ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Robot Dog และแว่นตา AI เมื่อ AI นวัตกรรมลงจากเวทีสู่ชีวิตประจำวัน

Robot Dog และแว่นตา AI เมื่อ AI นวัตกรรมลงจากเวทีสู่ชีวิตประจำวัน
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

AIS SIAM ทำให้อนาคต AI กลายเป็นของเล่นในห้าง

AIS SIAM คือพื้นที่จัดแสดง AI นวัตกรรมที่เปิดให้คนทั่วไปทดลองใช้เทคโนโลยีอย่าง Robot Dog แว่นตา AI และโซลูชันไลฟ์ขายสินค้า AI บน 5G-Advanced เครือข่าย โดยเน้นให้เห็นการใช้ AI ในงานบริการ การสร้างคอนเทนต์ และการค้าขายแบบออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่แนวคิดในสไลด์ประชุมอีกต่อไป ในมุมมองของผู้เขียน นี่ไม่ใช่งานโชว์เทคโนโลยีเพื่อถ่ายรูปแล้วจบ แต่เป็นการทดลองใหญ่ที่ถามเราตรงๆ ว่า พร้อมหรือยังที่จะให้ AI เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเดินเข้าห้างจนถึงการขายของข้ามภาษา

งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–20 ตุลาคม 2569 ที่ AIS SIAM โดย AIS นำ 4 กลุ่มไฮไลต์ AI มาให้สัมผัสจริง ตั้งแต่หุ่นยนต์สุนัขอัจฉริยะ ผู้ช่วยดิจิทัล ไปจนถึงเครื่องมือสร้างภาพยนตร์และโซลูชันไลฟ์ขายสินค้าหลายภาษา จุดที่น่าสนใจคือทุกอย่างทำงานอยู่บน AIS 5G-ADVANCED ซึ่งเป็นมาตรฐานเครือข่ายใหม่ที่ผู้ให้บริการรายนี้ยืนยันว่าเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นทำให้โชว์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของแกดเจ็ต แต่คือการสาธิตโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่พร้อมรองรับเศรษฐกิจยุค AI อย่างจริงจัง

Robot Dog และแว่นตา AI เมื่อ AI นวัตกรรมลงจากเวทีสู่ชีวิตประจำวัน

Robot Dog AI และผู้ช่วยดิจิทัล แทนที่พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ได้แค่ไหน

จุดที่ดึงสายตาที่สุดในงานคือ Robot Dog AI หุ่นยนต์สุนัขอัจฉริยะที่เดินไปมาเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม ต้อนรับและนำทางผู้มาเยือน พร้อมโชว์ความสามารถแบบโต้ตอบได้ การเห็นหุ่นยนต์รับหน้าที่ที่เราเคยผูกกับมนุษย์ เช่น พนักงานต้อนรับ ทำให้คำถามเรื่องอนาคตแรงงานบริการไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่ในมุมของผู้เขียน Robot Dog ยังถูกใช้เป็น “ตัวอย่างจับต้องได้” มากกว่าจะมาแทนคนทันที เพราะมันทำให้คนทั่วไปเข้าใจภาพว่าถ้า AI เข้ามาอยู่ในร้านอาหาร โรงแรม หรือห้างสรรพสินค้า จะหน้าตาเป็นอย่างไร

อีกมุมที่น่าสนใจคือกลุ่ม AI Glasses และ AI Toy ซึ่งถูกวางบทบาทเป็นผู้ช่วยดิจิทัลส่วนตัว แว่นตา AI สามารถตอบคำถาม ค้นหาข้อมูล แนะนำเส้นทาง และแปลภาษาให้ผู้ใช้ระหว่างใช้ชีวิตประจำวันได้ นี่คือการทดลองให้เราเห็นว่า ถ้าวันหนึ่งการถามทางหรือถามข้อมูลไม่ต้องหยิบมือถือ แต่แค่พูดกับแว่นตา ชีวิตเมืองจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ส่วน AI Toy ก็ทำหน้าที่คล้ายกันในรูปแบบอุปกรณ์ที่เป็นมิตรและเข้าถึงง่ายกว่า ทำให้คอนเซ็ปต์ผู้ช่วยดิจิทัลไม่ดูน่ากลัว แต่กลายเป็นของเล่นที่ทุกวัยเข้ามาทดลองได้

Robot Dog และแว่นตา AI เมื่อ AI นวัตกรรมลงจากเวทีสู่ชีวิตประจำวัน

จากคนดูไลฟ์สู่ตัวเอกหนัง AI และแม่ค้าไลฟ์ขายสินค้า AI ข้ามภาษา

ถ้า Robot Dog ทำให้เราเห็น AI ในงานบริการ โซน AI Movie Scene ก็ทำให้เราเห็น AI ในโลกคอนเทนต์อย่างชัดเจน ผู้เข้าชมสามารถก้าวเข้าไปเป็นตัวเอกในภาพยนตร์ที่สร้างด้วย AI พร้อมสร้างภาพและวิดีโอสั้นในสไตล์ของตัวเองได้ทันที สำหรับครีเอเตอร์ นี่คือสัญญาณว่าเครื่องมือสร้างสรรค์กำลังเปลี่ยนจากโปรแกรมซับซ้อน มาเป็นประสบการณ์แบบ “เดินเข้าไปแล้วได้คอนเทนต์กลับออกมา” ผู้เขียนมองว่านี่คือการลดกำแพงทักษะด้านวิดีโออย่างชัดเจน และจะเร่งให้คอนเทนต์สั้นหลากหลายขึ้นอีกมาก

อีกไฮไลต์ที่สะท้อนศักยภาพเชิงธุรกิจคือ AI Live Streaming หรือโซลูชันไลฟ์ขายสินค้า AI ที่เน้นการขายข้ามภาษา AI ช่วยสร้างเสียงและการขยับริมฝีปากให้สอดคล้องกับภาษาต่างๆ ทำให้การ Live Commerce สามารถสื่อสารกับลูกค้าต่างประเทศได้โดยลดข้อจำกัดด้านภาษา นี่คือจุดที่ผู้เขียนเชื่อว่าผู้ประกอบการควรจับตา เพราะมันหมายถึงการขยายตลาดจากหน้าจอเดียวไปสู่ผู้ชมหลายภาษาแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องมีทีมพิธีกรหลายชุด เมื่อรวมกับความเร็วอัปโหลดที่เพิ่มขึ้นสูงสุด 2 เท่าบน 5G-Advanced เครือข่าย การไลฟ์ขายสินค้าหนักภาพและวิดีโอจึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาได้

Robot Dog และแว่นตา AI เมื่อ AI นวัตกรรมลงจากเวทีสู่ชีวิตประจำวัน

5G-Advanced เครือข่าย เบื้องหลังที่ทำให้ AI จากเดโมกลายเป็นของใช้จริง

สิ่งที่ทำให้งานนี้ต่างจากงานโชว์ AI ทั่วไปคือการที่ทุกประสบการณ์ทำงานอยู่บน 5G-Advanced เครือข่ายของ AIS โดยเครือข่ายนี้ผสาน AI เข้ากับเทคโนโลยีรวมคลื่นความถี่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูล ดาวน์โหลดเร็วขึ้นสูงสุด 1.5 เท่า และอัปโหลดเร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่าเมื่อเทียบกับเครือข่ายรุ่นก่อน คำกล่าวที่น่าจดจำคือ “AIS 5G-ADVANCED เป็นมาตรฐานเครือข่ายใหม่ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ซึ่งสะท้อนว่าผู้เล่นรายนี้ไม่ได้มอง AI แยกจากโครงข่าย แต่ผูกทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน

ในเชิงพื้นที่ให้บริการ AIS ระบุว่าปัจจุบัน 5G-Advanced ครอบคลุมกรุงเทพฯ 100% และพื้นที่อำเภอเมืองครบทั้ง 77 จังหวัด นั่นหมายความว่าประสบการณ์ที่เราเห็นใน AIS SIAM ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในห้างกลางเมือง แต่มีโอกาสถูกต่อยอดไปสู่ธุรกิจและบริการในเมืองอื่นได้ทันที ผู้เขียนมองว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะ AI นวัตกรรมจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีเครือข่ายรองรับให้ใช้งานได้ทุกวัน ไม่ใช่แค่ในงานทดลองสองวันแล้วหายไป

Robot Dog และแว่นตา AI เมื่อ AI นวัตกรรมลงจากเวทีสู่ชีวิตประจำวัน

บทสรุปจากงาน AIS SIAM เมื่อ AI ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด

เมื่อเดินออกจาก AIS SIAM ผู้เขียนรู้สึกชัดเจนอย่างหนึ่งว่า AI ไม่ได้เป็นเรื่องของอนาคตไกลตัวอีกต่อไป งานนี้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทดลองเล่นและสัมผัสความอัจฉริยะด้วยตัวเอง ตั้งแต่หุ่นยนต์ ผู้ช่วยดิจิทัล เครื่องมือสร้างภาพและวิดีโอ ไปจนถึงโซลูชันไลฟ์ขายสินค้าหลายภาษา มันคือคำตอบต่อคำถามที่ว่า AI จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตเราอย่างไร เพราะเราได้เห็นแล้วว่า มันเปลี่ยนตั้งแต่การต้อนรับหน้าร้าน การเดินทาง การสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงการค้าขายออนไลน์

สำหรับผู้อ่านที่เป็นผู้ประกอบการ ครีเอเตอร์ หรือคนที่สนใจเทคโนโลยี ผู้เขียนมองว่างานนี้คือสัญญาณให้เริ่มคิดเชิงรุกกับ AI นวัตกรรมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทดลองใช้ Robot Dog AI ในงานบริการ การเตรียมคอนเทนต์สำหรับโลกที่ AI Movie Scene ทำให้การผลิตวิดีโอง่ายขึ้น หรือการวางแผนไลฟ์ขายสินค้า AI ข้ามภาษาเพื่อขยายตลาด เมื่อโครงสร้างพื้นฐานอย่าง 5G-Advanced เครือข่ายพร้อมแล้ว คำถามต่อไปจึงไม่ใช่ “AI จะมาเมื่อไร” แต่คือ “เราจะใช้ AI ทำอะไรได้บ้างตั้งแต่วันนี้”

Robot Dog และแว่นตา AI เมื่อ AI นวัตกรรมลงจากเวทีสู่ชีวิตประจำวัน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!