ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ศึกบิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ปั้นริมเจ้าพระยาเป็นจุดหมายหรูระดับโลก

ศึกบิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ปั้นริมเจ้าพระยาเป็นจุดหมายหรูระดับโลก
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

พัฒนาริมเจ้าพระยา: จากหลังบ้านเมืองเก่าสู่เวทีโครงการหรูริมน้ำ

พัฒนาริมเจ้าพระยา คือปรากฏการณ์ที่บรรษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เร่งลงทุนริมฝั่งแม่น้ำสายประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ริมตลิ่งจากคลังสินค้า โรงสีเก่า และอาคารประวัติศาสตร์ ให้กลายเป็นโครงการหรูริมน้ำแบบมิกซ์ยูส ที่รวมโรงแรมอัลตราลักชัวรี แหล่งช้อปปิ้ง และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ เพื่อดันเมืองให้เทียบชั้นจุดหมายท่องเที่ยวระดับโลก และรีแบรนด์เจ้าพระยาให้เป็นแลนด์มาร์กด้านไลฟ์สไตล์และเศรษฐกิจยุคใหม่

ประเด็นสำคัญคือ การแข่งขันของทุนยักษ์ที่ไม่ได้มองแม่น้ำเป็นเพียงวิว แต่เป็น “เวทีเศรษฐกิจใหม่” ที่ใครยึดได้ก่อนย่อมกำหนดมาตรฐานของเมืองได้ บริษัทหนึ่งที่เดินหน้าอย่างชัดเจนคือ AWC ซึ่งมีอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 2.2 แสนล้านบาท และประกาศลงทุนต่อเนื่องในเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ด้วยงบรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับเป็นเดสติเนชันระดับโลก ท่าทีเช่นนี้สะท้อนว่าเจ้าพระยาไม่ได้เป็นเพียง “วิวขายแพง” แต่กำลังกลายเป็นสนามแข่งเชิงยุทธศาสตร์ของเมืองทั้งเมือง

ศึกบิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ปั้นริมเจ้าพระยาเป็นจุดหมายหรูระดับโลก

AWC รุกเอเชียทีคและโปรเจกต์ข้ามฟาก ดันเจริญกรุง-เจริญนครสู่คอร์ริดอร์หรู

แกนขับเคลื่อนสำคัญของศึกโครงการหรูริมน้ำอยู่ที่คู่ฝั่งเจริญกรุง-เจริญนคร ซึ่งกำลังถูกยกเครื่องให้กลายเป็นย่านไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำที่หนาแน่นที่สุดของเมือง ฝั่งเจริญนครมีไอคอนสยามและคอนโดระดับซูเปอร์ลักซ์ที่เปลี่ยนโรงสีเก่าให้กลายเป็นศูนย์การค้าและที่อยู่อาศัยหรูริมแม่น้ำ ส่งผลให้ราคาที่ดินในย่านนี้ทะยานจากหลักหมื่นบาทต่อตารางวาไปแตะระดับกว่า 7 แสนบาทต่อตารางวา สะท้อนแรงดึงดูดของทำเลแม้จะอยู่ฝั่งธนบุรีก็ตาม

ฝั่งเจริญกรุง AWC เลือกเอเชียทีคเป็นฐานรบหลัก โดยทุ่มงบขยายโครงการเฟสใหม่ 8,000 ล้านบาท และเตรียมงบพัฒนาพื้นที่รอบข้างอีก 4,000 ล้านบาท เพื่อขยายพื้นที่ใช้สอยจากราว 40,000 ตารางเมตร เป็น 224,000 ตารางเมตร หรือเติบโต 6 เท่า นี่ไม่ใช่การรีโนเวตเล็กน้อย แต่คือการรีเซ็ตทั้งย่านให้กลายเป็นเมืองริมแม่น้ำที่มีทั้งแหล่งบันเทิง ร้านอาหาร โรงแรม และกิจกรรมท่องเที่ยวครบวงจร ซึ่งจะผลักดันให้เจริญกรุง-เจริญนครกลายเป็น “หน้าต่างสู่เมือง” สำหรับนักเดินทางที่มองหาท่องเที่ยวระดับโลก

ศึกบิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ปั้นริมเจ้าพระยาเป็นจุดหมายหรูระดับโลก

จากเคเบิลคาร์ถึง Avatar: ประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟที่ยกระดับท่องเที่ยวระดับโลก

การแข่งขันของทุนใหญ่ไม่ใช่เพียงสร้างตึกสูง แต่คือการแข่งกันสร้างประสบการณ์ที่ไม่มีในเมืองอื่น AWC จึงเลือกเติมคอนเทนต์ระดับบล็อกบัสเตอร์เข้าไปในเอเชียทีค ทั้ง Jurassic World: The Experience และ Skyflyers: Wings of Garudapterus เครื่องเล่นลอยฟ้าสูงเทียบอาคาร 36 ชั้น รวมถึง Avatar: Guardians of Eywa บนพื้นที่ 4,000 ตารางเมตร ซึ่งจะเปิดให้บริการปี 2570 ภายในโซน Blue Dome ที่ออกแบบโดย Shigeru Ban พร้อมเปิดโซนใหม่ช่วงไตรมาส 4 ปี 2569

อีกหมากที่น่าสนใจคือโปรเจกต์เคเบิลคาร์ข้ามเจ้าพระยา ใช้งบกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อเชื่อมพื้นที่ริมน้ำฝั่งเจริญนครที่เตรียมพัฒนาเป็น MONA Bangkok กับเอเชียทีค ฝั่งเจริญกรุงเข้าด้วยกัน เคเบิลคาร์นี้จะเชื่อมตรงเข้าพิพิธภัณฑ์ MONA Bangkok ซึ่งถูกมองว่าจะเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ทรงอิทธิพลที่สุด ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในแต่ละปี นั่นหมายความว่าคนเมืองจะได้ระบบขนส่งเชิงประสบการณ์ ที่ทำให้การเดินทางกลายเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวระดับโลก ไม่ใช่แค่การเคลื่อนที่จากจุด A ไปจุด B

ศึกบิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ปั้นริมเจ้าพระยาเป็นจุดหมายหรูระดับโลก

The River Journey และการคืนชีวิตใหม่ให้อาคารประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำ

สิ่งที่ทำให้การพัฒนาริมเจ้าพระยารอบนี้ต่างจากการปักตึกหรูในอดีต คือบทบาทของมรดกสถาปัตยกรรมเก่าที่ถูกดึงเข้ามาเป็นหัวใจของโครงการ AWC ประกาศพัฒนาอาคารอีสต์เอเชียติก (EAC) วัยกว่าศตวรรษที่ยืนขนานกับเจ้าพระยามานาน 143 ปี ให้กลายเป็น เดอะ พลาซ่า แอทธินี โนบุ โฮเทล แอนด์ สปา แบงคอก โรงแรมอัลตราลักชัวรีภายใต้แบรนด์ Plaza Athenee ผสานวัฒนธรรมโมเดิร์นลักชัวรีแบบ Nobu พร้อมกับการเข้าลงทุนในโรงแรมพลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ก เพื่อเชื่อมสองมหานครเข้าด้วยกัน

แนวคิด The River Journey ของ AWC ยิ่งตอกย้ำว่าแม่น้ำสายนี้กำลังถูกออกแบบใหม่ให้เป็น “คอร์ริดอร์ประสบการณ์” มากกว่าแค่จุดท่องเที่ยวแบบกระจัดกระจาย โดยมีสายน้ำเจ้าพระยาเชื่อมโครงการสำคัญอย่างเอเชียทีค ล้ง 1919 ศูนย์การค้าโอ.พี.เพลส และที่ดินริมน้ำผืนใหญ่ในหลายจุดเข้าหากัน เป้าหมายคือสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวริมแม่น้ำสายประวัติศาสตร์ที่คนไทยและชาวต่างชาติสามารถเดินทางต่อเนื่องจากโครงการหนึ่งไปอีกโครงการหนึ่งได้อย่างลื่นไหล และในอนาคตทุกโครงการจะถูกเชื่อมเป็น The River Journey ที่มอบประสบการณ์น่าประทับใจให้ผู้มาเยือน

ศึกบิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ปั้นริมเจ้าพระยาเป็นจุดหมายหรูระดับโลก

เจ้าพระยาหลังยุคสงบ: ใครได้ ใครเสีย จากริเวอร์ฟรอนต์ระดับโลก

เมื่อทุนใหญ่เร่งพัฒนาริมเจ้าพระยาให้เป็นเวทีโรงแรมอัลตราลักชัวรีและท่องเที่ยวระดับโลก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด แต่คือ “ใครได้ประโยชน์ และเมืองจะเปลี่ยนไปอย่างไร” ด้านหนึ่ง ชาวเมืองได้โครงสร้างพื้นฐานใหม่ พื้นที่สาธารณะและแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ตั้งแต่เคเบิลคาร์ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ไปจนถึงกิจกรรมอิมเมอร์ซีฟระดับโลก ซึ่งช่วยเสริมเศรษฐกิจท่องเที่ยวและสร้างงานจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ราคาที่ดินที่พุ่งแรงและการหันพื้นที่สู่ตลาดพรีเมียมก็อาจผลักชุมชนดั้งเดิมให้ถอยร่นออกจากแนวแม่น้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หากมองในภาพใหญ่ เจ้าพระยากำลังถูกกำหนดบทบาทใหม่ให้เป็น “โชว์รูมเมือง” ที่ทุนใหญ่ถือกุญแจหลัก ผ่านโครงการหรูริมน้ำและแนวคิดคอร์ริดอร์ท่องเที่ยวอย่าง The River Journey คำถามปลายเปิดสำหรับเมืองคือ เราจะใช้จังหวะนี้ต่อรองให้ได้พื้นที่สาธารณะคุณภาพดี การอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ และโอกาสทางเศรษฐกิจที่แบ่งปันได้กว้างที่สุด หรือปล่อยให้ริมแม่น้ำสายสำคัญกลายเป็นคอมเพล็กซ์ปิดเฉพาะสำหรับคนที่มีเงินซื้อประสบการณ์แพงเท่านั้น บทสรุปของศึกริมเจ้าพระยาจึงไม่ใช่แค่เรื่องของนักลงทุน แต่คืออนาคตของเมืองทั้งเมืองและสิทธิในการเข้าถึงสายน้ำของคนทั่วไป

ศึกบิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ปั้นริมเจ้าพระยาเป็นจุดหมายหรูระดับโลก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!