ZestBuy

คู่มือสิทธิ์ค่าไฟ 0 บาทและค่าไฟใหม่ปี 2569

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI05-24

ภาพรวมมาตรการค่าไฟ 0 บาท / ค่าไฟถูก ปี 2569–2569 และกลุ่มเป้าหมาย

มาตรการด้านค่าไฟของรัฐในช่วงปี 2566–2569 มี 2 แนวหลักที่เดินไปพร้อมกัน คือ

  1. มาตรการสวัสดิการ–บรรเทาภาระค่าไฟ

    • สำหรับผู้มี บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และครัวเรือนรายได้น้อย

    • รูปแบบสิทธิ์คือ ค่าไฟฟรีบางส่วน/ลดค่าไฟสูงสุด 315 บาทต่อเดือน โดยเฉพาะกลุ่มบ้านอยู่อาศัยมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ ใช้ไฟไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือนติดต่อกัน 3 เดือน จะได้สิทธิ์ “ค่าไฟฟรี 50 หน่วย”

  2. การปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ ปี 2569

    • ครอบคลุมบ้านเรือนส่วนใหญ่ของประเทศ

    • เน้นให้ ผู้ใช้ไฟน้อยจ่ายถูกลง และ ผู้ใช้ไฟมากจ่ายแพงขึ้นแบบขั้นบันได

    • แกนสำคัญคือ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย เริ่มใช้รอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 ครอบคลุมประมาณ 14–23.2 ล้านครัวเรือน ตามกรอบนโยบายที่ กพช. และ กกพ. กำหนด

กลุ่มเป้าหมายหลักจึงแบ่งกว้าง ๆ ได้เป็น

  • ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และใช้ไฟบ้านอยู่อาศัย (โดยเฉพาะมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์) ได้สิทธิ์ลด/ฟรีค่าไฟตามเกณฑ์พิเศษ

  • ผู้ใช้ไฟบ้านทั่วไป ทุกครัวเรือน ได้รับผลจากโครงสร้างค่าไฟใหม่ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย และอัตราก้าวหน้าสำหรับหน่วยที่สูงกว่า


เงื่อนไขใช้ไฟบ้านมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ และสิทธิ์หน่วยไฟฟรี

ในส่วนของผู้ใช้ไฟกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีมาตรการชัดเจนสำหรับบ้านอยู่อาศัยขนาดเล็ก ดังนี้

  • ต้องเป็น บ้านอยู่อาศัย

  • มิเตอร์ไฟฟ้าไม่เกิน 5 แอมป์

  • ไม่เป็นนิติบุคคล

  • หากใช้ไฟ ไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน ติดต่อกัน 3 เดือน

    • จะได้รับสิทธิ์ ค่าไฟฟ้าฟรี 50 หน่วย

    • เริ่มใช้มาตรการตั้งแต่บิลค่าไฟเดือน พฤษภาคม 2566 เป็นต้นมา

ส่วนผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ใช้ไฟมากกว่านั้น จะได้สิทธิ์แบบ “ช่วยจ่ายสูงสุด 315 บาท/เดือน/ครัวเรือน” รายละเอียดในหัวข้อถัดไป


เกณฑ์คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์: รายได้ ครัวเรือน มิเตอร์ และเอกสาร

มาตรการสวัสดิการค่าไฟผูกกับ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 โดยหลักการสำคัญคือ

  • ต้องเป็น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติโครงการแล้ว

  • ใช้หลัก 1 ครัวเรือน ต่อ 1 สิทธิ์ ต่อ 1 รหัสประจำบ้าน

  • ผู้มีสิทธิ์ต้อง ยืนยันตัวตน ตามขั้นตอนของโครงการบัตรสวัสดิการให้เรียบร้อยก่อน

  • จากนั้นจึงมาลงทะเบียนใช้สิทธิ์ค่าไฟกับหน่วยงานไฟฟ้า ได้เพียง 1 แห่งเท่านั้น (เช่น กฟน. หรือ กฟภ. หรือ กทร.)

ข้อมูล/เอกสารที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน (ตามแบบฟอร์มออนไลน์ของการไฟฟ้า)

  • รหัสเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า (เลขมิเตอร์ 8 หลัก)

  • เลขบัญชีแสดงสัญญา (9 หรือ 10 หลัก)

  • ชื่อ–นามสกุล และที่อยู่ (ระบบจะดึงจากฐานข้อมูลมิเตอร์)

  • เลขบัตรประชาชน ตามที่ระบุในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  • เบอร์โทรศัพท์ ผู้ลงทะเบียน

  • อีเมล ผู้ลงทะเบียน (ถ้ามี)


ขั้นตอนลงทะเบียน และวิธีเช็กสิทธิ์ผ่านเว็บ–แอป–ช่องทางการไฟฟ้า

1) ลงทะเบียนลด/ฟรีค่าไฟสำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ผู้มีสิทธิ์ต้องเลือกลงทะเบียนกับ หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เท่านั้น ได้แก่

วิธีลงทะเบียน (ตัวอย่างขั้นตอนปี 2567–2569)

  1. เข้าเว็บไซต์หน่วยงานที่รับผิดชอบ (กฟน. / กฟภ. / กทร.)

  2. กรอก รหัสเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า (เลขมิเตอร์ 8 หลัก) ของบ้านที่จะใช้สิทธิ์

  3. กรอก บัญชีแสดงสัญญา (9 หรือ 10 หลัก)

  4. ระบบดึง ชื่อ–นามสกุล และ ที่อยู่ จากฐานข้อมูล ให้ตรวจสอบความถูกต้อง

  5. กรอก เลขบัตรประชาชน ของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  6. กรอก เบอร์โทรศัพท์ และ อีเมล ผู้ลงทะเบียน

  7. กด ยืนยัน/ลงทะเบียน

เริ่มได้สิทธิ์เมื่อใด

  • ถ้าลงทะเบียนสำเร็จภายในวันสิ้นเดือน (กรณีค่าไฟ) หรือภายในวันที่ 25 (กรณีน้ำประปา)
    จะเริ่มได้สิทธิ์ ในใบแจ้งหนี้รอบบิลถัดไป ตามช่วงกำหนด และ ไม่มีการให้สิทธิ์ย้อนหลัง

ตัวอย่างช่วงเวลา (กรณีค่าไฟปี 2567)

  • ลงทะเบียน 1–30 มี.ค. 2567 → ได้สิทธิ์ครั้งแรกในบิล พ.ค. 2567

  • ลงทะเบียน 1–30 เม.ย. 2567 → ได้สิทธิ์ครั้งแรกในบิล มิ.ย. 2567

  • ลงทะเบียน 1–31 พ.ค. 2567 → ได้สิทธิ์ครั้งแรกในบิล ก.ค. 2567

การเช็กสิทธิ์ / ปริมาณหน่วยใช้ไฟ

  • จาก ใบแจ้งค่าไฟฟ้า ดูช่อง “จำนวนหน่วยที่ใช้ (Unit / Energy)”

  • ผ่านแอปการไฟฟ้า
    • MEA Smart Life สำหรับพื้นที่กฟน.

    • PEA Smart Plus สำหรับพื้นที่กฟภ.

    • เลือกเมนู “ตรวจสอบค่าไฟฟ้า” หรือ “ประวัติการใช้ไฟฟ้า” ระบบจะแสดงจำนวนหน่วยแต่ละเดือน

  • เช็กจาก มิเตอร์ไฟหน้าบ้าน
    จดเลขวันนี้ − เลขวันก่อนหน้า = หน่วยที่ใช้ต่อวัน
    หน่วยรวมทั้งเดือน = เลขวันสุดท้าย − เลขวันแรกของเดือน

2) ลงทะเบียนลดค่าน้ำประปา (สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ)

ขั้นตอนลงทะเบียนค่าน้ำ (สรุป)

  1. เข้าเว็บไซต์ กปน. หรือ กปภ.

  2. กรอก ชื่อ–นามสกุล ตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  3. กรอก เลขบัตรประชาชน

  4. กรอก อีเมล และเบอร์โทรศัพท์ (ถ้ามี)

  5. เลือก สาขา/พื้นที่บ้าน ที่จะใช้สิทธิ์

  6. กรอก เลขที่ผู้ใช้น้ำ ของบ้าน

  7. กรอก/เลือก รูปภาพยืนยัน ตามระบบ

  8. กดปุ่ม “ตกลง”

เริ่มได้สิทธิ์บิลถัดไป หากลงทะเบียนสำเร็จภายในวันที่ 25 ของเดือน และไม่มีสิทธิ์ย้อนหลัง


วิธีคิดค่าไฟเมื่อใช้เกินสิทธิ์ 5 แอมป์ และกรณีใช้ไฟเกินเกณฑ์ช่วยเหลือ

1) เงื่อนไขส่วนลด/ฟรีค่าไฟของ กฟน.

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการที่ลงทะเบียนกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)

  • ใช้ไฟ ไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือน
    → ได้สิทธิ์ ค่าไฟฟ้าฟรี ตามมาตรการที่มีอยู่

  • ใช้ไฟ เกิน 50 หน่วย/เดือน แต่ค่าไฟไม่เกิน 315 บาท
    → รัฐสนับสนุนค่าไฟ ไม่เกิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
    → ใบแจ้งค่าไฟจะออกมาเป็น 0 บาท (ภายใต้วงเงินดังกล่าว)

  • ใช้ไฟ เกิน 315 บาท/เดือน
    → ผู้มีบัตรสวัสดิการต้อง จ่ายค่าไฟทั้งหมดเอง

2) เงื่อนไขส่วนลด/ฟรีค่าไฟของ กฟภ.

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการที่ลงทะเบียนกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

  • ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟ ไม่เกิน 315 บาท/เดือน/ครัวเรือน/สิทธิ์

  • การช่วยเหลือจะอิงจาก สถานที่ใช้ไฟ ที่ลงทะเบียนไว้

  • หากค่าไฟ เกิน 315 บาท/เดือนไม่ได้รับสิทธิ์ และต้องชำระเต็มตามกำหนด

  • กรณีบ้านอยู่อาศัย มิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ ไม่เป็นนิติบุคคล ใช้ไฟ ไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือน → ได้สิทธิ์ ค่าไฟฟรี 50 หน่วย

3) ค่าไฟโครงสร้างใหม่ ปี 2569 (ใช้ไฟเกินสิทธิ์สวัสดิการ / บ้านทั่วไป)

จากคำชี้แจงของ รมว.พลังงาน และข้อมูลสรุปค่าไฟปี 2569

  • กลุ่มที่ 1: ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก
    → อัตราค่าไฟ ไม่เกิน 3 บาท/หน่วย

  • กลุ่มที่ 2: ใช้ไฟ 201–400 หน่วย
    → อัตราค่าไฟ 3.95 บาท/หน่วย (สำหรับช่วง 201–400 หน่วย)

  • กลุ่มที่ 3: ใช้ไฟตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป
    → คิดแบบ ขั้นบันได มากกว่า 5 บาท/หน่วย
    (มีกรณีศึกษาเพิ่ม 0.54–1.04 บาท/หน่วย จากโครงสร้างเดิม 4.50 บาท/หน่วย เป็นราว 5 บาทกว่าต่อหน่วย)

หมายเหตุ: ยังไม่รวมค่า Ft, ค่าบริการรายเดือน และภาษีมูลค่าเพิ่ม การคิดค่าไฟจริงต้องบวกส่วนเหล่านี้เพิ่มเติม

แม้ไม่มีตัวอย่างใบแจ้งหนี้จริงในข้อมูล แต่สามารถสรุปหลักการคิดค่าไฟกรณีใช้เกินสิทธิ์ได้ว่า

  • ส่วนที่อยู่ในช่วง 200 หน่วยแรก → คิดไม่เกิน 3 บาท/หน่วย

  • ส่วนที่ 201–400 หน่วย → คิด 3.95 บาท/หน่วย

  • ส่วนที่ 401 หน่วยขึ้นไป → คิดอัตราก้าวหน้าสูงกว่าเดิม (มากกว่า 5 บาท/หน่วย)

  • จากนั้นค่อยบวก ค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม


เทคนิคประหยัดไฟให้ไม่เกินเกณฑ์สิทธิ์ พร้อมวิธีเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า

สำหรับคนที่อยาก “กดหน่วยไฟ” ให้ไม่ทะลุ 50 หรือ 200 หน่วยต่อเดือน การปรับพฤติกรรมเล็กน้อยช่วยได้มาก โดยข้อมูลในเอกสารแนะนำไว้ชัดเจน ดังนี้

1) ปรับพฤติกรรมใช้เครื่องปรับอากาศ

  • ตั้งอุณหภูมิที่ 25–27 องศาเซลเซียส

  • แนะนำให้ตั้ง 27 องศา แล้วเปิด พัดลมเบา ๆ ช่วยกระจายความเย็น จะทำให้แอร์ไม่ทำงานหนัก

  • เปิดแอร์เฉพาะตอนอยู่ในห้อง และ ปิดก่อนออกจากห้องประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์

2) เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างฉลาด

  • เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มี ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เช่น แอร์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องซักผ้า หม้อหุงข้าว โทรทัศน์

  • เปลี่ยนมาใช้ หลอด LED เพราะกินไฟน้อย ให้แสงสว่างมาก อายุการใช้งานนานกว่าหลอดธรรมดา

3) ใช้แสงและลมธรรมชาติให้คุ้ม

  • เปิดหน้าต่างรับลม–แสงแดด ลดความจำเป็นต้องเปิดพัดลม/แอร์

  • ใช้แสงธรรมชาติในตอนกลางวันเพื่อลดการใช้หลอดไฟ

4) จัดการ Standby Power และความปลอดภัย

  • ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและ ถอดปลั๊ก เมื่อไม่ใช้งาน โดยเฉพาะปลั๊กชาร์จมือถือ ทีวี กล่องรับสัญญาณ

  • ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นประจำ หากพบอุปกรณ์เสื่อม/ชำรุด ควรรีบซ่อม เพื่อป้องกันการรั่วไหลของกระแสไฟที่ทำให้ค่าไฟสูงโดยไม่รู้ตัว

5) ตัวช่วยขั้นสูง (ตามข้อมูลทั่วไปในปี 2569)

  • ติดตั้ง มิเตอร์ TOU (Time of Use) สำหรับบ้านที่ใช้ไฟหนักช่วงกลางคืน เพื่อใช้ประโยชน์จากอัตราไฟราคาถูกช่วง Off-Peak

  • พิจารณา โซลาร์รูฟท็อป เพื่อลดการใช้ไฟจากระบบในช่วงกลางวัน โดยในปี 2569 มีมาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์สูงสุด 200,000 บาทต่อระบบ (รายละเอียดตามกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้อง)


การแก้ปัญหายอดฮิต: เช็กสิทธิ์ไม่ขึ้น สิทธิ์หาย เปลี่ยนผู้ใช้ไฟ

จากข้อมูลที่มี แม้จะไม่ได้ระบุกรณีปัญหาเป็นข้อ ๆ แต่สามารถสรุป “จุดที่ต้องระวัง” เพื่อป้องกันปัญหาสิทธิ์ได้ดังนี้

  1. ลงทะเบียนซ้ำหลายหน่วยงาน

    • ผู้มีสิทธิ์ต้องเลือกลงทะเบียน เพียงหน่วยงานเดียว (กฟน. หรือ กฟภ. หรือ กทร.)

    • หากลงทะเบียนหลายที่อยู่อาศัย จะใช้สิทธิ์ได้ เพียง 1 ครัวเรือน ตามรหัสประจำบ้านที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น

  2. ไม่ได้รับสิทธิ์ในบิลปัจจุบัน

    • ตรวจสอบว่า ลงทะเบียนภายในช่วงเวลาที่กำหนดหรือไม่

    • สิทธิ์จะเริ่ม รอบบิลถัดไป ไม่ย้อนหลัง หากลงทะเบียนปลายรอบจึงต้องรออีก 1–2 เดือน

  3. เปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟ / ย้ายบ้าน

    • เมื่อเปลี่ยนผู้ใช้ไฟหรือย้ายที่อยู่ ควร ลงทะเบียนใหม่ กับมิเตอร์และรหัสบ้านใหม่

    • สิทธิ์ผูกกับ รหัสประจำบ้านและเลขมิเตอร์ ไม่ได้ย้ายตามตัวบุคคลโดยอัตโนมัติ

  4. ใช้ไฟเกินเกณฑ์โดยไม่รู้ตัว

    • ควรหมั่นเข้าแอป MEA Smart Life / PEA Smart Plus เพื่อ เช็กหน่วยสะสมระหว่างเดือน

    • หากเห็นว่าหน่วยใกล้ 50 หรือ 200 หน่วยแล้ว สามารถปรับลดการใช้เพื่อรักษาสิทธิ์

หากพบปัญหา เช่น ระบบไม่แสดงสิทธิ์ หรือข้อมูลไม่ตรง ควรติดต่อ Call Center ของการไฟฟ้าในพื้นที่ (1130 สำหรับ กฟน., 1129 สำหรับ กฟภ.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลในระบบ


สรุปข้อควรรู้ และเช็กลิสต์ก่อนใช้สิทธิ์ค่าไฟ 0 บาท / ค่าไฟถูก ปี 2569

1) สรุปภาพรวมสำคัญ

  • ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
    → ต้อง ยืนยันตัวตน ตามโครงการบัตรสวัสดิการ และ ลงทะเบียนกับการไฟฟ้า (กฟน./กฟภ./กทร.) เพื่อใช้สิทธิ์ลด/ฟรีค่าไฟ
    → ได้สิทธิ์ช่วยจ่ายค่าไฟ ไม่เกิน 315 บาท/เดือน/ครัวเรือน และในบางกรณี (บ้านอยู่อาศัยมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ใช้ไฟ ≤ 50 หน่วย/เดือน 3 เดือน) จะได้รับ ค่าไฟฟรี 50 หน่วย

  • ครัวเรือนทั่วไปทุกบ้าน
    → ตั้งแต่บิล มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป โครงสร้างค่าไฟใหม่กำหนดให้ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย
    → หน่วยที่ 201–400 หน่วย: 3.95 บาท/หน่วย
    → หน่วยตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป: อัตราก้าวหน้ามากกว่า 5 บาท/หน่วย (ยังไม่รวม Ft และภาษี)

2) เช็กลิสต์ก่อนใช้สิทธิ์

  • [ ] มี บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผ่านคุณสมบัติปี 2565 แล้ว

  • [ ] ยืนยันตัวตนในระบบบัตรสวัสดิการเรียบร้อย

  • [ ] เลือกหน่วยงานจดทะเบียนค่าไฟ เพียง 1 แห่ง (กฟน./กฟภ./กทร.)

  • [ ] เตรียมข้อมูล เลขมิเตอร์ 8 หลัก, เลขบัญชีสัญญา 9–10 หลัก, เลขบัตรประชาชน, เบอร์โทร, อีเมล

  • [ ] ลงทะเบียนภายในช่วงเวลาที่กำหนด หากต้องการให้สิทธิ์มีผลตั้งแต่บิลรอบถัดไป

  • [ ] ตรวจสอบหน่วยใช้ไฟในแต่ละเดือนผ่านใบแจ้งหนี้หรือแอปไฟฟ้า เพื่อลดการใช้ให้ไม่เกินเกณฑ์ (50 หรือ 200 หน่วย ตามสิทธิ์ที่ต้องการรักษา)

  • [ ] วางแผนประหยัดไฟ: ปรับแอร์ 25–27 องศา ใช้หลอด LED ปิดถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้ เปิดรับลม–แสงธรรมชาติ

ด้วยการเข้าใจโครงสร้างค่าไฟและมาตรการสวัสดิการอย่างถูกต้อง ประกอบกับการใช้ไฟอย่างมีวินัย ครัวเรือนสามารถลดค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ทั้งจาก สิทธิ์รัฐ และจากการ ประหยัดไฟด้วยตัวเอง ไปพร้อมกัน

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น