้านให้สะอาด เพื่อลดแหล่งอาศัยและแหล่งอาหารของหนู

  • หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำหรือแช่น้ำที่ท่วมขังโดยไม่จำเป็น

    • งดว่ายน้ำ แช่น้ำ หรือดำน้ำในบริเวณน้ำท่วม

    • หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบู๊ทหรืออุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ

    • เมื่อกลับถึงบ้านให้รีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที

  • ระวังสัตว์เลี้ยงในบ้าน โดยเฉพาะสุนัข

    • หากสงสัยว่าน้องหมาอาจเป็นโรคฉี่หนู ให้รีบปรึกษาสัตวแพทย์

    • สุนัขที่ติดเชื้ออาจมีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือปัสสาวะผิดปกติ

    • ในโค กระบือ อาจพบว่าสร้างน้ำนมน้อยลง แท้งลูก หรือลูกเกิดมาไม่แข็งแรง

  • ในบางกรณี แพทย์หรือเภสัชกรอาจพิจารณาให้ยาต้านจุลชีพเพื่อป้องกัน

    • ใช้เฉพาะภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น

รักษาได้ แต่ต้องไม่ชะล่าใจ

ข่าวดีของโรคฉี่หนูคือ สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาต้านจุลชีพ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็วและถูกต้อง

ดังนั้น หากคุณมีอาการน่าสงสัย และเคยมีประวัติลุยน้ำ แช่น้ำขัง หรืออยู่ใกล้แหล่งน้ำท่วมที่อาจปนเปื้อนเชื้อ อย่ารอให้หนักก่อนค่อยไปโรงพยาบาล แม้อาการจะยังไม่รุนแรงก็ควรตรวจให้แน่ใจ

เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่รักษา โรคฉี่หนูอาจพัฒนาไปสู่ภาวะรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

สรุป: หลังน้ำท่วม อย่าปล่อยให้โรคฉี่หนูตามมาถึงบ้าน

  • น้ำท่วม = ความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์พาหะ โดยเฉพาะหนู

  • โรคฉี่หนูติดต่อได้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข

  • อาการช่วงแรกอาจดูเหมือนไข้หวัดใหญ่ แต่สามารถลุกลามจนทำให้ไต ตับ ปอด และหัวใจมีปัญหาได้

  • การป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำเสี่ยง ป้องกันผิวหนังไม่ให้มีแผลเปิด และดูแลความสะอาดอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งแวดล้อม

ดูแลตัวเองและน้องหมาให้ดีทุกครั้งที่มีเหตุฝนตกน้ำท่วม เพราะแค่รอบคอบเพิ่มขึ้นอีกนิด ก็ช่วยลดโอกาสเสี่ยงจากโรคฉี่หนูได้มากแล้ว