ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ดีมนา กุชชี่ และแฟนตาซีใหม่ที่กำลังเขียนนิยามเฮอริเทจลักชัวรี่

ดีมนา กุชชี่ และแฟนตาซีใหม่ที่กำลังเขียนนิยามเฮอริเทจลักชัวรี่
ความสนใจ|เทรนด์แฟชั่น

จากสูตรสำเร็จสู่แฟนตาซีเฮอริเทจใหม่ของกุชชี่

แฟนตาซีใหม่ของดีมนา กุชชี่ คือทิศทางการออกแบบที่หันหลังให้สูตรสำเร็จและแบบแผนแข็งทื่อ เพื่อหันกลับไปขุดรากเหง้าเฮอริเทจ แฟชั่น ของแบรนด์ แล้วตีความเสียใหม่ให้ร่วมสมัย ผ่านการผสมโค้ดความหรูหรา ความเย้ายวน และป๊อบคัลเจอร์เข้าไว้ด้วยกัน จนเกิดเอกลักษณ์ลักชัวรี่ที่ทั้งคงเสน่ห์ดั้งเดิมและตอบชีวิตคนยุคนี้

ในคอลเลคชั่นที่สอง ดีมนาซึ่งนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของกุชชี่ ตัดสินใจขยับออกจากอาร์คีไทป์เดิมๆ ที่ใช้ในเดบิวต์คอลเลคชั่น แล้วหันมาจ้องมองมรดกความหรูหราของแบรนด์อย่างจริงจัง การพรีวิวที่งาน Milan Fashion Week หรือที่หลายคนเรียกกันว่า คอลเลคชั่น มิลาน ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่โชว์ธรรมดา แต่เป็นการประกาศว่ากุชชี่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องเฮอริเทจ จากการเล่าอดีตแบบติดกรอบ ไปสู่การใช้มรดกเป็นเชื้อไฟสร้างโลกแฟนตาซีใหม่ที่เข้มข้นกว่าเดิม

ดีมนา กุชชี่ และแฟนตาซีใหม่ที่กำลังเขียนนิยามเฮอริเทจลักชัวรี่

The Store Show ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของดีไซเนอร์ลักชัวรี่

ก่อนจะมาถึง The Store Show เส้นทางของดีมนา กุชชี่ ไม่ได้ราบรื่น แฟนๆ เคยถึงขั้นกุมขมับกับการเปลี่ยนแปลงที่เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงเหมือนรถไฟเหาะ ทั้งเดบิวต์ La Famiglia และคอลเลคชั่น Gucci Primavera ที่ถูกวิจารณ์แตกเป็นสองฝ่าย ความผันผวนนี้สะท้อนชัดว่าดีมนายังติดอยู่กับการพิสูจน์ตัวเองในฐานะดีไซเนอร์ลักชัวรี่ มากกว่าการตั้งใจฟังว่าแบรนด์ต้องการอะไร

จุดพลิกคือการยอมรับของเจ้าตัวว่าเขาต้องต่อสู้เพื่อหาคำตอบให้ชัดเจนว่ากำลังจะสื่อสารอะไรที่กุชชี่ พร้อมต้องรักษาสมดุลกับสิ่งที่งานเรียกร้อง The Store Show จึงทำหน้าที่เหมือนบทสรุปปีแรกของเขา ที่ผลึกความคิดออกมาว่า จิตวิญญาณของกุชชี่คือความปรารถนาจะเข้าถึงโลกหรูหรา ความกล้าแต่งเติมเสน่ห์เย้ายวน และการผสมความสูงส่งกับป๊อบคัลเจอร์เข้าด้วยกัน นี่คือจังหวะที่ดีมนาจากคนที่พยายาม “ควบคุมแบรนด์” ค่อยๆ กลายเป็นคนที่ “รับฟังแบรนด์” มากขึ้น

รันเวย์ที่กลายเป็นร้าน และการกลับไปอ่านโค้ดเฮอริเทจ

ที่ Milan Fashion Week ดีมนาไม่เลือกทำรันเวย์แบบเดิม เขาเปลี่ยนพื้นที่ศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ในมิลานให้กลายเป็นบูติกกุชชี่หรูหราแบบสมบูรณ์ ทำให้ผู้ชมจำนวนมากหลงคิดว่านี่คือแฟล็กชิปรุ่นใหม่ของแบรนด์ ทั้งที่แท้จริงเป็นแบบจำลองเพื่ออุ่นเครื่องแนวคิดการออกแบบหน้าร้านโฉมใหม่ในอนาคต ภาพรันเวย์ที่กลายเป็นร้าน การเดินของนางแบบนายแบบที่ทำตัวเหมือนลูกค้าเข้ามาช็อป สะท้อนชัดว่าดีมนากำลังทำแฟชั่นให้กลับมาเชื่อมกับประสบการณ์ในชีวิตจริงของคน

ในบูติกแฟนตาซีนี้ เขาเชื่อมแนวคิดกลับไปยังจุดกำเนิดของกุชชี่ที่โรงแรม The Savoy ในลอนดอน ที่เคยเป็นพื้นที่พบปะของคนหลากชนชั้น ตั้งแต่ผู้ลากมากดีถึงคนนอกสังคม แปลว่าร้านกุชชี่วันนี้ไม่ควรเป็นแค่พื้นที่ขายของ แต่ต้องเป็นสนามพบกันของโลกหรูหราและโลกป๊อบ นี่คือการอ่านโค้ดเฮอริเทจ แฟชั่น แบบใหม่ ไม่ใช่เอาอดีตมาเล่าเป๊ะๆ แต่แปลจิตวิญญาณให้กลายเป็นคอนเซ็ปต์การออกแบบพื้นที่ การจัดโชว์ และการเดินเรื่องของคอลเลคชั่น มิลาน ทั้งชุดเดียว

เมื่อโค้ดลักชัวรี่ถูกอัปเดตด้วยความร่วมสมัย

ในระดับดีเทล คอลเลคชั่น The Store Show คือสนามทดลองของการอัปเดตโค้ดลักชัวรี่ให้ร่วมสมัยชัดเจนมาก เราเห็นตั้งแต่ลุคขี่ม้าคลาสสิก ลุคหนุ่มชาวมิลานในเทรนช์โค้ตเนี้ยบ ไปจนถึงชุดราตรีเจอร์ซีย์ที่ส่งกลิ่นถึงยุค Tom Ford แต่แทนที่จะหลบอยู่ใต้เงายุคเก่า ดีมนานำโครงสร้างช่วงไหล่ตั้ง การตัดเย็บที่ชวนให้นึกถึงผลงานสมัยเขาดูแล Balenciaga มาโยงเข้ากับดีเอ็นเอของกุชชี่ เกิดเป็นภาษาดีไซน์กึ่งคลาสสิกกึ่งสตรีตที่เฉพาะตัว

รายละเอียดอย่าง Horsebit ขนาดใหญ่ที่ไปโผล่บนกระโปรง เข็มขัดหลายหัว ยีนส์เอวต่ำ และสร้อยโซ่หนาหลายเส้น รวมถึงการรีเฟรชกระเป๋า Bamboo, GG Marmont, Ophidia และรองเท้าส้นสูง Stiletto โดยไม่พยายามสร้างสูตรสำเร็จใหม่หรือฉาบเอาเซ็กซียุคเก่ามาใช้แบบผิวเผิน บอกเราว่า ดีไซเนอร์ลักชัวรี่ รุ่นนี้ไม่เชื่อว่าการสร้างตำนานใหม่ต้องลบของเก่าออก เขาเลือกวิธีรีโค้ด ใช้มรดกเป็นภาษาหลัก แล้วเติมสำเนียงร่วมสมัยเข้าไปอย่างตรงไปตรงมา

ก้าวต่อไปของดีมนา กุชชี่ และบทเรียนต่ออุตสาหกรรมลักชัวรี่

สิ่งที่น่าสนใจในมุมคนดูและคนซื้อคือแฟนตาซีใหม่ของดีมนาไม่ได้ปิดกั้นผู้คน เขาย้ำว่าจิตวิญญาณของกุชชี่คือการเปิดโลกหรูหราให้คนหลากแบบเข้าถึง ภาพแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่างบิวกิ้นและพีพีที่นั่งฟรอนต์โรว์ในลุคต่างคาแรกเตอร์ ตั้งแต่ City Boy แจ็กเก็ตหนังเดนิมโอเวอร์ไซซ์ไปจนถึงเสื้อกางเกงซีทรูปักเลื่อมผสมเฟอร์ Flora เป็นสัญญาณว่ากุชชี่ภายใต้ดีมนาต้องการให้คนใช้แบรนด์ตีความตัวเองอย่างอิสระ ไม่ใช่ทำตัวให้เหมือนภาพโฆษณา

แบบจำลองร้านในโชว์ครั้งนี้ยังทำหน้าที่เป็นต้นแบบหน้าร้านกุชชี่โฉมใหม่ตามสาขาต่างๆ ในอนาคต หากเดินไปจนสุดทาง มันอาจกลายเป็นเคสศึกษาสำคัญของวงการลักชัวรี่ ที่กำลังเปลี่ยนจากยุค “รีแบรนด์ทั้งบ้าน” ไปสู่ยุค “รีโค้ดเฮอริเทจ” ที่ดีไซเนอร์ตีความมรดกมากกว่าสร้างภาพจำใหม่ทับของเก่า จากเดบิวต์จนถึง The Store Show เราเห็นชัดว่าดีมนากำลังพาแบรนด์ฟื้นตัวทีละก้าว และเริ่มกลับเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง บทเรียนตรงนี้คือ การปฏิวัติแบรนด์ลักชัวรี่ไม่จำเป็นต้องเสียงดังเสมอไป แค่กล้ากลับไปฟังรากเหง้า แล้วพูดมันด้วยภาษาของวันนี้อย่างซื่อก็พอ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!