ทำไมตั๋วคอนเสิร์ตถึงแพงขึ้น เศรษฐศาสตร์หลังเวทีดนตรี

ทำไมตั๋วคอนเสิร์ตถึงแพงขึ้น เศรษฐศาสตร์หลังเวทีดนตรี
ความสนใจ|เพลงร็อก

ตั๋วคอนเสิร์ตราคาแรง: ปัญหาแฟนเพลงหรือผลลัพธ์ของตลาด?

ราคาตั๋วคอนเสิร์ตคือค่าผ่านประตูสู่ประสบการณ์การแสดงสดของศิลปินที่แฟนเพลงยอมควักเงินจำนวนมากเพื่อแลกกับการได้อยู่ร่วมเวลากับศิลปินที่รัก ท่ามกลางระบบเศรษฐศาสตร์คอนเสิร์ตที่ซับซ้อนซึ่งผูกต้นทุนการแสดงสด ความต้องการของตลาด และกลยุทธ์รายได้ของผู้จัดและศิลปินเข้าด้วยกัน จนกดดันให้ตั๋วแพงขึ้นเรื่อย ๆ แม้เสียงบ่นจากแฟนเพลงจะดังขึ้นตามไปด้วยก็ตาม

วันนี้ราคาตั๋วคอนเสิร์ตไม่ใช่ประเด็นเฉพาะในหมู่ด้อมใดด้อมหนึ่ง แต่กลายเป็นวาระของคนเสพดนตรีทั้งโลก เมื่อมีการประเมินว่ามูลค่าตลาดคอนเสิร์ตในบางประเทศพุ่งแตะระดับพันล้านในเวลาไม่นาน และระดับโลกก็โตจนยากจะมองข้าม ปีหนึ่ง ๆ มีทั้งคอนเสิร์ตเล็กใหญ่และเทศกาลดนตรีจัดแทบตลอดปี จุดร่วมคือประสบการณ์แฟนดีขึ้น โปรดักชันอลังการขึ้น แต่ราคาตั๋วก็พุ่งตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ จึงถึงเวลาต้องมองราคาตั๋วคอนเสิร์ตในฐานะ “สัญญาณเศรษฐกิจ” มากกว่าแค่ตัวเลขที่ทำให้กระเป๋าบางลง

ทำไมตั๋วคอนเสิร์ตถึงแพงขึ้น เศรษฐศาสตร์หลังเวทีดนตรี

เศรษฐศาสตร์คอนเสิร์ต: เมื่อต้นทุนการแสดงสดผลักราคาตั๋วพุ่ง

ถ้าจะพูดให้ถึงที่สุด ราคาตั๋วคอนเสิร์ตไม่ได้ขึ้นเพราะศิลปิน “โลภ” แต่อย่างเดียว มันคือผลของต้นทุนการแสดงสดที่ระเบิดขึ้นพร้อมกันเกือบทุกมิติ ทั้งค่าเดินทาง ที่พัก อุปกรณ์ และค่าขนส่งที่ถูกระบุว่าพุ่งขึ้นถึงระดับหลายเท่าตัวจากช่วงล็อกดาวน์ ในขณะที่แฟนเพลงคาดหวังโปรดักชันใหญ่ แสง สี เสียง เอฟเฟกต์ และทีมงานมืออาชีพจำนวนมาก ทุกอย่างล้วนคือเงินสดในฝั่งต้นทุนทั้งสิ้น

ตามรายงานเกี่ยวกับธุรกิจจัดคอนเสิร์ต “เมื่อปี 2023 ราคาตั๋วเฉลี่ยของศิลปินและวงดนตรีที่ทำเงินสูงสุด 100 อันดับแรกเพิ่มขึ้น 23% พร้อมดันรายได้รวมของตลาดขึ้นเหนือระดับ 9,170 ล้านดอลลาร์” แม้ตัวเลขรายได้นี้จะดูสวยงาม แต่หากซูมเข้าไปจะพบว่าเป็นการฟื้นตัวจากยุคที่อุตสาหกรรมการแสดงสดทรุดตัวเกือบ 75% ในปี 2020 จากการระบาดของ COVID-19 จนเหลือมูลค่าเพียง 7,320 ล้านดอลลาร์ การปรับราคาตั๋วจึงกลายเป็นวิธีชดเชยรายได้ที่หายไปและแบกรับต้นทุนใหม่ที่สูงลิ่ว

ทำไมตั๋วคอนเสิร์ตถึงแพงขึ้น เศรษฐศาสตร์หลังเวทีดนตรี

ผังราชมังคลากีฬาสถาน: จากแนวกว้างสู่แนวยาวเพื่อคุณภาพหรือรายได้?

อีกปรากฏการณ์ที่สะท้อนเศรษฐศาสตร์คอนเสิร์ตชัดเจนคือการปรับผังการแสดงที่ราชมังคลากีฬาสถาน จากแนวกว้างมาสู่แนวยาวในช่วงปลายปีหนึ่ง แฟนคลับสังเกตพร้อมกันว่าคอนเสิร์ตใหญ่ทั้ง BIGBANG 2026–2027 WORLD TOUR <XX : COSMOS> IN BANGKOK, 30 ปี โลโซ นานเท่าไรก็รอ และ “กาลครั้ง 6 TATTOO STADIUM” ต่างใช้ผังที่เวทีตั้งอยู่ปลายสนามแล้วทอดพื้นที่ผู้ชมยาวไปตามแกนสนามเหมือนกัน

ผังแนวยาวทำให้โซนด้านข้างแคบลง แต่ดันความลึกของพื้นที่ยืนและที่นั่งเข้าไปถึงอีกฝั่งสนาม เพิ่มจำนวนผู้ชมโดยไม่ลดคุณภาพการมองเห็นของโซนหลักมากนัก ตอบโจทย์ทั้งการเพิ่มรายได้และการควบคุมความปลอดภัย รวมถึงการจัดการระยะห่างผู้ชมในโลกหลังโรคระบาด ผู้จัดยังระบุชัดว่าผังสามารถเปลี่ยนได้ตามข้อจำกัดด้านโปรดักชัน การจัดการพื้นที่ และความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็มีตัวอย่างอย่าง BTS WORLD TOUR ‘ARIRANG’ IN BANGKOK ที่ประกาศเป็นผังแบบ 360 องศา แสดงว่าผังไม่ถูกตรึงโดยเจ้าของสนาม แต่โดยสมการรายได้ ต้นทุน และประสบการณ์แฟนเป็นหลัก

ทำไมตั๋วคอนเสิร์ตถึงแพงขึ้น เศรษฐศาสตร์หลังเวทีดนตรี

รายได้ศิลปินทัวร์: เมื่อหนึ่งทัวร์กลายเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจ

อีกด้านของสมการราคาตั๋วคือรายได้ศิลปินทัวร์ เมื่อการขายแผ่นเสียงและสตรีมมิ่งให้รายได้ต่อหน่วยต่ำลง ทัวร์คอนเสิร์ตจึงกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของรายได้ศิลปินและทีมงานทั้งเครือข่าย รายงานตลาดแสดงดนตรีสดระบุว่าปี 2021 ตลาดนี้มีมูลค่าราว 152,200 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 481,400 ล้านดอลลาร์ในช่วง 2022–2027 ครอบคลุมคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี ตั๋ว สปอนเซอร์ และสินค้า เมื่อฐานแฟนหลักคือคนวัย 21–40 ปีที่ยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์ ความพร้อมจ่ายของแฟนจึงถูกดึงเข้าไปในระบบราคาตั๋วอย่างเต็มที่

ศิลปินระดับโลกหลายรายออกทัวร์ที่สร้างรายได้ระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อรอบทัวร์ โดยตัวอย่างเช่นวงป๊อปร็อกจากเกาะอังกฤษที่มีทัวร์ใหญ่หลังการระบาดและบางทัวร์ทำรายได้เกิน 500 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดรวมจากทัวร์ทั้งหมดตั้งแต่ปี 2000 แตะราว 1,500 ล้านดอลลาร์ กระแส “เศรษฐกิจศิลปิน” ถึงขั้นมีคำอธิบายว่าการทัวร์ของศิลปินบางคนสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายรวมในประเทศหนึ่งให้สูงถึงระดับพันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาสั้น ๆ คำถามคือ ถ้าทัวร์กลายเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจระดับนี้ ราคาตั๋วควรถูกใช้เพื่อเก็บเกี่ยวให้สุด หรือแบ่งสมดุลให้แฟนเพลงเข้าถึงได้มากขึ้น

ทำไมตั๋วคอนเสิร์ตถึงแพงขึ้น เศรษฐศาสตร์หลังเวทีดนตรี

แฟนเพลงอยู่ตรงไหนในสมการราคาตั๋วคอนเสิร์ต?

ในเชิงตัวเลข ธุรกิจคอนเสิร์ตยุคนี้เหมือนจะชนะหมดทุกฝ่าย: ตลาดโลกเติบโต ศิลปินทำเงินต่อรอบแสดงสูงขึ้น จากข้อมูลหนึ่งระบุว่าศิลปินและวงดัง 100 อันดับแรกทำรายได้เฉลี่ยต่อคอนเสิร์ตราว 2.37 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 1.54 ล้านดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้า แต่ในทางสังคม เสียงบ่น “ตั๋วแพงแบบกระเป๋าฉีก” กลับดังขึ้นไม่แพ้เสียงกรี๊ดในสนาม หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าการสนับสนุนศิลปินด้วยการไปคอนเสิร์ตกลายเป็นกิจกรรมสำหรับคนรายได้สูงเท่านั้นหรือไม่

เมื่อรวม Dynamic Pricing ที่ปรับราคาตามความต้องการเข้ากับกระแสทัวร์รวมวงของศิลปินระดับตำนาน ราคาตั๋วอย่างกรณี Oasis Live’ 25 Tour จึงพุ่งขึ้นเทียบกับทัวร์ก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัดจนแฟนเพลงร้องเรียน ประเด็นไม่ใช่ว่าศิลปินไม่ควรมีรายได้จากการทัวร์ แต่คืออุตสาหกรรมจะวางสมดุลอย่างไรระหว่างการอัดราคาเพื่อรีดรายได้สูงสุด กับการรักษาฐานแฟนกว้าง ๆ ให้ยังเข้าถึงคอนเสิร์ตได้ เหตุผลทางเศรษฐศาสตร์อธิบายได้ว่าทำไมราคาขึ้น แต่คำตอบทางคุณค่าต้องมาจากการตัดสินใจร่วมกันของศิลปิน ผู้จัด และแฟนเพลงว่าประสบการณ์นี้ควรเปิดกว้างแค่ไหน

ทำไมตั๋วคอนเสิร์ตถึงแพงขึ้น เศรษฐศาสตร์หลังเวทีดนตรี

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!