รับแอปรับแอป

เลี้ยงแมวทั้งที ขอมีบ้านให้ลูกอยู่สบาย ๆ: เมื่อสัตว์เลี้ยงกลายเป็นเหตุผลใหญ่ในการซื้อบ้าน

อดิศร วัฒนะ01-31

ซื้อบ้านเพราะแมว…ฟังดูเว่อร์ หรือคือความจริงของทาส?

เคยแวบคิดไหมว่า เราจะซื้อบ้านสักหลังเพราะสัตว์เลี้ยงเป็นเหตุผลหลักจริง ๆ ได้ไหม?

หลายคนเริ่มจากการอยู่คอนโดที่ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ ได้แต่เป็นทาสออนไลน์ ดูรูปดูคลิปของน้องเหมียวคนอื่นไปวัน ๆ แต่พอเริ่มอยากมีที่อยู่อาศัยของตัวเอง คำถามก็ผุดขึ้นมาในหัวว่า

“จะมีใครซื้อบ้านเพราะแมวจริง ๆ เหรอ?”

พอไปถามในกลุ่มคนเลี้ยงแมว กลับเจอคำตอบถาโถมเข้ามากว่า 100 คอมเมนต์ และส่วนใหญ่ตอบตรงกันว่า “ใช่ ซื้อบ้านเพราะแมวนี่แหละ”

เหตุผลเบื้องหลังคำว่าใช่เหล่านี้ แอบซ่อนพลังบางอย่างไว้ เป็นพลังของความรัก ความผูกพัน และความอยากให้ลูก ๆ มีชีวิตที่ดีขึ้นจริง ๆ

1. สัตว์เลี้ยง = แรงผลักดันให้มี “บ้านของเรา”

ในยุคที่คนโสดมากขึ้น มีลูกน้อยลง สังคมผู้สูงอายุและคนที่ต้องต่อสู้กับภาวะซึมเศร้ามากขึ้น การเลี้ยงสัตว์กลายเป็นทางเลือกสำคัญเพื่อช่วย เติมเต็มความสุขและคลายความเหงา

สัตว์เลี้ยงไม่ได้ถูกมองแค่เป็น “สัตว์” แต่คือหนึ่งในสมาชิกครอบครัวอย่างเต็มตัว หลายคอมเมนต์ยอมรับตรง ๆ ว่า เหตุผลเดียวที่ยอมซื้อบ้านคือเพื่อแมว

  • อยากให้น้องมีพื้นที่วิ่งเล่น

  • อยากให้อยู่สบายกว่าคอนโดห้องเล็ก ๆ

  • อยากให้ลูก ๆ มีสภาพแวดล้อมดีต่อสุขภาพและจิตใจ

ไม่ใช่แค่แมวเท่านั้น ยังรวมถึงหมา กระต่าย หนู ปลา ชินชิลา ฯลฯ ที่ตอนนี้กำลังฮิตมากเช่นกัน

สุดท้ายแล้ว บ้านไม่ได้ซื้อเพราะตัวเองคนเดียว แต่ซื้อเพราะอยากให้ชีวิตของ “ลูก ๆ ขนฟู” ดีขึ้นด้วย

2. จุดเริ่มต้นจากคอนโด…แต่จบที่บ้านเพราะแมวงอก

หลายคนเริ่มชีวิตทาสในคอนโด เพราะไลฟ์สไตล์ การเดินทาง และการทำงานเหมาะกับคอนโดมากกว่า ตอนนี้ก็มีหลายโครงการที่ อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ และออกแบบมาเอาใจคนรักสัตว์เต็มที่

แต่การเลี้ยงสัตว์ในคอนโดก็มีข้อจำกัด เช่น

  • พื้นที่ไม่มาก น้อง ๆ วิ่งเล่นได้ไม่สุด

  • ค่าส่วนกลางอาจเพิ่มขึ้น

  • ต้องดูแลเรื่องความสะอาดอย่างดี

  • จำกัดขนาดและน้ำหนักสัตว์เลี้ยง

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากคิดจะเลี้ยงสัตว์ในคอนโดควร

  • เลือกประเภทสัตว์ให้เหมาะ น้ำหนักตอนโตไม่เกินประมาณ 15 กก. (ขึ้นอยู่กับกฎของนิติบุคคล)

  • จัดเตรียมพื้นที่และอุปกรณ์ ให้ครบ เช่น พื้นที่นอน พื้นที่ขับถ่าย อุปกรณ์ทำความสะอาด

  • ตรวจสุขภาพ และมีใบรับรองสุขภาพก่อนเข้าอยู่ เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและสัตว์

  • ลงทะเบียนกับนิติบุคคล ให้เรียบร้อย และต่อทะเบียนทุกปี

  • ทำความเข้าใจกฎการใช้พื้นที่ร่วมกัน แบ่งโซนคน โซนสัตว์ โซนห้ามเข้า และโซนเฉพาะสัตว์เลี้ยง

ตัวอย่างบางโครงการก็เอาใจทาสแบบจัดเต็ม มีทั้ง Cat Haus และ Multi-pet Playroom พื้นที่ส่วนกลางเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง

แต่ชีวิตทาสแมวมีอย่างหนึ่งที่ต้องระวัง นั่นคืออาการ “แมวงอก” หรือจากหนึ่งตัวกลายเป็นสอง สาม สี่ แบบไม่รู้ตัว

จากที่เมื่อก่อนคิดว่าอยู่คอนโดก็พอ แต่พอแมวงอก พื้นที่เริ่มแน่น น้องเริ่มวิ่งไม่สะใจ เริ่มปีนทุกมุมห้อง ความคิดเรื่อง “หรือเราควรซื้อบ้านดีนะ?” ก็เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ

3. ฟังก์ชันบ้านที่คิดจาก “ชีวิตของลูก ๆ ขนฟู”

คนรักสัตว์จำนวนไม่น้อยไม่ได้มองบ้านในมุมของตัวเองอย่างเดียว แต่มองจากมุมของลูก ๆ เป็นหลักด้วย

มีหลายเคสที่ตัดสินใจ ซื้อบ้านภายในไม่กี่ชั่วโมง เพราะเจอฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ชีวิตแมวมาก ๆ เช่น

  • มีที่นั่งริมหน้าต่างให้น้องส่องนก

  • มีพื้นที่ให้วิ่งเล่นปีนป่ายหลายระดับ

  • บ้านอยู่ใกล้ธรรมชาติ ให้น้องได้ดูวิวเพลิน ๆ ทั้งวัน

บางคนเคยแอบคุยกับแมวแบบเล่น ๆ ว่า

ถ้าวันหนึ่งเรามีบ้านใหญ่ ๆ จะทำห้องส่วนตัวให้นอนชมวิว แอร์เย็น ๆ เลยนะ

แล้วสุดท้ายก็ทำได้จริง เพราะแมวคือแรงบันดาลใจให้ขยับชีวิตขึ้นมาอีกสเต็ป

สำหรับบางคนคำว่า “ซื้อบ้านเพราะแมว” ยังเล็กไปด้วยซ้ำ เพราะไม่ได้แค่ซื้อบ้านที่ตัวเองชอบ แต่คือการสร้างบ้านที่เริ่มต้นจากคำถามว่า

“แบบไหนที่แมวเราจะมีความสุขที่สุด?”

ตัวอย่างบ้านที่ออกแบบมาเพื่อแมวโดยเฉพาะ

มีโครงการที่เพิ่มฟังก์ชันพิเศษให้กับน้องแมวแบบจริงจัง ทั้งทางเดิน ผนัง บันได และประตูที่คิดมาเพื่อน้องโดยเฉพาะ

ผนังด้านบนออกแบบเป็นทางเดินสำหรับให้แมวเดินเล่นและปีนป่าย ช่วยระบายพลังงานและลดความเครียดของน้องไปในตัว

บันไดพิเศษที่ออกแบบให้ปีนสนุก ปลอดภัย แถมสวยเข้ากับดีไซน์บ้าน

มีช่องประตูเล็ก ๆ ให้น้องเข้าออกสะดวก เจ้าของไม่ต้องลุกเปิดปิดบ่อย และในความเป็นจริง เจ้าของบ้านตัวจริงก็คือเจ้าแมวนี่แหละ

4. อยู่กับหมาแมว คือความสุขเล็ก ๆ ที่ใหญ่ที่สุด

ใครที่หาความสุขจากสิ่งเล็ก ๆ ใกล้ตัวได้ เช่น การได้ลูบหัวแมวตอนกลับถึงบ้าน การได้ยินเสียงร้องเบา ๆ เวลาน้องมานอนข้าง ๆ ถือว่าเป็นคนที่โชคดีมาก

เพราะความสุขที่แท้จริง มักไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ต้องใช้ความพยายามเยอะ แค่มีใครบางตัวรอเราอยู่ที่บ้าน ก็พอแล้ว

หลายคนยอมรับว่า

  • วันที่เหนื่อยมาก อยากกลับบ้านเพราะ “แมวรออยู่”

  • ตอนรู้สึกสิ้นหวัง การได้นั่งมองแมวเงียบ ๆ คือการฮีลใจที่ดีที่สุด

สรุปง่าย ๆ คือ แมว = ความสุขแบบประเมินค่าไม่ได้

5. ความสุขมาพร้อมภาระ: บ้าน คอนโด รถ และค่าลูก ๆ ทุกเดือน

แม้ว่าการซื้อบ้านเพราะสัตว์เลี้ยงจะเป็นเรื่องของหัวใจ แต่เรื่องของกระเป๋าสตางค์ก็สำคัญไม่แพ้กัน

เหตุผลในการซื้อที่อยู่อาศัยมีได้หลายแบบ เช่น

  • ขยายครอบครัว

  • ย้ายถิ่นฐานหรือเปลี่ยนงาน

  • การเรียนต่อ

  • การลงทุน

  • หรือแม้แต่ ซื้อเพราะสัตว์เลี้ยง

ไม่ว่าจะเหตุผลไหน สิ่งที่หนีไม่พ้นคือ งบประมาณ ต้องวางแผนให้ดีว่า

  • ผ่อนไหวแค่ไหน

  • มีเงินสำรองพอไหม

  • พร้อมรับทั้งค่าบ้าน ค่าดูแลสัตว์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หรือยัง

หลายคนพอมีแมว ก็เริ่มคิดถึงการมีรถตามมา เพื่อจะได้

  • พาน้องไปหาหมอสะดวก

  • พาไปเที่ยว

  • พาไปทำธุระโดยไม่ต้องทิ้งไว้บ้าน

ก็เท่ากับเพิ่มหนี้อีกหนึ่งก้อนสำหรับคนที่ซื้อรถใหม่

ส่วนค่าใช้จ่ายรายเดือนของทาสแมวยุคนี้ก็ไม่เบาเลย

  • ค่าอาหารหลักคุณภาพดี

  • ขนม ของเล่น คอนโดแมว

  • ทรายแมวและอุปกรณ์ทำความสะอาด

  • ค่าวัคซีน ตรวจสุขภาพ และค่าหมอ

  • บางบ้านมีชุดน่ารัก ๆ ให้น้องใส่ เอาไว้ถ่ายรูปลงโซเชียล (ตอบสนองใจทาสล้วน ๆ)

ดังนั้น ทรัพย์สินก็มาพร้อมกับหนี้สิน แต่หลายคนกลับมองด้วยรอยยิ้ม แล้วพูดว่า

มีแมวแล้ว เดี๋ยวก็มีแรงหาเงินเอง

เพราะทุกครั้งที่มองหน้าแมว เราจะรู้เลยว่า เหตุผลในการลุกมาทำงานหาเงินของเรา คือเจ้าเด็กขนฟูที่นอนขดอยู่มุมโซฟานี่แหละ

สรุป: ซื้อบ้านเพราะแมว…ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่คือชีวิตจริงของทาส

สำหรับคนอื่นอาจมองว่า “ซื้อบ้านเพราะแมว” เป็นเรื่องเกินเบอร์ แต่สำหรับทาสแล้ว มันคือการใช้ชีวิตร่วมกับสมาชิกในครอบครัวให้ดีที่สุด

บ้านที่ดีสำหรับทาส คือบ้านที่ลูก ๆ อยู่สบาย ปลอดภัย และมีความสุข

ถ้าตอนนี้คุณเริ่มคิดว่า “ถ้ามีบ้าน จะทำมุมให้แมวแบบนี้ ๆ นะ” แปลว่าคุณกำลังเดินเข้าสู่จักรวาลทาสแบบเต็มตัวแล้วเรียบร้อย