ทรงผมหางม้าคู่: ทรงเล่นๆ ที่แต่งให้ดูแพงได้
ทรงผมหางม้าคู่คือการรวบผมแบ่งออกเป็นสองช่อหลักด้านซ้ายและขวา โดยมักอยู่ระดับใกล้กันหรือสมมาตรกัน เพื่อให้ลุคดูสนุก มีมิติ และช่วยจัดรูปหน้าให้โดดเด่นขึ้น เหมาะกับทั้งวันที่เราต้องการสไตล์ชิลเข้าถึงง่าย และโอกาสที่ต้องการแต่งลุคให้ดูตั้งใจมากขึ้น สามารถปรับได้ด้วยการเปลี่ยนระดับหางม้า เนื้อผม และการเพิ่มรายละเอียดอย่างการถักเปียหรือใช้อุปกรณ์ตกแต่งผม ทำให้เป็นหนึ่งในเทคนิคทำผมเรียบง่ายที่ให้ผลลัพธ์หลากหลายกว่าที่คิด
มุมมองส่วนตัวของฉันคือ ทรงผมหางม้าคู่กำลังถูกมองข้าม ทั้งที่มันยืดหยุ่นมากจนเป็น “ทรงสำรอง” ได้ทั้งวันทำงานและผมสไตล์ราตรี เพียงเปลี่ยนตำแหน่งการรวบและจัดเท็กซ์เจอร์ให้ดูตั้งใจ ก็พร้อมออกเดต ออกงาน หรือไปเล่นกีฬาแล้วเปลี่ยนเป็นลุคหรูภายในไม่กี่นาที เสน่ห์ของทรงนี้คือใช้อุปกรณ์พื้นฐานอย่างยางรัดผมไม่กี่เส้นก็พลิกจากลุคใสๆ แบบเด็กสาวไปเป็นลุคเนี๊ยบที่ถ่ายรูปออกมาดูดีได้ทันที เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบทำผมด้วยตัวเองและไม่อยากเสียเวลาเซ็ตผมนาน
ทริคที่ 1: หางม้าคู่แบบ Half Up ดูเนี้ยบด้วยยางรัดผมเส้นเดียว
ใครคิดว่าทรงผมหางม้าคู่ต้องดูเหมือนทรงนักเรียน ลองเริ่มด้วยทริค Half Up ที่ทำให้ลุคดูแพงขึ้นทันทีเทคนิคคือใช้ยางรัดผมสองเส้นผูกเชื่อมเข้าหากันก่อน จากนั้นทำหางม้าด้านบนแบบครึ่งศีรษะแล้วรัดด้วยด้านหนึ่งของยางคู่ และใช้ยางอีกด้านสำหรับหางม้าช่อที่สอง เมื่อมัดเสร็จให้ใช้เทคนิค topsy tail พลิกหางม้าเข้าไปด้านในทั้งสองด้าน แล้วเก็บไรผมและเส้นผมรอบกรอบหน้าให้เรียบเนียนเพื่อความเป๊ะของทรง
เล็กน้อยแต่มีกิมมิคคือ ยางรัดผมที่เชื่อมกันจะทำให้หางม้าทั้งสองช่ออยู่ระดับเดียวกันและตึงเท่ากัน ส่งผลให้ทรงดูตั้งใจและเนี้ยบกว่าเดิมแบบเห็นความต่างชัดเจน ลุคนี้เหมาะมากสำหรับงานกลางวัน เช่น บรันช์ คาเฟ่ หรือเดตสบายๆ เพราะดูสุภาพแต่ยังมีความละมุน ไม่ควรใช้กับผมที่ฟูมากโดยไม่เซ็ตก่อน เพราะจะทำให้ทรงเสียรูปและดูรุงรังได้ แนะนำเป่าจัดทรงให้เนียนหรือใช้ออยล์เล็กน้อยก่อนเริ่มทำจะช่วยให้ผมดูฉ่ำสุขภาพดีเข้ากับลุคหรู

ทริคที่ 2–3: เพิ่มวอลลุ่มหรือเปลี่ยนเป็นบันหลังออกกำลังกาย
สำหรับสายออกกำลังกายหรือคนที่ต้องเปลี่ยนลุคจากสปอร์ตเป็นผมสไตล์ราตรี ทริคนี้คือคำตอบ ถ้าคุณมีทรงผมหางม้าคู่ระดับกลางหรือสูงอยู่แล้ว เพียงรวบทั้งสองช่อเข้าด้วยกันด้วยยางเส้นเดียว จากนั้นม้วนปลายผมเก็บเข้าไปข้างในแล้วดึง ขยุ้มให้เกิดทรงบันกลมๆ ด้านหลังศีรษะ แค่ประมาณสามสิบวินาที ทรงก็เปลี่ยนจากลุคสนามเทนนิสหรือหลังออกกำลังกายไปเป็นบันเนี๊ยบที่พร้อมเปลี่ยนชุดออกดินเนอร์ได้เลย ถ้าต้องการทรงที่ยกสูงและมีโครงชัดขึ้น ให้เริ่มจากหางม้าสูงด้วยเทคนิค high pony ก่อนแล้วค่อยรวบเป็นบัน จะช่วยให้ท้ายทอยดูเฟิร์มและคอเรียวยาวขึ้น
อีกทริคสำคัญสำหรับคนที่ชอบวอลลุ่มคือการใช้สองหางม้าแบบซ้อนชั้นบริเวณด้านบนศีรษะ เริ่มจากแบ่งผมด้านบนสุดแล้วทำ topsy tail หนึ่งช่อ จากนั้นแบ่งผมด้านหลังต่อเนื่องแล้วทำ topsy tail อีกช่อ แล้วรวบทั้งสองช่อเข้าด้วยกัน ผลลัพธ์คือหางม้าเดียวที่ดูพอง มีเด้งสปริง และมีความพลิ้วมากกว่าหางม้าปกติ เพราะเกิดการซ้อนชั้นของผมสองระดับ ทรงนี้เหมาะกับทั้งผมตรงและผมหยักศก อยู่ระหว่างลุคแคชชวลกับกึ่งทางการ ใช้ได้ตั้งแต่วันทำงานถึงงานเลี้ยงเล็กๆ แต่ถ้าผมสั้นระดับคางอาจทำให้ทรงนี้มีวอลลุ่มไม่ชัดเท่าผมกลางหรือยาว

ทริคที่ 4–5: หางม้าคู่ถักเปียและ Rope Braid เพิ่มเท็กซ์เจอร์หรู
ถ้าอยากพาทรงผมหางม้าคู่เข้าสู่โหมดผมสไตล์ราตรีแบบจริงจัง การเพิ่มเท็กซ์เจอร์เปียคือไอเดียที่ไม่ควรมองข้าม เริ่มจากรวบผมเป็นหางม้าสูงหนึ่งช่อเพื่อให้ฐานดูเรียบ เปิดหน้า และคอชัด จากนั้นแบ่งผมออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน แล้วถักเปียแต่ละด้านจนสุดปลายผม รัดด้วยยางเส้นเล็กให้แน่น ทรง double braided ponytail แบบนี้จะดูมีรายละเอียดและพื้นผิวผมที่ซับซ้อนมากขึ้น ให้ฟีลคล้ายอัพดูเล็กๆ แต่ยังมีความพลิ้วและสนุกในตัว ถ้าอยากให้ลุคทางการมากขึ้น ให้เก็บหน้าให้เรียบ ใช้เจลหรือสเปรย์ช่วยเก็บไรผม ส่วนใครอยากให้ดูชิลขึ้น ปล่อยโคนหางม้าให้หลวมและดึงเปียให้ฟูเล็กน้อยจะได้ลุคยุ่งนิดๆ ที่ยังดูตั้งใจ
อีกเวอร์ชั่นที่น่าสนใจคือ Rope Braid Ponytail ซึ่งให้ความรู้สึกอยู่กลางระหว่างเปียอัพดูกับหางม้าข้าง เริ่มจากทำหางม้าเล็กใกล้ใบหน้าแล้วใช้เทคนิค topsy tail พลิกเข้าไปด้านใน จากนั้นแบ่งผมด้านข้างเพิ่มแล้วเริ่มบิดผมสองช่อเข้าหากันให้เกิดเท็กซ์เจอร์แบบเชือกที่ไหลลงมาตามความยาวผม เมื่อได้โครงเปียเชือกด้านหน้าแล้ว ให้รวบผมที่เหลือด้านเดียวเป็นหางม้าอีกช่อ และสอดหางม้าผ่านช่องว่างของเปียเชือก ใช้นิ้วดึงขอบเปียให้ฟูออกเพื่อเพิ่มวอลลุ่มและมิติ ทรงนี้ช่วยให้ได้ลุคที่มีเลเยอร์เหมือนอัพดูหรูแต่ยังมีความพลิ้ว จึงเหมาะกับงานค็อกเทล เดตกลางคืน หรือโอกาสที่ต้องการทรงผมที่ดูคิดมาแล้ว

ทริคที่ 6: Bubble Ponytail และข้อคิดเรื่องความยืดหยุ่นของหางม้าคู่
ถ้าอยากให้ทรงผมหางม้าคู่ดูสนุกและมีบุคลิกชัด Bubble Ponytail คือทางเลือกที่ช่วยให้ผมดูมีลูกเล่นโดยใช้แค่ยางรัดผม เริ่มจากทำหางม้าแบบครึ่งศีรษะสองข้าง จากนั้นค่อยๆ รวบผมจากชั้นถัดลงมารวมกับแต่ละหางม้าและรัดด้วยยางอีกเส้น ทำแบบนี้ต่อเนื่องลงมา แล้วสุดท้ายรวบผมส่วนที่เหลือเป็นหางม้าเดียวเพื่อช่วยตรึงโครงทรงให้แน่น จากนั้นใช้เทคนิคดึงผมเบาๆ ระหว่างแต่ละช่วงที่รัดยางให้พองออกจนเกิดทรงกลมเป็น “บับเบิล” ตามความยาวผม จุดเด่นคือใช้ได้กับผมสั้น ผมกลาง และผมยาว เพราะโครงบับเบิลสามารถปรับตามความยาวได้ ไม่จำกัดว่าต้องผมยาวถึงกลางหลังเท่านั้น
สิ่งที่ทริคทั้งหมดนี้พิสูจน์คือ ทรงผมหางม้าคู่ไม่ได้จำกัดแค่ลุควันสบาย แต่มันยืดหยุ่นมากพอให้กลายเป็นผมสไตล์ราตรีด้วยเทคนิคทำผมเรียบง่ายอย่างการปรับตำแหน่งหางม้า เพิ่มวอลลุ่มด้วย topsy tail หรือเพิ่มเท็กซ์เจอร์ด้วยเปียหลากรูปแบบ ถ้าอยากเพิ่มระดับความหรูของลุคให้สุดท้าย แนะนำให้ใส่กิ๊บมุก กิ๊บโลหะ หรือริบบิ้นเล็กๆ ตรงฐานหางม้าเพื่อให้ทรงดูตั้งใจมากขึ้น โดยยังคงความสนุกของ “หางม้าคู่” ไว้ครบ คนที่ชอบทำผมด้วยตัวเองจะสนุกกับการทดลองทริคเหล่านี้ เพราะทุกแบบใช้เวลาเพิ่มเพียงไม่กี่นาที แต่เปลี่ยนภาพรวมของใบหน้าและสไตล์ได้อย่างเห็นผล






