ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ยกระดับเสริมความงามไทยสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีเอเชีย

ยกระดับเสริมความงามไทยสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีเอเชีย
ความสนใจ|หัตถการความงาม

เสริมความงามไทยในฐานะศูนย์กลางเมดิคัลเอเชีย: ภาพใหญ่ที่กำลังก่อรูป

เสริมความงามไทยในฐานะศูนย์กลางเมดิคัลเอเชีย คือการผลักดันบริการศัลยกรรม ผิวหนัง และ Wellness ควบคู่กับการผลิตเครื่องมือแพทย์ระดับโลก ให้เชื่อมโยงกันทั้งระบบ ตั้งแต่การรักษาในโรงพยาบาล การพัฒนานวัตกรรม ไปจนถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ที่สามารถรองรับผู้รับบริการจากภูมิภาคเอเชียและตลาดต่างประเทศ พร้อมเปลี่ยนภาพความงามจากบริการฟุ่มเฟือยให้กลายเป็นอุตสาหกรรมสุขภาพเชิงคุณภาพที่สร้างมูลค่า เครือข่ายเทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจระยะยาวอย่างชัดเจน

จุดตั้งต้นของความทะเยอทะยานนี้อยู่บนฐานข้อมูลที่แข็งแรง ธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามไทยถูกประเมินว่ามีมูลค่าราว 76,000 ล้านบาทในปี 2569 เติบโต 1% จากปีก่อนที่ราว 75,200 ล้านบาท เติบโต 1.6% แม้ตัวเลขจะบ่งชี้การชะลอตัว แต่ความเป็นจริงคือการแข่งขันกลับดุเดือดขึ้น โดยเฉพาะการแย่งชิงกลุ่ม LGBTQAI+, Gen Z และผู้ชาย ซึ่งกำลังเปลี่ยนทัศนคติด้านความงามให้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพและการรักตัวเองอย่างเปิดเผย ไม่ใช่เรื่องต้องปกปิดอีกต่อไป

บางมดเอสเธติค: วิสัยทัศน์ Gen 2 ที่พาแบรนด์ 40 ปีสู่ยุคเมดิคัลฮับ

กรณีของบางมดเอสเธติคแสดงให้เห็นชัดว่าการเป็นผู้นำศูนย์กลางเมดิคัลเอเชียต้องเริ่มจากการยกระดับวิธีคิด ไม่ใช่แค่ขยายสาขา โรงพยาบาลบางมดซึ่งเติบโตมากว่า 40 ปีถูกสานต่อในนามโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค โดย นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล ศัลยแพทย์ตกแต่ง Gen 2 ที่เข้ามานำองค์กรในบทบาท CEO พร้อมวางทิศทางให้ธุรกิจความงามเดินหน้าไปพร้อมกันในสามแกนหลัก คือ ศัลยกรรม ผิวหนัง และ Wellness การมองบริการเป็นแกนยุทธศาสตร์เช่นนี้ คือเหตุผลที่แบรนด์เก่าแก่ยังสามารถกลับมาเป็นหัวขบวนในตลาดที่เต็มไปด้วยผู้เล่นหน้าใหม่ได้

นพ.ธนัญชัยไม่ได้เพียงสืบทอดชื่อ “บางมด” แต่สืบทอด “หลักคิด” ที่มองศัลยกรรมว่าไม่ใช่สินค้าเปลี่ยนได้ตามใจ หากแต่คือการผ่าตัดบนใบหน้าและร่างกายคนไข้ที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ผลลัพธ์ และความซื่อสัตย์ การไม่ขายเกินความจำเป็น การบอกข้อดีข้อเสียอย่างตรงไปตรงมา กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนไข้ 60-70% มาจากการบอกต่อ มากกว่าจากโฆษณา หากเสริมความงามไทยต้องการเป็นศูนย์กลางจริง ความเชื่อมั่นแบบนี้สำคัญกว่าการลดแลกแจกแถมทุกประการ

เทคนิคบางมดและโมเดล One Stop Service: กลยุทธ์ขยายตลาดความงามอย่างมีคุณภาพ

จุดแข็งที่ทำให้บางมดเอสเธติคมีศักยภาพจะขยายตัว 20% ต่อปี ไม่ได้อยู่ที่การทำเคสมากที่สุด แต่อยู่ที่การออกแบบบริการให้ตอบปัญหาอย่างตรงจุด วิสัยทัศน์ Gen 2 เน้นการพัฒนา “เทคนิคบางมด” จากฐานโรงพยาบาลทั่วไปให้กลายเป็นโรงพยาบาลด้านเสริมความงามที่ดูแลครบวงจร ตั้งแต่การทำตา ทำจมูก ดูดไขมัน เสริมหน้าอก ไปจนถึงการดึงหน้า ซึ่งเติบโตจนต้องตั้งศูนย์เฉพาะทางด้านการดึงหน้าโดยตรง การเน้นคุณภาพและมาตรฐานมากกว่าราคา คือคำตอบว่าทำไมแบรนด์นี้จึงถูกคาดหวังให้เป็นหนึ่งในแรงผลักดันสู่ศูนย์กลางเมดิคัลเอเชีย

โมเดล One Stop Service ยังสะท้อนทิศทางใหม่ของเสริมความงามไทยอย่างสำคัญ คนไข้ที่เข้ามาไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคน แต่สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อน บางรายอาจใช้ Skin Laser, Botox หรือ Filler แทนการผ่าตัดได้ การยอมรับว่าคำตอบที่ดีที่สุดไม่ใช่การขายบริการราคาแพงเสมอไป ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความงามและการดูแลสุขภาพใกล้กันมากขึ้น นี่คือรูปแบบบริการที่สร้างความไว้วางใจ และเอื้อต่อการดึงคนไข้จากภูมิภาคเอเชียให้เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

K.N.A. Inter Pharma–Diamond Biotechnology: จากผู้นำคลินิกสู่ฐานการผลิตเครื่องมือแพทย์ระดับโลก

หากบางมดเอสเธติคขับเคลื่อนด้านบริการ กลยุทธ์อีกฟากที่กำลังกำหนดอนาคตเสริมความงามไทยคือการสร้างฐานการผลิตเครื่องมือแพทย์ระดับโลก บริษัท K.N.A. Inter Pharma ผนึกทีมแพทย์ผู้บริหารคลินิกความงามชั้นนำ ประกาศร่วมทุนกับ Diamond Biotechnology ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวการแพทย์และเวชศาสตร์ความงามจากไต้หวัน เพื่อเปิดโรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์ด้านเวชศาสตร์ความงามเป็นครั้งแรกในประเทศ ณ จังหวัดปทุมธานี ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2,500 ล้านบาท นี่ไม่ใช่แค่ดีลการลงทุน แต่เป็นการประกาศว่าตลาดนี้จะไม่พึ่งพาการนำเข้าเครื่องมือจากต่างประเทศเหมือนเดิมอีกต่อไป

คำอธิบายจากฝั่ง Diamond Biotechnology ชัดเจนว่าทำไมจึงเลือกฐานการผลิตที่นี่ บริษัทฯ ศึกษาตลาดในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วเชื่อมั่นในศักยภาพด้านบุคลากรแพทย์ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดความงาม รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและการส่งเสริมลงทุนที่เอื้ออำนวย โรงงานใหม่จะเริ่มก่อสร้างวันที่ 1 มกราคม 2569 และคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในปี 2570 พร้อมใช้สิทธิบัตรเครื่องมือแพทย์กลุ่ม Aesthetic จำนวน 4 รายการ มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท ในการผลิต เมื่อฐานเครื่องมือแพทย์ถูกตั้งอยู่ในประเทศ แพทย์และคลินิกก็มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกด้วยต้นทุนที่สมเหตุสมผลมากขึ้น

ยกระดับเสริมความงามไทยสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีเอเชีย

จากการเติบโตสู่การเป็นฮับ: ผลกระทบต่อผู้รับบริการและทิศทางต่อไป

ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐชี้แล้วว่าธุรกิจความงามเติบโตต่อเนื่อง 5 ปี และติดหนึ่งใน 10 ธุรกิจดาวเด่นประจำปี 2568 แต่คำถามสำคัญคือการเติบโตนี้จะกลับมาสร้างประโยชน์ให้คนทั่วไปมากแค่ไหน โรงงานเครื่องมือแพทย์ใหม่ไม่เพียงยกระดับมาตรฐานการรักษาในคลินิกความงาม แต่ยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า ทำให้ต้นทุนบริการลดลงและก่อให้เกิดงานใหม่ในตลาดแรงงาน ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลบางมดเอสเธติคมีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอีก 2-3 ปี และตั้งเป้าผลักดันประเทศให้เป็นฮับศัลยกรรมความงามในอีก 3-5 ปี สัญญาณร่วมเหล่านี้สะท้อนว่าอุตสาหกรรมไม่ได้มองการเติบโตแค่ในมิติรายได้ แต่กำลังสร้างโครงสร้างรองรับภูมิภาคทั้งระบบ

ในระดับผู้รับบริการ ผลลัพธ์คือทางเลือกที่หลากหลายและปลอดภัยขึ้น จากโมเดล One Stop Service คนไข้สามารถเข้ามาปรึกษาโดยไม่ต้องตัดสินใจผ่าตัดตั้งแต่แรก ขณะที่การมีฐานผลิตเครื่องมือแพทย์ด้านความงามในประเทศช่วยให้คลินิกและโรงพยาบาลเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ได้รวดเร็ว และมั่นใจในมาตรฐานการรับรองมากขึ้น ทุกองค์ประกอบตั้งแต่บางมดเอสเธติคที่เน้นจริยธรรมการรักษา ไปจนถึง K.N.A. Inter Pharma ที่เน้นฐานการผลิตระดับโลก กำลังร่วมกันขยายตลาดความงามจากธุรกิจบริการกระจัดกระจาย ให้กลายเป็นโครงสร้างศูนย์กลางเมดิคัลเอเชียที่มีทั้งคุณภาพ นวัตกรรม และความเชื่อมั่นเป็นพื้นฐาน หากผู้นำในอุตสาหกรรมรักษาแนวทางนี้ไว้ได้ เสริมความงามไทยจะไม่ได้เป็นแค่ตัวเลือก แต่จะกลายเป็นจุดหมายหลักของคนทั้งภูมิภาค

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!