เปิดแผนที่ล่ารสชาติไทยแท้ในเชียงใหม่
เชียงใหม่ไม่ได้มีดีแค่อากาศเย็นและวิวภูเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่รวม เสน่ห์อาหารไทยครบทุกภาค เอาไว้ในที่เดียว ตั้งแต่สำรับบ้านๆ แบบรสมือแม่ ไปจนถึงไทยฟิวชั่นในโรงแรมริมน้ำสุดหรู
เอกลักษณ์อาหารไทยแต่ละภูมิภาคก็มีบุคลิกชัดเจน
ภาคใต้: เผ็ดร้อนถึงใจ จากเครื่องแกงและเครื่องเทศ
ภาคตะวันออก: เด่นเรื่องการดอง หมัก เกลือ และพริก เพิ่มมิติรสชาติ
ภาคเหนือ: มันและเข้ม ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นในอากาศหนาว
ภาคกลาง: แสนจะสมดุล ครบรส เค็ม เปรี้ยว เผ็ด หวาน จากความอุดมสมบูรณ์ของผืนดิน
รสชาติทั้งหมดนี้ค่อยๆ เดินทางจากครัวของคุณยายและคุณแม่ สู่สตรีทฟู้ด ไปจนถึงร้านดังระดับมิชลิน ผ่านการตีความใหม่ของเชฟยุคนี้ จนเกิดเป็นเมนูไทยแบบใหม่ที่ยังคง หัวใจความเป็นไทย เอาไว้อย่างเหนียวแน่น
และนี่คือ 7 ร้านในเชียงใหม่ที่สายกินไทยห้ามพลาด
1. สำรับกับข้าว – อาหารใต้จากภูเก็ตที่ยกครัวบ้านมาไว้เชียงใหม่
ใครคิดถึงรสมือใต้แบบภูเก็ต ต้องแวะมาร้าน สำรับกับข้าว เพราะที่นี่คือการพา “ครัวบ้านภูเก็ต” ขึ้นเหนือกันทั้งชุด
บรรยากาศร้านเต็มไปด้วยกลิ่นอายชิโนโปรตุกีสแบบภูเก็ต ให้ฟีลเหมือนแวะไปกินข้าวบ้านเพื่อนเจ้าถิ่น อบอุ่น สบายๆ แต่รสมือในจานคือ ดุดันแบบอาหารปักษ์ใต้แท้ๆ
เมนูที่ไม่ควรพลาด
หมูฮ้อง – หมูตุ๋นเนื้อนุ่มละลายในปาก รสเค็มหวานกำลังดี กินกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วหยุดไม่ได้
สะตอผัดกะปิกุ้งสด – กุ้งชิ้นเต็มคำ ผัดมากับกะปิหอมๆ และสะตอมันกรุบ ได้รสเค็ม เปรี้ยว เผ็ด หวาน ครบจบในจานเดียว
แกงไก่กอและ – ไก่นุ่มชุ่มเครื่องแกง กลิ่นเครื่องเทศหอมชัด รสเค็มหวานกลมกล่อมแบบใต้แท้
แกงคั่วเนื้อปูทะเล – เครื่องแกงคั่วเข้มข้นเจอกับความหวานของปูทะเลสด กลายเป็นจานแกงที่ทั้งจัดจ้านและละมุนในคำเดียว
นอกจากจานจัดจ้าน ทางร้านยังมีเมนูทานง่ายสำหรับเด็ก ข้าวผัด สปาเกตตี และมีสนามเด็กเล่น ที่จอดรถกว้าง รองรับกลุ่มสังสรรค์ 20–30 คนพร้อมห้องส่วนตัว เป็นร้านที่เหมาะทั้งมื้อครอบครัวและมื้อรวมแก๊งค์
2. ห้องอาหารมิรา – ไทยฟิวชั่นหรู ริมน้ำปิง ในโรงแรมรติล้านนา
ใครชอบบรรยากาศริมน้ำปิงแบบโรแมนติก ต้องจองโต๊ะที่ ห้องอาหารมิรา แห่งโรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เลย
ที่นี่หยิบเอาเมนูไทยที่เราคุ้นเคยมาตีความใหม่ในสไตล์ฟิวชั่น ผสมวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน ทั้งรสชาติและการจัดจาน ในบรรยากาศริมน้ำที่เหมาะทั้งดินเนอร์คู่รักและมื้อพิเศษ
ผู้อยู่เบื้องหลังคือ เชฟสรายุทธ แก้วยนต์ (เชฟแก่น) เชฟมากประสบการณ์ทั้งสายไทยและตะวันตก การันตีด้วยรางวัล The Winner Thailand Umami Culinary Challenge 2012 รวมทั้งชื่อเสียงของห้องอาหารที่เคยคว้า The Best Thai Restaurant จาก Thailand Tatler
จุดเด่นของห้องอาหารมิรา คือ
เน้น รสชาติไทยชัดเจน แต่ยกระดับการนำเสนอ
ใช้ทั้งวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น เครื่องเทศ ผักพื้นบ้าน สมุนไพรไทย
ผสานกับวัตถุดิบนำเข้าเกรดดี ปรุงทั้งเทคนิคไทยและตะวันตก
ผลลัพธ์คือเมนูที่ทั้งหน้าตาและรสชาติสมัยใหม่ แต่ยังคงหัวใจของอาหารไทยอยู่ครบ
3. Mix Beef Club & Restaurant – สายเนื้อ สายไวน์ และอาหารไทยแบบจัดเต็ม
จาก Mix Restaurant & Bar ที่คนเชียงใหม่คุ้นชื่อ วันนี้พัฒนาสู่ Mix Beef Club & Restaurant บนนิมมานเหมินท์ ซอย 1 ที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น “มิกซ์” ทั้งบรรยากาศ เมนู และประสบการณ์แบบครบเครื่อง
ที่นี่ให้ความสำคัญกับ
การเลือกวัตถุดิบสดใหม่คุณภาพสูง
เทคนิคการปรุงและการพรีเซนต์ระดับสากล
แทรกกลิ่นอายความเป็นไทยไว้ในหลายเมนู
นอกจากเนื้อคุณภาพและคอลเลกชันไวน์กว่า 200 ฉลาก ไฮไลท์คือเมนูอาหารไทยที่ถูก ต่อยอดให้สนุกขึ้น โดยคุณจ้ำ ณริสสร สมสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้ง ร่วมกับเชฟฉิม เชฟอาหารไทยที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี
แต่ละจานหยิบเอาวัตถุดิบเด่นจากหลากภูมิภาคมาสร้างสรรค์ใหม่ เป็น อาหารไทยหน้าตาโมเดิร์นแต่รสถึงเครื่อง จนกลายเป็นร้านโปรดทั้งของชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยว กวาดรางวัลมาแล้วทั้งในและต่างประเทศ
4. ห้องอาหารเรือนแทมมาริน – โอเอซิสกลางเมืองกับอาหารไทยแบบโฮมเมด
ในบรรยากาศเงียบสงบของ โรงแรมแทมมาริน วิลเลจ ซ่อนอยู่คือห้องอาหารไม้โปร่งโล่งริมสระว่ายน้ำ ที่รายล้อมด้วยต้นไม้เขียวขจี เหมือนหลุดเข้าไปในหมู่บ้านสงบกลางเมือง
ที่ ห้องอาหารเรือนแทมมาริน ทุกจานคือความตั้งใจในแบบโฮมเมด ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกจากท้องถิ่น สะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองเหนือผ่าน รสชาติแบบ Authentic Thai ที่เน้นทั้งรสและสัมผัส
เมนูแนะนำที่ต้องลอง
แกงเป็ดย่างลิ้นจี่ – น้ำแกงเข้มข้น หอมมันกะทิ เป็ดเนื้อนุ่มเจอกับความหวานฉ่ำของลิ้นจี่ กลายเป็นรสชาติแปลกใหม่แต่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ
เห็ดทอดรวม – เมนูในลิสต์ ‘10 จาน ตำนานแห่งความอร่อย’ ใช้เห็ดเข็มทองและเห็ดออรินจิจากโครงการหลวง ปรุงรสด้วยเครื่องเทศ ชุบแป้งทอดตามสูตรเก่าแก่ เสิร์ฟคู่กับน้ำพริกหวานหรือซอสครีมหัวหอม กินเล่นได้เพลินแบบหยุดยาก
ห้องอาหารเรือนแทมมารินยังมีอีกหลายเมนูไฮไลท์ที่เชฟตั้งใจรังสรรค์ในทุกองค์ประกอบ ทำให้ง่ายมากที่จะ ตกหลุมรักที่นี่ตั้งแต่คำแรก
5. ป้าก (Parc Thai Eatery) – พาเราไหลกลับสู่ตำรับไทยโบราณ
ถ้าอยากหลบความวุ่นวายมานั่งกินข้าวชิลๆ ท่ามกลางห้องกระจกใส มองวิวรอบด้าน หรือจะออกไปโซนเอาท์ดอร์รับลม ฟังเสียงน้ำตกเบาๆ ต้องมาที่ ป้าก (Parc Thai Eatery)
จุดเด่นของที่นี่ คือการ เล่าเรื่องอาหารไทยผ่านตำราและวรรณคดี
แรงบันดาลใจของเมนูมาจาก
กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานในรัชกาลที่ 2
ตำราแม่ครัวหัวป่าก์ ตำรากับข้าวเล่มแรกของไทย
ตำรับอาหารไทยบ้านๆ ที่สืบทอดจากผู้เฒ่าผู้แก่ยุคโบราณ
เชฟหยิบเอาภูมิปัญญาไทยด้านอาหารคาวหวาน มาต่อยอดกับวัตถุดิบสดใหม่ในท้องถิ่น กลายเป็นจานที่ทั้ง ประณีตและร่วมสมัย รสชาติไทยแท้แต่ปรับให้กินง่าย ถูกปากทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
ป้ากเป็นหนึ่งในร้านในเครือกุลพันธ์ กรุ๊ป ที่ตั้งใจมอบประสบการณ์อาหารไทยโบราณในแบบที่ทั้งหน้าตาและรสชาติ มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
6. Sayomporn Thai Restaurant – สำรับรสมือแม่ ในบูติครีสอร์ตเงียบสงบ
ซ่อนตัวอยู่ใน สิรีอำพัน บูติค รีสอร์ท แอนด์ สปา คือห้องอาหารไทยที่ให้ฟีลกลับบ้านไปกินข้าวกับครอบครัว ชื่อว่า Sayomporn Thai Restaurant (ห้องอาหารสยมพร)
ที่นี่คือการพาเรา “back to the basic” แบบเต็มตัว
เรียบง่าย แต่ใส่ใจในทุกขั้นตอน
บรรยากาศสงบ ท่ามกลางความเขียวชอุ่มของธรรมชาติ
เสิร์ฟอาหารไทยแท้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนนั่งกินข้าวในเรือนไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ทุกเมนูใช้วัตถุดิบปลอดสารที่คัดมาอย่างดี เน้นรสมือแม่แบบดั้งเดิม รสจัดจ้าน ครบรส เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด ผสมกันอย่างลงตัว ใช้วัตถุดิบพื้นบ้านสดใหม่ เสิร์ฟแบบเรียบง่ายแต่ดูน่าทาน
ของหวานก็ไม่ธรรมดา ไฮไลท์คือ
กล้วยทอดยอดพธู – ใช้กล้วยน้ำว้า ปรุงด้วยเทคนิคพิเศษจนได้กล้วยทอดฟูใหญ่ หอมหวาน เคียงกับไอศกรีมมะพร้าวเพิ่มความสดชื่น เป็นของหวานที่ทั้งน่ารักและกินเพลิน
ด้วยรสชาติที่ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจ สยมพรจึงเป็นอีกหนึ่งร้านที่ใครได้ลองแล้วมักจะอยากกลับมาอีก
7. Ging Grai – กิ่งไกร เชียงใหม่: ร้านเดียว ครบ 4 ภูมิภาค
ถ้าอยากชิมอาหารไทย ครบทั้งเหนือ กลาง อีสาน และตะวันออก ในร้านเดียว ต้องมาที่ Ging Grai – กิ่งไกร เชียงใหม่ บนนิมมานเหมินท์ ซอย 11
ที่นี่รวมทั้งเมนูพื้นถิ่นหาทานยาก และจานเดียวกินง่าย แต่ทุกรายการยึดสูตร รสมือคุณยาย ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นตัวนำเรื่องราว
ชื่อ “กิ่งไกร” มาจากต้นไกรที่ปลูกอยู่ในบ้านของคุณเอ้ ธนฤกษ์ เหล่าเราวิโรจน์ ที่จังหวัดขอนแก่น ต้นไม้ต้นนี้เติบโตคู่กับเจ้าของร้านมากว่าสามทศวรรษ จนแผ่กิ่งก้านใหญ่ ให้ร่มเงา และกลายเป็นสัญลักษณ์ของรากฐานที่แข็งแรง พร้อมแผ่ขยายไปไกลทั้งในและต่างประเทศ
ความน่าสนใจอีกอย่าง คือประสบการณ์ชีวิตของคุณเอ้ที่เคยใช้ชีวิตมาแทบทุกภาค
เคยอยู่ตราด ภาคตะวันออก กินอาหารฝีมือคุณยาย
มีรากจากภาคกลาง
ตั้งรกรากที่ขอนแก่นในภาคอีสาน
ปัจจุบันย้ายมาเชียงใหม่ ภาคเหนือ
ทั้งหมดนี้ทำให้เขา ซึมซับวัฒนธรรมการกินของทั้ง 4 ภาค แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นร้านกิ่งไกร ที่ไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหาร แต่เป็นพื้นที่ให้คนได้เรียนรู้เรื่องราวท้องถิ่น ผ่านเมนูที่มอบความสุขแบบบ้านๆ และยังมีเมนูใหม่ๆ หมุนเวียนมาต้อนรับนักชิมเสมอ
8. สามเสนวิลล่า – ตำนานเบียร์วุ้นและอาหารไทยที่อยู่คู่คนไทยมานาน
อีกหนึ่งร้านที่กลายเป็นตำนานในโลกอาหารไทย คือ สามเสนวิลล่า จุดเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2521 ที่กรุงเทพฯ ก่อนจะขยายมาเปิดสาขาเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2551
สาขาเชียงใหม่ยังคงรักษามาตรฐานทั้งรสชาติ ฝีมือ การบริการ และความใส่ใจ พร้อมอัปเดตเมนูใหม่ๆ ให้สายกินได้ตื่นเต้นอยู่ตลอด จากร้านบุกเบิก “เบียร์วุ้นแก้วแช่” เจ้าแรกของไทย วันนี้สามเสนวิลล่าได้กลายเป็นอีกหนึ่งชื่อที่ผูกพันกับความทรงจำของหลายคน
บรรยากาศสาขาเชียงใหม่มาในสไตล์ร้านอาหารริมแม่น้ำปิง รายล้อมด้วยต้นไม้เขียวๆ โปร่งโล่ง มีทั้งมุมเอาท์ดอร์ติดน้ำและห้องแอร์ในร่ม เหมาะสำหรับทั้งมื้อครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือดินเนอร์สบายๆ
เมนูมีให้เลือกกว่า 200 รายการ การันตีด้วยมิชลินไกด์ 2 ปีซ้อน (2020–2021) และยังติดลิสต์ร้านแนะนำปี 2023 อีกด้วย
เมนูไทยที่น่าลอง
หมูสะเต๊ะสามเสนวิลล่า – หมูชิ้นหนานุ่ม หอมกะทิ ใช้สูตรเฉพาะของทางร้าน การันตีความอร่อยจากสายชิมมืออาชีพ
ปลาหมึกแดดเดียว – เมนูกินเล่นที่กินได้ยาว ตั้งแต่กลางวันยันดึก หมักถึงรส ทอดกรอบนอกนุ่มใน หั่นมาเป็นเส้นแบน เคี้ยวหนึบเพลิน
เมี่ยงปลากะพงทอดใบชะพลู – จัดเต็มด้วยเครื่องเมี่ยง มะนาว ตะไคร้ หอมแดง ขิงอ่อน เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พริกขี้หนู ห่อรวมกับเนื้อปลากะพงในใบชะพลู คำเดียวครบรส
กุ้งแม่น้ำเผา – กุ้งไซส์พิเศษส่งตรงจากอยุธยา เผาสุกกำลังดี เนื้อเด้ง หอมมันเยิ้ม กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดคือที่สุด
นอกจากอาหารไทย ยังมีเมนูตะวันตกให้เลือกทั้งสเต็ก โคลด์คัท ซี่โครงหมูย่าง สปาเกตตี ฟัวกราส์ จับคู่กับเบียร์วุ้นเย็นๆ ให้มื้อนี้ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจ
ปิดท้าย: เชียงใหม่ เมืองเดียวที่กินไทยได้ครบทุกอารมณ์
จากอาหารใต้สไตล์ภูเก็ต รสมือคุณยายสี่ภาค จนถึงไทยฟิวชั่นริมน้ำปิง เชียงใหม่คือ สวรรค์ของคนรักอาหารไทย อย่างแท้จริง
จะมากับครอบครัว เพื่อน คนพิเศษ หรือมาคนเดียว แล้วออกตะเวนกินทีละร้าน คุณจะได้สัมผัสตั้งแต่ความเรียบง่ายแบบบ้านๆ ไปจนถึงความประณีตในระดับโรงแรมหรู
ถ้าคุณเชื่อว่าอาหารไทยคือหนึ่งในความภูมิใจของชาติ เมืองนี้คือจุดหมายที่ต้องมา “ชิมด้วยตัวเอง” สักครั้งในชีวิต

