ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

6 เฉดสีผมบลอนด์เซเลบริตี้ เลือกให้ตรงโทนผิวแล้วลุคพุ่ง

6 เฉดสีผมบลอนด์เซเลบริตี้ เลือกให้ตรงโทนผิวแล้วลุคพุ่ง
ความสนใจ|เทคนิคการแต่งทรง

ทำไมยุค Blonde Era ถึงมาแรง และใครควรเริ่มจากเฉดไหน

สีผมบลอนด์เซเลบริตี้คือการฟอกและย้อมผมให้อยู่ในโทนสีบลอนด์ตั้งแต่เฉดสว่างจัดอย่างแพลทินัมไปจนถึงบลอนด์โทนเข้มอย่างดาร์กบลอนด์ เป็นเทคนิคการเปลี่ยนสีผมที่ช่วยเปลี่ยนคาแรกเตอร์ของคนให้ดูแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน ทั้งดูเท่ มีความแฟชั่น หรือดูละมุนเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเลือกโทนสีและความสว่างให้สัมพันธ์กับผิวหน้าและสไตล์การแต่งตัว เพื่อให้สีผมบลอนด์กลายเป็นส่วนสำคัญของลุคโดยไม่กลบเสน่ห์เดิมของตัวเอง มุมที่น่าสนใจคือเหล่าเซเลบและศิลปินกำลังพร้อมใจกันเข้าสู่ Blonde Era จากภาพจำผมสีเข้มมานานอยู่ดีๆ ก็หันไปย้อมผมสีบลอนด์ตั้งแต่แพลทินัมที่สว่างเกือบขาว ไปจนถึงโทนดาร์กบลอนด์ที่ดูซอฟต์และเป็นธรรมชาติมากขึ้น การเปลี่ยนสีผมจึงไม่ใช่แค่เรื่องตามกระแส แต่เป็นการประกาศตัวตนใหม่ให้ชัดขึ้น ถ้าไม่อยากโดดไปสว่างสุดทาง ดาร์กบลอนด์ถูกพูดถึงว่าเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ยังไม่อยากเข้าสู่ผมบลอนด์แบบเต็มตัว เพราะมีน้ำหนักของสีน้ำตาลช่วยลดความสว่างทำให้ดูสุขุมและเป็นธรรมชาติ และช่วยให้การเปลี่ยนจากผมสีเข้มมาสู่โทนบลอนด์ดูไม่สุดโต่งจนเกินไป

6 เฉดสีผมบลอนด์เซเลบริตี้ เลือกให้ตรงโทนผิวแล้วลุคพุ่ง

สายกล้าเท่แบบจัดเต็ม: Platinum Blonde และ Platinum Ash Blonde

ถ้าคุณอยากให้สีผมกลายเป็นจุดศูนย์กลางของลุค แบบเดินเข้ามาแล้วทุกคนต้องเหลียวมอง เฉด Platinum Blonde คือคำตอบ สีบลอนด์สว่างเกือบขาวช่วยเปลี่ยนภาพจำคนหนึ่งได้แทบจะทันที และเข้ากันมากกับเสื้อผ้าโทนเข้มหรือสไตล์ที่มีความจัดจ้าน เพราะคอนทราสต์แรงทำให้ภาพรวมดูแฟชั่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มุมมองแบบตรงไปตรงมาคือเฉดนี้ไม่เหมาะกับคนที่อยากเซฟลุค ธรรมดาๆ แต่เหมาะกับคนที่พร้อมเล่นใหญ่และใช้ผมเป็นแอ็กเซสซอรีหลักของตัวเอง ถ้าแพลทินัมบลอนด์ให้ความรู้สึกสว่างชัดและเด่นแบบสุดทาง Platinum Ash Blonde จะเพิ่มความหม่นและเย็นเข้ามา ทำให้ลุคดูเท่ สุขุม และมีความแฟชั่นมากขึ้น ใครไม่ชอบความเหลืองหรือความอบอุ่นของบลอนด์โทนทองจะถูกใจเฉดนี้ เพราะโทนเย็นให้ภาพลักษณ์ที่ดูโมเดิร์นและเฉียบคม เหมาะกับคนที่ใช้เสื้อผ้าโทนเทา ดำ น้ำเงินเข้มบ่อยๆ และอยากให้ทุกอย่างไหลไปในโทนคูลโดยไม่หลุดกรอบความเท่

สายอบอุ่นเข้าถึงง่าย: Golden Blonde และ Milk Tea Blonde

สำหรับคนที่อยากย้อมผมสีบลอนด์แบบไม่แรงจนเกินไป แต่ยังต้องการให้หน้าดูสว่างสดใส Golden Blonde คือเฉดที่เป็นมิตร สีบลอนด์ที่มีประกายสีทองผสมอยู่ช่วยให้สีผมดูมีมิติและเพิ่มความสดใสให้กับใบหน้า โดยสามารถสร้างลุคที่โดดเด่นให้รู้สึกบาลานซ์ ไม่จัดจ้านเกินไป จึงเข้ากับทั้งการแต่งตัวสบายๆ และลุคแฟชั่นที่ต้องการความเนี้ยบในเวลาเดียวกัน มองแบบคนรักความอบอุ่น เฉดนี้คือจุดกึ่งกลางที่ไม่ดุแบบแอชและไม่สว่างสุดขีดแบบแพลทินัม อีกเฉดที่กำลังเป็นที่พูดถึงในหมู่คนรักสีโทนนุ่มคือ Milk Tea Blonde หรือบลอนด์ชานม สีบลอนด์ที่ผสมความนุ่มนวลของโทนครีมและน้ำตาลอ่อนเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ภาพรวมดูซอฟต์และร่วมสมัยมาก เมื่อเทียบกับบลอนด์สว่างจัด เฉดนี้ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติกว่าและสามารถจับคู่กับเสื้อผ้าได้กว้าง ตั้งแต่โทนสีอ่อนไปจนถึงสีเข้มที่ช่วยขับให้สีผมดูเด่นขึ้น ถ้าคุณอยากให้คนมองว่าดูละมุนแต่ยังมีลูกเล่นเรื่องสีผม บลอนด์ชานมคือคำตอบที่น่าเสี่ยง

ทางเลือกสายเนี๊ยบธรรมชาติ: Dark Blonde และ Ash Brown Blonde

ดาร์กบลอนด์คือเฉดที่ผมสีเข้มทั้งหลายควรพิจารณาเป็นจุดเริ่มต้น เพราะมีน้ำหนักของสีน้ำตาลเข้ามาช่วยลดความสว่าง ทำให้ได้ลุคที่ดูสุขุมและเป็นธรรมชาติ ช่วยให้การเปลี่ยนจากผมสีเข้มมาสู่โทนบลอนด์ไม่สุดโต่งจนเกินไป และยังเข้ากับการแต่งตัวแทบทุกสไตล์ ถ้ามองในแง่ความปลอดภัย ดาร์กบลอนด์คือสะพานเชื่อมจากความคลาสสิกไปสู่ความสนุกของสีบลอนด์ โดยไม่ทำให้คนรอบตัวรู้สึกว่าคุณเปลี่ยนไปแบบแรงเกิน อีกตัวเลือกที่หลายคนมองว่าเป็นสีผมธรรมชาติที่ถูกอัปเกรดคือ Ash Brown Blonde เฉดกึ่งกลางระหว่างสีน้ำตาลและสีบลอนด์ โดยมีโทนหม่นช่วยสร้างความเท่และลดความอบอุ่นลง ความน่าสนใจคือมันให้ความรู้สึกเหมือนผมสีเดิมที่ถูกเพิ่มมิติอีกระดับ เหมาะกับคนที่อยากทดลองผมบลอนด์แต่ยังต้องการคงความสุขุมและเรียบเท่เอาไว้ มุมมองแบบคนทำงานหรือคนที่ต้องอยู่ในบรรยากาศทางการบ่อยๆ เฉดนี้ตอบโจทย์มาก เพราะสื่อถึงความใส่ใจลุคโดยไม่ฟ้องว่ากำลังตามเทรนด์อย่างเปิดเผย

แรงบันดาลใจจากเซเลบ: บลอนด์เซอร์ฟีแบบ David Corenswet

สีผมบลอนด์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ลุคแฟชั่นบนรันเวย์ แต่ยังถูกใช้เพื่อสร้างคาแรกเตอร์ในโลกภาพยนตร์ด้วย ตัวอย่างชัดคือ David Corenswet นักแสดงที่หลายคนคุ้นกับลุคผมเข้มในบทซูเปอร์ฮีโร่ แต่เมื่อต้องรับบท John Tuggle รันนิ่งแบ็กของทีม New York Giants ที่เป็นตัวเลือกสุดท้ายใน NFL Draft ปี 1983 ทีมแต่งหน้าและทำผมตัดสินใจดึงภาพจำแบบนักกีฬาเซอร์ฟีทศวรรษ 80 มาใช้ผ่านผมบลอนด์สไตล์ซันคิส Nikki Gooley ผู้ออกแบบเมกอัปและทรงผมของเรื่องเล่าว่าคีย์สำคัญคือการทำให้ Corenswet มีหนวดแน่นพร้อมตอหนวดขึ้นและผมบลอนด์ที่ให้ฟีลนักเซิร์ฟยุค 80 ผมบลอนด์จากแสงแดดและผิวแทนจัด ขณะที่ช่างผมหลัก Chrissy Zemura ย้อมผมให้เป็นเฉด sandy blonde แล้วใช้ครีมจัดทรงและ sea salt spray เพื่อให้ผมดูมีเท็กซ์เจอร์ตามธรรมชาติ และต้องเตรียมวิกบลอนด์สองชุดเพื่อรองรับฉากที่ตัวละครโกนหัวเป็นมาฮอว์กแล้วไถเกรียน เนื่องจากการใส่หมวกกันกระแทกตลอดทั้งเรื่องทำให้ต้องมีวิกพิเศษสำหรับใช้กับหมวกและยอมเสียวิกหนึ่งตัวในกระบวนการถ่ายทำ มุมมองตรงไปตรงมาคือเมื่อสีผมถูกใช้เพื่อเล่าเรื่องและสร้างตัวตน การลงทุนลงแรงกับสีบลอนด์ที่ใช่จึงคุ้มกว่าการเล่นง่ายด้วยผมธรรมชาติ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!