รับแอปรับแอป

หนีเมืองมาซบเขาใหญ่: เปิดพิกัด Tamarind Cove Khaoyai ร้านลับสุดชิลใต้ต้นมะขามร้อยปี

ภาณุพงศ์ พรหมมา01-29

ซ่อนตัวอยู่ริมน้ำ แต่ดังในใจสายกิน

ถ้าใจมันล้าจากเมืองวุ่น ๆ ถึงเวลาหนีมาหาความสงบในอ้อมกอดเขาใหญ่กันบ้างแล้ว และหนึ่งในจุดแวะที่ไม่ควรพลาดตอนนี้ต้องยกให้ Tamarind Cove Khaoyai ร้านอาหารบรรยากาศดีที่ซ่อนตัวอยู่ริมลำน้ำลำตะคอง ที่ผสมความชิล ความหรู และความอบอุ่นไว้ในที่เดียว

ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่อาหาร แต่คือ “ที่พักใจ” ท่ามกลางธรรมชาติเต็ม ๆ ต้นไม้ ลมเย็น เสียงน้ำ และวิวลำตะคองที่ไหลเคียงคู่ร้าน ให้ฟีลหลุดออกจากโลกเดิมแบบไม่ต้องพยายามมาก

เสน่ห์สำคัญของร้านคือ “ต้นมะขามยักษ์ร้อยปี” ที่ยืนเด่นอยู่ใกล้ตัวร้าน ดีไซน์อาคารเหมือนโอบล้อมกันและกัน กลายเป็นมุมโปรดของสายถ่ายรูปและคนรักบรรยากาศธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตก แสงจะนุ่ม ฟ้าจะสวย และอารมณ์จะโรแมนติกแบบไม่ตั้งใจ

แถมที่นี่ Pet-Friendly เต็มตัว สายพาน้องหมา น้องแมว มานั่งชิลในโซนคาเฟ่หรือโซน outdoor บอกเลยว่าคือสวรรค์ของทั้งเจ้าของและเพื่อนรักสี่ขา

เชฟนีซ กับครัวสไตล์ Le Cordon Bleu ในบรรยากาศสบาย ๆ

หัวใจของ Tamarind Cove Khaoyai คือครัวที่นำทีมโดย เชฟนีซ เชฟและเจ้าของร้านที่สั่งสมประสบการณ์จากสถาบันระดับโลก Le Cordon Bleu และเคยร่วมงานเคียงข้างเชฟมิชลินชื่อดังมาแล้วนับไม่ถ้วน

เพราะรักในการทำอาหารแบบจริงจัง ทุกจานจึงไม่ได้เสิร์ฟแค่ความอร่อย แต่ใส่ มาตรฐานสากล + ความใส่ใจในดีเทล ลงไปในทุกขั้นตอน เทกซ์เจอร์ รสชาติ และการจัดจานถูกคิดมาอย่างดีจนแต่ละคำเล่าเรื่องได้

สไตล์ของร้านคือ Premium Casual Dining อาหารหน้าตาเรียบง่ายกินง่าย แต่ซ่อนเทคนิคปรุงชั้นสูงและวัตถุดิบพรีเมียมที่คัดมาด้วยมือ บรรยากาศร้านออกแบบแนวโมเดิร์นแต่โอบด้วยความผ่อนคลาย ให้ฟีล “มานั่งกินดี ๆ แบบไม่ต้องเกร็ง”

เสียงเพลงคลอเบา ๆ การเปิดรับแสงธรรมชาติ และวิวโค้งน้ำลำตะคองที่มองได้จากหลายมุม ทำให้ ถ่ายรูปมุมไหนก็แสงดี เรียกได้ว่าเป็นทั้งร้านอาหารและสตูดิโอถ่ายรูปธรรมชาติในตัวเดียว

All Day Brunch & Dinner ที่ทำให้ทุกโมเมนต์น่าจดจำ

ที่นี่ไม่ได้เสิร์ฟเฉพาะมื้อค่ำ แต่ยังมีเมนูแนว All Day Brunch ที่ตอบโจทย์ทั้งสายสายชิล สายทำงานนอกออฟฟิศ หรือสายมาเดทยาว ๆ ตั้งแต่กลางวันจนถึงเย็น

เมนูถูกออกแบบให้แต่ละช่วงเวลาของวันมีเสน่ห์ของตัวเอง ตั้งแต่จานเบา ๆ แบบเรียกน้ำย่อย ไปจนถึงเมนูจัดเต็มสำหรับคนที่อยากให้มื้อนี้เป็น “special moment” ของทริปเขาใหญ่

เมนูห้ามพลาดของสายเนื้อและสายของหวาน

Tamarind Wood Smoked Hunger Steak & Fries

หนึ่งในตัวท็อปสายเนื้อที่ชื่ออาจอ่านยาว แต่ความอร่อยมัดใจตั้งแต่คำแรก ร้านใช้เนื้อ Wagyu Australian ส่วน Hangar ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติแน่นและกลมกล่อม

จุดพีคคือการ รมควันด้วยถ่านบิโชตันจากไม้มะขาม ถ่านคุณภาพสูงที่ให้ความร้อนนิ่ง ๆ ไม่ควันโขมง แต่เพิ่มกลิ่นหอมละมุนเฉพาะตัวให้เนื้อ กลิ่นไม้มะขามที่ซึมเข้าชิ้นเนื้อ ทำให้ทุกคำทั้งหอม ทั้งนุ่ม ละลายในปากแบบไม่ต้องออกแรง ไม่มีไขมันส่วนเกินมากวนใจ เสิร์ฟคู่เฟรนช์ฟรายส์และซอสสูตรของร้านที่ช่วยดึงรสให้ครบมิติ

Tiramisu Lava

สายของหวานห้ามเลื่อนผ่าน “Tiramisu Lava” เมนูที่กลายเป็นลูกรักของหลายโต๊ะตั้งแต่เปิดร้าน จุดเด่นอยู่ที่รสชาติที่ เข้มแต่ไม่ขมจัด หวานพอดี และไส้ด้านในที่แตกต่างแบบไม่เหมือนทิรามิสุตามคาเฟ่ทั่วไป

เนื้อสัมผัสด้านในไหลละมุน ทำให้ทุกคำรู้สึกเหมือนขนมกำลังละลายไปพร้อมกับอารมณ์ดี ๆ บอกได้คำเดียวว่าเป็นจานที่ทำให้หลายคนต้องสั่งซ้ำ

ซุปทรัฟเฟิลสุดเนียน และจานเรียกน้ำย่อยสุดเนี้ยบ

Truffle Soup with Puffy

ซุปทรัฟเฟิลสไตล์ฝรั่งเศสโบราณที่ทั้งรูปลักษณ์และรสชาติคือ ความหรูหราในชามเดียว เนื้อซุปครีมมี่ ละเอียด เนียน หอมทรัฟเฟิลเต็ม ๆ แบบไม่หวงกลิ่น

ในคำแรกจะสัมผัสได้ถึงความเข้มข้นแต่ไม่เลี่ยน กลิ่นดินเฉพาะตัวของทรัฟเฟิลผสานกับความละมุนของซุปอย่างลงตัว พอทานคู่กับแป้งพัฟฟี่กรอบ ๆ ด้านบน เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มในจะตัดกับความเนียนของซุปได้อย่างสวยงาม ทำให้ แต่ละคำมีหลายเลเยอร์ของความรู้สึก

Burrata Salad

เมนูสลัดที่ดูเรียบง่ายแต่รสชาติไม่ธรรมดา ใช้ มะเขือเทศออร์แกนิกสดจากฟาร์มในเขาใหญ่ ผสานกับความเย็นกรอบของไอซ์แพลน และความนุ่มละลายของบูราต้าชั้นดีนำเข้าจากอิตาลี

ทุกคำคือการค่อย ๆ ปลุกต่อมรับรส เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับจานหลักที่กำลังจะตามมา เป็นเมนูที่ทั้งสดชื่น ทั้งบาลานซ์ และเหมาะมากสำหรับเปิดมื้อ

เมนูปลาพรีเมียมและหมูบ่ม 14 วันสำหรับสายสโลว์ไลฟ์

Grilled Madai Pasta

จานพาสต้าที่เด่นด้วย ปลามาไดสดนำเข้าจากญี่ปุ่น กริลล์จนได้ความสุกแบบพอดี เนื้อปลายังฉ่ำ ไม่แห้ง รสละมุน ซึ่งเข้ากับซอสสูตรลับของทางร้านได้อย่างกลมกล่อม

ทุกคำทั้งหอมมัน นุ่ม และมีความเบาที่ทำให้กินได้เรื่อย ๆ แบบไม่หนักจนเกินไป เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้จานหลักที่ไม่มันจัดแต่ยังรู้สึกพิเศษ

Corned Pork Collar

เมนูที่สะท้อนความอดทนและความตั้งใจของเชฟแบบเต็ม ๆ เพราะ ใช้เวลาเตรียมถึง 14 วัน

  • หมูส่วนคอลล่าร์ถูกบ่มในน้ำสมุนไพรยาว ๆ เพื่อให้กลิ่นหอมและรสชาติซึมลึกเข้าไปถึงเนื้อด้านใน

  • หลังจากนั้นนำไปซูวีดจนได้เนื้อสัมผัสนุ่มฉ่ำ (Juicy ชัด ๆ) เคี้ยวง่ายแต่ยังรู้สึกถึงโครงสร้างเนื้อหมู

  • เสิร์ฟคู่ซอสพริกไทยอ่อนสูตรพิเศษที่ช่วยดันรสให้ชัด แต่ไม่เผ็ดจัดจนกลบรสหมู

เมนูนี้ให้ฟีล “จานพิเศษสำหรับวันพิเศษ” แบบที่วางตรงหน้าแล้วรู้เลยว่าคุ้มค่ากับการรอ

แซนวิชเนื้ออบ ซี่โครงวากิว และสเต๊กหอมควันไม้มะขาม

Roasted Beef French Dip

เมนูปลอบใจสายแซนวิชที่ชอบอะไรแน่น ๆ Tamarind Cove Khaoyai ใช้เนื้ออบจนได้ระดับ นุ่ม ชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟคู่ขนมปังโฮมเมดอบใหม่ หอมแบบรู้เลยว่าไม่ใช่ขนมปังธรรมดา

ไฮไลต์คือ ซอส Red Wine Jus ที่เคี่ยวจากไวน์คุณภาพรวมกับน้ำสต๊อกเนื้อจนได้รสกลมลึก จุ่มแซนวิชลงไปแต่ละคำคือฟินแบบแทบไม่อยากวาง

Shakshouka Wagyu Short Rib

เมนูเนื้อที่ตีความใหม่ให้สนุกขึ้น ใช้ เนื้อวากิวออสเตรเลียส่วนซี่โครงปลาย ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มแบบแทบไม่ต้องใช้แรงกัด เสิร์ฟกับซอส Shakshouka ที่มีกลิ่นอายผสมระหว่างอิตาเลียนและอาระเบียน รสเข้มแต่กลมกล่อม

จัดจานคู่กับไข่ออนเซ็นเยิ้ม ๆ และขนมปังซาวโดว์อบร้อน กรอบด้านนอก นุ่มด้านใน กินรวมกันทีเดียวคือจบ ครบทั้งเนื้อ ซอส ไข่ และขนมปังในหนึ่งคำ

ของหวานสายฟู สายลาวา และสายแพนเค้ก

Tamarind Cove Tiramisu Lava

เมนูของหวานที่ขึ้นแท่นขายดีอันดับ 1 ของร้านอย่างไม่ต้องสงสัย ตัวลาวาด้านในทั้งเข้ม ทั้งละมุน ทำเอาหลายคนต้องหลุดเสียง WoW แบบไม่ทันตั้งตัว

รสชาติบาลานซ์ดี ไม่หวานแสบคอ ไม่ขมจนเกินไป เนื้อด้านนอกนุ่ม ด้านในไหลละลาย เป็นจานที่เหมาะปิดท้ายมื้อแบบสวย ๆ

Lemon Cheesecake Soufflé

ชีสเค้กในเวอร์ชันที่นุ่มฟูจนต้องเบรกถ่ายรูปก่อนกิน เนื้อซูเฟล่เบาเหมือนก้อนเมฆ ผสมความเปรี้ยวสดชื่นของเลมอนและความมันละมุนของชีสได้อย่างลงตัว

เสิร์ฟร้อน ๆ หอมอบอวลในคำแรก ความหวานและเปรี้ยวถูกบาลานซ์อย่างพอดี เป็นเมนูที่ มีที่เดียวในเขาใหญ่ ที่อยากให้ลองด้วยตัวเอง

Oh my god pancake with Pistachio sauce

แพนเค้กที่ทำแบบ จานต่อจาน เพื่อให้ได้ความนุ่มฟูสดใหม่ทุกเสิร์ฟ ด้านบนตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รี่และครีมสด แล้วราดซอสพิสตาชิโอหอมมันจนเข้าใจเลยว่าทำไมถึงชื่อว่า “Oh my god”

แก้วโปรดของสายค็อกเทลและสายม็อกเทล

ที่นี่ไม่ได้เด่นแค่อาหาร เครื่องดื่มก็จริงจังไม่แพ้กัน ทั้งกาแฟ ชา เพียวมัทฉะนำเข้าจากญี่ปุ่น ไปจนถึงดริงก์สูตรพิเศษที่ใช้ มะขาม (Tamarind) เป็นพระเอก สายเครื่องดื่มจะสนุกกับการลองเมนูใหม่ ๆ ได้แบบไม่มีเบื่อ

Sweet & Sip Collection by Tamarind Cove รวมเครื่องดื่มที่ดีไซน์มาให้ตอบโจทย์ทุกสไตล์ ตั้งแต่สายหวาน สายเปรี้ยว สายชิลนั่งดูวิว ไปจนถึงสายแฮงก์เอาต์ที่อยากได้ฟีลจิบเพลิน ๆ เคียงธรรมชาติ

เชฟดูเองทุกจาน ใส่ใจตั้งแต่ครัวจนถึงโต๊ะ

เชฟนีซลงดีเทลเองในทุกเมนู ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ เทคนิคการปรุง ไปจนถึงการจัดจาน ทุกจานจึงสะท้อน ความหลงใหลในศิลปะการทำอาหาร อย่างจริงจัง

ทุกจานเลยไม่ใช่แค่ “อาหารอร่อย” แต่คือประสบการณ์ที่เล่าเรื่องความตั้งใจผ่านรสชาติและบรรยากาศร่วมกัน

บรรยากาศ: โมเดิร์น เรียบง่าย แต่โอบด้วยธรรมชาติ

ภายในร้านออกแบบสไตล์โมเดิร์นแต่ให้ฟีลอบอุ่นและเป็นกันเอง แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาอย่างพอดี ทำให้บรรยากาศทั้งสบายตาและถ่ายรูปสวยแทบทุกมุม

  • เลือกนั่งได้ทั้งโซนอินดอร์ที่อบอุ่น เป็นส่วนตัว

  • หรือโซนเอาต์ดอร์ที่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุด ๆ มองเห็นลำน้ำลำตะคอง และร่มเงาไม้ใหญ่

เสียงน้ำไหลเบา ๆ บวกกับลมเย็นและเพลงคลอ ทำให้ ทุกโมเมนต์กลายเป็นช่วงเวลาพักผ่อนจริง ๆ จะมากับคนรัก ครอบครัว แก๊งเพื่อน หรือพาน้องหมาน้องแมวมานั่งชิลก็ลงตัว

ใครที่มองหาร้านบรรยากาศดี ๆ ในเขาใหญ่ ที่นั่งได้ตั้งแต่กลางวันยันท้องฟ้าเปลี่ยนสี ที่นี่ตอบโจทย์แบบไม่ต้องลุ้น

สวรรค์ของสาย Pet-Friendly

สำหรับคนรักสัตว์ Tamarind Cove Khaoyai คือพื้นที่ปลอดภัยของทั้งคุณและน้อง ๆ

  • โซนคาเฟ่ต้อนรับน้องหมาน้องแมวอย่างเป็นกันเอง

  • โซนเอาต์ดอร์มีพื้นที่ให้เดินเล่น สูดอากาศ และนั่งพักชิลกับเจ้าของ

บรรยากาศแบบนี้ทำให้ทั้งเจ้าของและเพื่อนสี่ขารู้สึกผ่อนคลายไปพร้อมกัน

ข้อมูลการมาเยือน Tamarind Cove Khaoyai

  • ที่อยู่: 168 หมู่ 3 ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง นครราชสีมา 30130 ประเทศไทย

  • เวลาเปิด–ปิด: เปิดทุกวัน 10.30 - 20.30 น.

  • วันหยุด: หยุดทุกวันอังคารและวันพุธ (Last Order 20.00 น.)

  • โทรจองโต๊ะ / สอบถาม: 084-168-0789

ไม่ว่าจะมาเป็นทริปครอบครัว ทริปคู่รัก หรือมาเดี่ยวแบบอยากหาพื้นที่รีเซ็ตหัวใจ Tamarind Cove Khaoyai คือหนึ่งในพิกัดเขาใหญ่ที่ควรปักหมุดไว้ในลิสต์ แล้วมาพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทำไมหลายคนถึงบอกว่า ที่นี่คือ “มุมลับแห่งความสุข” ที่อยากกลับมาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า