เด็กเนิร์ดที่รู้ว่า “มหาลัยช้าเกินไป”
ในวันที่หลายคนยังงงกับสมการคณิตศาสตร์ตอนประถม เด็กชายคนหนึ่งกลับกำลังเขียนโค้ดที่เอาไปใช้ได้จริงในงานวิชาการแล้ว เขาคือ Alexandr Wang เด็กเนิร์ดสายโค้ดที่เริ่มจับภาษาคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ ป.6 และไม่ได้หยุดแค่เล่นสนุก ๆ
โตมาในบ้านนักฟิสิกส์ พ่อแม่ทำงานอยู่ฐานวิจัยอาวุธนิวเคลียร์ลับที่เม็กซิโก ชีวิตของหวัง (Wang) ถูกโอบล้อมด้วยวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ลืมตา โลกของเขาเต็มไปด้วยสมการ เทคโนโลยี และคอมพิวเตอร์ จนทำให้เขาหลงรักการเขียนโค้ดแบบสุดตัว
ช่วงมัธยม หวังไม่ได้แค่ “เก่งในห้อง” แต่ยังลงสนามแข่งโอลิมปิกวิชาการด้านคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใช่เด็กเก่งธรรมดา แต่เป็น สายแข่งจริงจัง ที่พร้อมชนทุกโจทย์ยาก
อายุแค่ 17 ปี เขาก็ทะลุเข้าประตูสถาบันในฝันของเด็กเนิร์ดทั่วโลกอย่าง MIT ได้สำเร็จ แต่หักมุมตรงที่เรียนได้เพียง 1 ปี เขากลับตัดสินใจ ลาออก
เหตุผลก็แทงใจดำระบบการศึกษาแบบดั้งเดิมสุด ๆ เพราะเขามองว่า “การเรียน 4 ปีมันช้าเกินไป และไม่ได้ตรงกับสิ่งที่อยากสร้างจริง ๆ”
แล้วเขาเลือกอะไรแทน? คำตอบคือ เขาเลือกลงสนามจริง ตั้งบริษัทของตัวเอง
จุดเริ่มจากตู้เย็นโล่ง ๆ สู่ไอเดีย Scale AI
โปรเจกต์ที่เปลี่ยนชีวิตหวังไม่ได้เริ่มจากอะไรยิ่งใหญ่ แต่มาจาก ตู้เย็นธรรมดา ๆ สมัยเรียนอยู่ MIT เขาทำโปรเจกต์ Machine Learning ติดกล้องไว้ในตู้เย็น เพื่อให้ระบบคอยเช็กว่าของในตู้หมดเมื่อไหร่ ควรซื้ออะไรเพิ่มบ้าง
ปัญหาคือ ต่อให้โค้ดดีแค่ไหน ซอฟต์แวร์ก็ยังไม่เข้าใจว่า “ของหมด” หน้าตาเป็นยังไง ไม่รู้ว่าภาพแบบไหนคือของเต็ม ภาพแบบไหนคือของโล่ง ๆ พูดง่าย ๆ คือ AI ยัง “ไม่รู้ภาษาโลกจริง” เลยตีโจทย์ไม่แตก
จากจุดนั้นเอง หวังได้อินไซต์สำคัญมากว่า
ก่อนที่ AI จะฉลาด
ก่อนที่มันจะช่วยคิดแทนเรา
ก่อนที่มันจะอ่านภาพหรือข้อความได้เข้าใจ
มันต้องมี “ข้อมูลที่ดีพอ” ให้เรียนรู้ก่อน
ปี 2016 ตอนเขาอายุเพียง 19 ปี หวังก็ไม่รอช้า ก่อตั้งบริษัทชื่อ Scale AI ขึ้นมา โดยตั้งใจให้เป็นตัวช่วยแก้ปัญหาใหญ่ของวงการ AI นั่นคือ AI ไม่เข้าใจโลกมนุษย์ เพราะไม่มีใครสอนภาษาให้มัน
หัวใจของ Scale AI คือการทำ AI Labeling หรือการช่วย “แปะป้าย” ให้ข้อมูล เช่น บอก AI ว่า
นี่คือรถ
นี่คือคนเดินเท้า
นี่คือถนน
นี่คือเอกสารทางการเงิน
ข้อมูลที่ถูกแปะป้ายอย่างละเอียดและแม่นยำแบบนี้แหละ ที่กลายเป็น “ตำราเรียน” ให้ AI เอาไปฝึก จนกลายเป็นซอฟต์แวร์ที่ฉลาดอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้
จากจิ๊กซอว์เล็ก ๆ สู่ฐานรากของ AI ทั่วโลก
หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ Scale AI แต่เกือบทุกคนบนโลกกำลัง ใช้ผลลัพธ์จากงานของบริษัทนี้อยู่ทางอ้อม
Scale AI ทำหน้าที่เหมือนโรงงานเบื้องหลัง ที่คอยจัดเตรียมและเรียงข้อมูลให้พร้อมสำหรับการใช้งานในเทคโนโลยีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น
รถยนต์ไร้คนขับ ที่ต้องมองถนนให้ออกว่าอะไรคือไฟแดง อะไรคือคน อะไรคือเลน
ระบบจัดการเอกสารมหาศาล ที่ต้องอ่าน แยกประเภท และทำความเข้าใจเอกสารอัตโนมัติ
โมเดล AI ของบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ต้องการข้อมูลคุณภาพสูงมาเทรน
ที่น่าสนใจคือ แม้หลายบริษัทจะเป็นคู่แข่งกันเอง แต่กลับต้องจบลงที่ “ไปพึ่งพาบริษัทเดียวกัน” อย่าง Scale AI ไม่ว่าจะเป็น
Meta
OpenAI
Toyota
General Motors
ทุกเจ้าต่างต้องใช้บริการข้อมูลจาก Scale AI เพราะนี่คือ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ด้านข้อมูล ที่ทำให้ AI ฉลาดขึ้นได้จริง
แถมยังไม่หยุดแค่ภาคธุรกิจ Scale AI ยังเซ็นสัญญามูลค่ากว่า 110 ล้านดอลลาร์ กับกองทัพอากาศและกองทัพบกสหรัฐฯ เพื่อช่วยงานด้านความมั่นคง เช่น ใช้ AI วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมจากพื้นที่สงครามอย่างรัสเซีย–ยูเครน
เรียกได้ว่า จากจิ๊กซอว์เล็ก ๆ ที่ชื่อ “การติดป้ายข้อมูล” กลายเป็น รากฐานสำคัญที่ยุค AI ขาดไม่ได้
Fact สุดว้าว: เด็กที่ลาออกจากมหาลัย กลายเป็นเศรษฐีพันล้านวัย 25
ถ้าคิดว่าเขาแค่เก่งอย่างเดียว ยังไม่สุดนะ เพราะเส้นทางธุรกิจของเขาก็พุ่งแรงไม่แพ้กัน
ในปี 2022 นิตยสาร Forbes จัดอันดับให้ Alexandr Wang เป็น Youngest Self-Made Billionaire หรือเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ที่สร้างตัวเองด้วยอายุน้อยที่สุดในเวลานั้น
มูลค่าบริษัท Scale AI ทะยานขึ้นไปถึง 7.3 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวเลขสวย ๆ แต่เป็นการยืนยันว่า
ไอเดียที่ว่า “AI ต้องการคนมาสอน” คือสิ่งที่โลกต้องการจริง ๆ
จากเด็กที่คิดว่า “เรียน 4 ปีมันช้าเกินไป” วันนี้เขากลายเป็นหนึ่งในคนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการเทคโนโลยี และเป็นคนเบื้องหลังที่ทำให้ AI ฉลาดแบบที่ทั่วโลกใช้อยู่ทุกวัน
สรุป: ถ้าไม่มีเขา วันนี้เราอาจยังไม่มี “เพื่อนซี้ AI” ให้ใช้
ลองมองย้อนกลับไป จุดเริ่มต้นทั้งหมดมาจาก ตู้เย็นโล่ง ๆ หนึ่งใบ ที่ทำให้เด็กเนิร์ดคนหนึ่งตั้งคำถามกับความสามารถของซอฟต์แวร์ และค้นพบว่า AI จะฉลาดไม่ได้เลย ถ้าไม่มีใคร “ลงมือสอน” อย่างจริงจัง
จากโปรเจกต์เล็ก ๆ ในห้องเรียน สู่บริษัทระดับพันล้านดอลลาร์ จากไอเดียส่วนตัว สู่การเป็น รากฐานของ AI ทั่วโลก
ทุกครั้งที่เราใช้ AI มาช่วยเขียนโค้ด ตอบคำถาม หรือช่วยทำงาน ลองนึกไว้เบา ๆ ได้เลยว่า ด้านหลังเวทีนั้น มีชื่อของ Alexandr Wang ยืนอยู่ในฐานะคนที่ทำให้ AI มีสมอง มีภาษา และพร้อมจะเป็น “เพื่อนร่วมงาน AI” ของเราจริง ๆ
และนี่คือพลังของคนที่ไม่แค่เขียนโค้ดเก่ง แต่ยังกล้ามองโลกต่างออกไป แล้วลงมือสร้างสิ่งที่ทั้งโลกต้องใช้ในอนาคต

