รับแอปรับแอป

ทำงานอยู่ดีๆ ปวดหัวข้างเดียว? อย่าเพิ่งโทษงานอย่างเดียว ร่างกายอาจกำลังเตือนบางอย่าง

cloudy02-25

นั่งทำงานไปสักพัก
จู่ๆ ปวดตุบๆ ข้างซ้าย
หรือหนักหน่วงอยู่ข้างขวา
บางครั้งลามไปถึงตา ขมับ หรือท้ายทอย

อาการปวดหัวข้างเดียวไม่ใช่เรื่องเล็ก
และไม่ได้มีสาเหตุเดียวเสมอไป

มาดูกันว่าเกิดจากอะไร และควรรับมือยังไงแบบถูกจุด


1. ไมเกรน (Migraine) ตัวการยอดฮิต

ถ้าปวดแบบตุบๆ เป็นจังหวะ
ไวต่อแสง เสียง คลื่นไส้
บางครั้งมองเห็นแสงวาบๆ ก่อนปวด

มีโอกาสสูงว่าเป็น ไมเกรน

ไมเกรนมักกระตุ้นโดย:

  • ความเครียดสะสม

  • นอนน้อย

  • อดอาหาร

  • จ้องจอนาน

  • แสงจ้า

  • กลิ่นแรง

คนทำงานหน้าคอมจึงเสี่ยงมาก


2. ปวดศีรษะจากความตึงเครียด (Tension Headache)

แม้จะพบได้ทั้งสองข้าง
แต่หลายคนปวดเด่นชัดด้านเดียว

สาเหตุหลักคือ:

  • เกร็งคอ บ่า ไหล่

  • นั่งหลังค่อม

  • กัดฟันโดยไม่รู้ตัว

  • เครียดเรื้อรัง

อาการจะเหมือนมีอะไรบีบรัดรอบหัว
หนักๆ ตื้อๆ มากกว่าตุบแรง


3. Office Syndrome ลามขึ้นศีรษะ

กล้ามเนื้อคอและไหล่ที่ตึง
สามารถส่งแรงปวดร้าวขึ้นไปถึงขมับหรือเบ้าตาได้

ยิ่งถ้านั่งจอเอียง คอยื่น
จะยิ่งเพิ่มแรงกดที่ต้นคอ

ผลคือปวดหัวข้างเดียวซ้ำๆ แบบไม่รู้จบ


4. สายตาล้า (Digital Eye Strain)

จ้องจอนานกว่า 2–3 ชั่วโมงติดกัน
โดยไม่พักสายตา

กล้ามเนื้อตาทำงานหนัก
จนเกิดอาการปวดร้าวไปถึงขมับ

บางคนปวดเฉพาะด้านที่ถนัดใช้สายตา
เช่น ข้างที่แสงสะท้อนแรงกว่า


5. ภาวะไซนัสอักเสบ

ถ้าปวดข้างเดียวร่วมกับ:

  • คัดจมูก

  • แน่นหน้า

  • ปวดรอบดวงตา

อาจเกี่ยวข้องกับไซนัส
โดยเฉพาะช่วงอากาศเปลี่ยน


แล้วควรแก้ยังไง?

1. เช็กก่อนว่าเป็นไมเกรนหรือไม่

ถ้าปวดตุบแรง
ปวดนานหลายชั่วโมง
มีคลื่นไส้

ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย
ไมเกรนต้องจัดการเฉพาะทาง
ไม่ใช่กินยาแก้ปวดทั่วไปอย่างเดียว


2. ใช้กฎ 20-20-20 พักสายตา

ทุก 20 นาที
มองไกล 20 ฟุต
นาน 20 วินาที

ลดความล้าของตา
ลดการปวดร้าวขมับได้จริง


3. ขยับคอ บ่า ไหล่ ทุกชั่วโมง

ลองท่าง่ายๆ:

  • หมุนไหล่ช้าๆ

  • เอียงคอซ้าย-ขวา

  • ยืดอก เปิดไหล่

เพียง 2–3 นาที
ช่วยลดแรงเกร็งสะสมได้มาก


4. ดื่มน้ำให้พอ

ภาวะขาดน้ำเล็กน้อย
ก็ทำให้ปวดหัวได้แล้ว

ตั้งขวดน้ำไว้บนโต๊ะ
และจิบสม่ำเสมอ


5. ปรับท่านั่งใหม่

เช็กว่า:

  • หน้าจอระดับสายตา

  • หลังตรง ไม่ค่อม

  • เท้าวางเต็มพื้น

  • ไหล่ไม่ห่อ

การจัดสรีระให้ถูก
ลดปวดได้มากกว่ากินยา


6. ลดความเครียดจริงจัง

ความเครียดคือ trigger ใหญ่ของไมเกรน

ลอง:

  • หายใจลึก 5 นาที

  • เดินรับแสงแดด

  • ปิดแจ้งเตือนบางช่วงเวลา

ระบบประสาทที่สงบ
ช่วยลดความถี่ปวดหัวได้จริง


ทำไมคนทำงานยุคนี้ปวดหัวบ่อยขึ้น?

เพราะชีวิตเรามี 3 อย่างมากเกินไป:

  1. หน้าจอ

  2. ความเครียด

  3. การนั่งนิ่ง

ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้นั่งจ้องแสงสีฟ้าวันละ 8–10 ชั่วโมง

อาการปวดหัวข้างเดียวจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่คือสัญญาณเตือนจากระบบประสาท


เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ทันที?

  • ปวดรุนแรงผิดปกติ

  • ปวดแบบไม่เคยเป็นมาก่อน

  • มีแขนขาชา พูดไม่ชัด ตามัว

  • ปวดร่วมกับไข้สูง

อย่าฝืน เพราะบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับภาวะทางระบบประสาทที่รุนแรง

เพราะงานสำคัญก็จริง
แต่สมองของคุณสำคัญกว่า

ถ้าปวดหัวคือเสียงเตือน
อย่าเงียบมันด้วยยาอย่างเดียว
ลองฟังมันดูว่า ร่างกายกำลังขออะไรจากคุณอยู่