AI governance framework คืออะไร และทำไมจึงผูกกับ Digital Trust
AI governance framework คือกรอบแนวคิด กฎเกณฑ์ และกระบวนการที่ตั้งขึ้นเพื่อให้การพัฒนาและใช้งานปัญญาประดิษฐ์โปร่งใส ปลอดภัย และรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่การออกกฎหมาย มาตรฐาน เทคนิคตรวจสอบ ไปจนถึงการกำกับดูแลผู้ให้บริการและผู้ใช้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประชาชน ภาคธุรกิจ และรัฐในระบบดิจิทัลร่วมกัน หัวใจของยุทธศาสตร์ดิจิทัลวันนี้ไม่ใช่เพียงเร่งเอาเทคโนโลยีใหม่เข้ามา แต่คือการสร้าง digital trust infrastructure ให้คนกล้าใช้และกล้าลงทุนในโลกออนไลน์อย่างมั่นใจ หน่วยงานด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ประกาศชัดว่าจะเดินหน้าบทบาทผู้กำกับร่วมสร้าง ร่วมกับหน่วยงานอื่นในการวางโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐาน และเครื่องมือที่จำเป็น โดยตั้งเป้าให้ความเชื่อมั่นทางดิจิทัลเป็นรากฐานของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล แนวทางนี้สะท้อนมุมคิดว่า หากไม่มีความไว้วางใจ การลงทุนใน AI และบริการดิจิทัลอื่นย่อมไปไม่ถึงศักยภาพ

Digital ID system และโครงสร้างพื้นฐาน VC ฐานรองรับการเรียนรู้และการค้าออนไลน์
การผลักดัน Digital ID system ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคยืนยันตัวตน แต่คือการปูถนนสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนและผู้ประกอบการ หน่วยงานด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์กำลังเดินหน้าวางโครงสร้างพื้นฐานตาม Digital ID Framework ระยะที่ 2 ทั้งด้านกฎหมาย มาตรฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตน และการใช้งานสำหรับประชาชน นิติบุคคล คนต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง ปัจจุบันมีใบอนุญาตธุรกิจบริการ Digital ID แล้ว 28 ใบอนุญาต และ e-Service ภาครัฐเชื่อมต่อ 1,797 บริการ มีบัญชีผู้ใช้งานสะสม 162.63 ล้านบัญชี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า Digital ID เริ่มกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานจริง ไม่ใช่แค่โครงการทดลอง การนำร่องเอกสารรับรองดิจิทัลแบบตรวจสอบได้ หรือ VC ช่วยให้ภาคธุรกิจตรวจสอบสิทธิ อำนาจ และการลงนามสัญญาออนไลน์ผ่านผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ รวมทั้งการออกแบบแนวทางพิสูจน์ตัวตนคนต่างด้าวและบริการ caregiver เพื่อกันปัญหาสวมสิทธิ ในเชิงนโยบาย การเตรียมนำ VC ไปใช้กับบัตรประชาชนและ Digital Document Wallet หมายความว่าในอนาคต เด็ก นักเรียน คนทำงาน หรือผู้สูงวัยจะเข้าถึงบริการเรียนออนไลน์และการค้าดิจิทัลได้ง่ายขึ้น โดยเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็น ลดต้นทุนกระดาษ และลดการปลอมแปลงเอกสารในคราวเดียว

AI Governance Practice Center และการกำกับแพลตฟอร์ม ความโปร่งใสคือเงื่อนไขใหม่ของการเติบโต
ถ้า Digital ID คือการพิสูจน์ว่าเราเป็นใคร AI governance framework คือการพิสูจน์ว่าเครื่องมือที่เราใช้ทำงานอย่างเป็นธรรม หน่วยงานด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์พัฒนาร่างกฎหมาย AI พร้อมแนวปฏิบัติ งานวิจัย และ toolkit รวมกว่า 12 เรื่อง เพื่อแปลงหลักการธรรมาภิบาลให้ใช้ได้จริงในโรงเรียน ระบบยุติธรรม ภาครัฐ และภาคการเงิน พร้อมสร้างความรู้เรื่องความเสี่ยง AI ให้ผู้ใช้งานมากกว่า 120,000 คน ในปี 2570 มีแผนตั้ง AI Governance Practice Center และ AI Governance Sandbox เป็นพื้นที่กลางให้หน่วยงาน ผู้พัฒนา และผู้เชี่ยวชาญมาทดลองใช้ AI ภายใต้เงื่อนไขที่เน้นความเสี่ยง ความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใส และการทำตามกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้กับเด็ก กลุ่มเปราะบาง และระบบยุติธรรม ขนานกันคือการกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัลผ่านระบบขึ้นทะเบียนที่มีแพลตฟอร์มเข้าสู่ระบบแล้ว 2,133 บริการ ณ เดือนสิงหาคม 2569 เพื่อจัดระดับความเสี่ยง กำหนดหน้าที่ และเชื่อมการกำกับกับหน่วยงานอื่น ข้อมูลร้องเรียนจากศูนย์ 1212 ที่ใช้วิเคราะห์ปัญหาเผยว่า แม้ปัญหาออนไลน์โดยรวมลดลงราว 14 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัญหาจากแพลตฟอร์มกลับเพิ่มขึ้นราว 30 เปอร์เซ็นต์ช่วงมกราคมถึงสิงหาคม 2569 ตัวเลขนี้ย้ำว่าความโปร่งใสและกลไกรับผิดชอบของแพลตฟอร์มไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็น

ทรัพย์สินทางปัญญา AI และลิขสิทธิ์ดิจิทัล บทเรียนจากความร่วมมือกับเกาหลีใต้
เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือสร้างคอนเทนต์ได้เอง คำถามเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา AI และลิขสิทธิ์ดิจิทัลก็ยิ่งซับซ้อน หน่วยงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาได้หารือกับ 4 หน่วยงานลิขสิทธิ์ของเกาหลีใต้ เพื่อแลกเปลี่ยนนโยบายการสร้างสมดุลระหว่างผู้พัฒนา AI ที่ต้องการข้อมูลสำหรับ training กับการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ ฝั่งไทยเริ่มให้มีการระบุการใช้ AI ในแบบฟอร์มแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์แล้ว เพื่อให้การบันทึกสิทธิสะท้อนความจริงของกระบวนการสร้างสรรค์ ในอีกด้าน เกาหลีใต้กำลังพิจารณากติกา fair use และ text and data mining ให้เหมาะสมและโปร่งใส ขณะเดียวกันองค์กรจัดเก็บลิขสิทธิ์เพลงหลักของเกาหลีใต้ยังไม่รับจดลิขสิทธิ์เพลงที่สร้างโดย AI 100 เปอร์เซ็นต์ โดยกำหนดว่าผลงานต้องมีมนุษย์เป็นผู้สร้างสรรค์หลักหรือมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ แนวทางนี้ส่งสัญญาณชัดว่าระบบกฎหมายลิขสิทธิ์ยังคงยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง และกำลังหาวิธีรองรับผลงานที่มนุษย์และ AI ร่วมกันสร้าง มากกว่าจะยอมให้เครื่องจักรเป็นผู้ถือสิทธิเดี่ยว

digital trust infrastructure จะเดินไปข้างหน้าพร้อมการคุ้มครองผู้สร้างสรรค์ได้อย่างไร
การสร้าง digital trust infrastructure ไม่อาจมองข้ามมิติทรัพย์สินทางปัญญา AI และลิขสิทธิ์ดิจิทัล เพราะความเชื่อมั่นของผู้ใช้แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ สตรีมมิง หรือโซเชียลมีเดียล้วนผูกกับการรู้สึกว่าผลงานที่ตนชอบและสร้างขึ้นได้รับการปกป้อง การหารือร่วมกับหน่วยงานเกาหลีใต้เกี่ยวกับการใช้ AI และ Big Data ตรวจจับและบล็อกเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ตลอด 24 ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่าการปราบละเมิดออนไลน์ต้องใช้เทคโนโลยีระดับเดียวกับผู้ละเมิดเอง ในทางเศรษฐกิจ การศึกษาโมเดล IP financing และการลงทุนแบบแบ่งสัดส่วนในลิขสิทธิ์เพลง เปิดโอกาสให้ทรัพย์สินทางปัญญาถูกแปลงเป็นทุนและแหล่งรายได้ใหม่ของผู้สร้างสรรค์ เมื่อเชื่อมสิ่งนี้เข้ากับความพยายามของรัฐในการยกระดับความพร้อมดิจิทัลของ SME ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่คะแนนเฉลี่ย 2.45 จาก 4 เพิ่มขึ้น 3.81 เปอร์เซ็นต์แต่ยังส่วนใหญ่เป็นเพียง digital follower จะเห็นภาพอนาคตที่ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถใช้ทั้ง AI governance framework และโครงสร้าง Digital ID เพื่อทำธุรกิจดิจิทัลอย่างปลอดภัย พร้อมสร้างมูลค่าจากทรัพย์สินทางปัญญาของตน ไม่ใช่แค่หลบเลี่ยงความเสี่ยงจากโลกออนไลน์






