กลับสู่โลกเพื่อนซี้สายแซ่บ… คราวนี้เดิมพันสูงกว่าที่เคย
เตรียมแพ็กกระเป๋าออกเดินทางสู่คาปรีเกาะหรูสุดโรแมนติก แต่บรรยากาศรอบนี้ไม่ใช่แค่ไวน์ ดอกไม้ และวิวทะเลเท่านั้น เพราะการกลับมาเจอกันของ ‘เพื่อนรัก’ ต่างขั้วอย่าง Stephanie และ Emily ใน Another Simple Favor (เพื่อนหาย อย่าหา 2) คือการเปิดฉากเกมแกงกันครั้งใหม่ที่ทั้งแรง ทั้งแซ่บ และทั้งอันตรายกว่าเดิม
นี่ไม่ใช่แค่ทริปงานแต่งธรรมดา แต่คือการหวนคืนสู่โลกของความลับ การทรยศ และอารมณ์ขันสุดคมที่แฟนภาคแรกคิดถึงกันมานาน
งานแต่งสุดหรูบนเกาะคาปรีที่ไม่ได้มีแค่ความรัก
บนเกาะคาปรี ประเทศอิตาลี ท่ามกลางวิวสวยเกินจริง งานแต่งสุดอลังการของ Emily คือเวทีที่ทุกคนแต่งตัวจัดเต็ม แฟชั่นพุ่งทะลุเพดาน แต่หลังความหรูหรากลับมีบางอย่างผิดปกติ
ใต้ชุดเดรสเลอค่าและเครื่องเพชรระยิบระยับ ซ่อนทั้งความลับมืดหม่นและอันตรายที่ไม่มีใครคาดถึง
Stephanie Smothers (รับบทโดย Anna Kendrick) ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับ Emily Nelson (รับบทโดย Blake Lively) อีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศสุดหรูที่ค่อยๆ กลายเป็นฉากหลังของเกมอำมหิต และปริศนาฆาตกรรมที่พร้อมจะกลืนทุกคนทั้งเกาะเข้าไปในความโกลาหล
ทริปฮันนีมูนหรือเกมเอาชีวิตรอด?
อีกหนึ่งเสน่ห์ของภาคนี้คือการพาผู้ชมออกเดินทางท่องโลกผ่านบรรยากาศสุดโรแมนติกของอิตาลี แต่บอกเลยว่าโรแมนซ์อย่างเดียวไม่พอ เพราะทุกมุมของเกาะคาปรีเต็มไปด้วยทั้งความลวงและความระทึก
ผลงานกำกับโดย Paul Feig ที่เคยฝากฝีมือไว้ในภาคแรก กลับมายกระดับความเข้มข้นของโทนตลกร้ายให้แสบกว่าเดิม ทุกมุก ทุกจังหวะ และทุกการหักมุมถูกขยายสเกลให้แรงขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ของความสนุกกรุบกริบสไตล์หนังคอเมดี้ทริลเลอร์เอาไว้อย่างครบถ้วน
แฟชั่น ดราม่า และความลับ… ไม่มีอะไรใสสะอาดอย่างที่เห็น
ใครที่ชอบดูหนังไป ฟินกับแฟชั่นไป บอกเลยว่าภาคนี้จุใจมาก เพราะตัวละครแต่ละคนจัดเต็มลุคสุดปังตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่แฟชั่นสุดเลิศเหล่านี้ก็เป็นเหมือนฉากหน้าที่ช่วยพรางความวุ่นวายที่กำลังก่อตัวอยู่ใต้พื้นผิว
แฟชั่นสุดอลังการที่พร้อมให้สายแฟกดแคปไปเป็นอินสไปร์
ดราม่าจัดเต็ม ชนิดที่ทุกความสัมพันธ์มีเรื่องให้คาใจ
ปริศนาที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มและบทสนทนาแทบทุกฉาก
เมื่องานแต่งดำเนินไป เรื่องลับในครอบครัวก็เริ่มทยอยโผล่ขึ้นมาทีละชั้น ความสัมพันธ์ของเพื่อนเก่าถูกโยนเข้าไปในบททดสอบครั้งใหญ่ ใครทรยศใครก่อนกันแน่ และใครกันที่กำลังเล่นเกมอยู่เบื้องหลัง ไม่มีใครปลอดภัย 100% ในหนังคอเมดี้สุดระทึกเรื่องนี้
เมื่อครอบครัวเพอร์เฟกต์คือคำหลอกลวงที่หรูที่สุด
เบื้องหน้าคือภาพครอบครัวและชีวิตในฝัน แต่เนื้อแท้จริงๆ ของ Another Simple Favor (เพื่อนหาย อย่าหา 2) คือการเล่นกับคำจำกัดความของคำว่า “ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ” แบบหัวคว่ำหัวหาย
หนังผสมผสานอารมณ์ขันสุดเฉียบกับเกมอันตรายที่เต็มไปด้วยความลับและคำโกหกได้อย่างลงตัว ภาพของเสื้อผ้าหรู สถานที่สุดเลอค่า และไลฟ์สไตล์สุดไฮเอนด์ กลายเป็นฉากหน้าที่ปกปิดความโกลาหล การหักหลัง และความรุนแรงที่สุมอยู่ข้างใน
ยิ่งเรื่องราวถูกเปิดเผยมากเท่าไหร่ ภาพลักษณ์ที่ดูดีไร้ที่ติยิ่งน่าสงสัยมากขึ้นเท่านั้น และนั่นเองที่ทำให้คุณหยุดเดาไม่ได้เลยว่าใครกันแน่ที่กำลังเล่นเกมเหนือกว่าใคร
ทีมนักแสดงตัวแม่ ตัวพ่อ กลับมาสร้างความแสบต่อเนื่อง
เสน่ห์สำคัญของเรื่องนี้ยังคงอยู่ที่เคมีเฉียบคมของทีมนักแสดงนำ ซึ่งภาคนี้ขนทั้งหน้าเก่าและตัวละครใหม่มาเติมรสชาติ
นำทีมโดย Anna Kendrick และ Blake Lively ที่กลับมาฟาดพลังกันอีกครั้ง
เสริมทัพด้วยนักแสดงมากฝีมืออย่าง Michele Morrone, Andrew Rannells, Bashir Salahuddin, Elizabeth Perkins, Alex Newell, Elena Sofia Ricci, Henry Golding และ Allison Janney
เบื้องหลังก็ไม่เบาเช่นกัน
ผู้กำกับ: Paul Feig
เขียนบท: Jessica Sharzer และ Laeta Kalogridis
อำนวยการสร้าง: Paul Feig และ Laura Fischer
อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร: Jennifer Booth, Jessica Sharzer และ Marco Valerio Pugini
ทุกคนร่วมกันขับเคลื่อนภาคต่อให้มีทั้งมู้ดทริลเลอร์สุดลุ้น และจังหวะตลกร้ายที่ทำให้คนดูอมยิ้มได้แม้ในตอนที่สถานการณ์กำลังตึงสุดๆ
ทำไมสายหนังตลกร้ายควรดู Another Simple Favor (เพื่อนหาย อย่าหา 2)
ถ้าคุณเป็นสายหนังที่ชอบอะไรครบ ๆ เรื่องเดียวได้ทั้งหัวเราะ ลุ้น ตื่นเต้น และแอบซูมดูชุดสวย ๆ ไปด้วย ภาคนี้คือคำตอบชัดเจนมาก
ได้ทั้งบรรยากาศท่องเที่ยวอิตาลีสุดโรแมนติก
ได้ทั้งมู้ดสืบสวนหักมุมจนนั่งไม่ติดเก้าอี้
ได้ทั้งดราม่าเพื่อนรักเพื่อนร้ายที่ชวนตั้งคำถามกับคำว่า “มิตรภาพ”
ได้แฟชั่นและงานภาพสุดเนี้ยบที่โคตรตา
Another Simple Favor (เพื่อนหาย อย่าหา 2) พร้อมให้คุณตามไปล้วงความลับบนเกาะคาปรีแล้วตอนนี้
ใครที่อินกับภาคแรก บอกเลยว่าภาคนี้คือการอัปเกรดทุกอย่างให้จัดจ้านขึ้นอีกขั้น และสำหรับคนที่ยังไม่เคยดูซีรีส์หนังเรื่องนี้มาก่อน เตรียมตัวโดนดูดเข้าโลกเพื่อนซี้สายดาร์ก ที่ไม่มีอะไร “ซิมเปิล” อย่างชื่อเรื่องเลยแม้แต่นิดเดียว

