เปิดโลกใหม่ของสายกิน–ดื่มที่สยามพารากอน

สยามพารากอนยกระดับตัวเองจากแค่ศูนย์การค้า กลายเป็น World-Class Food & Drink Destination ตัวจริงของเอเชีย ด้วยโปรเจ็กต์ “Siam Paragon Dining Phenomenon” ที่ไม่ได้มีดีแค่ร้านอาหารเยอะ แต่คือการรวบตึงความเป็น “ที่สุด” ของโลกกิน–ดื่มมาไว้ในที่เดียว
กว่า 700 ร้าน ครอบคลุมตั้งแต่ร้านมิชลิน คาเฟ่ลักซ์ชูรี ร้านดังจากต่างประเทศ ร้านอาหารไทยระดับตำนาน ไปจนถึงคาเฟ่และบาร์สำหรับสายแฮงค์เอาต์ เรียกได้ว่ามาแค่ที่เดียวก็เที่ยวกิน–ดื่มได้ทั้งวันยันเที่ยงคืน

ที่นี่ไม่ได้ให้แค่รสชาติอร่อย แต่เล่าเรื่องผ่าน ดีไซน์ บรรยากาศ และศิลปะการกิน ทั้งโซน Paragon Food Hall, Gourmet Eats ที่รีดีไซน์ใหม่ให้ทันสมัย ไปจนถึงคาเฟ่สาย Organic & Health Food และร้านของหวานสุดครีเอทีฟ เพื่อสร้าง Culinary Metropolis – มหานครแห่งรสชาติ สำหรับคนจากทั่วโลก


1. Luxury Dining – ดินเนอร์หรูในแบบที่ไม่มีใครเหมือน
สาย Fine Dining และคาเฟ่หรูต้องมีสะดุ้ง สยามพารากอนจัดเต็มประสบการณ์ระดับ Luxury Dining Experience ที่เล่นใหญ่ทั้งชื่อร้านและคอนเซ็ปต์
DG Caffè – Dolce & Gabbana คาเฟ่แรกและแห่งเดียวในไทย
คาเฟ่ลักซ์ชูรีจากอิตาลีที่ยกความงดงามสไตล์ซิซิเลียนมาไว้กลางกรุงเทพฯ ทั้งโทนสี ดีไซน์ และเมนูที่ออกแบบมาเพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรมการกินแบบอิตาเลียนอย่างแท้จริงBacha Coffee – ตำนานกาแฟโมร็อกโก
คอกาแฟต้องไม่พลาดกับแบรนด์เฮอริเทจที่รวบรวมกาแฟกว่า 200 ชนิด เสิร์ฟด้วยพิธีกรรมการชงแบบเหนือกาลเวลา ให้ประสบการณ์จิบกาแฟที่ทั้งหรู ทั้งยูนีค
และยังมี Chef’s Table รวมถึงร้านลักซ์ชูรีไดนิ่งจากทั่วโลกที่กำลังจะทยอยเปิดในปี 2569 เติมเต็มภาพของมหานครแห่งสุนทรียรสที่ตั้งใจเป็นจุดหมายปลายทางของคนรักการกินแบบพรีเมียมตัวจริง


2. Famous International Restaurants – รวมตัวท็อปจากทั่วโลก
สยามพารากอนไม่ได้แค่มีร้านจากต่างประเทศ แต่หลายร้านคือ แลนด์มาร์กแรกและแห่งเดียวในไทย ที่เลือกเปิดสาขาที่นี่
ร้านไฮไลต์ที่สายฟู้ดดี้ต้องตามไปเช็กอิน เช่น
Ginza Bairin – ทงคัตสึระดับตำนานจากย่านกินซ่า โตเกียว
Gordon Ramsay Street Burger – เบอร์เกอร์สูตรเฉพาะจากเชฟระดับโลก กอร์ดอน แรมซีย์
KuanZhai Panda – อาหารจีนรสชาติต้นตำรับจากเฉิงตู
L’Antica Pizzeria Da Michelle – พิซซ่าเจ้าดังจากเนเปิลส์ เมืองที่คนรักพิซซ่าต้องรู้จัก
Soba House Konjiki Hototogisu – ราเมนมิชลินสตาร์หนึ่งในร้านที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโตเกียว
Tanyu Grilled Fish – ร้านปลาย่างชื่อดังอันดับหนึ่งจากจีน ส่งตรงสไตล์ฉงชิ่งและเฉิงตู
ยังมีคิวเปิดตัวอีกหลายร้าน เช่น
CONTE de TULEAR – คาเฟ่–ไดนิ่งสุดชิคจากย่านอับกูจอง กังนัม โซล เสิร์ฟเมนูเกาหลีตีความใหม่ด้วยวัตถุดิบตามฤดูกาลและเทคนิคจากทั่วโลก
Keep in Touch – ร้านอาหารจีนและบาร์บีคิวที่เน้นศิลปะการย่างและอาหารจีนร่วมสมัยแบบเนี๊ยบ ๆ เปิดครั้งแรกในไทยที่นี่เช่นกัน


3. Famous Local Food – ตำนานร้านดังของไทยในเวอร์ชันพรีเมียม
อีกมิติที่น่าสนใจคือการ ยกระดับร้านอร่อยระดับตำนานของไทย ให้กลายเป็นประสบการณ์พรีเมียมในศูนย์การค้า โดยยังคงรสชาติไทยแท้ แต่เพิ่มลูกเล่นด้านดีไซน์ การจัดจาน และบรรยากาศให้ร่วมสมัยและสง่างามขึ้น
ตัวอย่างร้านที่น่าตามไปลอง
Kampang Isan Artisan (คำ แพง อีสาน อาร์ทิซาน)
Louisvanich Eatery (หลุยส์วาณิชย์ อีทเทอรี่)
Sri’s Room by Sri Trat (ห้องของศรี โดย ศรีตราด)
ไก่ย่างเสือใหญ่
นอกจากนี้ยังมีร้านคอนเซ็ปต์น่าสนใจอีกเพียบ เช่น
% Arabica, A Keen House, CHONGDEE TEAHOUSE, City fresh, Dean & Deluca, Distar Fresh
Domo Yakiniku, Fá Pla Tahn, Fatbro, FATT CHICKEN & SLIM PIG, FIKKA, Gelateria Kitokki
Gong Cha, Grow by getfresh, Henryfry, KANEKO HANNOSUKE, KRAZ, Kyo Roll En, Nicolo
On Roll Nori, Shabu Baru, Shersanctuary Tea Bar, Small Table, SMITH & Co., SOT, Talay Jai, Uncle Boss, เตี๋ยวคอปเปอร์ คราฟท์, สรรพรส และอีกหลายร้านที่สายกินต้องค่อย ๆ ไล่เก็บ

EATELIER – โซนใหม่เพื่อสาย Eat–Drink–Chill ตัวจริง
สยามพารากอนเปิดโซนใหม่ชื่อ “EATELIER” ซึ่งนิยามตัวเองว่าเป็น Dining Entertainment แห่งแรกของประเทศไทย รวมทั้งอาหาร ดนตรี ศิลปะ และการออกแบบไว้ในพื้นที่เดียว
แนวคิดหลักคือแบ่งประสบการณ์เป็น 3 โซนฟีลต่างกัน:
Fast Casual – โซนสนุก สดใส ทันสมัย เหมาะกับสายแฮงค์เอาต์หรือกินง่าย ๆ กับเพื่อน
Fusion – สะท้อนความร่วมสมัยระหว่างวัฒนธรรมตะวันออก–ตะวันตก ผ่านเมนูและดีไซน์ที่ครีเอทีฟ
Feast – โซนสายสังสรรค์ที่เน้นความหรูหรา ฟีลปาร์ตี้ที่โอบล้อมด้วยพลังแห่งความสุข
ทั้งหมดนี้คือการปั้นให้สยามพารากอนกลายเป็น “Eat–Drink–Chill Hub” กลางกรุงเทพฯ ที่คนเมืองและนักท่องเที่ยวสามารถมาใช้เวลาตั้งแต่กลางวันยาวไปถึงค่ำคืนได้แบบครบจบในที่เดียว
EATELIER = Curation & Co-Creation
โซนนี้ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Curation & Co-Creation” คือคัดสรรและร่วมสร้างประสบการณ์ไปพร้อม ๆ กัน
ที่นี่รวมพลังของ
เชฟระดับดาวมิชลิน
ศิลปิน
นักแสดง
ไอคอนในวงการบันเทิงทั้งไทยและต่างประเทศ
มาร่วมกันสร้างประสบการณ์การกิน–ดื่มแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เชื่อมโยงศิลปะ ดนตรี และดีไซน์เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาจาก Live Bands & DJs ทั้งกลางวันและกลางคืน
รอบการแสดง Live Bands – ชั้น 4 EATELIER
จันทร์–พฤหัสบดี และอาทิตย์: 14.00 / 16.00 / 18.00 / 20.00 น.
ศุกร์–เสาร์: 12.00 / 14.00 / 16.00 / 18.00 น.
รอบการเล่นของ DJs – ชั้น 5
ศุกร์–เสาร์: 20.00–23.00 น.
อาทิตย์: 19.00–22.00 น.
บาร์–ไวน์–คราฟต์เบียร์: โหมดแฮงค์เอาต์ยามค่ำคืน
สำหรับสายบาร์และคอเครื่องดื่ม สยามพารากอนก็จัดหนักไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในโซน EATELIER และชั้นบน ๆ ที่ขยายเวลาเปิดถึงเที่ยงคืน กลายเป็น แหล่งแฮงค์เอาต์กลางเมือง แบบไม่ต้องย้ายโลเคชัน
ร้านที่น่าชวนแก๊งไปเช็กอิน เช่น
Blue Moon – ฟีลชิล ๆ เหมาะกับการเริ่มต้นค่ำคืน
Bubble Bar by Vessel – สายเครื่องดื่มซ่า ๆ มีสไตล์ต้องลอง
ถ้าอยากดื่มด่ำบรรยากาศช่วงค่ำแบบเต็มที่ แนะนำโซน ชั้น 5 และ 5A ที่เปิดถึง 24.00 น. กับร้านดังอย่าง
Crafture by Hobs – สวรรค์ของสายคราฟต์เบียร์
Fallabella Little Sister Kitchen – สายปาร์ตี้ที่อยากได้ทั้งอาหารและบรรยากาศต้องเลี้ยวเข้า
Hendrick’s Gin Bar – จินเลิฟเวอร์ต้องมาลองซิกเนเจอร์จินสไตล์ Hendrick’s
PICHÉ Wine Bar – สำหรับคนรักไวน์ที่อยากจิบไปชิลล์ไป
Hopsy Story – อีกหนึ่งหมุดหมายของคนชอบแฮงค์เอาต์
ทั้งหมดนี้ทำให้สยามพารากอนกลายเป็น แลนด์มาร์กใหม่ของสายเที่ยวบาร์และสังสรรค์กลางกรุง แบบที่มาทีเดียว ได้ทั้งดินเนอร์หรู คาเฟ่เก๋ และบาร์ฟีลดีในคืนเดียว

โปรสายกิน–ดื่มที่ต้องรีบใช้
สยามพารากอนยังเติมความฟินด้วยโปรแกรม “อร่อยดี(ล) Tasteaholic อร่อยแบบเหนือระดับ” ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 68 – 31 ธ.ค. 68 ให้ทุกมื้อกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ
ดีลหลัก:
รับทันที Siam Dining Gift Card มูลค่า 100 บาท*
เมื่อทานครบ 1,000 บาทขึ้นไป ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการภายในสยามพารากอน
ดีลพิเศษสำหรับโซนแฮงค์เอาต์:
เฉพาะร้านอาหาร
ชั้น 4 โซน EATELIER
ชั้น 5 และ 5A (เฉพาะร้านที่ร่วมรายการ)
รับทันที Siam Dining Gift Card มูลค่า 200 บาท* เมื่อทานครบ 2,000 บาทขึ้นไป
ลูกค้าบัตรเครดิตกสิกรไทยยังได้สิทธิ์พิเศษเพิ่ม:
เมื่อทานและชำระผ่านบัตรครบเพียง 1,500 บาท** ก็สามารถรับสิทธิ์ได้ (จำกัด 1 สิทธิ์/ท่าน/ Tier/ วัน และสูงสุด 3 สิทธิ์/ท่าน/ Tier/ ตลอดรายการ)
*เงื่อนไขการใช้สิทธิ์และรายละเอียดเพิ่มเติมให้ตรวจสอบ ณ จุดจัดรายการหรือเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของศูนย์การค้า
สรุป: ทำไมสายเที่ยวบาร์–สายกินต้องปักหมุดที่นี่
สยามพารากอนไม่ได้เป็นแค่ศูนย์การค้าอีกต่อไป แต่กลายเป็น Global Dining Attraction แห่งเอเชีย ที่รวมทุกมิติของไลฟ์สไตล์การกิน–ดื่ม–แฮงค์เอาต์ไว้ครบ
มีทั้งมิชลิน คาเฟ่หรู ร้านอินเตอร์ชื่อดัง และร้านไทยระดับตำนานในเวอร์ชันพรีเมียม
มีโซน EATELIER ที่ผสานอาหาร ดนตรี ศิลปะ และความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกัน
มีบาร์และไวน์บาร์สำหรับสายเที่ยวกลางคืน ที่อยู่ใจกลางเมือง เดินทางง่าย และบรรยากาศดีแบบเลือกได้ตามฟีล
ใครกำลังมองหาที่ กินอร่อย–ดื่มเพลิน–ชิลยาว ทั้งกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว “Siam Paragon Dining Phenomenon” คือหนึ่งในโลเคชันที่ควรอยู่ในลิสต์ลำดับต้น ๆ ของคุณอย่างแท้จริง

