ภาพรวมมาตรการช่วยเหลือค่าไฟ–ค่าน้ำ ปี 2569 สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
มาตรการช่วยเหลือด้านค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ปี 2569 เป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาภาระค่าครองชีพด้านสาธารณูปโภคให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยมีสาระสำคัญดังนี้
โครงการครอบคลุม ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ปี 2565
แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนลด/เงินอุดหนุนค่าไฟฟ้า และ ส่วนลด/เงินอุดหนุนค่าน้ำประปา
การลงทะเบียนในรอบนี้ ใช้สิทธิได้กับ รอบบิลเดือนกรกฎาคม 2569 และบิลสุดท้ายที่ใช้สิทธิได้คือ รอบบิลเดือนสิงหาคม 2569
กรมบัญชีกลางกำหนดให้ วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนรอบนี้
ทำไมต้องลงทะเบียนใหม่ในปี 2569?
จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยกรมบัญชีกลางและหน่วยงานด้านไฟฟ้า–ประปา การลงทะเบียนรอบปี 2569 มีเป้าหมายหลักคือ
เปิดให้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ปี 2565 ที่ “ยังไม่เคย” ลงทะเบียนรับส่วนลดค่าไฟ–ค่าน้ำประปา สามารถเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือได้
ส่วนผู้ที่ เคยลงทะเบียนในโครงการปี 2565 แล้ว ยืนยันชัดเจนว่า ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ สิทธิจะ คงผลต่อเนื่อง จนครบรอบบิลที่กำหนด (ถึงเดือนสิงหาคม 2569 สำหรับค่าไฟฟ้า และตามกรอบมาตรการสำหรับค่าน้ำ)
กล่าวโดยสรุป การลงทะเบียนครั้งนี้เป็น “การเปิดโอกาสรอบสุดท้าย” ให้ผู้มีสิทธิรายเดิมที่ยังไม่เคยใช้สิทธิ เข้าสู่ระบบการช่วยเหลือ ไม่ใช่การให้ผู้ที่ใช้สิทธิอยู่แล้วกลับมาลงทะเบียนซ้ำอีกครั้ง
ตรวจสอบคุณสมบัติและผู้ที่ต้องลงทะเบียนรับส่วนลดค่าไฟ–ค่าน้ำ ปี 2569
จากเอกสารประชาสัมพันธ์หลายฉบับ สามารถสรุปเงื่อนไขและกลุ่มเป้าหมายที่ต้องลงทะเบียนดังนี้
ใครบ้างที่ต้องลงทะเบียน?
ต้องลงทะเบียนเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ปี 2565
ที่ ยังไม่เคยลงทะเบียน รับส่วนลด/เงินอุดหนุน ค่าไฟฟ้า และ/หรือ ค่าน้ำประปา มาก่อน
หากเข้าเงื่อนไขดังกล่าว ต้องดำเนินการลงทะเบียน ภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. มิฉะนั้นอาจพลาดโอกาสรับการช่วยเหลือในรอบบิลกรกฎาคม–สิงหาคม 2569
ใครบ้างที่ไม่ต้องลงทะเบียน?
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ปี 2565 ที่ เคยลงทะเบียนรับส่วนลดค่าไฟฟ้า–ค่าน้ำประปาแล้ว
กลุ่มนี้ถูกย้ำชัดเจนว่า ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ สิทธิ will continue ตามช่วงเวลาที่มาตรการกำหนด
คุณสมบัติทั่วไปของผู้ลงทะเบียน
ข้อมูลจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ระบุคุณสมบัติพื้นฐานสำหรับการลงทะเบียนรับสิทธิค่าไฟฟ้า ดังนี้
ต้องเป็น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีสิทธิในโครงการปี 2565
ลงทะเบียนกับการไฟฟ้าตามพื้นที่ใช้งานไฟฟ้าจริง (กฟน., กฟภ., กฟส.)
- สำหรับบางกรณี เช่น การรับสิทธิไฟฟ้าฟรี 50 หน่วย จะต้องเป็น
ประเภทบ้านอยู่อาศัย
มิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์
ไม่เป็นนิติบุคคล
ในส่วนของค่าน้ำประปา คุณสมบัติหลักคือ
ต้องเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565
ต้องมีชื่อและข้อมูลผู้ใช้น้ำตรงกับฐานข้อมูลของ การประปานครหลวง (กปน.) หรือ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ตามพื้นที่
วงเงินและเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ค่าไฟ–ค่าน้ำ: ได้เท่าไร และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง
มาตรการช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ค่าไฟฟ้า และ ค่าน้ำประปา โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขที่ต่างกัน
1. สิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้า
จากข้อมูลของกรมบัญชีกลางและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สามารถสรุปได้ว่า
รัฐช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
สิทธิให้ตาม “ครัวเรือน” และ “สิทธิ” ที่ลงทะเบียนไว้
หาก ใช้ไฟฟ้าเกิน 315 บาท/เดือน
ผู้มีสิทธิจะ ไม่ได้รับส่วนช่วยเหลือเพิ่ม
ต้อง รับผิดชอบค่าไฟฟ้าทั้งจำนวน ด้วยตนเอง
ในเงื่อนไขของ PEA ยังมีข้อเพิ่มเติมสำหรับกรณีใช้ไฟฟ้าในบ้านประเภทอยู่อาศัย
หากใช้ไฟฟ้า ไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน ติดต่อกัน 3 เดือน
จะได้รับสิทธิ ค่าไฟฟ้าฟรี 50 หน่วย ตั้งแต่บิลเดือนพฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม สิทธิ 315 บาท/เดือนยังคงเป็นกรอบหลักของมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2569
2. สิทธิช่วยเหลือค่าน้ำประปา
มาตรการช่วยเหลือค่าน้ำประปาจากกรมบัญชีกลางมีโครงสร้างดังนี้
รัฐช่วยเหลือค่าน้ำประปา สูงสุด 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน
หากใช้น้ำประปา เกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท
ผู้มีสิทธิยังคงได้รับการสนับสนุน 100 บาทเต็ม
ส่วนที่เกินจาก 100 บาทต้อง ชำระเอง
หากใช้น้ำประปา เกิน 315 บาท/เดือน
ผู้มีสิทธิจะต้อง รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมดเอง ไม่มีเงินสนับสนุนในเดือนนั้น
3. ข้อจำกัดสำคัญด้านสิทธิและครัวเรือน
รายละเอียดเงื่อนไขร่วมที่ต้องระวัง:
จำกัดสิทธิ: 1 ครัวเรือน ใช้ได้ 1 สิทธิเท่านั้น ไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำหลายที่อยู่เพื่อรับสิทธิซ้อน
ชื่อผู้ลงทะเบียน ต้องเป็นชื่อของ ผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ผ่านการตรวจสอบสิทธิแล้ว
สิทธิที่ได้รับจะถูกจัดสรรผ่านหน่วยงานผู้ให้บริการไฟฟ้า–ประปาโดยตรง ไม่มีการโอนเงินเข้าบัตรโดยตรงในข้อมูลที่ปรากฏ แต่สะท้อนในรูปแบบส่วนลด/การอุดหนุนในบิลค่าใช้บริการ
ช่องทางลงทะเบียนออนไลน์หลักสำหรับค่าไฟ–ค่าน้ำ ปี 2569
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่านช่องทางออนไลน์ตามหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ได้ ดังนี้
ช่องทางลงทะเบียนค่าไฟฟ้า
แบ่งตามหน่วยงานและพื้นที่
การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) – พื้นที่กรุงเทพฯ, นนทบุรี, สมุทรปราการ
เว็บไซต์ลงทะเบียน: `https://meaeservice.mea.or.th/welfare`
ในบางบทความอ้างถึงลิงก์ `meagate1.mea.or.th/welfareregis` เป็นช่องทางลงทะเบียนเช่นกัน
เบอร์ติดต่อสอบถาม: 1130
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ. / PEA) – พื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ
เว็บไซต์ลงทะเบียนหลัก: `https://welfareregis.pea.co.th` หรือ `https://welfareregis.pea.co.th/Register`
เว็บไซต์ PEA: `www.pea.co.th`
เบอร์ติดต่อ PEA Contact Center: 1129
กิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กฟส. / กทร.)
เว็บไซต์ลงทะเบียน: `https://walfareregis.sea.co.th`
เบอร์ติดต่อที่ระบุ: 086 848 1284
ช่องทางลงทะเบียนค่าน้ำประปา
แยกตามหน่วยงานประปา
การประปานครหลวง (กปน.)
เว็บไซต์ลงทะเบียน: `https://eservicesapp.mwa.co.th/ES/MWAWelfareServlet` หรือ `eservicesapp.mwa.co.th`
เบอร์ติดต่อสอบถาม: 1125
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)
เว็บไซต์ลงทะเบียน: `https://register.pwa.co.th/welfare-register.html` หรือ `register.pwa.co.th`
เบอร์ติดต่อสอบถาม: 1662
ช่องทางสอบถามปัญหาเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
สำหรับข้อสงสัยเชิงนโยบายหรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยตรง
ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
โทร: 0-2109-2345
เวลาทำการ: วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–17.30 น. (ไม่รวมวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
ขั้นตอนลงทะเบียนออนไลน์ทีละขั้น: เตรียมเอกสาร–กรอกข้อมูล–ยืนยันตัวตน
แม้แต่ละหน่วยงานจะมีหน้าตาระบบต่างกัน แต่จากข้อมูลในบทความต่าง ๆ สามารถสรุปวิธีดำเนินการลงทะเบียนออนไลน์ได้เป็นขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
1. การเตรียมเอกสารและข้อมูลก่อนลงทะเบียน
สำหรับการลงทะเบียนรับสิทธิ ค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะในพื้นที่ กฟภ. และ กฟน. ต้องเตรียม
บัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เลขบัตรประชาชน 13 หลัก
ใบแจ้งค่าไฟฟ้าล่าสุด หรือบิลค่าไฟ
ใช้เพื่อกรอกข้อมูล เช่น รหัสเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า (เลขมิเตอร์) และหมายเลขบัญชีแสดงสัญญา
หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
ใช้สำหรับรับรหัส OTP เพื่อยืนยันตัวตน และใช้ตรวจสอบสถานะสิทธิภายหลัง
ในส่วนของ ค่าน้ำประปา ควรเตรียม
เลขบัตรประชาชน 13 หลัก
ใบแจ้งค่าน้ำประปาล่าสุด (เพื่อใช้เลขผู้ใช้น้ำหรือเลขบัญชี)
หมายเลขโทรศัพท์มือถือเช่นกัน
2. ขั้นตอนลงทะเบียนค่าไฟฟ้ากับ กฟน.
ตัวอย่างขั้นตอนจากเว็บไซต์ กฟน. (`https://meaeservice.mea.or.th/welfare`)
เข้าเว็บไซต์ตามลิงก์ที่ให้บริการ
- กรอกข้อมูลจากบิลไฟฟ้า
รหัสเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า
บัญชีแสดงสัญญา
ระบบจะแสดง ชื่อ–นามสกุล และที่อยู่ ของผู้ใช้ไฟฟ้าตามฐานข้อมูลโดยอัตโนมัติ
- กรอกข้อมูลเพิ่มเติม
เลขบัตรประชาชน 13 หลัก
หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด
กดปุ่ม “ลงทะเบียน” เพื่อส่งข้อมูลเข้าระบบ
3. ขั้นตอนลงทะเบียนค่าไฟฟ้ากับ กฟภ. (PEA)
สำหรับการลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน `https://welfareregis.pea.co.th` หรือ `Register`
เข้าเว็บไซต์ระบบลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐของ PEA
เลือกเมนู ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 (ตามที่ระบบระบุ)
- กรอกข้อมูลตามที่ระบบร้องขอ เช่น
เลขบัตรประชาชน 13 หลัก
ข้อมูลจากบิลค่าไฟฟ้า
หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
ยืนยันข้อมูลและส่งคำขอลงทะเบียน
4. วิธีตรวจสอบสถานะหลังลงทะเบียน (ตัวอย่างจาก PEA)
เมื่อดำเนินการลงทะเบียนแล้ว สามารถตรวจสอบว่าระบบรับข้อมูลเรียบร้อยหรือไม่ ผ่านเว็บไซต์ PEA ดังนี้
ไปที่เว็บไซต์ `welfareregis.pea.co.th`
คลิกเมนู “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565”
เลือกหัวข้อ “สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”
- กรอก
เลขบัตรประชาชน 13 หลัก
หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ของผู้ลงทะเบียน
คลิก “เข้าสู่ระบบ” เพื่อดูผลการลงทะเบียนและสถานะสิทธิ
5. ขั้นตอนลงทะเบียนค่าน้ำประปา (กปน.–กปภ.)
แม้บทความไม่ได้ลงรายละเอียดทุกขั้น แต่แนวทางทั่วไปสอดคล้องกันคือ
- เข้าเว็บไซต์ลงทะเบียนของหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่
เลือกเมนูลงทะเบียนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
- กรอกข้อมูล
เลขบัตรประชาชน
ข้อมูลผู้ใช้น้ำจากใบแจ้งหนี้
หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
ตรวจสอบข้อมูลและกดยืนยันลงทะเบียน
ข้อควรระวังและปัญหาที่พบได้บ่อยระหว่างลงทะเบียน
จากลักษณะระบบลงทะเบียนออนไลน์และข้อกำหนดของโครงการ สามารถสรุปประเด็นที่ควรระวังได้ดังนี้
1. ข้อมูลไม่ตรงกับฐานข้อมูลหน่วยงาน
ข้อมูลบนบัตรประชาชน, บัตรสวัสดิการ และบิลไฟฟ้า/น้ำประปา ต้องสอดคล้องกัน
ชื่อ–นามสกุล, ที่อยู่ และเลขที่ผู้ใช้บริการ หากไม่ตรง อาจทำให้ระบบไม่อนุมัติหรือเกิดข้อผิดพลาดในการยืนยันสิทธิ
แนวทางแก้ไข
ตรวจสอบข้อมูลจากบิลล่าสุดก่อนกรอกลงระบบ
หากพบความคลาดเคลื่อน ควรติดต่อหน่วยงานผู้ออกบิล (การไฟฟ้า/การประปา) เพื่อปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องก่อนลงทะเบียน
2. ระบบล่มหรือเข้าใช้งานไม่ได้ในช่วงใกล้หมดเขต
เนื่องจากวันสุดท้ายคือ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. ระบบอาจมีผู้ใช้งานจำนวนมากในช่วงท้ายของการลงทะเบียน ทำให้
เข้าเว็บไซต์ไม่ได้ชั่วคราว
ระบบโหลดช้า หรือส่งข้อมูลไม่สำเร็จ
แนวทางแก้ไข
ควรลงทะเบียนให้ เร็วกว่าช่วงใกล้หมดเขต เพื่อลดความเสี่ยง
หากระบบมีปัญหา ให้ลองใหม่ในช่วงเวลาที่คนใช้น้อย หรือเปลี่ยนไปใช้การลงทะเบียนผ่านสำนักงานการไฟฟ้าหรือการประปาในพื้นที่ (ตามที่ กฟภ. ระบุว่า สามารถลงทะเบียนได้ที่สำนักงานทุกแห่งทั่วประเทศ)
3. การติดต่อหน่วยงานเมื่อมีปัญหา
หากเกิดปัญหาที่แก้เองไม่ได้ เช่น
ระบบไม่พบข้อมูล
สงสัยว่าลงทะเบียนสำเร็จหรือยัง
ไม่แน่ใจว่าได้สิทธิครัวเรือนใด
สามารถติดต่อ
PEA Contact Center โทร 1129
กฟน. Call Center โทร 1130
กปน. Call Center โทร 1125
กปภ. Call Center โทร 1662
ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร 0-2109-2345 (วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–17.30 น.)
การบริหารสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้คุ้มค่า: ใช้สิทธิค่าไฟ–ค่าน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
จากเงื่อนไขของโครงการ การใช้สิทธิอย่างคุ้มค่าไม่ได้หมายถึงแค่การลงทะเบียนให้ทัน แต่ยังรวมถึงการวางแผนการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาให้สอดคล้องกับวงเงินที่รัฐสนับสนุน
1. บริหารสิทธิค่าไฟฟ้า
รัฐช่วยเหลือสูงสุด 315 บาท/เดือน/ครัวเรือน
หากใช้ไฟฟ้า เกิน 315 บาท ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเองในเดือนนั้น
กรณีบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ ไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน 3 เดือนติดกัน มีโอกาสได้รับสิทธิ ค่าไฟฟรี 50 หน่วย ตามเงื่อนไข PEA
การวางแผน
ควบคุมการใช้ไฟในครัวเรือนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับวงเงิน
ตรวจสอบบิลค่าไฟทุกเดือนเพื่อดูแนวโน้มการใช้ หากเริ่มสูงเกินวงเงินมาก ๆ อาจพิจารณาปรับลดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด
2. บริหารสิทธิค่าน้ำประปา
โครงสร้างสิทธิ
สนับสนุน 100 บาท/เดือน ต่อครัวเรือน
หากใช้น้ำ เกิน 100 แต่ไม่เกิน 315 บาท ยังได้ช่วยเหลือ 100 บาท แต่ต้องจ่ายส่วนเกินเอง
หากใช้น้ำ เกิน 315 บาท จะต้องรับภาระทั้งหมดเอง
การวางแผน
ติดตามบิลค่าน้ำทุกเดือนเพื่อประเมินปริมาณการใช้น้ำและค่าใช้จ่าย
พยายามรักษาค่าน้ำให้อยู่ในช่วงที่สิทธิ 100 บาทช่วยลดภาระได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด (ไม่ปล่อยให้เกิน 315 บาทโดยไม่จำเป็น)
3. ติดตามข่าวปรับปรุงสิทธิและประกาศใหม่
จากข้อมูลในเอกสาร มีการย้ำว่า
การลงทะเบียนรับสิทธิค่าไฟในรอบใหม่ปี 2569 จะ เปิดให้ตามกรอบเวลาที่กรมบัญชีกลางกำหนด และ “จะแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป”
จึงควร
ติดตามประกาศจาก กรมบัญชีกลาง, เว็บไซต์หน่วยงานไฟฟ้า–ประปา และช่องทางข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ
ตรวจสอบสถานะสิทธิผ่านระบบออนไลน์ของ PEA และหน่วยงานอื่น ๆ เป็นระยะ เพื่อไม่พลาดการเปลี่ยนแปลงหรือการเปิดรับลงทะเบียนรอบใหม่ในอนาคต
สรุปและไทม์ไลน์สำคัญที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องรู้ ปี 2569
จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปแก่นสำคัญและไทม์ไลน์ที่เกี่ยวข้องได้ดังนี้
1. ไทม์ไลน์โครงการในรอบนี้
วันสุดท้ายลงทะเบียน: วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น.
ช่วงเวลาการใช้สิทธิ:
ใช้ได้กับบิล ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาเดือนกรกฎาคม 2569
บิลสุดท้ายที่ใช้สิทธิได้คือ เดือนสิงหาคม 2569
2. กลุ่มเป้าหมาย
เฉพาะ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ปี 2565 ที่ ยังไม่เคยลงทะเบียน รับส่วนลดค่าไฟ–ค่าน้ำมาก่อน
ผู้ที่เคยลงทะเบียนแล้วในโครงการก่อนหน้า ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ และสิทธิยังคงมีผลต่อเนื่องตามประกาศ
3. วงเงินช่วยเหลือหลัก
ค่าไฟฟ้า: ช่วยเหลือสูงสุด 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
ค่าน้ำประปา: ช่วยเหลือสูงสุด 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน (หากใช้น้ำเกิน 100 แต่ไม่เกิน 315 บาท ยังคงได้รับ 100 บาท และต้องจ่ายส่วนเกินเอง)
4. ช่องทางหลักที่ต้องจำ
- ค่าไฟฟ้า
กฟน.: `https://meaeservice.mea.or.th/welfare` – โทร 1130
กฟภ.: `https://welfareregis.pea.co.th/Register` – โทร 1129
กฟส./กทร.: `https://walfareregis.sea.co.th` – โทร 086 848 1284
- ค่าน้ำประปา
กปน.: `https://eservicesapp.mwa.co.th/ES/MWAWelfareServlet` – โทร 1125
กปภ.: `https://register.pwa.co.th/welfare-register.html` – โทร 1662
- ปัญหาเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการฯ โทร 0-2109-2345
5. การเตรียมตัวไม่ให้พลาดสิทธิปี 2569
ตรวจสอบก่อนว่า เคยลงทะเบียนรับส่วนลดค่าไฟ–ค่าน้ำแล้วหรือยัง หากไม่แน่ใจ ให้ใช้ระบบตรวจสอบสถานะของ PEA หรือสอบถามหน่วยงาน
หากยัง ไม่เคยลงทะเบียน และเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 ให้รีบดำเนินการภายในกำหนดเวลา
เตรียมเอกสารให้ครบ: บัตรประชาชน, บัตรสวัสดิการ, บิลค่าไฟ–ค่าน้ำ, หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
เลือกช่องทางลงทะเบียนที่ตรงกับพื้นที่ให้บริการของบ้าน/ครัวเรือนของตน
ด้วยการทำตามไทม์ไลน์และเงื่อนไขที่ระบุอย่างเคร่งครัด ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะสามารถรักษาสิทธิช่วยเหลือค่าไฟ–ค่าน้ำในรอบปี 2569 ได้อย่างครบถ้วน และบริหารสิทธิให้คุ้มค่าตามกรอบที่รัฐกำหนดโดยไม่พลาดโอกาสจากการหมดเขตลงทะเบียน


ความคิดเห็น