อัลกอริทึมการคัดเลือกนักแบบกับเรือนร่างที่แฟชั่นยอมมองเห็น
อัลกอริทึมการคัดเลือกนักแบบในบริบทแฟชั่น คือชุดกฎและระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ประมวลผลข้อมูลภาพและพฤติกรรมผู้ใช้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อตัดสินว่ารูปเรือนร่างแบบใดได้รับการมองเห็นมากกว่า ส่งผลให้การแสดงตัวของเรือนร่างในแฟชั่นถูกกำหนดโดยตรรกะของหน้าจอมากกว่าความหลากหลายทางสังคม และสร้างโครงสร้างอำนาจใหม่ที่เข้ามาแทนสายตาของบรรณาธิการและแคสต์ติ้งดั้งเดิม ในอดีต ความไม่เปิดรับความหลากหลายทางเรือนร่างแฟชั่นมีรากมาจากค่านิยมความผอมและมาตรฐานสายตาคนในวงการ แต่วันนี้แรงผลักสำคัญมาจากชุดคำสั่งที่อ่านภาพได้เร็วระหว่างการเลื่อนฟีด ภาพที่ทำงานได้ดีต่อระบบจึงกลายเป็นมาตรฐานความงามที่ได้รับพื้นที่ ส่งผลให้ขอบเขตของความน่าปรารถนาแคบลงเพื่อให้ตรงกับสิ่งที่อัลกอริทึมเข้าใจได้รวดเร็ว สิ่งนี้ไม่ได้เป็นกลาง เพราะมันดึงอคติเดิมในสังคมมาทำให้แข็งตัว กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการมองเห็นใหม่

ความหลากหลายทางเรือนร่างแฟชั่นเมื่ออัลกอริทึมคือผู้ควบคุมการมองเห็น
เมื่อแพลตฟอร์มออนไลน์กลายเป็นสนามหลักของแฟชั่น ทุกระบบฟีดก็ทำงานเหมือนกลไกคัดแยกเรือนร่างที่ชัดเจน ในกรณีของ TikTok เคยมีรายงานว่าระบบลดการมองเห็นของเรือนร่างพลัสไซส์ลงหลังการเปิดตัวทั่วโลกในปี 2020 นี่คือสัญญาณว่าความหลากหลายทางเรือนร่างแฟชั่นกำลังถูกกดด้วยวิธีที่ผู้ใช้แทบไม่ทันสังเกต เราไม่ได้แค่เห็นนางแบบผอมมากกว่า แต่เราแทบไม่เห็นร่างอื่นเลย ผลสำรวจหนึ่งชี้ว่า 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าภาพแฟชั่นจากปัญญาประดิษฐ์จะย้ำมาตรฐานรูปร่างเดิมมากกว่าขยายมัน โดย 47% เชื่อว่าร่างกายจะถูกปรับให้เหมาะกับประสิทธิภาพตามอัลกอริทึม และ 31% มองว่ามันจะขยายอุดมคติเดิมให้เด่นชัดขึ้น มีเพียง 5% เท่านั้นที่เชื่อว่าภาพจากปัญญาประดิษฐ์จะทำให้แฟชั่นนำเสนอเรือนร่างได้หลากหลายขึ้น นี่ไม่ใช่ตัวเลขที่เราควรมองข้าม เพราะมันสะท้อนว่าความหวังเรื่องการรวมตัวในการแคสติ้งแฟชั่นผ่านเทคโนโลยีไม่ได้มีมากเท่าโฆษณาที่เราได้ยิน

ผู้กำกับแคสต์ติ้งในฐานะแนวต้านอัลกอริทึม
ท่ามกลางระบบที่ให้รางวัลกับรูปร่างซึ่งอ่านง่ายบนหน้าจอ ผู้กำกับแคสต์ติ้งบางคนกำลังทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญ Chloe Rosolek ผู้ก่อตั้งบริษัทแคสต์ติ้งแห่งหนึ่งคือผู้อยู่เบื้องหลังรันเวย์และแคมเปญที่เปิดรับเรือนร่างหลากหลายมากที่สุด โดยร่วมงานใกล้ชิดกับดีไซเนอร์รุ่นใหม่เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลง นี่ไม่ใช่การเติมตัวแทนหนึ่งสองคนลงบนรันเวย์เพื่อให้ภาพดูมีความหลากหลาย แต่เป็นการตั้งคำถามกับโครงสร้างไซซ์ตัวอย่างทั้งระบบ Rosolek เล่าว่าในการเตรียมแฟชั่นโชว์ เธอถามเสมอว่าแบรนด์เตรียมลุคสำหรับหุ่นเคิร์ฟหรือเรือนร่างที่ไม่ตรงไซซ์ตัวอย่างหรือไม่ และพยายามผลักดันให้มีพื้นที่ดังกล่าวจริงจัง โดยในลอนดอนมีหลายแบรนด์ที่พร้อมจัดลุคเหล่านี้อย่างตั้งใจ หนึ่งในตัวอย่างคือการร่วมงานกับ Karoline Vitto ที่สร้างลุคสำหรับหุ่นไม่ใช่ไซซ์ตัวอย่างได้เด่นชัด นี่คือการรวมตัวในการแคสติ้งแฟชั่นที่ต่อต้านกระแสอัลกอริทึม ซึ่งมักยกย่องรูปร่างแบบจำกัดเพื่อให้รูปทำงานบนฟีดได้ดี

นักออกแบบและนักวิจัยวัสดุกับการนิยามการแสดงตัวของเรือนร่างใหม่
หากอัลกอริทึมทำให้เรือนร่างถูกบีบให้แบนราบและอ่านง่าย นักออกแบบบางคนกำลังตอบโต้ด้วยการกลับไปยึดร่างกายสามมิติเป็นศูนย์กลาง Esmay Wagemans ศิลปินและนักวิจัยด้านวัสดุจากอัมสเตอร์ดัมทำงานบนจุดตัดระหว่างแฟชั่น เทคโนโลยี และเรือนร่าง ด้วยการหล่อและขึ้นรูปซิลิโคน เรซิน และวัสดุคอมโพสิตให้กลายเป็นศิลปะสวมใส่ ตั้งคำถามต่อแนวคิดเรื่องร่างกายผ่านกรอบสตรีนิยมและหลังมนุษยนิยม ขั้นตอนของเธอเริ่มจากการสแกนร่างนางแบบแบบสามมิติแล้วสร้างแม่พิมพ์ที่ออกแบบเฉพาะตามเรือนร่างแต่ละคน แนวปฏิบัตินี้ถูกอธิบายว่าเป็นเหมือนยาแก้ภาพสองมิติ เพราะมันบังคับให้ทั้งคนทำงานและผู้สวมใส่กลับมาเห็นตัวเองในรูปทรงเต็มมิติแทนเงาราบที่ทำงานเพื่ออัลกอริทึม เธอมองร่างกายเป็นสิ่งที่บรรจุความทรงจำ ความกลัว ความปรารถนา การเมือง และเวลา ไม่ใช่เพียงวัตถุที่ต้องปรับให้เข้ากับเกณฑ์การมองเห็นของระบบ นี่คือการนิยามการแสดงตัวของเรือนร่างในแฟชั่นใหม่จากภายในร่างกายเอง

ขีดจำกัดใหม่ของเรือนร่างเมื่อวัสดุและอัลกอริทึมปะทะกัน
จุดที่น่าสนใจคือการพบกันระหว่างนวัตกรรมวัสดุกับอัลกอริทึมการมองเห็น วงการแฟชั่นเริ่มหลงใหลผิวหนังเทียม อวัยวะเทียม และการต่อขยายร่างกาย ซึ่งก่อนหน้านี้มักอยู่ในบริบทเฉพาะกลุ่ม แต่งานของ Wagemans แสดงให้เห็นว่าการหล่อจากร่างกายจริงและแปรรูปวัสดุเป็นชิ้นส่วนสวมใส่สามารถใช้เป็นเครื่องมือการออกแบบและเครื่องมือทางการเมืองไปพร้อมกัน ตั้งคำถามว่าร่างกายคืออะไรและควรมีขีดจำกัดอย่างไร ในทางกลับกัน ระบบภาพที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิดกำลังลดความจำเป็นของเรือนร่างจริงในอุตสาหกรรมที่มีอยู่เพื่อสวมใส่ให้มัน ผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนมากคาดว่าภาพเหล่านี้จะยิ่งตอกย้ำค่านิยมรูปร่างสมบูรณ์แบบมากกว่าขยายความหลากหลาย เมื่อสองกระแสดังกล่าวชนกัน เราได้เห็นบทสนทนาใหม่เกี่ยวกับขีดจำกัดของเรือนร่างในแฟชั่น ถ้าเราสามารถต่อขยายหรือสร้างร่างกายจากวัสดุได้ไม่สิ้นสุด แต่ระบบมองเห็นยังรับรองเพียงรูปร่างแบบจำกัด การทดลองเรื่องเรือนร่างก็จะกลายเป็นของเล่นเฉพาะกลุ่มแทนที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าเทคโนโลยีทำให้เราออกแบบได้ไกลแค่ไหน แต่คือใครมีสิทธิ์จะถูกมองเห็นในร่างกายที่ถูกออกแบบนั้น และเราจะทำให้ความหลากหลายทางเรือนร่างแฟชั่นหลุดพ้นจากกรอบอัลกอริทึมได้อย่างไร







