ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

AI agents ในองค์กรกำลังกลายเป็นเพื่อนร่วมงานตัวจริง

AI agents ในองค์กรกำลังกลายเป็นเพื่อนร่วมงานตัวจริง
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

AI agents ในองค์กรคืออะไร และทำไมช่วงนี้ทุกคนพูดถึง

AI agents ในองค์กรคือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกออกแบบให้ทำงานเป็นหน่วยงานดิจิทัลในทีม เช่น เพื่อนร่วมงานเสมือนที่เข้าใจบริบทธุรกิจ เชื่อมต่อหลายระบบ และสามารถดำเนินเวิร์กโฟลว์ให้เสร็จสิ้นแบบอัตโนมัติ แทนที่จะตอบคำถามอย่างเดียวเหมือนบอตแชท AI agents สมัยใหม่ทำหน้าที่ทั้งวิเคราะห์ข้อมูล สรุปทางเลือก และเรียกใช้งานระบบต่าง ๆ โดยมีมนุษย์เป็นคนกำกับทิศทางการตัดสินใจ จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ AI agents ในองค์กรถูกพูดถึงมากขึ้นมาจากสองกรณีล่าสุด หนึ่งคือการเปิดตัวทั่วโลกของ Salesforce Agentforce Coworker ให้กับพนักงาน Adecco Group จำนวน 27,000 คนในกว่า 40 ประเทศ ซึ่งนำ AI แบบตัวแทนเข้าสู่การทำงานประจำวันหลังจากทดลองในสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส อีกหนึ่งคือการประกาศความสามารถใหม่ของ Missionforce ใน Government Cloud ที่เปิดให้หน่วยงานรัฐควบคุมการพัฒนา ปรับแต่ง และปรับใช้ AI ได้มากขึ้น พร้อมร่วมมือกับ OpenAI นำโมเดล AI เข้าไปในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ทั้งสองเคสนี้บอกเราอย่างชัดว่า AI agents กำลังก้าวจากเฟสทดลองมาสู่การเป็นส่วนหนึ่งของแรงงานจริงในองค์กรขนาดใหญ่

Agentforce Coworker เมื่อ AI agents กลายเป็นเพื่อนร่วมทีมขายและ HR

สิ่งที่ทำให้ Salesforce Agentforce Coworker น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวเทคโนโลยี แต่คือการที่องค์กรใหญ่อย่าง Adecco เลือกปล่อยใช้งานพร้อมกันทั่วโลกให้พนักงาน 27,000 คนในกว่า 40 ประเทศ หลังพิสูจน์แล้วในโครงการทดลองว่ามีการนำไปใช้ได้จริงภายในไม่กี่วัน Coworker ถูกวางตัวเป็น “AI teammate” ที่ฝังอยู่ในแพลตฟอร์ม Salesforce ใช้โมเดลจาก Anthropic และเข้าไปแตะงานจริงทั้งด้านการขาย การสรรหา และการมีส่วนร่วมกับลูกค้าและผู้สมัคร บนหน้าผลิตภัณฑ์ Salesforce ระบุว่า Coworker เชื่อมต่อและทำดัชนีข้อมูลจากแหล่งข้อมูลระดับองค์กรกว่า 300 แหล่ง เพื่อให้คำตอบพร้อมบริบทธุรกิจครบถ้วน และสามารถเรียกใช้ flow เปิดใช้งานตัวแทนอื่น และทำให้การทำงานดำเนินต่อไปโดยอัตโนมัติ แปลว่าพนักงานไม่ต้องวิ่งไล่หาไฟล์หรือข้อมูลจากหลายระบบ แต่มีจุดเข้าถึงเดียวที่รู้ทั้งประวัติผู้สมัครและบริบทของลูกค้าในช่วงเวลาที่ต้องใช้การตัดสินใจของมนุษย์ ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่แค่บนสไลด์ กรณีการปรับใช้ AI agents ในกระบวนการสรรหาในสหราชอาณาจักรทำให้ Adecco รายงานว่าประหยัดเวลาได้ 15 เปอร์เซ็นต์จากการอัตโนมัติของงานประจำ และลดระยะเวลาในการเติมตำแหน่ง เพิ่มอัตราการเติม และลดต้นทุนการให้บริการ นี่คือตัวอย่างชัดเจนว่าระบบอัตโนมัติแบบ agentic ไม่ได้มาแทนคน แต่ยกภาระงานซ้ำ ๆ ให้ทีมมีเวลาคุยกับลูกค้าและผู้สมัครอย่างลึกขึ้น ตามคำของ CEO Denis Machuel ที่บอกว่า “เราเห็นการออกแบบงานใหม่ที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ยุคอินเทอร์เน็ต เราต้องทำให้พนักงานของเรามีเทคโนโลยีและวิธีการทำงานใหม่”

Missionforce กับภาพ AI agents ในภาครัฐที่ทำงานเคียงข้างเจ้าหน้าที่

ฝั่งภาครัฐ ภาพของ AI agents มักถูกมองว่าห่างไกลหรือเสี่ยง แต่ Missionforce แสดงให้เห็นว่าเมื่อออกแบบถูกต้อง AI สามารถเข้าไปหนุนภารกิจและนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรม Salesforce ประกาศเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ว่า Missionforce เพิ่มความสามารถให้หน่วยงานรัฐบาลควบคุมการพัฒนา ปรับแต่ง และปรับใช้ AI ได้มากขึ้น พร้อมความร่วมมือใหม่กับ OpenAI เพื่อนำโมเดล AI ชั้นนำเข้าสู่สภาพแวดล้อม Government Cloud ที่ปลอดภัย เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การสร้างระบบอัตโนมัติลอย ๆ แต่คือการลดงานที่ต้องทำด้วยมือสำหรับทีมรัฐบาล สนับสนุนภารกิจที่ทำงานต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้การดำเนินนโยบายราบรื่น เพิ่มประสิทธิภาพ และปรับปรุงการสนับสนุนประชาชน ตัว Policy Engine ของ Missionforce ใช้ความสามารถของ AI สร้างสรรค์จาก OpenAI แปลงเอกสารนโยบายที่ได้รับการอนุมัติให้เป็นกฎที่มีโครงสร้างและกำหนดผลลัพธ์ชัดเจน สร้างกรณีทดสอบเพื่อยืนยันความแม่นยำ และยังต้องผ่านการตรวจสอบอนุมัติจากมนุษย์ก่อนนำไปใช้จริง ที่สำคัญ Policy Engine รวมเข้ากับ ChatGPT ให้ประชาชนค้นหาคำตอบเกี่ยวกับนโยบาย และช่วยเจ้าหน้าที่ดึงข้อมูลแนวทางที่แม่นยำและเป็นปัจจุบันเมื่อให้การสนับสนุนผู้รับสิทธิ ตัวอย่างเช่น หากรายได้ครอบครัวเปลี่ยนแปลง โปรแกรม Medicaid ของรัฐสามารถประเมินสิทธิการคุ้มครองเด็กใหม่โดยอัตโนมัติตามกฎปัจจุบัน กำหนดการคุ้มครองภายในไม่กี่นาที และสร้างบันทึกตรวจสอบเต็มรูปแบบเพื่ออธิบายวิธีตัดสินใจ นี่คือการใช้ระบบอัตโนมัติไปกับงานที่อ่อนไหวสูง โดยยังคงมีมนุษย์คุมคุณภาพและทิศทาง

จากบอตแชทสู่ระบบอัตโนมัติ เวิร์กโฟลว์ทั้งองค์กรกำลังถูกออกแบบใหม่

กรณีของ Agentforce และ Missionforce ทำให้เห็นตรงกันว่า AI agents ในองค์กรกำลังเดินออกจากกรอบ “บอตตอบคำถาม” ไปสู่บทบาทใหม่ที่ทำงานแทนมือคนในเวิร์กโฟลว์หลายขั้นตอน ตั้งแต่ HR ฝ่ายสรรหา งานขาย ไปจนถึงการจัดซื้อและการจัดการผู้จัดหาของรัฐ สำหรับ Adecco Agentforce Coworker ไม่ได้แค่สรุปข้อมูล แต่ช่วยให้พนักงานขายและผู้สรรหาค้นหาโอกาส เตรียมสรุปการขาย เพิ่มข้อมูลโอกาส ดูสถานะของลีด และเปิดใช้งานตัวแทนการคัดกรองล่วงหน้า ตัวแทนผู้สรรหา หรือการรับเข้าทำงานได้จากอินเทอร์เฟซเดียว สิ่งนี้ทำให้การปรับใช้ AI ไม่ใช่เรื่องของ chatbot ที่ตอบคำถาม HR แต่เป็นระบบอัตโนมัติที่ทำให้กระบวนการสรรหาทั้งสายงานไหลลื่นขึ้น ฝั่ง Missionforce Operations ก็มีแนวคิดคล้ายกัน คือแปลงกระบวนการที่ยังใช้เอกสารกระดาษและทำด้วยมือ เช่น การจัดซื้อ การจัดการผู้จัดหา และการตรวจสอบใบแจ้งหนี้ ให้กลายเป็นเวิร์กโฟลว์ดิจิทัลภายในไม่กี่นาที โดยใช้ตัวแทน AI เชี่ยวชาญประสานงานงาน ติดตามสถานะ และระบุข้อยกเว้นแบบเรียลไทม์ ทั้งหมดทำงานในคลาวด์ส่วนตัวหรือสภาพแวดล้อมที่แยกออกจากเครือข่าย ผลคือพนักงานไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ๆ หรือไล่โทรหาเอกสาร แต่สามารถใช้เวลาไปกับการตัดสินใจ การสื่อสาร และการแก้ปัญหาที่ต้องใช้วิจารณญาณแทน

บทเรียนสำหรับองค์กรที่คิดจะปรับใช้ AI agents: งานไม่ได้หายไป แต่เปลี่ยนหน้าที่

จากสองกรณีศึกษานี้ บทเรียนสำคัญสำหรับองค์กรที่มองการปรับใช้ AI agents คือ อย่ามอง AI เป็นโครงการทดลองที่อยู่ในห้องแล็บอีกต่อไป เมื่อองค์กรระดับโลกอย่าง Adecco ตั้งเป้าให้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ถูกขับเคลื่อนด้วย AI แบบตัวแทนภายในสิ้นปี 2026 ภายใต้ข้อตกลง Agentforce 360 แบบเข้าถึงไม่จำกัด แปลว่าการออกแบบงานใหม่กำลังเกิดขึ้นจริงในระดับโมเดลธุรกิจ ไม่ใช่แค่ระดับเครื่องมือ ในฝั่งรัฐบาล การที่ Missionforce เริ่มเปิดให้ใช้งานทั่วไปในภูมิภาคสหรัฐอเมริกา พร้อมเตรียมนำโมเดล NVIDIA ที่ผ่านการฝึกเพิ่มให้ลูกค้าเลือกใช้ในเดือนตุลาคม 2026 สะท้อนว่าภาครัฐเองก็เดินหน้าเข้าสู่ยุคที่ระบบอัตโนมัติกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่ฟีเจอร์เสริม เมื่อทั้งสองฝั่งเอกชนและรัฐขยับพร้อมกัน ผลกระทบต่อแรงงานย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากการนำไปใช้คือ งานไม่หายไป แต่ย้ายจากการทำสิ่งซ้ำ ๆ ไปสู่การควบคุม การออกแบบ และการตีความการตัดสินใจของ AI agents ทีมขายและผู้สรรหาของ Adeccoได้เวลาไปมีส่วนร่วมลึกกับลูกค้าและผู้สมัครแทนการทำงานประจำ เจ้าหน้าที่รัฐมีเครื่องมือช่วยประเมินสิทธิและจัดการนโยบายอย่างรวดเร็ว แต่ยังต้องตรวจสอบและอนุมัติผลลัพธ์จาก Policy Engine ด้วยมนุษย์ สุดท้ายแล้ว คำถามสำหรับผู้นำองค์กรไม่ใช่ “AI จะมาแทนคนหรือไม่” แต่คือ “เราจะออกแบบบทบาทใหม่ให้คนทำงานเคียงข้าง AI agents อย่างมีคุณค่าและรับผิดชอบได้อย่างไร”

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!